หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

9 หนังที่ตีแผ่ด้านมืด (ความจริง)ของประเทศเกาหลี

ไม่ว่าจะผ่านไปกี่ปี วัฒนธรรมของ ‘ประเทศเกาหลีใต้’ ก็ยังคงอยู่ในกระแสและได้รับความสนใจจากผู้คนอยู่เสมอ ทั้งเรื่องสถานที่ท่องเที่ยว วงการบันเทิง อาหารการกิน หรือแม้กระทั่งแฟชัน ซึ่งสิ่งต่างๆ ที่กล่าวมานั้น ก็ล้วนเป็นภาพจำสวยงามที่เรามักได้เห็นอยู่เสมอ แต่ภายใต้ความสวยงามก็ย่อมมีบาดแผลที่ปกปิดเอาไว้เช่นกัน เกาหลีใต้ก็คงเหมือนกับประเทศอื่นๆ ที่มีเรื่องราวปัญหาต่างๆอีกมากมายที่ยังคงปิดบังไว้และน้อยคนนักที่จะรู้ 

ชมคลิป

 

 

1.Norigae


เวลาพูดถึงประเทศเกาหลีใต้ หลายคนก็น่าจะนึกถึงเรื่องของวงการบันเทิงเป็นอย่างแรก เพราะอย่างที่เรารู้ๆ กันว่า อุตสหกรรมการผลิตของที่นี่มีคุณภาพมาก ไม่ว่าจะเป็นเรื่องทรัพยากรบุคคลหรือในแง่ของโปรดักชัน แต่ถึงอย่างไรก็ตาม การแข่งขันในวงการบันเทิงของเกาหลีก็มีอัตราที่สูงมาก และอย่างที่เราเห็นกันในทุกๆ ปี มักจะมีนักแสดงหรือนักร้องเกาหลีฆ่าตัวตายอยู่เสมอ ซึ่งสาเหตุส่วนใหญ่ที่คนในวงการหลายคนเลือกจบชีวิตก็มาจาก ‘ความกดดัน’ 

‘Norigae’ (노리개) เป็นภาพยนตร์ที่สร้างขึ้นมาเพื่อตีแผ่ด้านมืดของวงการบันเทิงเกาหลี ซึ่งสร้างมาจากเรื่องจริงของคดีการฆ่าตัวตายของ
‘จางจายอน’ นักแสดงสาวจากซีรีส์ชื่อดัง Boys Over Flowers เรื่องราวการตายของจางจายอน ถือว่าเป็นคดีที่ดังมากๆ ในประวัติศาสตร์วงการบันเทิงเกาหลี ซึ่งสาเหตุที่นำพาเธอไปสู่การฆ่าตัวตายเป็นเพราะว่า เธอถูกบังคับให้มีเพศสัมพันธ์กับผู้อำนวยการสร้าง และคนใหญ่คนโตของวงการบันเทิงเกาหลีมากกว่าร้อยคน เพื่อแลกกับงานในวงการ และถูกข่มขู่จากบริษัทต้นสังกัด ไม่ให้เธอเปิดเผยเรื่องนี้ออกไป ซึ่งก่อนตายเธอได้เขียนจดหมายและระบุชื่อคนที่ข่มขืนเธอไว้อีกด้วย 

     เรื่องนี้ถือว่าเป็นการสร้างจุดเปลี่ยนของวงการ และทำให้คนหันมาสนใจประเด็นความเลวร้ายของคนในวงการบันเทิงมากขึ้น เพราะว่าความจริงแล้วไม่ใช่แค่จางจายอนที่โดนกระทำแบบนี้แค่คนเดียว ยังมีนักแสดงและนักร้องไอดอลทั้งชายและหญิงอีกหลายคน ที่เป็นเหยื่อของความต่ำตมในการกดขี่และเอาเปรียบเหยื่อในวงการนี้เช่นกัน แต่แค่ไม่มีใครออกมาพูด หรือเป็นประเด็นร้ายแรงเท่าจางจายอน 

