หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post แชร์ลิ้ง หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Team Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาตั้งกระทู้

“เสน่ห์นางงิ้ว” ละครไทยยุคดิจิทัลสำหรับทุกคนในครอบครัว แฝงข้อคิดสะกิดใจคนรุ่นใหม่


เขียนโดย poti news

ละครเรื่อง “เสน่ห์นางงิ้ว”  เป็นละครโทรทัศน์ แนวพีเรียด-ดราม่า-โรแมนติก-คอมเมดี้  จากบทประพันธ์ของภราดร ศักดา บทโทรทัศน์โดยยิ่งยศ ปัญญา และกาญจนา  โตะยู  ออกอากาศทางช่อง3 ในวันพุธ และวันพฤหัสบดี  ถือเป็นละครที่รีเมค (Remake) ที่สวนกระแสท่ามกลางการแข่งขันที่ดุเดือดของวงการทีวีดิจิทัล โดยมีเนื้อหาละครสะท้อนความแตกต่างทางสังคมของชาวจีนที่อาศัยในประเทศไทยผ่านครอบครัวเกียรติกำจรผู้เป็นเจ้าของกิจการโรงน้ำปลา และครอบครัวแซ่โง้วเจ้าของคณะงิ้วไซป้อ การดำเนินเรื่องของละครเรื่องนี้แม้ดูไม่แตกต่างจากพล้อต(Plot)ละครไทยในหลายทศวรรษ  หากแต่ความรัก ความแค้น ความริษยา การเอาชนะและบทพิสูจน์ของความดีที่ผสมผสานกันอย่างกลมกล่อม  รวมถึงบทละครที่ไม่รีรอที่จะสอนผู้ชมในทุกบทตอนต่างหากที่สร้างความแตกต่างให้ละครเรื่อง “เสน่ห์นางงิ้ว” ยุค2018  ให้ทั้งสาระ และแง่คิดดีดีสอนใจผู้ชมได้อย่างไม่ยัดเยียดในทุกตอนที่ละครออกอากาศ

  1. แง่คิดเรื่องความอ่อนน้อมถ่อมตน

            อาเจียงเจ้าของคณะงิ้วไซป้อเป็นต้นแบบของความอ่อนน้อมถ่อมตนที่หาได้ยากยิ่งในยุคสมัยปัจจุบัน   อาเจียงมีความอ่อนน้อมและให้เกียรติลูกค้าผู้มาว่าจ้างคณะงิ้วให้ไปแสดงเสมอแม้ว่าจะถูกโกงค่าแสดง  ถูกยกเลิกงานอย่างกระทันหันก็ตาม อาเจียงอ่อนน้อมต่อนักแสดงงิ้วแม้ว่าทุกคนจะคือลูกน้อง “ไม่มีพวกเค้า เราก็อยู่ไม่ได้” กลายเป็นคำพูดติดปากที่อาเจียงมักจะสอนคนอื่นๆเสมอ 

            อาบัวนางเอกคณะงิ้วและนางเอกของเรื่อง เด็กกำพร้าที่อาเจียงเก็บมาเลี้ยง อาบัวเป็นผู้ที่ยืนยันจะสืบสานต่อศิลปะการแสดงงิ้วให้สืบต่อไปจนสู่รุ่นลูกหลาน แม้จะรู้ดีว่ายากยิ่งในยุคปัจจุบันที่คนส่วนใหญ่หันไปสนใจความบันเทิงรูปแบบใหม่ก็ตาม  ชะตาชีวิตทำให้อาบัวต้องแต่งงานกับชยุติและเข้าไปอยู่ในครอบครัวเกียรติกำจร ท่ามกลางความเกลียดชังของทุกคนหากแต่อาบัวก็ยังคงแสดงความอ่อนน้อมต่อทุกคนในฐานะผู้มาใหม่  โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับวลีแม่ของสามีที่ทั้งกลั่นแกล้งและแสดงความเกลียดชังลูกสะใภ้ออกมาอย่างชัดเจน

