หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
ตรวจหวย งวดวันที่ 16 กันยายน 2562 (รอประกาศผล ถ่ายทอดสดผลหวย เวลา 14.30 น.)
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

ต้องมีโลก 1.7 ใบถึงจะพอ หากเรายังไม่เปลี่ยนแปลงการบริโภค

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย greenpeaceth

Blogpostโดยรัตนศิริ กิตติก้องนภางค์

คงไม่เป็นการพูดเกินจริงสักเท่าไรนักหากจะบอกว่าขณะนี้มนุษย์กำลังผลาญทรัพยากรโลกเกินกว่าอัตราที่โลกจะสามารถเยียวยาได้ทัน โดยรายงานล่าสุดจากองค์กร Global Footprint Network  ได้คำนวณไว้ว่า วัน Earth Overshoot Day (วันหนี้นิเวศโลก) หรือ วันที่โลกใช้ทรัพยากรในปริมาณสำหรับใช้ทั้งปีหมดไปแล้วในอัตราที่โลกไม่สามารถผลิตฟื้นคืนได้ทัน ในปีนี้ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม 2018 โดยที่เป็นการใช้ทรัพยากรหมดไปเร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2513 ที่เริ่มต้นคำนวณ (ตรงกับวันที่ 29 ธันวาคม)  และหากมนุษย์ยังคงกระหายทรัพยากรอย่างไม่มีที่สิ้นสุดต่อไปเราจะต้องการโลก 1.7 ใบถึงจะพอกับการตอบสนองการบริโภคของมนุษย์ และจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น

นั่นหมายความว่าภายใน 7 เดือน เราได้เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล ปล่อยก๊าซคาร์บอนมากเกินกว่าที่มหาสมุทรแลผืนป่าจะดูดซับได้ เราประมงจับปลา ตัดป่าไม้ ใช้ผืนดินทำอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและปศุสัตว์ ใช้น้ำจืด เกินกว่าที่โลกจะสามารถผลิตได้ใหม่ทัน ผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดจากหนี้ที่เราสร้าง น่าจะหนีไม่พ้นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี

และนี่คือหนี้นิเวศที่มนุษย์ทุกคนติดค้างกับโลก

นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เรากำลังยืมทรัพยากรที่เราควรสงวนไว้ใช้ในปีหน้ามาใช้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเรา รายงานจากองค์กร Global Footprint Network เผยว่า เราได้ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งคาร์บอน อาหาร น้ำ ต้นไม้ และผืนดินของทั้งปี หมดไปแล้วภายใน 212 วัน หรือราว 7 เดือน

เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา วันหนี้นิเวศโลก ตรงกับวันที่ 15 ตุลาคม ขยับมาอีก 20 ปี ตรงกับวันที่ 30 กันยายน และปีต่อไปอาจจะเป็นปีแรกที่งบประมาณของทรัพยากรโลกจะหมดไปเร็วเป็นประวัติการณ์ที่เดือนกรกฎาคมก็ได้

แต่เรายังสามารถพลิกสถานการณ์ได้ #MovetheDate

ภาคอุตสาหรรมที่ก่อก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลที่เราอาจะคิดไม่ถึงคือ ภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ซึ่งอีกไม่ช้าปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนนี้จะแซงหน้าอุตสาหกรรมฟอสซิลไปแล้วหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเร่งการผลิตที่เกินอัตราการบริโภค (ดังเช่นกรณีล่าสุดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาผลิตเนื้อสัตว์เกินจำนวนมากถึง 2.5 พันล้านปอนด์) อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์นั้นคือภาคส่วนที่ใช้ทรัพยากรดิน ทำลายป่าไม้ สร้างมลพิษทางอากาศ และน้ำ อย่างครบวงจร รวมถึงเป็นอุตสหกรรมที่ไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังผู้บริโภคอย่างเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาปฏิชีวินะที่นำมาใช้กับสัตว์ ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค แต่ใช้กับสัตว์เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยจากสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด และหากป่วยจะส่งผลเสียต่อคุณภาพเนื้อตามมาสิ่งเหล่านี้ตกค้างมายังเนื้อสัตว์บนจานอาหารของเรา

การลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงร้อยละ 50 และแทนที่เนื้อสัตว์ด้วยผักจะเป็นการช่วยขยับวันหนี้นิเวศโลกไปได้และถือเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่เราทำได้ในการลดรอยเท้าคาร์บอนของเราผ่านอาหารการกินในแต่ละมื้อ แต่ละคำ

เพราะปัญหานั้นไม่ใช่มนุษยโลกไม่มีอาหารเพียงพอต่อการบริโภค แต่ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิต หรือราว 1.3 พันล้านตัน ได้กลายมาเป็นอาหารเหลือทิ้งในแต่ละปีเพียงแค่ 1 ใน 4 ส่วนของอาหารที่เหลือทิ้งหากนำมาใช้อยู่ถูกต้อง ก็จะสามารถเลี้ยงมนุษย์ได้อีกราว 870 ล้านคน นั่นคือการผลิตที่เกินความต้องการของอุตสาหกรรม สูญเสียทั้งทรัพยากร สูญเสียเศรษฐกิจ และเป็นการหยิบยืมอนาคตของลูกหลานเรามาใช้ ถ้าเราลดการผลิตอย่างเหลือทิ้งได้ เราจะขยับวันหนี้นิเวศโลกออกไปได้อีก 11 วัน

แน่นอนว่าผู้บริโภคทุกคนสามารถลดการใช้ทรัพยากรได้ แต่การเปลี่ยนแปลงระดับใหญ่ต้องเกิดขึ้นจากภาครัฐกำหนดนโยบาย และภาคอุตหกรรมที่ไม่มุ่งเน้นเฉพาะผลประโยชน์ส่วนตน แต่คำนึงถึงความยั่งยืนของโลก

เพราะเรามีโลกเพียงใบเดียว ที่จะต้องอยู่กันไปอีกนาน

ที่มา : www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/17/blog/61761


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: greenpeaceth
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
ต้องมีโลก 1.7 ใบถึงจะพอ หากเรายังไม่เปลี่ยนแปลงการบริโภค
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

เจ้าแม่ตะเคียน เข้าฝันชาวบ้าน 2 คน ต่างตำบล เหมือนกันเป๊ะ

ภาพบ้านอีกหลังของ พี่เวียร์ ที่บ้านเกิด จังหวัดขอนแก่น

ช้างตกมัน จมน้ำดับ หลังถูกล่ามกับต้นไม้ แล้วน้ำท่วม

ธนาคารดัง ไล่ออกแล้วพนักงานสาว จิ๊กเงินลูกค้า

กัน นภัทร พูดแล้วถึงสาเหตุที่ มารี ลบไอจีของตัวเอง

7 รูปสุดทึ่งที่ชวนตะลึงในความมหัศจรรย์ของธรรมชาติ

ใหม่เต๋อ จับมือแน่น โชว์หวาน #น่ารักเท่าโลก

หลวงตาจันทร์ เจ้าอาวาสวัดบัวสุดอนาถใจกรณีเสือตาย 86 ตัว หลังรัฐยึดไปเลี้ยงเอง

หนุ่มสงสัย ได้3ตัว น้ำท่วมรูปปั้น พ่อปู่แม่ย่า

หนุ่มหล่อขับรถผ่านหน้าวัด เจอดีกลางวันแสกๆ

จอนนี่ มือปราบ ทนไม่ไหวโพสต์ทันที หลัง น้ำท่วมอุบลฯ ลั่น ใครเดือดร้อนมาหาผมได้เลย

ช่อ ลุยน้ำท่วมช่วยชาวอุบล สะท้อนเสียงชาวบ้าน ประชาชนต้องช่วยกันเอง

กู้ภัยช่วยน้ำท่วมอุบลฯ จอดเรือเพียงข้ามคืน เจอขโมยยกแบตเตอรี่หายวับ

อุตุฯ เตือน ฝนตกหนัก ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก พื้นที่เสี่ยงเตรียมรับมือ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
AIS ติดอันดับดัชนีความยั่งยืนดาวโจนส์ DJSI ปี 62ลดเบาหวาน ป้องกันความจำเสื่อมแบบอินเดีย (ได่ผล100เปอร์เซ็นต์)อาหารเป็นยา!!!ลดเบาหวาน ป้องกันความจำเสื่อมแบบอินเดีย (ได่ผล100เปอร์เซ็นต์)ถ้าจีนเป็นเบอร์1ของโลก โลกนี้จะอยู่ยาก...(clip)
ตั้งกระทู้ใหม่