หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

"สื่อออนไลน์" ไม่น่ากลัวเท่า "สื่อมวลชน"

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย poti news

ทุกวันนี้ในโลกของความจริงทุกคนในสังคมมักจะให้ความสำคัญกับสื่อออนไลน์มากที่สุด จึงทำให้ความสำคัญของสื่อหลักอย่างหนังสือพิมพ์ วิทยุ โทรทัศน์ ถูกลดบทบาทลงอย่างเห็นได้ชัด แม้แต่วงการโฆษณายังเลือกที่จะใช้สื่อออนไลน์เป็นสื่อหลักแทน อันเนื่องมาจากหลายปัจจัยแต่เหตุผลสำคัญที่สุดคือเพื่อลดต้นทุนให้มากที่สุดเพราะผลจากพฤติกรรมการบริโภคและเปิดรับสื่อของคนในยุคปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไป ในมือของผู้บริโภคพร้อมที่จะแชท แชร์ และมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นได้ตลอดเวลา และสามารถกระจายไปได้ไวดั่งไวรัส (Viral) ดังนั้นทุกคนจึงพูดได้เต็มปากว่า "สื่อออนไลน์แม้จะมีพลังอย่างมากแต่ก็อันตรายพอๆ กัน"

แม้ตอนแรกผู้เขียนจะเห็นด้วยกับข้อความนี้ แต่ปัจจุบันมีหลายอย่างที่เปลี่ยนไปทำให้แนวคิดเปลี่ยนตาม มีมุมมองใหม่เกิดขึ้นตามสถานการณ์ที่ได้พบเห็นจากข่าวต่างๆ ในทุกวันนี้สื่อออนไลน์ไม่ได้เกิดขึ้นเอง เพียงแต่กระแสต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสื่อออนไลน์นั้นล้วนแล้วแต่เกิดจากน้ำหมึกและแป้นพิมพ์ของสื่อมวลชนทั้งสิ้น

สื่อมวลชนมี "สื่อ" อยู่ในมืออยู่แล้ว จึงใช้สิทธิของตนเองตามเสรีภาพของการนำเสนอข่าวสารของสื่อมวลชนอย่างเต็มพิกัด มีหน้าที่ในการสอดส่อง ตรวจสอบเหตุการณ์ หรือเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม แต่ปัจจุบันสื่อมวลชนมักใช้เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารต่างๆ ไปกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของคนกลุ่มที่มักได้รับความสนใจจากสังคม คือบุคคลที่อยู่ในแวดวงบันเทิง หรือ "คนบันเทิง" นั่นเอง ทั้งนี้ไม่อาจกล่าวได้ชัดเจนว่าเป็นเพราะต้องการจุดกระแสเพื่อผลทางการตลาด หรือความรู้สึกส่วนตัวของสื่อกันแน่ แต่ในฐานะผู้ที่มองดูและใช้หลักวิชาการมาวิเคราะห์นั้นสามารถเกิดขึ้นได้ทั้งสองปัจจัยหรืออาจจะมีมากกว่านั้น เพราะการนำเสนอข่าวในปัจจุบันมีความซับซ้อนมากกว่าแต่เดิมที่มีเพียงการนำเสนอตามข้อเท็จจริงเป็นหลัก

หากสื่อมวลชนกับคนบันเทิงมีความผูกพันแบบคู่รักกันคงไม่มีอะไรต้องกังวล แต่หากเป็นคู่ปรับหรือคู่ที่ไม่ส่งเสริมกันและกันคงต้องคิดหน้าคิดหลังให้รอบคอบ ว่าจะแสดงพฤติกรรมอย่างไรออกมาอย่างมีสติ ซึ่งผลของพฤติกรรมต่างๆ ถูกใช้เป็นตัวกำหนดให้สื่อมวลชนกำหนด "วาระแห่งชาติ" ที่จะนำเสนอข่าวนั้นๆ เพื่อสร้างกระแสให้เกิดขึ้น เพราะต้องการขายข่าวให้มากที่สุด โดยเฉพาะการนำเสนอผ่านสื่อออนไลน์นั้น หวังเพียงแค่การแชร์ข่าวและแสดงความคิดเห็นในหลายๆ มุมมองของผู้อ่านเป็นสำคัญ บางครั้งนักข่าวมักยิงคำถามที่สร้างความลำบากใจในการตอบ โดยเฉพาะการถามแบบไล่ต้อนให้จนมุมแล้วนำท่าทีที่ถูกต้อนจนไม่สามารถตั้งสติได้ไปนำเสนอและขยายข่าวจนทำให้เกิดความอับอาย ซึ่งบางครั้งเราจะเห็นว่าคนบันเทิงนั้นขาดสติในการตอบคำถาม(อารมณ์เสียต่อคำถาม) จนถึงกับแสดงท่าทางที่ไม่สมควรออกมา และนำไปสู่การที่สื่อนำไปตัดต่อเสนอเพียงแค่ด้านเดียวหรือช่วงตอนที่แสดงกิริยาไม่ดีไปเผยแพร่เท่านั้น