  1. แง่คิดเรื่องความรักเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้

            แง่มุมความรักของละครเรื่องนี้ครบรสตามสไตล์ละครไทย  คือความรักของแม่กับลูกและความรักระหว่างชายหญิง  เริ่มต้นด้วยความสุดโต่งในความรักและความหวังดีของวลีผู้เป็นแม่ที่มีให้ลูกชายชยุติและลูกสาวกนกวิภา กลายเป็นสิ่งที่ลูกทั้งสองคนปฏิเสธและกลายเป็นต้นเหตุของเรื่องราวทั้งหมด  จากความรักวลีแปรเปลี่ยนเป็นการเอาชนะจนไม่ลืมหูลืมตาจนทำให้คุณค่าความรักของวลีด้อยค่าในสายตาลูกและนั่นยิ่งเป็นแรงผลักดันให้ชยุติ และกนกวิภาพิสูจน์รักแท้ตามแนวทางที่ตนเลือกเอง กว่าวลีจะยอมรับความรักและคนรักของลูกทั้งสองก็เกือบทำให้ความรักระหว่างแม่ลูกร้าวฉานเสียแล้ว

            สำหรับความรักระหว่างชายหนุ่มกับหญิงสาว เริ่มต้นที่ความรักระหว่างอาบัวกับชยุติ ที่ต่างเป็นรักแรกของกันและกันท่ามกลางอุปสรรคทั้งทางฐานะอาชีพ และความรู้การศึกษา ที่อาบัวถูกตั้งข้อรังเกียจว่าไม่อาจส่งเสริมทางครอบครัวฝ่ายชายได้เลย  แต่ด้วยความรักและความจริงใจของชยุติและความอดทนของอาบัว จึงทำให้ทั้งสองผ่านพ้นอุปสรรคและครองรักกันได้อย่างมีความสุข  ตรงกันข้ามกับคู่ความรักของดำเกิงและกนกวิภาที่เริ่มต้นด้วยความเกลียดชัง และการดูถูกดูแคลนที่กนกวิภามีต่อดำเกิง จากคู่กัดกลายเป็นคู่รักเมื่อดำเกิงค่อยๆดัดนิสัยกนกวิภาจากคุณหนูไฮโซให้รู้จักและเข้าใจแก่นแท้ของความเป็นมนุษย์ที่กนกวิภาไม่เคยสัมผัสมาก่อน  กนกวิภาจึงยอมรับกับความรักที่เกิดขึ้น ถึงขนาดยอมขัดใจวลีผู้เป็นแม่  ทั้งที่ในตอนแรกกนกวิภาเองก็ตั้งแง่รังเกียจครอบครัวคณะงิ้วมาโดยตลอด

  1. แง่คิดเรื่องความซื่อสัตย์ต่อตนเอง และวิชาชีพ

            การแสดง “งิ้ว” และการยกย่องว่า “งิ้ว” คือศิลปะการแสดงชั้นสูงของชาวจีนเด่นชัดมากในละครเรื่องนี้  ประกอบกับบทละครโทรทัศน์ที่ออกแบบให้อาเจียงเจ้าของคณะงิ้วต้องอดทน ฝ่าฟัน ประคับประคองให้คณะงิ้วมีงานและมีเงินเลี้ยงชาวคณะต่อไปได้ อาเจียงให้ความสำคัญกับการจัดการแสดงทุกครั้งที่ถูกว่าจ้าง โดยย้ำกับทุกคนในคณะให้แสดงสุดความสามารถอย่างดีที่สุด และอาเจียงถึงกับโมโหสุดขีดเมื่อรู้ว่าดำเกิง นักแสดงตลกประจำคณะผู้เป็นบุตรชาย แต่งหน้าแต่งตาและใส่ชุดงิ้วไปขายบะหมี่เพื่อเรียกลูกค้า เพราะอาเจียงถือว่าเป็นการลดคุณค่าของการแสดงงิ้วซึ่งเป็นศิลปะชั้นสูง  แม้สิ่งที่ดำเกิงทำก็ด้วยหวังว่าจะหาเงินมาช่วยบรรเทาความฝืดเคืองของคณะงิ้วก็ตาม 

