หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ใครรักการอ่าน สนับสนุนการอ่าน มาหลอนไปด้วยกัน เรื่องสั้นตอน"ไปบ้านเพื่อน"

บอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ โพสท์โดย matin

หลังจากเรียนจบมหาลัยมาได้ ยี่สิบ สามสิบ ปี
เพื่อนๆก็ต่างแยกย้ายหายหน้าหายตากันไป แทบไม่ได้ติดต่อมาหาอีกเลย
คุณเชื่อในความเป็นเพื่อนไหม บางทีวันดีคืนดีเราเดินอยู่ริมถนน
แล้วอยู่ๆก็เจอเพื่อนเราสมัยเรียนเดินมาทัก  โอ้ มันช่างรู้สึกดีใจมากเลย ที่ได้เจอเพื่อนอีก
แต่สังคมเมืองที่วุ่นวาย ก็ทำให้ ไม่นานเราก็กลับไปนั่งจับเจ่าอยู่กับงานประจำที่ทำ
จนลืมคิดถึงใครๆที่เราเคยผูกพันธ์ไปเลย
นับวันนับวัน คุณก็ยิ่งรู้สึกว่า ชีวิตคุณช่างโดดเดี่ยว
ถ้าคุณมีเวลาว่าง ที่จะนั่งนิ่งๆ ระลึกถึงเพื่อนๆบ้าง
จะมีเพื่อนสักกี่คนที่คุณรู้สึกว่า คุณนึกถึงมันแล้วคุณจะต้องอมยิ้ม

ใช่ ถ้าคุณมีเวลาพอที่จะคิดแบบนั้นได้ แสดงว่าชีวิตคุณ คงเลยหลักสี่แล้ว

แต่เรื่องราวของเพื่อนคนหนึ่งก็ทำให้ผมรู้สึกถึง อะไรบางอย่าง
ที่เตือนให้ผมได้ระลึกถึง  และอยากนำเอามาเล่าให้กับทุกท่านได้รับฟัง

ย้อนกลับไปในช่วงที่เรียนมหาลัย
ตอนนั้น เป็นปีสุดท้าย ที่พวกเพื่อนๆต่างเตรียมตัวจบกัน บางคนก็เริ่มไปหางานแล้ว
บางคนก็เริ่มวางแผนจะเรียนต่อ แต่มีเพื่อนคนหนึ่ง มันขาดเรียนไปตั้งแต่ปีสาม
ไม่มีใครได้ข่าวมันเลย จนขึ้นปีสี่แล้ว ทุกคนก็คิดว่ามันคงดรอปเรียนไปแล้ว

แล้วเรื่องราวมันก็เกิดขึ้น จากที่วันหนึ่ง อยู่ๆก็มีจดหมายฉบับหนึ่งเขียนมาถึงผมที่บ้าน
หลังจากที่ได้เปิดอ่านดู  มันเป็นจดหมายจากเพื่อนคนนั้น ที่มันดรอบเรียนไป
พออ่านดูข้อความที่มันเขียนมา  ก็ทำให้ผมรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย
เนื้อหาใจความในจดหมายเขียนว่า

สวัสดีเพื่อน
ไม่ได้เจอกันเสียนาน พอดีนึกขึ้นมาได้ว่า เอ็งเคยให้ที่อยู่ข้าไว้
ก็เลยเขียนมาทักทาย
ตอนนี้ข้ากลับมาอยู่บ้านนอก ได้หลายปีแล้ว
เสียใจว่ะ ไม่ได้จบพร้อมพวกเอ็ง  พ่อข้าป่วยหนัก
ไม่มีใครดูแลไร่นา เงินทองก็ร่อยหรอ
ข้าเลยต้องดูแลทุกอย่างแทนพ่อหมด
แต่อยู่ทางนี้ก็สบายดี ทุกๆอย่างที่ข้าทำก็เริ่มเข้าที่เข้าทางแล้ว
ที่นี่ อากาศดี บรรยากาศ ท้องทุ่งนากำลัง เขียวขจี
อย่างที่เอ็งเคยบอกว่า อยากจะมาสัมผัส
มันเป็นธรรมชาติมากๆ ถ้าเอ็งว่างๆก็มาเยี่ยมบ้านข้าได้นะ
ชวนเพื่อนๆมาด้วย อยากเจอพวกเอ็งมากแต่ข้าไม่รู้จะติดต่อพวกเอ็งยังไง
บ้านข้าอยู่บ้านนอกมาก เวลาเหงาๆไม่รู้จะคุยกะใคร
ก็เขียนมาคุยกับเอ็งนี่แหละ  ถ้าเอ็งจะมาก็เขียนจดหมายมาบอกข้าด้วย
จะได้ไปรอรับ
มาไม่ยากหรอก ตามที่อยู่ กับแผนที่ที่แนบไป

