หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

คุณกำลังมีอาการแบบนี้ใช่ไหม ? เช่น เห็นหยากไย่ในลักษณะลอยไปลอยมา ฯ หรือ เห็นเป็นจุดดำๆ คล้ายๆ กับแมลงหวี่ นั้นแสดงว่า คุณกำลังเป็น "โรควุ้นตาเสื่อม" !

บอร์ด ข่าววันนี้ โพสท์โดย นักล่าข่าว

คุณกำลังมีอาการแบบนี้ใช่ไหม ?

นี่คือ ภาพอาการ เห็นหยากไย่ในลักษณะลอยไปลอยมา หรือ บางครั้งเห็นเป็นจุดดำ ๆ ลอยไปลอยมา คล้าย ๆ กับ แมลงหวี่ หากคุณมีอาการแบบนี้ นั้นแสดงว่า

คุณกำลังเป็น "โรควุ้นตาเสื่อม"

โรควุ้นตาเสื่อม หรือ โรคน้ำวุ้นลูกตาตกตะกอน Eye Floaters) เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนทั่วไป ซึ่งจะทำให้มองเห็นเงาดำคล้ายหยากไย่ ยุง ลูกน้ำ หรือ แมลงหวี่ หรือเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ เส้น ๆ วง ๆ ลอยไปลอยมาในลูกตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้าง และเห็นได้ชัดในที่สว่าง

โดยเฉพาะเวลาแหงนมองท้องที่สว่างใส มองไปที่ผนังสีขาว เป็นต้น ทำให้ผู้ป่วยนึกว่ามีหยากไย่อยู่ข้างนอกลูกตา เมื่อพยายามขยี้ตา แต่เงาดำก็ไม่หายไป สร้างความรำคาญ แต่พอนาน ๆ เข้าก็รู้สึกชินไปเอง

สาเหตุของวุ้นตาเสื่อม

1. การใช้สายตากับจอทีวีและจอมือถือโทรศัพท์

1.1.การนอนดึก และใช้สายตาในที่แสงสว่างจ้า หรือ ใช้สายตาในที่มืดจนมากเกินไป หรือ จองมองหน้าจอโทรทัศน์ โทรศัพท์ ประเภท จอ LCD - LED เป็นเวลานาน

2. ภาวะวุ้นตาเสื่อมและหดตัวเล็กลง เป็นสาเหตุที่พบได้เป็นส่วนใหญ่ มักพบในหมู่วัยรุ่นไปจนถึงผู้มีอายุวัยกลางคน และ ผู้ที่มีสายตาสั้น ทั้งนี้ยังรวมไปจนถึงผู้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางดวงตา แต่ไม่มีอันตราย นอกจากสร้างความรำคาญ ไม่จำเป็นต้องรักษาใด ๆ และ บางรายอาจค่อย ๆ จางหายไปได้อย่างช้า ๆ

2.2 ในช่วงแรกเกิดนั้นน้ำวุ้นจะมีลักษณะหนืดซึ่งเกิดจากการรวมตัวกันของโปรตีน คอลลาเจน กรดไฮยาลูโรนิก และสารอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ส่วนที่เป็นน้ำ แต่เป็นส่วนที่เป็นเส้นใยบาง ๆ ที่มีลักษณะเป็นโครงข่าย ซึ่งตอนปกติมันจะเป็นเส้นเล็ก ๆ ละเอียด ๆ และเรียงตัวกันเป็นระเบียบ จึงทำให้เราไม่สามารถมองเห็นเงาของเส้นใยเหล่านี้ได้ แต่เมื่ออายุมากขึ้น (วุ้นตาเสื่อม) เส้นใยเหล่านี้บางเส้นจะขาดเป็นท่อน ๆ บางเส้นใยจะจับตัวกันหนาขึ้น

และเสียความใสไป ร่วมกับมีการหดตัวของวุ้นตาที่เหลือ จึงทำให้เศษเส้นใยดังกล่าวมีขนาดใหญ่และมองเห็นได้ชัดขึ้น เนื่องจากเศษเส้นใยเหล่านี้ไปบังแสงที่ผ่านมาที่จอประสาทตา ผู้ป่วยจึงมองเห็นเงาดำของเศษเส้นใยคล้ายเงาหยากไย่ลอยไปลอยมาตามการกลอกตา อย่างไรก็ตาม หากเศษเส้นใยเหล่านี้เกิดขึ้นและลอยอยู่บริเวณขอบของดวงตา ผู้ป่วยจะไม่มีอาการ แต่หากเส้นใยเหล่านี้มาอยู่บริเวณตรงกลางดวงตาที่แสงผ่านเข้าจอประสาทตา ผู้ป่วยจะมีอาการเกิดขึ้น

