ด่วน! หัวหน้า คสช.ใช้ ม.44 ปลด “พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์” พ้นเลขาฯ ปปง.เข้ากรุผู้ตรวจราชการพิเศษสำนักนายกฯ
ด่วน ! ราชกิจจานุเบกษาประกาศคำสั่ง หัวหน้า คสช.ให้พลตำรวจตรี รมย์สิทธิ์ วิริยาสรร พ้นจากตำแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.)เข้ากรุผู้ตรวจราชการพิเศษประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 14 สิงหาคมนี้
14 สิงหาคม 2561-ราชกิจจานุเบกษาเผยแพร่คําสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 12/2561 เรื่อง ให้ข้าราชการพ้นจากตําแหน่ง ระบุว่า โดยที่มีความจําเป็นต้องปรับปรุงการบริหารงานบุคคลในหน่วยงานของรัฐบางทหน่วยงานให้เป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ ป้องกันมิให้เกิดความเสียหายต่อราชการแผ่นดิน
อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 265 ของรัฐธรรมนูญ ประกอบกับมาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ฉบับชั่วคราว) พ.ศ.2557 หัวหน้า คสช.จึงมีคําสั่งให้ พล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ วีริยาสรร พ้นจากตําแหน่งเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และให้ดํารงตําแหน่งผู้ตรวจราชการพิเศษประจําสํานักนายกรัฐมนตรี ตามกรอบอัตรากําลังที่กําหนดในคําสั่งหัวหน้า คสช. ที่ 16/2558 เรื่อง มาตรการแก้ปัญหาเจ้าหน้าที่ของรัฐที่อยู่ระหว่างการถูกตรวจสอบและการกําหนดกรอบอัตรากําลังชั่วคราวรแต่ ลงวันที่ 15 พ.ค.2558 ให้นายกรัฐมนตรีนําความกราบบังคมทูลฯเพื่อทรงแต่งตั้งข้าราชการให้ดํารงตําแหน่งหรือพ้นจากตําแหน่ง ตามกฎหมายหรือระเบียบที่เกี่ยวข้อง คําสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษา เป็นต้นไป
สำหรับการทำงานของพล.ต.ต.รมย์สิทธิ์ ถูกโอนตัวจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้มานั่งในตำแหน่งรองเลขาธิการปปง. เมื่อเดือนพ.ค. 2560 และดำรงตำแหน่งรักษาราชการแทนเลขาธิการ ปปง. และมีผลงานในการดำเนินการอายัดทรัพย์เครือข่ายเงินทอนวัด ที่มีอดีตผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนารวมอยู่ด้วย และผลงานการทลายแก๊งค์คอลเซ็นเตอร์รายใหญ่ได้สำเร็จ จนกระทั่งได้รับแต่งตั้งเป็นเลขาธิการ ปปง.เต็มตัวเมื่อเดือนมิถุนายน 2561 นี้เอง
รายงานข่าวจากมติชนออนไลน์แจ้งว่าสำหรับคำสั่งเด้งฟ้าผ่า สะพัดว่า เกิดจากเรื่องงัดข้อภายในปปง. มีความขัดแย้งในการทำงาน กับพล.ต.อ.ชัยยะ ศิริอำพันธ์กุล ประธานกรรมการ ปปง. ดีกรีอดีตเลขาปปง.
ข่าวสะพัดด้วยว่า ไม่ใช่เพียงเรื่องงัดข้อภายในเท่านั้น แต่ยังขัดใจฝ่ายบริหาร ที่มองว่า อาจมีการละเว้น เมื่อฟากฝั่งฝ่ายบริหารต้องการให้ ‘ตรวจสอบโดยไม่มีข้อยกเว้น’ ทั้งนักการเมือง กลุ่มการเมือง พรรคการเมือง ‘เป้า’ ที่ฝ่ายบริหารต้องการให้ตรวจสอบทั้งหมด แต่เมื่อดำเนินการไม่สอดคล้องกัน จึงเป็นที่มาของคำสั่งดังกล่าว
สำหรับ พล.ต.ต. รมย์สิทธิ์ นั้น ชื่อเล่นว่า‘เปี๊ยก’ เป็นนักเรียนนายร้อยตำรวจรุ่นที่(นรต.) 37 รุ่นเดียวกับ พล.ต.อ.วิระชัย ทรงเมตตา รองผู้บัญชการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.)
พื้นเพเป็นชาวชัยภูมิ เส้นทางชีวิตราชการเรียกว่าเป็นตำรวจมาตลอดชีวิต โลดแล่นเติบโตในสายอีสาน พื้นที่ตะวันออกเฉียงเหนือ จนได้เป็นผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดชัยภูมิบ้านเกิด
ในวงการทราบดีเป็นนายตำรวจคนสนิทหนึ่งในทีมงานของ ‘บิ๊กอู๋’ พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน อดีต ผบ.ตร.และเป็นหนึ่งใน คสช.
เคยเป็นรองผบช.ภ. 6 รองผบช. ภ 7 และรองผบช.ภ.4 เรียกว่าเป็นใหญ่ในหลายพื้นที่ เหนือ อีสาน ภาคกลาง
สมัยนั่งรองผบช. ภ 4 พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิราหมณกุล ที่สมัยนั้นเป็น ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล “ผบช.น.” ออกคำสั่งดึงตัวมาช่วยราชการที่ กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)พร้อมกับ 5 นายพล ก่อนโยกขยับตำแหน่ง เป็น รองผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ(ก.ตร.) กระทั่งโอนย้ายถอดเครื่องแบบสีกากี เป็น รองเลขาธิการ ปปง. สวมเครื่องแบบปปง.ทำผลงานเข้าตาตรวจสอบเส้นทางเงินกรณีเงินทอนวัด และสืบสวนเส้นทางการเงินเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ จนได้รับความไว้วางใจ แรงดันดีขึ้นเป็น เลขาธิการปปง.แต่เป็นเบอร์ 1 ปปง. เต็มตัวได้ไม่ถึง 2เดือนก็มีคำสั่งย้ายฟ้าผ่าในวันนี้!!