อาบัวผู้ยืนยันว่าจะสานต่อให้การแสดงงิ้วให้ได้รับการสืบทอดต่อไป  จนถึงขนาดยอมแลกกับการไม่ไปสอบในวิชาสุดท้ายเพื่อมาแสดงเป็นนางเอกงิ้วตามที่บิดาได้รับปากเจ้าของงานไว้  น้ำตาของอาเจียงเมื่อทราบภายหลังว่าลูกสาวไม่อาจจบการศึกษาเพราะไม่ต้องการปฏิเสธรับงานแสดงงิ้ว  สร้างความสะเทือนใจและสะท้อนสปีริตอันแรงกล้าของอาบัวในแง่การเสียสละประโยชน์และความสำเร็จส่วนตัว เพื่อประโยชน์สุขส่วนรวมของชาวคณะงิ้วได้อย่างน่าประทับใจ    

  1. แง่คิดเรื่องความกตัญญูต่อผู้มีพระคุณ

            อาบัวเป็นหนึ่งในเด็กกำพร้าที่เจียงเก็บมาเลี้ยง แต่ความกตัญญูที่อาบัวมีต่ออาเจียงมากมายเกินกว่าลูกคนอื่น  ด้วยรู้ว่าตนคือความหวังของอาเจียง อาบัวจึงทำทุกอย่างเพื่อให้อาเจียงมีความสุข ตั้งแต่การยืนยันรับปากจะสานต่อคณะงิ้วเพื่อเป็นการสืบทอดมรดกชั้นสูงทางศิลปะการแสดงนี้  แม้จะรู้ว่าความนิยมในศิลปะแขนงดังกล่าวลดน้อยถอยลงทุกที  รวมถึงความพยายามที่จะตั้งใจเล่าเรียนให้สำเร็จการศึกษา แม้ว่าที่สุดอาบัวจะไม่สามารถทำได้ก็ตาม  ความรักความผูกพันระหว่างอาเจียงและอาบัวสะท้อนผ่านคำสอนของอาเจียงให้ผู้ชมได้ซาบซึ่งใจได้ในแทบทุกตอน

  1. แง่คิดเรื่องสำนึกผิด ชอบ ชั่ว ดี

            อาม่ามาลัย หญิงสูงวัยที่ในอดีตมีเพียงเสื่อผืนหมอนใบจากจีนแผ่นดินใหญ่เข้ามาพำนักในประเทศไทยพร้อมกับสามี  ความลำบากยากจนจากการเริ่มต้นปลูกผักขายและความรักของสามีที่หล่อเลี้ยงหัวใจเป็นความประทับใจที่หญิงชราอดไม่ได้ที่จะเล่าให้ลูกหลานฟัง  แม้ปัจจุบันที่สามีเสียชีวิตและตนเองกลายเป็นอาม่าประจำตระกูลเกียรติกำจรผู้มั่งคั่งทั้งทรัพย์สินและเงินทอง แต่หัวใจก็ยังคงโหยหาความรัก ความเข้าใจ ความอบอุ่น และความสุขสงบในครอบครัว  สำหรับหญิงชราการได้เข้าไปชมการแสดงงิ้วจึงเป็นเสมือนสะพานเชื่อมอดีตกับปัจจุบันให้ยังเป็นสุขได้  อาม่ามาลัยเป็นตัวละครที่ถูกออกแบบให้แยกแยะความถูก ผิด  ดี ชั่วได้โดยไม่คำนึงถึงความสัมพันธ์ทางสายเลือด  หลายครั้งที่ตัวละครอาม่ามาลัยต้องเอ่ยปากขอโทษอาเจียง แทนวลีลูกสาวที่จงใจโกงค่าจ้างแสดงงิ้วพร้อมกับเสนอจะชดใช้เงินค่าจ้างให้  รวมถึงการเอ่ยตำหนิตัวเองว่าผิดที่เลี้ยงลูกไม่ดี และการออกปากปกป้องอาบัวเมื่อคราวถูกใส่ร้ายรังแก คำสั่งสอนของอาม่ามาลัยที่พูดกับชยุติว่า “เงินไม่สามารถซื้อความสุขได้” หรือ “บ้านหลังนี้มันใหญ่เกินไป” แสดงถึงความว้าเหว่และความเข้าใจโลกของหญิงชราที่เห็นคุณค่าของความรักและความถูกต้อง มากกว่าวัตถุและความสัมพันธ์ทางสายเลือด 