3.ภาวะวุ้นตาด้านหลังหลุดลอกออกจากจอประสาทตา

เป็นภาวะที่พบได้บ่อยในคนอายุมากกว่า 70 ปี พบได้น้อยในคนอายุต่ำกว่า 50 ปี โดยในภาวะปกติวุ้นตาจะเกาะกับจอประสาทตาแต่ละส่วนด้วยความแน่นไม่เท่ากัน จุดที่เกาะแน่นที่สุดจะอยู่ที่ด้านหน้า ๆ ของจอประสาทตาใกล้ ๆ กับบริเวณด้านหลังของเลนส์ ซึ่งเรียกบริเวณนี้ว่า “ฐานของวุ้นตา”และ ส่วนที่เกาะแน่นรองลงมา คือ รอบ ๆ ขั้วประสาทตา

บริเวณจุดรับภาพ และตามแนวเส้นเลือดบนจอประสาทตา ดังนั้น เมื่อวุ้นตาด้านหลังเสื่อมตัว วุ้นตาจะมีการหดตัวและมีความเข้มข้นมากกว่าเดิม ทำให้วุ้นตาหลุดลอกออกจากผิวจอประสาทตา วุ้นตาจะค่อย ๆ ลอกตัวออกจากจอประสาทตาด้านหลังแถว ๆ ขั้วประสาทตากับจุดรับภาพก่อน แล้วเลื่อนตัวเข้ามาหาฐานของมันที่อยู่ด้านหน้า

ผู้ป่วยจึงมีอาการมองเห็นเป็นเงาดำ อาจเป็นวง ๆ หรืออาจเห็นเป็นจุดเล็ก ๆ เส้น ๆ หรือเป็นเงาหยากไย่ลอยไปลอยมาในตา ทั้งนี้เป็นเพราะวุ้นตาที่อยู่บริเวณขอบของขั้วประสาทตาจะหนาตัวขึ้นเป็นเส้นแนววงกลม เมื่อวุ้นตาแยกตัวออกมาก็จะทำให้มองเห็นเงาเป็นวงเบี้ยว ๆ

ในขณะที่วุ้นตาลอกตัวจากจอประสาทตา อาจมีการดึงรั้งของวุ้นตาที่จอประสาทตาบางบริเวณที่ยึดติดกันแน่นและทำให้เกิดการฉีกขาดที่จอประสาทตาได้ ซึ่งมักจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการเห็นแสงวาบคล้ายแสงฟ้าแลบหรือแสงแฟลชถ่ายรูปร่วมด้วย โดยจะเห็นได้ชัดเจนในที่มืดหรือในเวลากลางคืน เพราะเมื่อกลอกตา จอรับภาพบริเวณที่ฉีกขาดออกมาจะเคลื่อนไหวมากกว่าปกติ เพราะยังมีวุ้นตาซึ่งเลื่อนตัวง่ายเกาะติดอยู่

ซึ่งในกรณีนี้ถ้าปล่อยไว้ไม่ทำอะไร อาจเป็นไปได้ 2 กรณี คือ วุ้นตาแยกชั้นออกจากจอประสาทตาส่วนที่ฉีกขาดได้เอง ซึ่งในกรณีนี้ก็จบ ไม่ต้องทำอะไร ส่วนอีกกรณีที่เป็นอันตรายคือวุ้นตาดึงจอประสาทตามากขึ้นเรื่อย ๆ จนนำไปสู่ภาวะจอประสาทตาหลุดลอก ซึ่งอาจทำให้สูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

3. ภาวะจอประสาทตาฉีกขาดจอประสาทตาหลุดลอก ดังที่กล่าวไปในข้อ 2 ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการมองเห็นเงาหยากไย่ที่เกิดขึ้นอย่างฉับพลันและมีจำนวนมาก ร่วมกับมีอาการมองเห็นแสงวาบคล้ายฟ้าแลบ อาจถึง 50-60 ครั้งต่อวัน และตามัว

