หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

"ครุฑยุดนาค" ตำนานลึกลับที่ ครุฑทำไมต้องจับนาคกิน ?

บอร์ด ข่าววันนี้ โพสท์โดย ผมหน้าแมว



หากจะเล่าถึงเหตุที่ครุฑกับนาคไม่ถูกกันแล้ว คงจะต้องเล่าย้อนไปถึงรุ่นแม่ของพญาทั้งสองกันก่อน ครุฑ และ นาคนั้น ร่วมบิดาเดียวกัน คือพระกัศยปะมุนีเทพบิดร แต่ต่างมารดา ครุฑเป็นลูกของนางวินตา (Vinta) ส่วนนาคเป็นลูกของนางกัทรุ (Kadru) ซึ่งนางทั้งสองเป็นพี่น้องกันแต่ไม่ค่อยจะลงรอยกันนัก 



นางกัทรุได้ขอพรให้นางมีบุตรมากมาย ล้วนด้วยอิทธิฤทธิ์ นางจึงได้กำเนิดไข่ 1000 ฟอง และได้กลายเป็นพญานาค ส่วนนางวินตานั้น ขอพรให้มีบุตรแค่สองคน แต่ขอให้มีอิทธิฤทธิ์มากกว่านางกัทรุทั้งหมด นางจึงได้คลอดไข่มาสองฟอง นางเฝ้ารอไข่ของนางถึง 500 ปี ก็ไม่มีทีท่าจะฟักซักที นางจึงรอไม่ไหว จึงทุบไข่ออกมาฟองหนึ่ง 


ปรากฏว่าเป็นเทพบุตรที่มีกายแค่ครึ่งท่อนบนชื่อ อรุณเทพบุตรอรุณเทพบุตร โกรธมารดาของตน ที่ทำให้ตนออกจากไข่ก่อนกำหนด จึงสาปให้มารดาของตนเป็นทาส นางกัทรุ และให้บุตรคนที่สองของนางเป็นผู้ช่วยนางให้พ้นจากความเป็นทาส จากนั้นจึงขึ้นไปเป็นสารถีให้กับพระอาทิตย์หรือสุริยเทพ นางวินตาจึงไม่กล้าทุบไข่ฟองที่สองออกมาดู คงรอให้ถึงกำหนดที่บุตรคนที่สองซึ่งก็คือ พญาครุฑ นั้นเอง



หลังจากนั้นอีกห้าร้อยปี ไข่ใบที่สองก็แตกออกมาเป็นบุตรผู้มีกำลังมหาศาล ร่างกายขยายตัวออกใหญ่โตจนจรดฟ้า มีรัศมีทองสว่างไสวกว่าพระอาทิตย์นับร้อยเท่า รัศมีที่พวยพุ่งออกจากกายมีลักษณะดั่งไฟไหม้ทั่วสี่ทิศ ดวงตาเมื่อกะพริบเหมือนฟ้าแล มีศีรษะจงอยปาก และปีกเหมือนนกอินทรี เวลาขยับปีกทีใดขุนเขาก็จะตกใจหนีหายไปพร้อมพระพาย แต่ร่างกายและแขนขาเหมือนมนุษย์มีนามว่า “เวนไตย” (แปลว่า เกิดจากนางวินตา)

ในกาลต่อมา นางกัทรุ และ นางวินตา ได้พนันกันถึงสีของม้าอุไฉศรพที่เกิดคราวกวนเกษียรสมุทร และเป็นสมบัติของพระอินทร์ โดยพนันว่าใครแพ้ต้องเป็นทาสอีกฝ่ายห้าร้อยปี นางวินตาทายว่า ม้าสีขาว ส่วนนางกัทรุทายว่า สีดำ ความจริงม้าเป็นสีขาวดังที่นางวินตาทาย แต่นางกัทรุใช้อุบายให้นาคลูกของตนแปลงเป็นขนสีดำไปแซมอยู่เต็มตัวม้า (บางตำนานว่าให้นาคพ่นพิษใส่ม้าจนเป็นสีดำ) นางวินตาไม่ทราบในอุบายเลยยอมแพ้ ต้องเป็นทาสของนางกัทรุถึงห้าร้อยปี