  1. แง่คิดเรื่องเวลาพิสูจน์คน

            ความยาวของละครน้ำดี “เสน่ห์นางงิ้ว” ปรับลดจำนวนตอนลงเหลือเพียง 11 ตอนในการรีเมครอบที่3  ต่างจากเดิมที่เคยผลิตยาวถึง 15 ตอนเพื่อให้สอดรับกับพฤติกรรมของผู้บริโภคสื่อในยุคดิจิทัล แต่อย่างไรก็ตามก็ไม่ได้ทำให้เนื้อหาสาระบันเทิงหดหายไปกลับเพิ่มความเข้มข้นให้ทุกฉากตอน  เต็มเปี่ยมอัดแน่นไปด้วยเรื่องราวที่ชวนติดตาม และเช่นกันในสาระของเวลาพิสูจน์คน ก็จะเป็นบทสรุปสุดท้ายของทุกตัวละครที่จะได้บทเรียนจากการกระทำของตน  วลีหลังจากถูกทอดทิ้งจากทุกคนในครอบครัวที่สุดก็สำนึกต่อการกระทำของตนที่ผ่านมา  ความรักของอาบัวและชยุติสุขสมหวังหลังการผ่านการฝ่าฟันอุปสรรคต่างๆร่วมกัน เช่นกันกับความรักของดำเกิงและกนกวิภาที่ผ่านบทพิสูจน์ว่าคุณค่าของความรักสำคัญกว่าความแตกต่างทางฐานะอาชีพ  ในขณะที่ครอบครัวตัวร้ายของล้วน แสงเดือน และยิ่งจันทร์(นางร้ายของเรื่อง) ก็ได้รับผลของการกระทำคดโกง โกหกหลอกลวงผู้อื่น อย่างสาสม    

     

            ละครเรื่อง “เสน่ห์นางงิ้ว” ถือเป็นละครน้ำดียุค2018 ที่เหมาะกับทุกคนในครอบครัวได้สะท้อนภาพศิลปะการแสดงงิ้วหรืออุปรากรจีน (Chinese Opera) ได้อย่างงดงามทั้งเสื้อผ้า และท่ารำ มีการคัดเลือกนักแสดงที่เหมาะสมบทบาท และมากฝีมือ ประกอบกับบทละครโทรทัศน์ที่บอกสอนให้ผู้ชมรู้คุณค่าของศิลปะวัฒนธรรม  คุณค่าความรัก ความดีงาม  ยกย่องให้เกียรติในศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์โดยไม่เลือกความรวย ความจน  ขณะนี้ออกอากาศมากว่าครึ่งหนึ่งด้วยผลการสำรวจความนิยมในการรับชม(Rating) เฉลี่ยเพียง 1.77 ด้วยอาจเป็นเพราะงิ้วเป็นศิลปะการแสดงที่ห่างหายไปไม่เป็นที่รู้จักของคนในปัจจุบัน เพราะความเจริญก้าวหน้าทางเทคโนโลยี และมีความบันเทิงในรูปแบบอื่นจากวัฒนธรรมตะวันตกเข้ามามากขึ้น  หวังเป็นอย่างยิ่งว่าบทความชิ้นนี้จะเปิดทางการเรียนรู้ให้คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัลได้เปิดใจศึกษา “งิ้ว” ศิลปะการแสดงในราชสำนักของจีนที่มีแง่มุมในการศึกษามากมาย  ทั้งเรื่องเหตุการณ์ในพงศาวดารจีน และประวัติศาสตร์จีน  การผสมผสานความเชื่อ  ประเพณี และศาสนาผ่านการร้อง ร่ายรำ แสดงลีลาท่าทางประกอบ การต่อสู้ การแต่งกาย และรวมถึงการแต่งหน้าของตัวละครซึ่งเป็นมาตรฐานจารีตประเพณีดั้งเดิมที่งดงามเป็นเอกลักษณ์สืบไป 