4. ภาวะเลือดออกในวุ้นตา ซึ่งเกิดจากหลอดเลือดที่ผิดปกติในผู้ป่วยเบาหวานขึ้นตา ในผู้ป่วยจอประสาทตาเสื่อม ภาวะเลือดออกง่าย หลอดเลือดดำจอประสาทตาอุดตัน การได้รับบาดเจ็บหรืออุบัติเหตุทางตา ฯลฯ ซึ่งจะทำให้ผู้ป่วยมีอาการตามือมัวลงอย่างฉับพลัน ร่วมกับเห็นเงาหยากไย่ และจะมีอาการมากขึ้นเรื่อย ๆ บางรายอาจเห็นสีแดง (สีเลือด) บังอยู่ในตา หากสงสัยควรรีบไปโรงพยาบาลโดยเร็ว

5.อาจเกิดจากเซลล์ต่าง ๆ เช่น เม็ดเลือดขาวที่มาจากการอักเสบภายในดวงตาทั้งจากโรคม่านตาอักเสบ จากการอักเสบภายในดวงตา และจากการอักเสบจากอุบัติเหตุที่มีบาดแผลทำให้ดวงตาทะลุ นอกจากนี้อาจอณูสีเล็ก ๆ ที่มาจากอณูสีในเนื้อเยื่อชั้นของจอประสาทตา หรือแม้แต่เซลล์มะเร็งที่หลุดมาจากโรคมะเร็งจอประสาทตาในเด็ก ฯลฯ

6. ผนังลูกตาชั้นกลางด้านหลังอักเสบ อาจเกิดจากการ
ติดเชื้อเอดส์ เป็นต้น หรือเกิดจากปฏิกิริยาภูมิต้านตนเอง ทำให้ผู้ป่วยมักมีอาการมองเห็นเงาหยากไย่จำนวนมากร่วมกับมีอาการตามัว

7. เป็นมาตั้งแต่กำเนิด ในการพัฒนาของการเกิดลูกตาของคนเราตั้งแต่อยู่ในครรภ์นั้น ภายในน้ำวุ้นตาจะมีหลอดเลือดที่เรียกว่า “Hyaloid artery” ซึ่งโดยปกติแล้วหลอดเลือดนี้จะต้องหดหายไปก่อนทารกคลอดออกมา แต่ในทารกบางราย การหดหายของหลอดเลือดอาจไม่สมบูรณ์และทำให้ทารกที่เกิดมามีติ่งของหลอดเลือดนี้หลงเหลืออยู่ ซึ่งภายในหลอดเลือดจะมีเม็ดเลือดแดง จึงอาจหลุดออกมาในวุ้ตาได้

8. การใช้ยาบางชนิด มีรายงานระบุว่ายาบางชนิดอาจก่อให้เกิดวุ้นตาเสื่อมได้ เช่น ยาโซวิแรกซ์ ซึ่งเป็นยาต้านไวรัสที่ก่อให้เกิดโรคเริม โรคงูสวัด และโรคอีสุกอีใส

9. การมีสารเคมีบางตัวที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงของเส้นใย Synchysis scintillans ในน้ำวุ้นเกิดเป็นผลึกของแคลเซียม หรือ ของไขมันคอเลสเตอรอล ลอยไปลอยมาในน้ำวุ้นได้

อาการของวุ้นตาเสื่อม

ผู้ป่วยจะมีอาการมองเห็นเงาดำคล้ายหยากไย่ ยุง ลูกน้ำ หรือแมลงหวี่ หรือ เห็นเป็นจุดเล็ก ๆ เส้น ๆ หรืออาจมองเห็นเป็นวง ๆ ลอยไปลอยมาตามการกลอกตา เนื่องจากมีเศษเส้นใยไปบังแสงที่ผ่านมาที่จอประสาทตา และเมื่อเรากลอกตาไปมา วุ้นตาจะเคลื่อนไหวไปตามการขยับของลูกตาด้วย

โดยเงาดำดังกล่าวนี้อาจเกิดขึ้นเพียงจุดเดียวหรือหลายจุดในตา อาจเป็นกับตาเพียงข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างก็ได้ ผู้ป่วยจึงอาจนึกว่ามีหยากไย่อยู่ที่ข้างนอกลูกตาและพยายามขยี้ตาหรือล้างตาแต่เงาดำก็ไม่หายไป