อ่านจบ
ผมก็ไม่ได้อะไรมาก ก็พับซุกๆไว้ในชั้นวางหนังสือ
จนกระทั่งสอบเทอมสุดท้ายเสร็จ ช่วงที่ไม่ได้ไปมหาลัย  ไม่ได้เจอเพื่อนๆเลย
อยู่ๆมันก็รู้สึกเบื่อๆ เซ็งๆ  อารมณ์แบบว่า จะเอายังไงกับชีวิตดี
จะหางานทำหรือว่าจะเรียนต่อ มันเป็นช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของชีวิตจริงๆ

พอเบื่อๆก็เลยไปหาหนังสือเก่าๆมาอ่านเล่น พอค้นไปค้นมาหาตามที่ชั้นวางหนังสือ
อยู่ๆจดหมายที่ผมซุกไว้มันก็หล่นลงมา
พอเอามันมาอ่านอีกที แว๊บนั้นแหละ
ที่อยู่ๆ ก็ นึกอยากไป ผ่อนคลายพักสมอง หรืออยู่กับธรรมชาติบ้าง
อืม ก็ไม่เลวนะ ช่วงนี้ว่างๆ อย่างน้อยก็มีเพื่อนคุย

ผมตัดสินใจเขียนจดหมายไปบอกเพื่อน ว่าจะไปหามัน วันไหน
บอกให้มันมารับด้วย

แล้วจนถึงวันที่นัดหมาย ผมก็เดินทางไปหาเพื่อนที่ต่างจังหวัดจริงๆ
มีเงินติดตัวไปไม่กี่บาท แต่ก็ไม่รู้ว่าคิดอะไรอยู่ตอนนั้น
ถ้าไม่เจอเพื่อนก็นั่งรถกลับ ก็แค่นั้น

ผมนั่งรถไปถึงหมู่บ้านเล็ก ตามแผ่นที่ที่เพื่อนเขียนบอก
ที่ที่ผมนั่งรอ เป็นคล้ายๆขนส่งเล็กๆ มีรถไม่มากนัก
ผมนั่งรอเพื่อนตั้งแต่บ่ายสามแก่ๆ จนเกือบๆ จะห้าโมงเย็น
เพื่อนก็ยังไม่มา จนใน ขนส่งนั้น แทบจะมีแต่ผมคนเดียวที่นั่งอยู่
พอเห็นพระอาทิตย์เริ่มอัสดงแล้ว ก็เริ่มรู้สึกกระวนกระวาย

มันจะได้รับ จมหมายเราหรือเปล่านะ
ผมได้แต่คิดในใจ

ตอนนั้น ก็ตัดสินใจว่าถ้ารอจนถึงสัก หกโมงเย็นแล้วมันยังไม่มา
ก็คงต้องนั่งรถกลับ

แต่แล้ว ช่วงนั้นเอง อยู่ๆผมก็ได้ยินเสียงคนเรียกชื่อ ผมขึ้นมา
ผมรีบหันไปทางเสียงเรียก
เห็นเพื่อนอยู่ด้านหลัง    ก็รู้สึก โอ้  โล่ง อก
นึกว่ามันจะไม่มาเสียแล้ว