(เรื่อง : รองศาสตราจารย์เอกธิดา  เสริมทอง คณะนิเทศศาสตร์  มหาวิทยาลัยศรีปทุม/ภาพ : ช่อง 3)

เนื้อหาโดย: jumpon news
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
poti news's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 292 ครั้ง
เขียนโดย poti news
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
ผักที่หากินยากที่สุดในไทย5 จังหวัด ค่าครองชีพโหดที่สุดในไทย เงินเดือน 3 หมื่นบางที่ยังเกือบไม่รอดรายได้ของข้าราชการระดับอาวุโส (C8) โดยเฉลี่ยเท่าไหร่จังหวัดอันดับหนึ่งของไทย ในด้านการเพาะเลี้ยงปลานิลร่างกายเป็นชาย แต่หัวใจเป็นหญิงร้อยเปอร์เซ็นต์... ย้อนรอยคดีประวัติศาสตร์ 'เพศก้ำกึ่ง'จังหวัดที่มี "หอนาฬิกา" ที่เป็นที่รู้จักในระดับประเทศรู้ไหม? มีจังหวัดในไทยที่มีแค่ 3 อำเภอเท่านั้น เล็กแต่มีเสน่ห์เกินตัวลงทุนน้อย ไม่เน่าไม่เสีย! เปิดวาร์ป 5 ไอเดีย "ของขายตลาดนัด" ซื้อง่ายขายคล่อง เก็บได้ยาวๆ ไม่มีขาดทุน5 อันดับห้างสรรพสินค้า ขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศไทยจังหวัดที่มีชื่อเสียงด้านการ"นวด"อันดับหนึ่งของไทย”10 มหาวิทยาลัยรัฐฯ ที่เก่าแก่สุดในไทยย้อนวันวานโรงหนัง “โคลีเซี่ยม” ปี 2517 เปิดโปรแกรมหนังดัง “ยักษ์วัดแจ้งพบจัมโบ้เอ” เริ่มฉาย 16 มีนาคม
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
เครื่องบินรบรุ่นสุดทันสมัย ที่กองทัพของไทยต้องการซื้อมากที่สุด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด บันเทิง ดารา
ประมวลภาพ เอ็มมี่โก๊ะ ขวัญใจสื่อ กับเบื้องหลัง ถ่ายแบบชุดไทยบอกเลยว่างามม๊ากมากชื่อเก่า "ณเดชน์" ทำเอาหลายคนอึ้ง! หลายคนไม่เคยรู้มาก่อน"ลิซ่า" ทำเอาเวที Coachella สะเทือน! โชว์สุดอลังการสร้างตำนานระดับโลก"เบียร์ เดอะวอยซ์" แซ่บเกิ๊น! เปลือยอกอวดจีสตริง..ทำเอาโฟกัสไม่ถูกเลย!!
ตั้งกระทู้ใหม่