แต่โดยทั่วไปการมองเห็นเงาดำลอยไปลอยมานี้ไม่เป็นอันตรายและไม่ทำให้สายตามัวลง แต่อาจก่อให้เกิดความรำคาญมากกว่า แต่พอนาน ๆ เข้าผู้ป่วยจะรู้สึกชินไปเอง เพราะสมองจะเกิดการเรียนรู้และละเลยภาพเหล่านั้นไปเอง จึงทำให้ผู้ป่วยมองเงาดำเหล่านี้ลดลง

โดยทั่วไปมักจะไม่ถึงกับมองเห็นเงาดำเหล่านี้ได้ชัดเจนตลอดเวลา แต่จะรู้สึกและสังเกตเห็นได้ง่ายขึ้นเวลามองไปยังพื้นผิวที่เรียบ เป็นสีอ่อน และมีภาวะของแสงเหมาะสม เช่น ตอนอ่านหนังสือหรือมองกระดาษสีขาว ตอนมองไปที่ผนังสีขาว ตอนแหงนมองออกไปบนท้องฟ้าในวันที่ฟ้าสว่าง ๆ หรือ ตอนกลากตาไปซ้ายไปขวา เพราะจะทำให้วุ้นตาเลื่อนตามไปมา จึงทำให้สังเกตเห็นง่ายหรือชัดเจนยิ่งขึ้น เป็นต้น

นอกจากนี้ เมื่อวุ้นตาเสื่อมและหดตัวก็อาจส่งผลให้เกิดแรงดึงรั้งที่ผิวของจอประสาทตาและกระตุ้นให้เกิดอาการมองเห็นแสงวาบคล้ายแสงฟ้าแลบหรือแสงแฟลชถ่ายรูปในตาร่วมด้วยได้ ซึ่งผู้ป่วยมักจะสังเกตเห็นแสงวาบนี้ได้อย่างชัดเจนขึ้นเมื่ออยู่ในที่มืดหรือในเวลากลางคืน ซึ่งอาการนี้จะลดลงและหายไปเมื่อวุ้นตาร่อนตัวออกจากจอประสาทตาอย่างสมบูรณ์ แต่ในบางรายแรงดึงรั้งที่เกิดขึ้นอาจทำให้จอประสาทตาฉีกขาดได้ หากปล่อยไว้ไม่รักษาก็จะทำให้เกิดภาวะจอประสาทตาหลุดลอกและสูญเสียการมองเห็นอย่างถาวรได้

การรักษาวุ้นตาเสื่อม

เมื่อมีอาการของวุ้นตาเสื่อม ควรรีบไปพบจักษุแพทย์เพื่อวินิจฉัยหาสาเหตุและเพื่อรับการรักษาอย่างเหมาะสมในกรณีที่สาเหตุเกิดจากภาวะอันตรายที่จำเป็นต้องได้รับการรักษา เช่น จอประสาทตาฉีกขาด เบาหวานขึ้นตา เป็นต้น

1. ในรายที่มีอาการมองเห็นเงาดำลอยไปลอยมาและไม่มีรอยฉีกขาดของจอประสาทตา ซึ่งเป็นกรณีที่พบได้เป็นส่วนใหญ่และมักจะก่อให้เกิดความรำคาญเท่านั้น แต่ไม่เป็นอันตรายและไม่ทำให้สายตามัวลง พอนาน ๆ เข้าผู้ป่วยอาจชินไปเองและสามารถปรับตัวได้ หรือเงาดำอาจหลบไปจากแนวสายตา

หรือค่อย ๆ ลดลง หรือหายไปในที่สุดเอง จึงไม่จำเป็นต้องรักษาแต่อย่างใด แต่ทั้งนี้ผู้ป่วยยังต้องตรวจติดตามกับจักษุแพทย์เป็นระยะ ๆ ซึ่งจะนัดมาตรวจตามความเหมาะสมขึ้นอยู่กับความเสี่ยงที่จะเกิดภาวะภาวะจอประสาทตาฉีกขาดในผู้ป่วยแต่ละราย