พอทักทายได้นิดหน่อย เพื่อนก็พาเดินไปขึ้นรถสองแถวเล็ก
ที่อยู่ด้านหลังขนส่ง เพื่อนก็บอกให้ผมเข้าไปนั่งข้างใน
ส่วนเพื่อน มันก็ยืนโหนบันไดท้ายรถอยู่กับคนอื่นๆสองสามคน
ในรถก็ไม่เต็มเท่าไหร่หรอก แต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมมันไม่อยากนั่ง
พอรถสองแถวเล็กเคลื่อนที่ออกไปได้สักพัก ก็เริ่มเข้าถนนลูกรัง
บ้านเรือนก็เริ่มปลูกห่างๆกัน สองข้างทางส่วนใหญ่จะเป็นทุ่งนา
สลับกับป่า นั่งมาได้พักใหญ่ๆ คนลงรถจนหมด เหลือผมกับเพื่อน
นั่งอยู่ในรถ ผมก็ถามเพื่อนว่า
ยังไม่ถึงอีกหรือวะ ไกลจัง
เพื่อนก็บอกว่า ข้างหน้าก็ถึงแล้ว
สักพัก มันก็บอกให้ผมกดกริ่งเลย
พอลงจากรถ เพื่อนก็ยืนรออยู่หลังรถ
ผมก็เดินไปจ่ายค่าโดยสาร
ก็ถามเขาว่า เท่าไหร่ครับ
คนขับบอกว่า 7บาท ผมก็เอาแบงค์ยี่สิบให้
แล้วก็บอกว่า  สองคนครับ
คนขับทอนเงินให้ผมเสร็จแล้ว ก็รีบ ขับรถออกไปเลย
พอผมหันมาดูตังส์ทอนในมือ
อ้าว  ทำไมเขาเก็บค่าโดยสารแค่คนเดียว
ก็เลยเดินไปบอกเพื่อน
เออ.. แปลก วะ เขาเก็บค่าโดยสาร คนเดียวเอง 55555
เพื่อนก็ไม่ได้ว่าอะไร ต่อ
แล้วก็พาผมเดินเข้าไปตามทางเดินข้างทาง
มันเป็นเหมือนทางเล็กๆ มีหญ้าขึ้นเต็มทาง เดินเข้าไปเกือบๆ ห้าร้อยเมตร
ก็ถึงบ้านเพื่อน
วินาทีแรกที่เห็นบ้านเพื่อน
โอ้ แสงยามเย็น มันทำให้บรรยากาศน่ามองมาก
บ้านเพื่อนเป็นบ้านไม้ยกใต้ถุนสูง หลังไม่ใหญ่มากนัก
ข้างๆหน้าบ้าน มีกองฟาง ด้านหลังบ้านเป็นทุ่งนาผืนใหญ่
มองไปไกลๆ มีบึงน้ำขนาดใหญ่ อย่างกะทะเลสาป
"โอ้ สวยๆ สวยๆ ไม่เสียแรงจริงๆที่มา เป็นธรรมชาติมากๆ"