ภายหลังเมื่อครุฑเติบโตขึ้น  ได้ทราบสาเหตุที่มารดาต้องตกเป็นทาสของกัทรุเพราะแพ้อุบาย จึงขอไถ่ตัวนางวินตาจากเหล่านาค พวกนาคก็ยินยอม โดยมีข้อแม้ว่า พญาเวนไตยต้องไปเอาน้ำอมฤตที่พระอินทร์เก็บรักษาไว้บนสวรรค์มาให้พวกตน จึงจะให้นาวินตาเป็นอิสระ 

พญาเวนไตยตกลง โดยก่อนออกเดินทางได้ขอพรจากมารดา ซึ่งนางวินตาบอกว่า ระหว่างทางหากหิว ให้กินเฉพาะคนป่าเถื่อน (นิษาท) และห้ามทำอันตรายพวกพราหมณ์โดยเด็ดขาด พญาเวนไตยก็รับคำมารดา

ในระหว่างทางเมื่อเกิดความหิวก็จับพวกนิษาทกินเป็นอาหารแต่ก็ไม่อิ่ม จึงไปจับเต่า (วิภาวสุ) และช้าง (สุประตึกะ) ซึ่งเดิมเป็นอสูรพี่น้อง แต่เกิดความโลภแย่งสมบัติกัน ต่างฝ่ายต่างสาปให้กลายเป็นเต่าและช้างที่มีขนาดใหญ่โตมาก พญาเวนไตยเอาปากคาบสัตว์ทั้งคู่บินไปเกาะกิ่งไทรที่มีความยาวถึงหนึ่งร้อยโยชน์ แต่กิ่งไทรทานน้ำหนักไม่ไหว หักลงมา พญาเวนไตยแลเห็นว่าบนกิ่งไทรมีพวกฤาษีแคระซึ่งเรียกว่า “พาลขิยะ” มีขนาดเท่านิ้วมือ จึงเอาเท้าจับกิ่งไทรบินพาไปวางไว้ที่เขาเหมกูฏ



พวกฤๅษีเห็นว่าพญานกตนนี้มีจิตใจงดงาม จึงให้ชื่อว่า “ครุฑ” (Garuda ภาษาเดิมอ่านว่า คะ-รุ-ทะ) แปลว่าผู้รับภาระอันหนัก ทั้งยังให้พรว่า ไม่ว่าจะทำสิ่งใดให้สำเร็จตามประสงค์ และให้มีพละกำลังมหาศาล ไม่มีผู้ใดต้านทานได้

จากนั้น พญาครุฑก็บินไปยังสวรรค์ เพื่อนำน้ำอมฤตซึ่งอยู่กับพระจันทร์ออกมา แล้วคว้าพระจันทร์มาซ่อนไว้ใต้ปีก แต่ถูกพระอินทร์และทวยเทพติดตามมา และเกิดต่อสู้กันขึ้น 

พระวิษณุหรือพระนารายณ์เสด็จมาพบเข้าจึงจู่โจมเข้าหากัน แต่ฝ่ายเทวดานั้นไม่อาจเอาชนะได้ โดยเมื่อพระอินทร์ใช้วัชระโจมตีครุฑนั้น ครุฑไม่ได้รับบาดเจ็บแม้แต่น้อย แต่ครุฑก็จำได้ว่าวัชระเป็นอาวุธที่พระอิศวรประทานให้แก่พระอินทร์ จึงสลัดขนของตนให้หล่นลงไปเส้นหนึ่ง เพื่อแสดงความเคารพต่อวัชระ และรักษาเกียรติของพระอินทร์ผู้ป็นหัวหน้าของเหล่าเทพ ในที่สุดทั้งสองจึงทำความตกลงยุติศึกต่อกัน



พระนารายณ์ทรงจึงทรงให้พรตามที่พญาครุฑต้องการ พญาครุฑขอพรสองประการคือ ขอเป็นพาหนะให้พระวิษณุในเวลาเสด็จไปยังที่ต่างๆ แต่ในยามปกติขออยู่เหนือพระวิษณุ และขอให้มีความเป็นอมตะแม้จะไม่ได้ดื่มน้ำอมฤตก็ตาม พระวิษณุก็ทรงให้พรตามที่ขอ และยังทรงอนุญาตให้สามารถจับนาคกินเป็นอาหารได้ ยกเว้น “เศษะนาค” และ “นาควาสุกรี” ซึ่งเป็นผู้เคารพในพระองค์