และผู้ป่วยควรสังเกตการเปลี่ยนแปลงของอาการอย่างสม่ำเสมอ หากมีอาการผิดปกติดังต่อไปนี้เกิดขึ้น ควรรีบกลับไปพบจักษุแพทย์เพื่อตรวจอย่างละเอียดทันทีแม้ว่าจะยังไม่ถึงวันนัดก็ตาม เนื่องจากอาจเกิดรอยฉีกขาดที่จอประสาทตาได้

1.1 เห็นเงาดำจุดใหม่เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

1.2 มองเห็นแสงวาบคล้ายแสงฟ้าแลบหรือแสงแฟลชถ่ายรูปในตาเกิดขึ้น

1.3 มองเห็นเงาคล้ายมีม่านบังตาบางส่วนเป็นแถบ ๆ

1.4 สายตามัวลง

2. ในรายที่ตรวจพบรอยฉีกขาดที่จอประสาทตาร่วมด้วย ผู้ป่วยจะมีอาการมองเห็นแสงวาบคล้ายแสงฟ้าแลบร่วมด้วย ต้องรักษาด้วยวิธีการยิงเลเซอร์ หรือ จี้ความเย็น เพื่อปิดรูรั่วจอประสาทตาที่ขาด เพื่อไม่ให้น้ำวุ้นเซาะไปตามที่รูที่ขาดอันจะทำให้เกิดจอประสาทตาหลุดลอกตามมา ซึ่งจะทำให้ตามัวและตาบอดได้

3. ในรายที่จอประสาทตาหลุดลอก จำเป็นต้องได้รับการผ่าตัดแก้ไข เพื่อปิดรูฉีกขาดของจอประสาทตาและทำให้จอประสาทตาที่หลุดกลับเข้าไปติดใหม่ สำหรับวิธีการผ่าตัดนั้นก็มีอยู่หลายวิธี ขึ้นอยู่กับความเหมาะสมในผู้ป่วยแต่ละราย มีขั้นตอนยุ่งยาก ทรมาณผู้ป่วย และในบางรายอาจสร้างความเหน็ดเหนื่อยให้ทั้งหมอ ผู้ป่วย และญาติได้พอสมควร

4. รักษาหรือควบคุมโรคอื่น ๆ ที่เป็นสาเหตุ เช่น ถ้าเป็นเบาหวานขึ้นตา ควรรักษาโดยการควบคุมโรคเบาหวานร่วมกับการรักษาจอประสาทตาด้วยเลเซอร์, ถ้าเกิดจากการอักเสบภายในดวงตา ต้องรักษาด้วยยาปฏิชีวนะหรือในบางรายอาจต้องลงเอยด้วยการผ่าตัดน้ำวุ้นตา ถ้าเป็นจากโรคจอประสาทตาเสื่อมที่เกิดจากหลอดเลือดเกิดใหม่ที่จอประสาทตา ต้องขจัดหลอดเลือดที่ผิดปกติด้วยยาหรือด้วยเลเซอร์ เป็นต้น นอกจากนี้ผู้ป่วยยังต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของจักษุแพทย์อย่างเคร่งครัดด้วย

การป้องกันวุ้นตาเสื่อม

ส่วนการป้องกันวุ้นตาเสื่อมน้ัน หากเกิดจากภาวะเสื่อมตามธรรมชาติแล้ว มักจะไม่มีวิธีป้องกัน แต่หากเกิดจากสาเหตุที่ป้องกันได้ก็จะมีวิธีป้องกันตามแต่สาเหตุนั้น ๆ เช่น การป้องกันหรือดูแลควบคุมโรคเบาหวาน เป็นต้น อย่างไรก็ตามการมีสุขภาพทั่วไปที่ดีก็อาจจะช่วยป้องกันหรือชะลอการเสื่อมของวุ้นตาลงได้บ้าง โดยมีคำแนะนำว่า

1. ออกกำลังกายที่เหมาะสมกับสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

2. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่เหมาะสมที่ไม่ทำให้เกิดโรคอ้วนและมีน้ำหนักตัวเกิน เพื่อให้ร่างกายแข็งแรง

3. ในรายที่สูบบุหรี่อยู่ ถ้าเป็นไปได้ควรงดหรือเลิกการสูบบุหรี่

4. หลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดอุบัติเหตต่าง ๆ ที่อาจส่งผลถึงดวงตา