2.The Bacchus Lady (죽여주는 여자)


   ถัดมาที่ภาพยนตร์เรื่อง ‘The Bacchus Lady’ (เดอะแบคคัสเลดี้) ก็เป็นอีกเรื่องที่สร้างมาจากเรื่องจริงของกลุ่มโสเภณีวัยสูงอายุทีขายตัวอยู่ในสวนสาธารณะ
จองมโย ใจกลางกรุงโซลของเกาหลี คนส่วนใหญ่จะเรียกพวกเธอว่า ‘แบคคัสเลดี้’ ซึ่งเรียกตามเครื่องดื่มชูกำลังยี่ห้อ ‘แบคคัส’ ที่พวกเธอเอามาขายให้กับชายสูงวัยที่มาเที่ยวเล่นในสวนสาธารณะ และการขายเครื่องดื่มก็เหมือนเป็นแค่งานที่ใช้ปกปิดอาชีพแท้จริงของพวกเธอซึ่งก็คือ ‘การขายตัว’ นั่นเอง 

     เรื่องราวของแบคคัสเลดี้ ถือว่าเป็นอีกปัญหาสังคมของเกาหลี ที่หลายคนแกล้งเมินเฉยไม่รับรู้ มิหนำซ้ำยังประณามว่าพวกเธอเป็นตัวทำลายวัฒนธรรมอันดีงามของประเทศ  ทั้งที่จริงแล้ว ปัญหาเหล่านี้คือปัญหาของคนยากจนที่รัฐบาลควรเร่งแก้ไขมากกว่า เพราะว่าครึ่งนึงของคนชราในประเทศเกาหลีใต้มีฐานะยากจนกันทั้งนั้น และบางทีอาจกล่าวได้ว่าแบคคัสเลดี้ ก็คือ “คนแก่ที่ตกการสำรวจสวัสดิการจากรัฐบาล ไม่ใช่ผู้ทำลายขนบธรรมเนียมประเพณีอันดีงามของประเทศอย่างที่หลายคนประณาม” (อ่านเรื่องราวของ 'แบคคัสเลดี้')


3.Silenced (도가니)


  ประเทศเกาหลีใต้ถือว่าเป็นอีกประเทศที่มีระบบการศึกษาดีจนติดอันดับต้นๆ ของโลก แต่ภายใต้ระบบการศึกษาดีๆ นั้น ก็ได้แอบมีปัญหาสังคมแฝงอยู่ และคงจะเหมือนกับหลายๆประเทศ) ที่มีข่าว ‘ครูข่มขืนนักเรียน’ เกิดขึ้นอยู่เสมอ ซึ่งภาพยนตร์เรื่อง ‘Silenced (도가니)’ หรือในชื่อภาษาไทย ‘เสียงจากหัวใจ...ที่ไม่มีใครได้ยิน’ ก็เป็นอีกเรื่องที่สะท้อนปัญหาอีกด้านของสังคมเกาหลีได้เป็นอย่างดี 

  Silenced เป็นภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเรื่องจริงเมื่อสิบกว่าปีก่อน เหตุการณ์เกิดที่โรงเรียนสำหรับเด็กหูหนวกตาบอด ที่ขึ้นชื่อว่าเป็นโรงเรียนดีเด่น แต่ใครเล่าจะรู้ว่าภายใต้ความดีงามเหล่านั้น กลับซ่อนเรื่องราวน่าหดหู่ใจ เมื่อเด็กนักเรียนผู้พิการไม่ว่าจะชายหรือหญิงในโรงเรียน ถูกบรรดาครูใหญ่ล่วงละเมิดทางเพศและถูกทำร้ายร่างกายและสภาพจิตใจ ซึ่งเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นมานาน และหลายคนก็รับรู้ แต่ทุกคนแกล้งเมินเฉยและทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นราวกับว่านี่คือเรื่องปกติ ส่วนเด็กๆ ที่ตกเป็นเหยื่อก็ไม่สามารถพูดออกมาได้ เพราะว่าพวกเค้าเป็นใบ้ และถึงแม้ว่าต่อให้สามารถพูดได้ ก็คงต้องพ่ายอำนาจเงินของเหล่าคนใหญ่คนโต เรื่องนี้นอกจากจะตีแผ่วงการศึกษาของเกาหลีแล้ว ยังสะท้อนให้เห็นถึงความไม่ยุติธรรมในกระบวนการราชการของเกาหลีอีกด้วย

