สถานการณ์ผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะในกรุงเทพมหานคร
ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (www.area.co.th) ในฐานะประธานมูลนิธิอิสรชนที่ช่วยเหลือคนเร่ร่อนและผู้ด้อยโอกาส ได้จัดการแถลงข่าวในวันนี้ (พุธที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561) โดยมีคุณอัจฉรา สรวารี ผู้จัดการมูลนิธิเป็นผู้แถลงตัวเลขของการสำรวจรอบใหม่ ณ สิ้นปี 2560
สถานการณ์คนเร่ร่อน
คนเร่ร่อนหรือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ ตามที่มีการแถลงไว้ก็คือ มีคนเร่ร่อนในเขตกรุงเทพมหานครอยู่ 3,630 คน ณ สิ้นปี 2560 เพิ่มขึ้น 175 คนจากปี 2559 แยกเป็นชาย 2,203 คน และหญิง 1,427 คน คนไร้ที่พึ่งจำนวนมากเป็นผู้สูงวัยที่ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ บางรายก็หมุนเวียนกันไป เป็นการเร่ร่อนชั่วคราวบ้าง สถานการณ์ที่พบนี้แสดงว่าปัญหาที่รุนแรงและขาดการเหลียวแลนี้ ไม่ได้เพิ่มขึ้นมากนักในช่วงปีที่ผ่านมา นับเป็นสิ่งที่ดี
ผลการสำรวจยังพบว่ามีคนเร่ร่อนประเภทชาวต่างชาติ 20 คน แรงงานประเทศเพื่อนบ้าน 52 คน ที่เป็นครอบครัวเร่ร่อนมี 348 คน และผู้มีความหลากหลายทางเพศ 22 คน
คนเร่ร่อน-ขอทานต่างกัน
คนเร่ร่อนนั้นแตกต่างจากขอทาน ขอทานเป็นอาชีพหนึ่งที่ใช้ความน่ารักน่าสงสารมาทำให้มีผู้ให้เงิน เข้าทำนองการหลอกลวงประชาชน ขอทานจะมีรายได้สูงกว่าค่าแรงขั้นต่ำเสียอีก ค่าเฉลี่ยของรายได้ของขอทานรายหนึ่งเป็นเงินประมาณ 2,000 - 5,000 บาทต่อวัน รายได้ต่ำสุดที่ได้คือ 500 บาท ขอทานที่มีรายได้สูง จะทำตัวให้สกปรกที่สุด น่าสงสารเวทนาเป็นที่สุด หาก (แสร้ง) ทำแผลให้เหวอะหวะ (โดยใช้ถุงน่อง) หรือแสร้งแสร้งทำแขนหรือขาด้วยด้วยแล้ว ยิ่งมีรายได้สูงขึ้น ด้วยเหตุนี้ เราจึงพบขอทานเกลื่อนเมืองโดยเฉพาะในเขตใจกลางเมืองของกรุงเทพมหานครนั่นเอง {1}
อย่างไรก็ตามคนเร่ร่อนมีลักษณะที่แตกต่างออกไปจากขอทานทั่วไปที่มีชาวต่างชาติอยู่เป็นจำนวนมาก ขอทานกลายเป็นอาชีพที่ขายความน่ารักน่าสงสาร กลายเป็นการทำบุญได้บาป แต่คนเร่ร่อนเกิดขึ้นจากปัญหาที่รุมเร้าต่าง ๆ นานาจนต้องออกมาเร่ร่อน เราพึงเคารพในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของพวกเขา และหาทางให้พวกเขากลับเข้าสู่สังคมโดยเร็ว พวกเขาไม่ใช่ขอทานที่งอมืองอเท้าขอเงิน
แนวทางการแก้ไข
การแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อน จะทำให้
1. คนเร่ร่อนมีที่พักพิงแน่นอน ไม่เป็นภาระแก่สังคม และไม่ทำให้สังคมรู้สึกได้รับอันตราย
2. คนเร่ร่อนไม่ต้องทรุดหนักลงเป็นบุคคลทุพพลภาพทางจิต หรือกลายเป็นปัญหาการรักษาพยาบาลที่หนักขึ้น
3. มีโอกาสพัฒนาคนเร่ร่อนให้กลับเข้าสู่สังคมได้อย่างมีประสิทธิภาพ
4. โอกาสที่สังคมจะเกิดคนเร่ร่อนจะน้อยลงหากสังคมได้รับการดูแลที่ดีกว่านี้
