หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ การเงิน Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ การเงิน ราคา BitCoin/Crypto
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด🖉 ตั้งกระทู้ใหม่

อยู่อย่างเข้าใจ เอชไอวี เราอยู่ร่วมกันได้

อยู่อย่างเข้าใจ “เอชไอวี” เราอยู่ร่วมกันได้

ปัจจุบันผู้ติดเชื้อเอชไอวีส่วนใหญ่มีสุขภาพที่ไม่ต่างไปจากผู้ที่ไม่มีเชื้อ อันเนื่องมาจากการรักษาด้วยยาต้านไวรัส ซึ่งผู้ติดเชื้อเอชไอวีทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้ตามสิทธิด้านสุขภาพที่ตัวเองมี ไม่ว่าจะเป็นสิทธิประกันสังคม สิทธิข้าราชการ หรือสิทธิบัตรทอง ผู้ติดเชื้อที่เข้าถึงการรักษาจึงสามารถใช้ชีวิตได้เหมือนคนที่ไม่มีเชื้อเอชไอวี

“ผู้ที่มีเชื้อเอชไอวีที่กินยาต้านไวรัสเกิน 6 เดือนขึ้นไป และตรวจไม่เจอพบเชื้อไวรัสในเลือด คน ๆ นั้นจะไม่สามารถส่งต่อเชื้อไปสู่ผู้อื่นได้” ศาสตราจารย์กิตติคุณนายแพทย์ ประพันธ์ ภานุภาค ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยโรคเอดส์ สภากาชาดไทย กล่าวว่า ในทางการแพทย์เรียกกระบวนการนี้ว่า U = U โดย U ตัวแรกมาจาก Undetectable (ตรวจไม่พบ) ส่วน U ตัวที่สองมาจาก Untransmittable (ไม่ถ่ายทอด) ดังนั้น U = U จึงหมายความว่า เมื่อตรวจไม่เจอ (เชื้อเอชไอวี) ก็ไม่สามารถถ่ายทอดเชื้อสู่ผู้อื่นได้

ทั้งนี้ จากการศึกษาทั่วโลกรวมทั้งประเทศไทย ได้เก็บข้อมูลจากผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่กินยาต้านไวรัสเป็นประจำจนตรวจไม่พบเชื้อไวรัสในกระแสเลือด และมีคู่ที่ไม่ติดเชื้อ โดยที่มีเพศสัมพันธ์ทั้งแบบสวมถุงยางอนามัยและไม่สวมถุงยางอนามัยกับคู่ พบว่า

“คนที่ติดเชื้อเอชไอวี ส่วนใหญ่ติดมาจากคนที่ไม่รู้ว่าตนเองมีเชื้อ และไม่ได้ป้องกัน” ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ เพิ่มเติมว่า “การที่ผู้ติดเชื้อกินยาต้านไวรัสเป็นประจำ ทำให้พวกเขาเหล่านี้ปลอดภัยยิ่งกว่าคนที่ไม่เคยตรวจเลือดและไม่รู้ผลเลือดตนเอง ไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่คนในสังคมจะรังเกียจผู้ติดเชื้อ แต่ควรสนับสนุนให้ทุกคนไปตรวจเลือดมากกว่า”

ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเอชไอวี/เอดส์

ศ.กิตติคุณ นพ.ประพันธ์ ได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า ‘เอชไอวี’ สามารถติดต่อได้เพียง 2 ช่องทางหลักเท่านั้น คือ

  1. การมีเพศสัมพันธ์
    โดยเฉพาะอย่างยิ่งเพศสัมพันธ์ที่มีการสอดใส่โดยไม่ได้ป้องกัน (ด้วยถุงยางอนามัย) ทั้งทางช่องคลอดและช่องทวาร ชายกับหญิง และชายกับชาย (เพราะชายหญิงก็สามารถมีเพศสัมพันธ์ทางทวารได้)
  2. ติดต่อทางเลือด
    ซึ่งมีเพียงการใช้เข็มฉีดยาเสพติดร่วมกับผู้ที่ติดเชื้อเอชไอวี และการติดเชื้อจากแม่(ที่เป็นผู้ติดเชื้อ)สู่ลูกเท่านั้น  ซึ่งปัจจุบันถ้าแม่ฝากครรภ์และได้รับยาต้านไวรัสเอชไอวีต่อเนื่อง ก็จะทำให้ทารกลดโอกาสเสี่ยงที่จะติดเชื้อเอชไอวีลงเหลือน้อยกว่า 2%
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: nineemayy18
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
หนุ่มแทงกัน ห้างฟู้ดแลนด์ ก่อนวิ่งออกมาตาย นอนจมกองเลือด"เมียนมา" กับ "วันนองเลือด"ผู้ปกครองรายหนึ่ง ได้โพสต์ข้อความที่คุยกับครู “เรื่องการปักชื่อบนเสื้อนักเรียนของลูก”ถกกันสนั่น!! กะเพราทะเลจานนี้ ราคา 120 คิดว่าแพงไหม?เขาใช้เวลา 25 ปีในถ้ำ! สิ่งที่เขาทำนั้นน่าทึ่งจริงๆ! ตอนนี้คนทั้งโลกปรบมือให้เขา!ไหว้สวย! บุรุษพยาบาลชกคนไข้ กราบขอโทษ อ้างเครียดแรงงานพม่า ถูกรางวัลที่ 1 โดนนายจ้างหลอกขึ้นเงิน ขอส่วนแบ่งตะลึงตาค้าง!! จูนนาตาชาโชว์คฤหาสน์หรูใหญ่ราวกะวังพิษโควิด "ศิต วงโมทีฟ" ประกาศขาย บ้าน-รถ ขายทุกอย่างปิดตำนาน "แม่สิตางค์" เผยได้ร่างใหม่แล้วไทยกำลังฮิต! ขณะนี้ “เซิร์ฟสเก็ต” ได้รับความยอดนิยมในประเทศไทยอย่างมากข่าวดี "ไมค์ พิรัชต์" ได้รับสิทธิความเป็นพ่อตามกฎหมายแล้วทหารเมียนมา 19 นาย ทนไม่ไหว ขอลี้ภัยเข้าอินเดีย
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
รีวิว ขบวนการจักรกลเวทมนต์คิราเมเจอร์ตั้งแต่ต้นจนจบ !!!10 อันดับผู้นำประเทศ ที่ดำรงตำแหน่งยาวนานที่สุดในโลก / Top 10 Longest-serving leaders in the world23 ภาพวาด ชาวจีนในปี 1850 มีลักษณะอย่างไรในสายตาของชาวตะวันตก?Sbai Thai dress: 🇹🇭 Simple gorgeous Thailand traditional costume.ชุดลำลองสบายๆของสาวชาววังในสมัยพระพุทธเจ้าหลวง
ตั้งกระทู้ใหม่