4.Reach for the SKY (공부의 나라)


เมื่อพูดถึงเรื่องระบบการศึกษาของประเทศเกาหลีใต้ เราจะข้ามเรื่องระบบการสอบแอดมิชชันของที่นี่ไปไม่ได้เลย ที่นี่มีระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยที่ชื่อว่า College Scholastic Ability Test (CSAT) หรือที่หลายคนรู้จักว่า “ซูนึง (수능)” โดยผลสอบซูนึงสามารถนำไปยื่นสอบเข้าได้ทั้งมหาวิทยาลัยรัฐบาลและเอกชน และใน 1 ปีจะจัดสอบแค่เพียงครั้งเดียว และจัดสอบทุกวิชาแค่เพียงวันเดียวเท่านั้น 
  ภาพยนตร์สารคดีเรื่อง ‘Reach for the SKY’ ถือว่าเป็นเรื่องที่ตีแผ่สังคมเกาหลีที่มีต่อมุมมองเรื่องการศึกษาได้เป็นอย่างดี ซึ่งภาพยนตร์จะเน้นไปที่เรื่องการสอบซูนึง ซึ่งเด็กเกาหลีหลายคนมองว่านี่คือโอกาสเดียวในชีวิตของพวกเค้า หลายคนจึงตั้งใจและพยายามที่เข้า มหา’ลัยที่ดีที่สุดของประเทศทั้ง 3 แห่ง คือ Seoul National University (มหาวิทยาลัยแห่งชาติกรุงโซล), Korea University (มหาวิทยาลัยโคเรีย หรือโคแด), และ Yonsei University (มหาวิทยาลัยยอนเช) ซึ่งเป็นที่มาของคำว่า SKY ในชื่อเรื่องนั่นเอง  

ประเด็นที่น่าสนใจของสารคดีเรื่องนี้ ไม่ใช่แค่เรื่องของการสอบซูนึงที่น่าสนใจ แต่ยังเผยให้เห็นถึงสังคมรอบข้างที่เกี่ยวข้องกับการสอบซูนึง ทั้งครอบครัว ศาสนาและความเชื่อ ค่านิยม บรรทัดฐานสังคม ความกดดันของสังคมเกาหลี หรือแม้กระทั่งโรงเรียนติวเตอร์และภาคเอกชนที่เข้ามากอบโกยจากระบบการสอบนี้ แต่ที่เห็นแล้วตกใจมากที่สุด ก็คงจะเป็นเรื่องโรงเรียนกวดวิชาสำหรับการสอบซูนึง ซึ่งเป็นเหมือนค่ายที่มีคนคอยบังคับให้เด็กๆ ปฏิบัติเพื่อเตรียมตัวสอบซูนึงอย่างเคร่งครัด ซึ่งบรรยากาศในค่ายนั้นไม่ได้ต่างจากค่ายทหารโหดๆ เลยครับ จะโหดแค่ไหน คุณต้องลองไปหาหนังเรื่องนี้มารับชมกันเองแล้วล่ะครับ



5.Children (아이들)