การช่วยเหลือคนเร่ร่อนนั้นถือเป็นหลักสากลด้านสิทธิมนุษยชน เราไม่สามารถที่จะปล่อยให้มนุษย์ด้วยกันเร่ร่อน เช่นเดียวกับสุนัขจรจัด ต้องให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม การช่วยเหลือเหล่านี้ไม่ได้เป็นการช่วยเหลือแบบไม่สิ้นสุด แต่เพื่อให้เขาสามารถกลับเข้าสู่สังคมได้อย่างปกติสุขนั่นเอง หลักสิทธิมนุษยชนนี้ถือเป็นกฎหมายเพราะประเทศต่าง ๆ รวมทั้งไทยก็ต้องปฏิบัติตามปฏิญญาสากลเรื่องสิทธิมนุษยชนนี้
การแก้ไขระดับนโยบาย
ในระดับชาติ ประเทศไทยก็มีพระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง พ.ศ.2557 {2} ซึ่งมีสาระสำคัญในการช่วยเหลือคนเร่ร่อนในฐานะคนไร้ที่พึงเช่นกัน ในประเทศอื่นเช่น สหรัฐอเมริกา สก็อตแลนด์ ก็มีกฎหมายที่เป็นพระราชบัญญัติเช่นกัน และในระดับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ก็มีกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับการจัดการปัญหาคนเร่ร่อนในหลายประเทศเช่นกัน {3}
การแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนทำได้ยากเพราะที่ผ่านมากระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ได้รับงบประมาณเพียงประมาณ 10,000 ล้านบาท จากงบประมาณทั้งหมดราว 2.7 ล้านล้านบาท หรือราว 0.37% เท่านั้น จึงไม่เพียงพอในการแก้ไขปัญหา รัฐบาลควรจัดเก็บภาษีมากกว่านี้โดยเฉพาะภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อนำมาพัฒนาท้องถิ่น และในขณะเดียวกันก็ควรที่จะแบ่งเงินมาพัฒนาสังคมมากกว่านี้
ความเป็นไปได้ใน กทม.
ในการแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนนั้น ในกรณีกรุงเทพมหานคร อาจมีคนเร่ร่อนไม่มากนัก สมมติ ณ ระดับที่ 4,000 คน หากยังไม่ได้รับการแก้ไข ค่าใช้จ่ายในการแก้ไขอาจเป็นเงินคนละ 500 บาทต่อวัน โดยแยกเป็นค่าใช้จ่ายด้านอาหาร ที่พักชั่วคราว การประกอบอาชีพ การพัฒนาอาชีพ การจัดหางาน ฯลฯ หรือเป็นเงินปีละ 730 ล้านบาท หรือเป็นมูลค่าสำหรับการแก้ไขทั้งระบบ ณ อัตราคิดลด 8% เป็นเงิน 9,125 ล้านบาท จะเห็นได้ว่างบประมาณปีละ 730 ล้านบาทนี้ยังมีเพียงสัดส่วนเพียง 1% ของงบประมาณแผ่นดินของกรุงเทพมหานคร ดังนั้นถ้ากรุงเทพมหานคร "เจียด" เงินมาดูแลสังคมมากกว่านี้ ปัญหาคนเร่ร่อนก็จะหมดไปได้อย่างง่ายดาย
โดยสรุปแล้วการแก้ไขปัญหาคนเร่ร่อนที่มีอยู่จำนวนไม่มากนักในเขตกรุงเทพมหานครและจังหวัดอื่น สามารถทำได้ไม่ยากนัก เพราะยังมีจำนวนไม่มากนัก หากรัฐบาลจัดงานประมาณเพื่อการนี้ และได้รับความร่วมมือจากภาคเอกชน ปัญหานี้ก็สามารถได้รับการแก้ไขเพื่อจรรโลงไว้ซึ่งศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ของคนเร่ร่อนหรือผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะ อย่าให้เกิดการบีบคั้นจนสังคมมีคนเร่ร่อนเต็มไปหมด