5. มีบางรายงานแนะนำให้ใช้ยาประเภทบำรุงร่างกาย ทางอินเตอร์เน็ต ซึ่งเป็นยาวิตามินหรืออาหารเสริมประเภทสารต้านอนุมูลอิสระต่าง ๆ แต่ก็ยังไม่มีข้อพิสูจน์จาก อ.ย. หรือทางองค์การเภสัชกรรม เป็นที่แน่ชัดว่าได้ผลจริงหรือไม่ และ ได้ผลมากน้อยเพียงใด

6. เมื่อมีโรคทางกายเรื้อรัง โดยเฉพาะ โรคเบาหวาน โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง จะต้องดูแลควบคุมโรคที่เป็นอยู่ให้ดี

7. หลีกเลี่ยงการนอนดึก และ หลีกเลี่ยงจ้องหน้าจอโทรทัศน์ / หน้าจอมือถือโทรศัพท์ ประเภท LCD - LED

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: นักล่าข่าว
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
คุณกำลังมีอาการแบบนี้ใช่ไหม ? เช่น เห็นหยากไย่ในลักษณะลอยไปลอยมา ฯ หรือ เห็นเป็นจุดดำๆ คล้ายๆ กับแมลงหวี่ นั้นแสดงว่า คุณกำลังเป็น "โรควุ้นตาเสื่อม" !
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

ผลของการใช้ตาข่ายดักขยะจากท่อระบายน้ำ เทศบาลเมื่อระยอง

นักวิชาการหญิงชาวมุสลิม ค้นพบวิธีรักษาเกย์ ชี้เป็นเพราะมีหนอนที่ตูด (มีคลิป)

ทำใจไว้เลย เผย 5 อาชีพที่หลายๆธนาคารไม่ปล่อยกู้ให้ แม้แต่เป็นคนค้ำก็ไม่ให้เป็น

สาวท้องป่วยมะเร็ง โดนรุมทุบ จนเเท้ง เสียชีวิต เพราะ ไม่ยอมเลี้ยงเหล้า ผู้ก่อเหตุ

หนุ่มขับรถกลับบ้านเกิด เจอเจ้าตูบข้างทาง ถูกชะตาเลยพาไปอยู่ด้วยกัน

สาวจัดงานวิวาห์ใช้งบเพียง 1.5 หมื่นบาท

เปิดใจ บ่าว-สาว ถูกเหยียดเรือนร่าง อ้วนแล้วผิดด้วยหรอ(มีคลิป)

ตั้ม ไส้แตก สารภาพ จากใจ เหตุที่ต้องฆ่า น้องเอ๋ย โยนทิ้งน้ำ

เปิดวาร์ป พริตตี้สาวที่โอนเงินให้สามีไป "ลงอ่าง" แบบ "อ่างรวม" อะไรจะใจดีปานนั้น

ตั้ม ไส้แตก สารภาพ จากใจ เหตุที่ต้องฆ่า น้องเอ๋ย โยนทิ้งน้ำ

รวมภาพเมนูอาหารสุดเพี้ยน ขนาดเชฟระดับเซียนยังต้องอึ้ง!

รวมรูปพักสมอง คลายเครียด
Hot Topic อื่นๆของ นักล่าข่าว
โผล่อีก ! "พ่อปู่บาทา" อ้างรักษาโรคด้วยการดูด-อม-ดม "หัวแม่เท้า"สารคดีปฏิบัติภารกิจช่วยเหลือชีวิตทีมหมูป่า อะคาเดมี่ (Operation Thai Cave Rescue)ซื้อแกงถุงวันนี้ แถมฟรีถุงยางใช้แล้ว !ปธน.ดูเตอร์เต้ สั่งเก็บตำรวจเอี่ยวคอรัปชั่น !
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
7 อาคารชื่อดังที่ถูกสร้างขึ้นใหม่จากซากปรักหักพังสาวท้องป่วยมะเร็ง โดนรุมทุบ จนเเท้ง เสียชีวิต เพราะ ไม่ยอมเลี้ยงเหล้า ผู้ก่อเหตุมิจฉาชีพฉวยโอกาส ฉกกระเป๋าผู้บาดเจ็บรถชนยับ เด็กน้อยติดซากรถ อ้างเป็นญาติกันตั้ม ไส้แตก สารภาพ จากใจ เหตุที่ต้องฆ่า น้องเอ๋ย โยนทิ้งน้ำ
ตั้งกระทู้ใหม่