  เปลี่ยนฟีลมาที่หนังสารคดีแนวอาชญากรรมกันบ้าง สำหรับภาพยนตร์เรื่อง ‘Children’ ก็เป็นอีกเรื่องที่สร้างมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในปี 1991 เมื่อเด็กชาย 5 คนที่ไปวิ่งเล่นและจับกบบนภูเขาวอร์ยอง ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านของพวกเขามากนัก แต่แล้วเด็กๆ เหล่านั้นก็ไม่ได้กลับมาอีกเลย คดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่ใหญ่เป็นวาระดับชาติเลยก็ว่าได้ ซึ่งประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ในยุคนั้นได้ระดมคนช่วยกันหามากกว่า 3 แสนคน แต่ก็หาเท่าไหร่ก็หาไม่เจอ จนสุดท้ายเรื่องราวผ่านไป 10 ปี ก็มีคนพบโครงกระดูกของเด็กๆ ทั้ง 5 คนอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่บนภูเขาที่เด็กๆ หายตัวไป ซึ่งอยู่ห่างจากบ้านของเด็กๆ แค่เพียง 3 กิโลเมตรเพียงเท่านั้น และสภาพท่าทางจากโครงกระดูกที่เจอก็สันนิษฐานได้ว่า เด็กกำลังกอดกันอยู่ ทางตำรวจก็คาดว่า เด็กๆ อาจหนาวตาย แต่ถึงอย่างไรก็ตามพ่อแม่ของเด็กๆ ก็ไม่ปักใจเชื่อ เพราะว่าสภาพที่เจอคือ เด็กๆ ถอดเสื้อผ้า ถ้าหนาวจริง จะถอดทำไม อีกทั้งยังเจอร่องรอยที่ชวนหดหู่ใจ เพราะพบว่าบริเวณกระโหลกศีรษะของเด็กๆ หลายคนมีรอยกระสุนอยู่ และกระโหลกยังมีรอยบุบอีกด้วย 

  สุดท้ายแล้วคดีนี้ก็หมดอายุความไปเมื่อปี 2006 แต่ก็ยังหาตัวคนร้ายไม่เจออยู่ดี นับว่าเป็นอีกหนึ่งคดีที่ร้ายแรงและชวนหดหู่มากที่สุดในประวัติศาสตร์เกาหลี และหลายคนยังก็ยังไม่ลืม และได้ถูกหยิบยกมาทำภาพยนตร์ถึง 2 ครั้ง ซึ่งเมื่อปี 1992 ก็มีภาพยนตร์ที่สร้างมาจากเรื่องนี้ มีชื่อเรื่องว่า ‘Come Back, Frog Boys’

6.The Chaser (추격자)


    ภาพยนตร์เรื่อง ‘The Chaser’ เป็นหนังแนวอาชญากรรมที่ดัดแปลงมาจากเรื่องจริงคดีฆาตกรต่อเนื่องชื่อดัง ‘ยูยังซอล’ ในช่วงปี 2003-2004 ซึ่งเขาได้ฆ่าคนไปมากกว่า 20 รายภายในช่วงเวลาแค่เพียง 11 เดือน และหนึ่งแรงจูงใจที่ทำให้เขาก้าวเข้าสู่ด้านมืดจนกู่ไม่กลับขนาดนี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะว่า ‘สังคมที่กดดันของเกาหลี’ ตั้งแต่เรื่องการเลี้ยงดูและการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ความเหลื่อมล้ำทางสังคม การถูกเลือกปฏิบัติ ซึ่งเขาเองก็เก็บรวมหลายๆ เรื่องและทำให้เขาเป็นโรคซึมเศร้าและเคียดแค้น นำไปสู่เหตุการณ์ชวนสะเทือนขวัญแดนโสม 