มูลนิธิอิสรชน
มูลนิธิอิสรชน เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนที่ดำเนินกิจกรรมกับผู้ใช้ชีวิตในที่สาธารณะในประเทศไทย โดยเริ่มทำงานในรูปแบบของอาสาสมัครมาตั้งแต่ปี 2539 และเมื่อถึงปี 2548 ได้ก่อตั้งเป็น “สมาคมสร้างสรรค์กิจกรรมอิสรชน” จวบจนปี2554 ได้พัฒนามาเป็น “มูลนิธิอิสรชน” มูลนิธิอิสรชนได้รับอนุญาตจดทะเบียนจัดตั้งมูลนิธิอิสรชนในวันที่ 18 ตุลาคม 2554 การทำงานอย่างต่อเนื่องในตลอดระยะเวลากว่า 10 ปีที่ผ่านมาในนาม “อิสรชน” เพื่อสร้างความเท่ากันในสังคม มี ดร.โสภณ พรโชคชัย เป็นประธานมูลนิธิ
การทำงานของมูลนิธิเน้นการทำงานกับตัวบุคคล มุ่งเข้าไปฟื้นฟูสภาพจิตใจและฟื้นฟูสภาพครอบครัว ชุมชน สังคม รอบข้างไปพร้อม ๆ กัน โดยใช้กิจกรรมการพูดคุย การเยี่ยมบ้าน เยี่ยมครอบครัว ชุมชน ของ ผู้ที่อยู่ในที่สาธารณะ เพื่อค้นหาคำตอบที่แท้จริงเพื่อนำมาวางแผนปรับกระบวนการในการทำงาน ในรูปแบบของอาสาสมัครพูดคุยสร้างแรงบันดาลใจเป็นสำคัญ
อ้างอิง
{1} AREA แถลง ฉบับที่ 42/2558: วันศุกร์ที่ 20 กุมภาพันธ์ 2558: ขอทาน: ทำดีแบบมักง่าย-เป็นภัยของคนกรุง www.area.co.th/thai/area_announce/area_anpg.php?strquey=area_announcement870.htm
{2} ดูพระราชบัญญัติการคุ้มครองคนไร้ที่พึ่ง ได้ที่ www.dsdw2016.dsdw.go.th/view_prnews.php?newsbuzz_id=1179
{3} ดูข้อกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับคนเร่ร่อนได้ที่ https://en.wikipedia.org/wiki/Anti-homelessness_legislation
ที่มา: https://goo.gl/cZTkdm
โรงแรมที่สวยงามหรูหราที่สุด อันดับหนึ่งของประเทศไทย
"ม้าสีหมอก" งวดวันที่ 1 เมษายน 2569 แนวทางเศรษฐีตัวจริง
ห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุด อันดับหนึ่งในเขตภาคอีสานของไทย
จังหวัดเดียวในไทย ที่ พื้นที่เล็กที่สุด แต่เศรษฐกิจหมุนเวียนสูงติดอันดับประเทศ
ไทยติดอันดับสนามบินโลก สุวรรณภูมิที่ 36 ดอนเมืองที่ 7
เปิดสถิติหวย “วันพุธ 20 ปี” เลขเดิมวนซ้ำจริงไหม งวด 1 เม.ย. 69 ลุ้นกลับมาอีกครั้ง
กำนัน กับ อบต. ต่างกันยังไง ใครดูแลอะไรบ้าง
AI วิเคราะห์เลขเด็ด ใช้สถิติย้อนหลัง 20 ปี
รถโดยสารนอนราบคันแรกของญี่ปุ่น
สรุปคดีปริศนา! วัยรุ่นลูกครึ่งจีนวัย 15 หายตัวลึกลับ พบร่างไกล 50 กม. ในนิวยอร์ก
โซเชียลเขมรเรียกร้องจัดสงกรานต์แบบไทย ไม่เอาเขมรโบราณ สะท้อนกระแสอยากได้ความสนุกมากกว่าพิธีการ
ประเทศไหน ที่นิยมมาม่าไทยมากที่สุดในโลก
UAE โดรนโจมตีคลังน้ำมัน กระทบราคาพลังงานไทย
ต้นไม้ที่คนเข้าใจผิดกันมาก ในพุทธประวัติ ว่าพระพุทธเจ้าท่านเคยประสูติใต้ต้นไม้ต้นนี้ "ต้นสาละอินเดีย"
ร้อนระอุทั่วไทย! เหนือแตะ 40 องศา ฝนฟ้าคะนองแทรก ลมแรงบางพื้นที่
แมงกะพรุนอิรุคันจิ พิษร้ายแรงระดับโลก พบได้ในไทย