เมื่ออำนาจอยู่ในมือสื่อมวลชน คนบันเทิงคงทำอะไรไม่ได้นอกจาก "ปล่อยไหลไปตามน้ำ" สุดท้ายบางเหตุการณ์ บางกระแสที่เกิดจากน้ำมือสื่อมวลชนอาจทำให้คนบันเทิงตกเป็น "จำเลยของสังคม" ได้ในพริบตา ครั้นจะออกมาแก้ข่าวในช่วงที่กระแสเชี่ยวกรากยิ่งเปลืองตัว จึงทำให้คนบันเทิงส่วนใหญ่ต้องนิ่ง อาจจะนิ่งเพราะจำเป็น หรือนิ่งเพราะจำยอม หรือนิ่งเพราะกลัวการเผชิญหน้า แล้วปล่อยให้กระแสเงียบไปตามเวลา ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับว่ากระแสนั้นต้องใช้เวลายาวนานเท่าไหร่คนถึงจะลืมหรือเรื่องจะเงียบ บางคนถูกระงับงานจากผู้จัด บางคนละครที่แสดงถูกระงับการออกอากาศแม้จะถ่ายทำเสร็จเรียบร้อยแล้ว บางคนงานโฆษณายกเลิกการจ้าง บางคนถึงกับนิ่งจนเงียบหายไปจากวงการเลยทีเดียว แล้วหันหลังให้กับวงการเพื่อใช้ชีวิตแบบประชาชนธรรมดา ดำเนินชีวิตแบบคนทั่วไป จนบางทีผู้เขียนนึกถึงคำว่า พ่อแม่รังแกฉัน คงไม่ต่างไปจากการใช้คำว่า "อีกด้านของคมมีดที่สื่อมวลชนมักทำร้ายคนในวงการบันเทิง" ซึ่งเขามักลืมไปว่าทั้งสื่อมวลชนและคนบันเทิงก็ต้องอยู่กันแบบน้ำพึ่งเรือเสือพึ่งป่า

พอฟังอย่างนี้แล้วหลายคนคงคิดว่า "สื่อออนไลน์ไม่ได้น่ากลัวอีกต่อไป" ตราบใดที่สื่อมวลชนไม่เริ่มก่อน กระแสทางสื่อออนไลน์ก็คงไม่เกิด เพราะทุกอย่างเริ่มต้นจากคนคิด คนเขียน คนทำ...ถึงแม้จะเป็นการเขียนที่มีมูลมาจากความเป็นจริงก็ตาม แต่ก็ไม่จำเป็นจะต้องตอกไข่ใส่ชูรสกันจนทำให้คนบันเทิงบางคนแทบไม่มีที่ยืนในวงการ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์นาตยา กันทะเสนา

นักวิชาการอิสระด้านการประชาสัมพันธ์และการตลาด

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: poti news
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
4 VOTES (4/5 จาก 1 คน)
VOTED: zerotype
 
"สื่อออนไลน์" ไม่น่ากลัวเท่า "สื่อมวลชน"
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ร้องไห้โฮ คุณยายน้องเพลง ป้อนข้าวให้หลานสาว หลังกลับมาจากเมืองนอก

ชมภาพปัจุบันภายใน สวนสัตว์ร้างที่โคราช โครงการร้อยล้าน ที่ถูกยกเลิกไป อย่างน่าเสียดาย

คฤหาสน์หรูชานเมืองกรุงเทพฯ ที่ถูกทิ้งร้างไว้เมื่อ 20 ปีก่อน เข้าไปดูข้างใน อนิจจา มีคนอาศัยอยู่

ข่าวด่วน "เป้า ปรปักษ์" ยอดนักบู๊แห่งวงการหนังไทย เสียชีวิตอย่างสงบวันนี้

"มิสแกรนด์ฟิลิปปินส์" ปลอมพาสปอร์ต ถูกส่งกลับประเทศ-หมดสิทธิ์ชิงมง

สาว สั่งอาหารสายการบินดัง

ยูทูบเบอร์สาว โดนโซเชียลถล่ม หลังเหมาปลาดุกหมดร้าน ไปปล่อย อาจได้บาปมากกว่าบุญ

ถูกรังเกียจดูถูกเรื่องรูปร่างมาทั้งชีวิต แต่วันนี้เธอกลายเป็น "นางแบบไซส์ใหญ่" ชื่อเสียงโด่งดังข้ามประเทศ

หนุ่มรถบรรทุกห้าว ชูนิ้วท้าหาเรื่องกลางถนน เจอคนจริงยกมือไหว้แทบไม่ทัน

คอมเม้นต์เดือด หลังมีคนถาม ทำไมเดี๋ยวนี้วัยรุ่นเป็นโรคซึมเศร้ากันเยอะจัง?

ลงทุนจริงๆ ช่างภาพตีซี้กระรอกนานเป็นปี จนได้ภาพที่ไม่เคยมีใครถ่ายได้มาก่อน

ชาวเน็ตส่ายหัว บริษัทจีนเปิดคอร์สสอนอ่านหนังสือ ช่วยให้เด็กอ่านได้ 100,000 คำ ใน 5 นาที

นี่คือ "โฆษณา" สะท้อนสังคม ที่ชาวเน็ตดูแล้วสะเทือนอารมณ์ และกลับมาบอกตัวเองว่า "อย่าให้สายเกินไปนะ"

เปิดใจน้องดา ขอแก้ข่าวเสี่ยท็อป ยืนยันเรื่องราวทั้งหมด เกิดจากความรัก ไม่ได้สนใจทรัพย์สินเงินทอง - ไม่แน่ใจว่าเขาหลอกหรือเปล่า
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
เกษตรอินทรีย์ วิถีพอเพียง ที่ จ.พะเยา (มีคลิบ)เมืองใต้ดิน ป้องกันน้ำท่วม อุโมงค์​ที่ มีไว้ระบายน้ำไม่ให้ท่วมโตเกียวใต้รางรถไฟฟ้า Airport Link น่าจะออกแบบให้เป็น Sky lane ด้านล่าง เพื่อทำเป็นทางจักรยานภาพน่ารู้ของร่างกายเมื่อนำมาส่องภายด้วยกล้องไมโครสโคป
ตั้งกระทู้ใหม่