     ในตอนแรกเริ่มเขาเลือกฆ่าแค่เฉพาะคนรวยเท่านั้น โดยใช้ค้อนใหญ่ทุบหัว หรือไม่ก็มีดแทงคอ จากนั้นก็หั่นศพเป็นชิ้นๆ และนำไปทิ้งตามที่ต่างๆ และระหว่างที่เขาฆ่าคนอื่น ยูยังซอลใช้ชีวิตอย่างสุขสบายในคอนโดหรูหราที่เค้าหาเงินมาได้จากการปลอมตัวเป็นตำรวจและไปรีดไถเงินบรรดาแมงดาและโสเภณีตามซ่อง และถึงชีวิตจะสุขสบาย เขาก็ยังไม่เลิกทำชั่วและยังตามฆ่าคนรวยไปเรื่อยๆ แต่หลังจากที่เขาอกหักและถูกภรรยาทิ้งไป ยูยังซอลก็ได้เปลี่ยนมาฆ่าพวกบรรดาโสเภณีแทน และที่ชวนสะอิดสะเอียนไปมากกว่านั้นคือ เขาบอกว่าเขาได้กินตับของบรรดาศพที่เขาฆ่าอีกด้วย  

    คดีของยูยังซอลเป็นคดีที่ดังมากกกก! ดังชนิดที่ว่าหยิบยกมาเป็นแรงบันดาลใจในการสร้างซีรีส์และภาพยนตร์หลายเรื่อง เช่น ซีรีส์เรื่อง Voice เมื่อปี 2017 ที่ผ่านมา จึงไม่แปลกใจเลยว่าทำไมคดีนี้ถึงมักถูกหยิบยกนำมาพูดถึงเสมอๆ เมื่อมีข่าวเกี่ยวกับฆาตกรต่อเนื่อง และถึงแม้ว่าในตอนนี้เขาจะถูกจับตัวได้ แต่ก็ไม่ได้มีการประหารชีวิตแต่อย่างไร เพราะว่าที่เกาหลีใต้ไม่มีกฎหมายตัดสินให้ประหารชีวิต

 


7.Bedevil 

หนังเริ่มต้นเล่าแนะนำให้เราได้รู้จักหญิงสาวคนแรกคือ Hae-won เป็นหญิงสาวสวย และยังเป็นโสด มีอาชีพพนักงานธนาคารแห่งหนึ่งในกรุงโซล ที่เป็นเมืองใหญ่ ซึ่งคนส่วนใหญ่ใช้ชีวิตแบบวัตถุนิยมที่เร่งรีบหาเงิน จนลืมใส่ใจรายละเอียดเกี่ยวกับความรู้สึกระหว่างมนุษย์ด้วยกัน เพียงช่วงสั้นๆ หนังนำเสนอหลายฉากให้เราได้รู้สึกกับตัวตนของ Hae won อีกหลายอย่าง ซึ่งอุปนิสัยบางอย่างที่เราอาจมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย ใครๆ ก็ทำกัน นั้นมันมีผลต่อชีวิตของเธอในอนาคต

มันก็นำไปสู่ความผิดพลาดที่เป็นจุดใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนในที่สุดเธอถูกตัดสินให้ถูกพักงาน ในช่วงว่างนี้เองทำให้ Hae won ตัดสินใจกลับไปใช้เวลาพักผ่อนที่เกาะแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้ ซึ่งเป็นภูมิลำเนาเดิมที่เธอเคยอยู่ในสมัยเด็กๆ

ทันทีที่เท้าของเธอก้าวขึ้นบนเกาะ ก็ได้พบกับเพื่อนสนิทสมัยเด็กๆ รออยู่แล้ว เธอคือ Kim Bok-nam ซึ่งเป็นหญิงสาวชาวบ้าน ไร้การศึกษา แถมยังต้องอยู่ในสังคมชนบทห่างไกลที่ยึดถือขนบธรรมเนียม ความเชื่อที่ว่า ผู้หญิงเป็นช้างเท้าหลัง ไร้สิทธิเสียงใดๆ มีหน้าที่เพียงเป็นวัตถุทางเพศ เป็นแรงงานที่คอยปรนเปรอบริการเพศชายในครอบครัวเท่านั้น  หนังชี้ให้เราได้เห็นถึงพฤติกรรมอันแสนเลวร้าย ที่มนุษย์เพศชายในเรื่องค่อยกระทำให้เราได้เห็นมากขึ้นเรือ่ยๆ นั้น มันเกิดขึ้นพร้อมกับความหวังที่เกิดในใจของ kim bok nam ที่เคยศรัทธาและเชื่อมั่นในตัวเพื่อนสนิทในสมัยวัยเยาว์ของเธอนั้นค่อยผุกรอ่นไปเรื่อยเช่นกัน

