หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ เกมถอดรหัสภาพ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ลงโษณาตำแหน่งนี้

ต้องมีโลก 1.7 ใบถึงจะพอ หากเรายังไม่เปลี่ยนแปลงการบริโภค

Blogpostโดยรัตนศิริ กิตติก้องนภางค์

คงไม่เป็นการพูดเกินจริงสักเท่าไรนักหากจะบอกว่าขณะนี้มนุษย์กำลังผลาญทรัพยากรโลกเกินกว่าอัตราที่โลกจะสามารถเยียวยาได้ทัน โดยรายงานล่าสุดจากองค์กร Global Footprint Network  ได้คำนวณไว้ว่า วัน Earth Overshoot Day (วันหนี้นิเวศโลก) หรือ วันที่โลกใช้ทรัพยากรในปริมาณสำหรับใช้ทั้งปีหมดไปแล้วในอัตราที่โลกไม่สามารถผลิตฟื้นคืนได้ทัน ในปีนี้ตรงกับวันที่ 1 สิงหาคม 2018 โดยที่เป็นการใช้ทรัพยากรหมดไปเร็วที่สุดเท่าที่เคยบันทึกไว้ตั้งแต่ปีพ.ศ. 2513 ที่เริ่มต้นคำนวณ (ตรงกับวันที่ 29 ธันวาคม)  และหากมนุษย์ยังคงกระหายทรัพยากรอย่างไม่มีที่สิ้นสุดต่อไปเราจะต้องการโลก 1.7 ใบถึงจะพอกับการตอบสนองการบริโภคของมนุษย์ และจำนวนประชากรที่เพิ่มมากขึ้น

นั่นหมายความว่าภายใน 7 เดือน เราได้เผาผลาญเชื้อเพลิงฟอสซิล ปล่อยก๊าซคาร์บอนมากเกินกว่าที่มหาสมุทรแลผืนป่าจะดูดซับได้ เราประมงจับปลา ตัดป่าไม้ ใช้ผืนดินทำอุตสาหกรรมเกษตรกรรมและปศุสัตว์ ใช้น้ำจืด เกินกว่าที่โลกจะสามารถผลิตได้ใหม่ทัน ผลลัพธ์ที่เด่นชัดที่สุดจากหนี้ที่เราสร้าง น่าจะหนีไม่พ้นผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ที่กำลังทวีความรุนแรงขึ้นทุกปี

และนี่คือหนี้นิเวศที่มนุษย์ทุกคนติดค้างกับโลก

นับแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เรากำลังยืมทรัพยากรที่เราควรสงวนไว้ใช้ในปีหน้ามาใช้ เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจของเรา รายงานจากองค์กร Global Footprint Network เผยว่า เราได้ใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ทั้งคาร์บอน อาหาร น้ำ ต้นไม้ และผืนดินของทั้งปี หมดไปแล้วภายใน 212 วัน หรือราว 7 เดือน

เมื่อ 30 ปีที่ผ่านมา วันหนี้นิเวศโลก ตรงกับวันที่ 15 ตุลาคม ขยับมาอีก 20 ปี ตรงกับวันที่ 30 กันยายน และปีต่อไปอาจจะเป็นปีแรกที่งบประมาณของทรัพยากรโลกจะหมดไปเร็วเป็นประวัติการณ์ที่เดือนกรกฎาคมก็ได้

แต่เรายังสามารถพลิกสถานการณ์ได้ #MovetheDate

ภาคอุตสาหรรมที่ก่อก๊าซเรือนกระจกจำนวนมหาศาลที่เราอาจะคิดไม่ถึงคือ ภาคอุตสาหกรรมปศุสัตว์ ซึ่งอีกไม่ช้าปริมาณก๊าซเรือนกระจกจากภาคส่วนนี้จะแซงหน้าอุตสาหกรรมฟอสซิลไปแล้วหากยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง และเร่งการผลิตที่เกินอัตราการบริโภค (ดังเช่นกรณีล่าสุดที่ประเทศสหรัฐอเมริกาผลิตเนื้อสัตว์เกินจำนวนมากถึง 2.5 พันล้านปอนด์) อุตสาหกรรมเนื้อสัตว์นั้นคือภาคส่วนที่ใช้ทรัพยากรดิน ทำลายป่าไม้ สร้างมลพิษทางอากาศ และน้ำ อย่างครบวงจร รวมถึงเป็นอุตสหกรรมที่ไม่คำนึงถึงสวัสดิภาพสัตว์ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเนื่องมายังผู้บริโภคอย่างเราเอง โดยเฉพาะอย่างยิ่งยาปฏิชีวินะที่นำมาใช้กับสัตว์ ไม่ใช่เพื่อการรักษาโรค แต่ใช้กับสัตว์เพื่อป้องกันไม่ให้ป่วยจากสภาพความเป็นอยู่ที่แออัด และหากป่วยจะส่งผลเสียต่อคุณภาพเนื้อตามมาสิ่งเหล่านี้ตกค้างมายังเนื้อสัตว์บนจานอาหารของเรา

การลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลงร้อยละ 50 และแทนที่เนื้อสัตว์ด้วยผักจะเป็นการช่วยขยับวันหนี้นิเวศโลกไปได้และถือเป็นวิธีการที่ง่ายที่สุดที่เราทำได้ในการลดรอยเท้าคาร์บอนของเราผ่านอาหารการกินในแต่ละมื้อ แต่ละคำ

เพราะปัญหานั้นไม่ใช่มนุษยโลกไม่มีอาหารเพียงพอต่อการบริโภค แต่ 1 ใน 3 ของอาหารที่ผลิต หรือราว 1.3 พันล้านตัน ได้กลายมาเป็นอาหารเหลือทิ้งในแต่ละปีเพียงแค่ 1 ใน 4 ส่วนของอาหารที่เหลือทิ้งหากนำมาใช้อยู่ถูกต้อง ก็จะสามารถเลี้ยงมนุษย์ได้อีกราว 870 ล้านคน นั่นคือการผลิตที่เกินความต้องการของอุตสาหกรรม สูญเสียทั้งทรัพยากร สูญเสียเศรษฐกิจ และเป็นการหยิบยืมอนาคตของลูกหลานเรามาใช้ ถ้าเราลดการผลิตอย่างเหลือทิ้งได้ เราจะขยับวันหนี้นิเวศโลกออกไปได้อีก 11 วัน

แน่นอนว่าผู้บริโภคทุกคนสามารถลดการใช้ทรัพยากรได้ แต่การเปลี่ยนแปลงระดับใหญ่ต้องเกิดขึ้นจากภาครัฐกำหนดนโยบาย และภาคอุตหกรรมที่ไม่มุ่งเน้นเฉพาะผลประโยชน์ส่วนตน แต่คำนึงถึงความยั่งยืนของโลก

เพราะเรามีโลกเพียงใบเดียว ที่จะต้องอยู่กันไปอีกนาน

ที่มา : www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/17/blog/61761


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: greenpeaceth
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
ต้องมีโลก 1.7 ใบถึงจะพอ หากเรายังไม่เปลี่ยนแปลงการบริโภค
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
แฟนคลับเครียด!สงกรานต์ไม่สงสารแอฟ?,โพสต์ไอจีสวีทฉลองวันเกิด'แมท',ทั้งที่เมียเพิ่งร้องไห้ออกรายการรายชื่อนักร้อง K-Pop ที่ร่ำรวยสุด 10 อันดับในปี 2020สรุปว่าไม่ได้จนมาก่อนใช่มั้ย? เพจดังถามเจนนี่แรงๆความปลอดภัยอยู่ไหน?? ลูกบ้านโวยโดนคนบุกสาดน้ำกรดที่รถกลางคอนโดหรู'สปางู' มิติใหม่แห่งการนวดเพื่อการผ่อนคลายความเครียด และความเมื่อยล้าประชาชนปักหลักชุมนุม เรียกร้องปล่อยตัว ทนายอานนท์-ไมค์ ระยองค้นพบไวรัสสายพันธุ์ใหม่ในจีน ชาวเน็ตถามกินธรรมดาไม่เป็นหรอ??สาววี เผยว่า แม้ว่าคนจะแซวว่าตัวเองไปจีบเก้า ก่อน แต่ถ้าผลออกมาเหมือนกัน ก็โอเค ไม่เป็นไร แต่ก็ไม่เขิน ผู้หญิงยุคใหม่7 ดารา ดังอยู่เรื่องเดียวมหาเศรษฐีฮ่องกงสอนวิธีก้าวขึ้นไปสู่ความรวย ด้วยการแบ่งเงินออกเป็น 5 กองเรือ รถถัง และรถไฟ ถูกทิ้งสู่ก้นมหาสมุทรเพื่อสร้างแนวปะการังเทียม บ้านหลังใหม่ของสัตว์โลกใต้น้ำกรมการขนส่งทางบก แจง!! แนวคิดการเรียกทดสอบความพร้อมในการขับรถสำหรับผู้ถือใบอนุญาตขับรถตลอดชีพ อยู่ระหว่างการศึกษาความเป็นไปได้ อย่างรอบด้านตูมตาม ยุทธนา แจงเรื่องความสัมพันธ์กับ มดดำ
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
ชุดราตรี กับสีมงคลประจำวันที่ควรเลือกให้ดีก่อนใส่ออกงานรีวิว ตึกใหม่ที่ใครๆก็อยากเรียน (อโศก) @เทิงวิทยาคมการพรางตัวที่สุดยอดของตั๊กแตนตำข้าวมหาเศรษฐีฮ่องกงสอนวิธีก้าวขึ้นไปสู่ความรวย ด้วยการแบ่งเงินออกเป็น 5 กอง
ตั้งกระทู้ใหม่