พอเพื่อนพาขึ้นไปบนบ้าน  มันต้องปีนบันได แบบบันไดลิงขึ้นไป
พอขึ้นไปถึงชานบ้าน ก็จะเป็นชานบ้านโล่งๆไม่มีหลังคา
ผมก็เดินไปดูรอบๆตรงชานนั้น มองไปด้านหลัง เห็นทุ่งนา
สวยมาก เพื่อนเดินหายเข้าไปในบ้าน
คือถัดจากตรงชานพักไปก็จะไปช่องทางเดิน
ตรงช่องทางเดินก็มีห้อง สองห้องอยู่ตรงข้ามกัน
ผมเดินไปดู เห็นแต่ประตูบานขวามือเปิดอ้าอยู่
เลยเดินตามไปดู ชะโงกหน้าเข้าไปมองหาเพื่อน
บรรยากาศมันมืดทะมึนทะมึน หน้าต่างมีบานเดียว
แง้มๆอยู่ มองไปรอบๆห้อง มีตู้เก่าๆดูมืดๆ  อยู่หลายตู้
ดูไม่ออกว่าตู้อะไรบ้าง มีแคร่ไม้ มีโต๊ะ เก้าอี้ไม้ แบบ
ที่ใช้ในโรงเรียนเด็กประถม
ผมดูผ่านๆ ไม่เห็นเพื่อน ก็รู้สึกแปลกใจ
อ้าวหายไปไหน
แค่คิดในใจ
ก็ได้ยินเสียงเพื่อนตอบกลับมาว่า
อยู่นี่
ผมก็เลยโผล่หัวออกมาดูข้างนอกห้อง มองไปในบ้าน
เจอเพื่อนกำลังถือเทียนเดินมาพอดี
ผมก็ถาม อ้าว ไม่มีไฟฟ้าหรือ
เพื่อนก็บอกว่า มีแต่ว่าไฟคงดับอะ เปิดแล้วไม่ติด
แล้วเพื่อนก็บอกให้ผมเอากระเป๋าไปไว้ในห้องนั้นก่อน
เดี๋ยวมาทำอะไรกินกัน
พอเอากระเป๋าวางพิงไว้ในห้องได้
ผมก็รีบเดินตามเพื่อนเข้าไปหลังบ้านต่อ
พอเดินผ่านห้องสองห้องนั้นไป มันก็จะเป็นโถงครัว
ด้านซ้านมือมีห้องน้ำ ขวามือจะมีพวกเตาถ่านแล้วก็ข้าวของอะไรเต็มไปหมด
เพื่อนกำลังตั้งเทียนไว้ใกล้ๆแถวที่จะทำอาหาร
ผมก็ถามเพื่อนว่า แล้วคนอื่นไปไหนกันหมด
เพื่อนก็บอก ว่า
พ่อกับแม่ไปนา ยังไม่กลับเลย
สักพักแหละ เดี๋ยวก็มา
พอผมเข้าไปถามว่าจะให้ทำอะไรบ้าง
เพื่อนก็บอกว่าไม่ต้องทำหรอก เดี่ยวมันจัดการเอง
ผมก็เลยบอกเพื่อนไปว่างั้นขอไปอาบน้ำก่อนแล้วกัน
เดี๋ยวมันมืดค่ำ ไม่มีไฟมันจะอาบลำบาก
ผมเดินถือเทียนอีกเล่มเข้าไปเอาเสื้อผ้า ผ้าเช็ดตัว
ในห้องที่กระเป๋าวางอยู่
พอเดินออกมาถึงตรงหน้าประตู มองออกไปตรงชานพักหน้าบ้าน
เริ่มมองไม่เห็นอะไรแล้ว เพราะเริ่มมืดแล้ว
ผมก็เลยเดินเข้าไปเอาชุดเสื้อผ้าในห้องจะไปอาบน้ำ
ช่วงที่ค้นเอาเสื้อผ้าในกระเป๋าอยู่
ก็ได้ยินเสียงเพื่อนผมเหมือนมันกำลัง หั่นอะไรสักอย่าง
ได้ยินเสียงเขียงดัง ปักปัก ปักปัก
ได้ยินเสียงหยิบโน่นหยิบนี่ ของตก ป๊อกแป๊ก เสียงเดินตึงตัง
ไปมาเป็นระยะระยะ
พอผมได้ชุดกับผ้าขนหนูแล้ว ก็เดินถือเทียนออกมา
เดินไปทางครัว
พอถึงตรงทางเข้าหน้าครัว มองไปดูเพื่อนว่าทำอะไร
ผมก็ถึงกับขนลุกซู่ขึ้นมาอย่างไม่ทันตั้งตัวเลยครับ
เพราะเห็นเพื่อนเป็นเงาดำๆ นั่งยองๆอยู่
แต่ไม่มีหัว
พอเห็นแบบนั้นผมก็ถึงกับเข่าทรุดกระทันหัน
นั่งลงก้นกระแทกพื้นดัง ตึง
ก่อนที่เพื่อนจะรีบหันมา แล้วเงาดำๆนั้นก็หายวับ
กลายเป็นหน้าเพื่อนขึ้นมาแทน
แล้วเพื่อนก็ถามว่า อ้าวเป็นอะไร
ผมก็เลยบอกว่า
ปะ ปะ ปะ เปล่าๆ กระดานบ้านเองมันลื่นวะ
ว่าแล้วก็รีบลุกขึ้น แล้วก็เดินไปเข้าห้องน้ำ
พอเข้าไปอาบน้ำในห้องน้ำ
จากที่ได้ยินเสียงเพื่อนทำอะไรตึงตัง
คราวนี้ ทุกอย่างกลับเงียบสนิทเลย
พอเริ่มอาบน้ำได้สักขันสองขัน
ผมก็หยุดฟัง ว่าเพื่อนมันทำอะไรอยู่
แต่ปรากฏว่า มันเงียบมาก
เงียบราวกับว่า ที่นี่เป็นบ้านร้างเลย