และเมื่อสุดท้ายความหวังที่เคยฝากไว้กับใครสักคนนั้นมันสูญสลายหายไป สิ่งที่คนเราส่วนใหญ่ทำ รวมถึงตัว kim bok nam ด้วยคือ ถึงเวลาที่ต้องกลับมาพึ่งตัวเอง เพียงแต่มันรุนแรงเกินกว่าที่ควรจะเป็น ชนิดคนดูอย่างฉันยังไม่กล้าตัดสินว่า มันเป็นความสะใจ เป็นบทลงโทษ หรือเป็นเพียงแรงผลักดันจากความผิดหวัง สิ้นหวังกันแน่ 

8.The Neighbors (2012)


เด็กสาวคนหนึ่งถูกฆาตกรรมยัดใส่กระเป๋าเดินทาง โดยที่แม่เลี้ยงรู้สึกผิดเป็นอย่างมากเพราะเธอเกิดอุบัติเหตุจนไม่ได้ขับรถไปรับ และผลพวงจากการฆ่าครั้งนี้ทำให้ฆาตกรต้องฆ่าคนอีกหลายคนโดยที่เหล่าเพื่อนบ้านในอพาร์ทเมนท์ต่างสงสัยในพฤติกรรมของฆาตกรแต่ดันเลือกที่จะเก็บเงียบไม่บอกใครด้วยความเห็นแก่ตัว

พูดถึงคอนเซปของหนังมันน่าสนใจตรงที่เขาหยิบประเด็นเรื่อง 'ชุมชนรูดซิปปาก' คือทุกคนต่างเห็นแก่ตัวเอง บางทีเจอเรื่องน่าสงสัยก็เลือกจะเก็บเงียบเพราะคิดว่าไม่ใช่เรื่องที่ต้องไปยุ่งเกี่ยวหรือบางคนก็กลัวตัวเองเดือดร้อน มันสะท้อนถึงหมู่บ้านในเมืองสมัยนี้ที่ต่างคนต่างอยู่ ผมยังคิดเล่น ๆ เลยว่าเกิดเพื่อนบ้างผมมีคนยิงกันตาย เราได้ยินเสียงปืน เราอาจจะไม่สนใจเลยก็ได้ แล้วก็ปลอบตัวเองว่าเดี๋ยวก็คงมีคนอื่นแจ้งความ ตามหลักจิตวิทยาคนหมู่มากที่จะต่างคนต่างผลักภาระความรับผิดชอบให้ผู้อื่น (ต่างจากการเห็นเหตุการณ์คนเดียว เราจะถูกบังคับให้ช่วยเหลือเพราะไม่สามารถผลักความรับผิดชอบให้ใครได้)


09.Han Gong-ju (2014)

หนังสุดสะเทือนใจที่อ้างอิงจากเรื่องจริงในปี2004 

คนๆหนึ่งจะสามารถทนกับเรื่องเลวร้ายที่เกิดขึ้นในชีวิตได้นานสักแค่ไหนกัน หรือจะต้องทนจนกว่าชีวิตจะหาไม่ 

เด็กนักเรียนหญิงมัธยมปลายคนหนึ่งถูกข่มขืนโดยเพื่อนนักเรียนชายมากถึง 44 คน อีกทั้งยังถูกถ่ายคลิปวิดีโอขณะถูกข่มขืนจนคลิปวิดีโอดังกล่าวแพร่กระจายไปทั่ว แม้นักเรียนชายเหล่านี้จะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายแต่ทุกอย่างไม่ได้จบลงแค่นั้นเพราะเด็กนักเรียนหญิงที่ตกเป็นเหยื่อต้องออกจากโรงเรียนเดิมแล้วย้ายไปอยู่ที่โรงเรียนใหม่พร้อมทั้งเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่นั่น หากเพียงแต่ว่าฝันร้ายนั้นไม่มีวันดับลงง่ายๆอย่างที่เธอต้องการ