ด้วยเหตุดังกล่าว พญาครุฑจึงเป็นเทพพาหนะของพระวิษณุ ในยามที่เสด็จไปยังที่ต่างๆ ส่วนในยามปกติพญาครุฑจะอยู่บนเสาธงนำขบวนของพระวิษณุ เรียกว่า “ครุฑธวัช”



จากนั้น พญาครุฑก็นำหม้อน้ำอมฤตลงมา ทว่าพระอินทร์ได้ตามมาขอคืน พญาครุฑก็บอกว่าตนจำต้องรักษาสัตย์ ที่จะนำไปให้เหล่านาคเพื่อไถ่มารดาให้พ้นจากการเป็นทาส และให้พระอินทร์ตามไปเอาคืนเอง จากนั้นครุฑได้เอาน้ำอมฤต ไปให้นาคโดยวางไว้บนหญ้าคา และได้ทำน้ำอมฤตหยดบนหญ้าคา 2-3 หยด (ด้วยเหตุนี้ หญ้าคาจึงถือเป็นสิ่งมงคลในทางศาสนาพราหมณ์) 

ส่วนนาคเมื่อเห็นน้ำอมฤตก็ยินดี จึงยอมปล่อยนางวินตาให้เป็นอิสระ

ขณะที่เหล่านาคพากันไปสรงน้ำชำระกายเพื่อเตรียมมาดื่มน้ำอมฤตนั่นเอง พระอินทร์ก็รีบมานำหม้อน้ำอมฤตกลับไปทำให้พวกนาคไม่ได้กิน พวกนาคจึงเลียที่ใบหญ้าคา ด้วยเชื่อว่าอาจมีหยดน้ำอมฤตหลงเหลืออยู่ ทำให้ใบหญ้าคาบาดกลางลิ้นเป็นทางยาว (เรื่องนี้กลายเป็นที่มาว่าทำไมงูจึงมีลิ้นเป็นสองแฉกสืบมาจนทุกวันนี้)



แม้ว่าจะไถ่ตัวมารดากลับมาได้แล้ว แต่พญาครุฑยังแค้นใจที่พวกนาคใช้เล่ห์กล จนมารดาของตนต้องตกเป็นทาส ทำให้พญาครุฑ และ เหล่าลูกหลานรุ่นต่อมา ตั้งตนเป็นศัตรูกับพวกนาค โดยเหล่าครุฑจะโฉบลงมายังมหาสมุทรและโฉบนาคไปฉีกท้องจิกกินมันเปลวและทิ้งร่างไร้ชีวิตของนาคตกลงมหานที

ข้างฝ่ายพวกนาคนั้น แม้จะพยายามต่อสู้แต่ก็ไม่อาจสู้ไหวจึงพากันเลื้อยหนีไปหลบภัยยังสะดือทะเล แต่ก็ถูกครุฑใช้ปีกโบกสะบัดจนน้ำลดแห้งและจับนาคไปฉีกท้องกิน เหล่านาคจึงพยายามกลืนหินใหญ่ลงท้องเพื่อถ่วงตัวให้หนัก ครุฑตนใดไม่รู้อุบายเวลาโฉบลงจับนาคก็ถูกหินที่นาคกลืนลงไปถ่วงน้ำหนักจนบินขึ้นไม่ไหว และ จมน้ำตายส่วนครุฑที่รู้อุบายนี้ก็จะจับนาคทางหางและเขย่าจนนาคต้องคายหินออกมา

ต่อมานางวินตา และนางกัทรุแข่งพนันทายสีม้าเทียมรถทรงของพระอาทิตย์ โดยมีข้อแม้ว่าหากผู้ใดแพ้ต้องยอมเป็นทาสของ
และนี่เองคือเรื่องราวความพยาบาทของพญาครุฑและพญานาค สองเผ่าพันธุ์สัตว์เทพเจ้าในตำนาน 