โปรดติดตามตอนต่อไป

ขอบคุณที่มา: https://pantip.com/topic/38583179
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: matin
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
ใครรักการอ่าน สนับสนุนการอ่าน มาหลอนไปด้วยกัน เรื่องสั้นตอน"ไปบ้านเพื่อน"
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

จากเสี่ยพันล้าน ผู้บุกเบิกชุดครัวไฟเบอร์กลาสแห่งแรกในเอเชีย สู่พ่อค้าราดหน้าตลาดน้ำคลองลัดมะยม

จำได้ไหม คลิปช่วยเด็กติดรถ โดยไม่ทุบกระจกจากต่างประเทศ ล่าสุดคนไทยพิสูจน์แล้ว (คลิป)

ภาพล่าสุด มนฤดี ยมาภัย อดีตนางเอกอันดับ1 ของประเทศ

ผู้ใช้รถไฟฟ้าจวกยับ!! แม่ค้าขายของขวางหน้าสถานี แถมด่าไร้สำนึก

“ทับทิม” เปิดใจสถานะไฮโซเก้า หลังนักร้องหนุ่มโพสต์ช้ำรัก

ทำไปได้!! หนุ่มนำสายชาร์จ Apple มาใช้แทนยางล้อรถยนต์ จะวิ่งได้มั้ย

สลดใจ!! ลีอา ผู้รอดชีวิต เป็นตัวเดียวที่ถูกช่วย ความเจ็บที่ยากจะจินตนาการ

ไปรษณีย์ไทย ฮึดสู้ "ส่งเช้าได้บ่าย ส่งบ่ายได้เช้า" แต่ยังไม่โทรแจ้งก่อนส่ง เหมือนเจ้าดัง

สาวโพสต์ประสบการณ์ ที่อยากให้คนรักมาอ่าน ความจริงของชีวิตคู่ ที่คนเป็นสามีมองข้าม

สลดใจ!! สาวขาติดบันไดเลื่อน สุดท้ายเป็นผู้พิการ พยานอ้างผิดเองทั้งนั้น

เรื่องดีๆ ในความเศร้า!! “เสี่ยเบนซ์” มอบเงิน 45 ล้าน ให้ครอบครัวรองตี๋ ให้เงินลูกสาวทั้ง 2 คน คนละ 15 ล้านบาท

ปคบ. บุกจับ แผ่นแปะสะดือเผาผลาญไขมันและสบู่นมเด้ง อวดอ้างสรรพคุณเกินจริงโฆษณาขายทางออนไลน์
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ดูดวง เรื่องลึกลับ
ราศีที่มองโลกในแง่ดีเกินไป ช่วงนี้ระวังถูกหลอก7 พื้นฐานดวงการเงินตามวันเกิดตำนานพระกินเณร! เรื่องสยองนอกกุฏิเช็กดวงรายสัปดาห์วันที่ 22 – 28 กรกฎาคม 2562
ตั้งกระทู้ใหม่