แม้หนังจะสร้างมาจากเรื่องจริงที่เกิดขึ้นในเกาหลีใต้และเป็นเหตุการณ์ที่สร้างความสะเทือนใจให้กับใครก็ตามที่ทราบเรื่องแต่หนังก็เลือกที่จะถ่ายทอดเรื่องราวออกมาโดยไม่ต้องเน้นหนักกับเหตุการณ์ข่มขืนมากจนเกินไปและยังขยายความเป็นไปที่เกิดขึ้นกับตัวละครที่เป็นเหยื่อได้เป็นอย่างดีอีกด้วย  หนังให้ทั้งความหวังและสิ้นหวัง ทั้งสดใสและมืดหม่นในเวลาเดียวกัน พร้อมกับตั้งคำถามถึงกระบวนการกฎหมาย, การปกป้องผู้เสียหายและอีกด้านของสังคมเกาหลีใต้อย่างมีชั้นเชิง

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: WHYmanRadio
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
9 หนังที่ตีแผ่ด้านมืด (ความจริง)ของประเทศเกาหลี
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ข้อความอันตราย นี่ไงข้อความปริศนา ที่หลายคนคาดว่าคือต้นตอของการดูดเงินสหรัฐฯ ระอุ เคอร์ฟิวกว่า 40 เมือง ส่งทหารช่วยควบคุมสถานการณ์กว่า 15 รัฐ ด้าน รัสเซีย จีน อิหร่าน รุมขย้ำซ้ำประกาศกรุงเทพมหานครเรื่อง สั่งปิดสถานที่เป็นการชั่วคราว (ฉบับที่ 10)จับแล้วกว่า 530 คน! จลาจลที่ LA หนึ่งในหลายๆ เมืองของสหรัฐฯชุดไทยพระราชนิยม | ชุดประจำชาติไทย ๘ แบบลือ แม่สิตางศุ์ ส้มหยุดมีลูกแล้วปัญหาของนิสิตใหม่หอพักในหรือหอนอกดี"ตั๊ก บงกช" เผยว่าจะไม่ยอมให้ลูกชาย "น้องข้าวหอม" วัย 7 ขวบ ไปโรงเรียนหากยังไม่มีวัคซีนรักษาโควิด-19 เพราะเป็นห่วงและหวั่นว่าเด็กจะป้องกันไวรัสได้ไม่ดีพอชื่นชม ครู ตชด.ไถนาเลี้ยงวัว เยี่ยมเด็ก ไกลกันดารแค่ไหน ก็ไปหาเด็กๆถึงที่เปิดภาพคอนโด เมทัล หวานใจหนุ่มร๊อก โดม ปกรณ์ ลัมกลุ่มผู้ประท้วงปล้นสะดมร้านหรูในหลายเมืองทั่วสหรัฐฯWDT ลุยฟ้อง!! ดำเนินคดีกราวรูดล้างบางพวกขี้อิจฉาน่ารำคาญ ลั่นพี่เตี้ยไม่ใช่เครื่องมือไว้ใช้ทำลายใครข้อความที่ได้ ไม่รู้ว่ามาจากไหน ของ ใครนะ A หรือป่าวแทบล้มหงายหลัง!18 หนังดังในตำนานเหล่านี้ อยู่จักรวาล​เดียวกัน.
ทริปหลอน ใครยืนอยู่ข้างหลัง ตอน2หนังผีเกาหลีใต้ที่ไม่ควรพลาดอุบัติเหตุหลอนลิ้นชักผี
ตั้งกระทู้ใหม่