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: ผมหน้าแมว
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: boymeetboy
 
"ครุฑยุดนาค" ตำนานลึกลับที่ ครุฑทำไมต้องจับนาคกิน ?
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

โซเชียลเตือนภัย หากเจอเด็ก นั่งอยู่กลางถนนยามค่ำคืนในที่เปลี่ยว ห้ามลงจากรถเด็ดขาด พร้อมแนะนำขั้นตอนปฏิบัติ

เรียนจบมาแล้วอยู่ที่เราเลือก “ขี้ข้าห้องแอร์ หรือ นายตัวเอง” หนุ่มเผยแง่คิดชีวิต ชีวิตอยู่ที่เราจะเป็น

ฉาวอีกแล้ว "หนุ่มจิตอาสา" อุตส่าห์ช่วยเก็บขยะบนชายหาดชะอำ กลับโดนพ่อค้าต่อว่า

หนุ่มช้ำใจหนัก เปิดห้องไปเจอแฟนสาวนอนกกอยู่กับเพื่อนตัวเอง เจอหลักฐานทำกันถึง 2 ยก

เว็บไซต์ต่างประเทศ ยกย่องความร่ำรวยของรองนายกรัฐมนตรีไทย" บิ๊กป้อม" ติดอันดับต้นๆ อภิมหาเศรษฐีเอเชีย

เอาแล้วไง สาวยืมมอไซค์ที่ถูกยึด มาเล่นน้ำสงกรานต์ไม่ยอม ลั่น จะฟ้องทุกคดี เจ้าของรถต้องมาขอโทษเค้า

อากาศร้อนเป็นเหตุ เหตุเกิดจากเปิดพัดลม..ทิ้งไว้

ชาวเน็ตจวกยับ!! รถยนต์บีเอ็ม น้ำมันหมด จอดไหล่ทาง กระบะมาชนท้าย เป็นประมาทร่วมได้อย่างไร

หล่อกาย+ใจ โตโน่ นำทีมลุยเก็บขยะที่ชายหาดชะอำ ไม่เคยคิดสร้างภาพ ด่าไปเถอะเดี๋ยวผมทำเอง

เปิดภาพภายในบ้านลอยน้ำผิดกฎหมายในไทย เจ้าของบ้านหนีกะทันหัน

เปิดคลิป “แม่ค้า” ก๋วยเตี๋ยวเรือ ร้านอร่อย ล้างเส้นในคลอง (คลิป)

ชมคลิป!! ทัพเรือ พาสำรวจ ..”บ้านลอยน้ำ” ดุจคอนโดฯ2ชั้น หรู..สวรรค์กลางทะเลของ SeaSteader..หวังตั้งรัฐอิสระ
Hot Topic อื่นๆของ ผมหน้าแมว
15 สัญญานชี้ชัดว่าสุขภาพความรักของคุณดีและมีความสุขมาก9 เทพนิยายที่คนรู้จักน้อย เพราะเนื้อหาสุด WTFผอ.กรีนพีซฯ ย้ำสาเหตุเกิด PM2.5 ในกทม. “รถยนต์-โรงงาน-เตาเผาขยะ” ไม่ใช่ก่อสร้างภาพความประทับใจของคอร์กี้ผู้รอคอยการมาถึงของน้องสาว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
สลด หมอนวดไทยถูกฆ่าหั่นศพที่โปรตุเกส พบชิ้นส่วนศีรษะอยู่ชายหาด - ยังไม่พบร่างอากาศร้อนเป็นเหตุ เหตุเกิดจากเปิดพัดลม..ทิ้งไว้เว็บไซต์ต่างประเทศ ยกย่องความร่ำรวยของรองนายกรัฐมนตรีไทย" บิ๊กป้อม" ติดอันดับต้นๆ อภิมหาเศรษฐีเอเชียชมคลิป!! ทัพเรือ พาสำรวจ ..”บ้านลอยน้ำ” ดุจคอนโดฯ2ชั้น หรู..สวรรค์กลางทะเลของ SeaSteader..หวังตั้งรัฐอิสระ
ตั้งกระทู้ใหม่