หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

จากถ่านหินสกปรก สู่การเมืองสกปรก

บอร์ด ข่าววันนี้ โพสท์โดย greenpeaceth

บทความ โดย David Ritter

ทุกสิ่งล้วนโยงกับเรื่องของเศรษฐศาสตร์การเมืองที่บิดเบี้ยว ไม่ใช่ถ่านหิน แต่คือชีวิตของแนวปะการังของเราเชื่อมโยงกับการเมืองที่ดีและอนาคตของชุมชนของเราอย่างแท้จริง


สมาชิกชุมชนในเมืองนิวคาสเซิล รัฐนิวเซาท์เวลส์ ประเทศออสเตรเลีย ต่างนำเสื้อผ้าที่เปื้อนด้วยฝุ่นจากถ่านหินมาแขวนไว้ และแสดงป้ายที่มีข้อความว่า “หยุดเหมืองถ่านหินใหม่” และ “หยุดถ่านหิน” เพื่อเน้นย้ำปัญหาสุขภาพที่รุนแรงและผลกระทบต่อสภาพภูมิอากาศจากนโยบายให้กู้ยืมเงินของธนาคาร Commonwealth Bank ในขณะเดียวกันที่ท่าเรือถ่านหินนิวคาสเทิล นักกิจกรรมกรีนพีซได้เข้ายึดท่าเรือถ่านหินที่ใหญ่ที่สุดในโลกพร้อมแสดงข้อความ “ถ่านหินของ CommBank ทำลายพวกเรา”

เมื่อสิบปีก่อน “เดอะ ไวร์” (The Wire) ละครโทรทัศน์ยอดฮิตของเดวิด ไซม่อน ได้แสดงภาพเมืองบาลติมอร์ในยุคร่วมสมัยที่พังพินาศเพราะปัญหายาเสพติด การก่ออาชญากรรมอย่างป่าเถื่อน และการศึกษาที่ล้มเหลว ทว่าสิ่งที่แฝงอยู่ภายใต้ปัญหาต่างๆกลับเป็นโครงสร้างทางเศรษฐศาสตร์การเมือง ดังคำโปรยของละครเรื่องดังกล่าวที่ว่า “ทุกสิ่งล้วนเกี่ยวข้องกัน” ไซม่อนได้อธิบายว่าละครเรื่องนี้มีจุดประสงค์เพื่อแสดงให้เห็นถึง “โลกที่ทุนนิยมครอบงำทุกอย่างไว้จนหมดสิ้น ชนชั้นแรงงานถูกผลักให้เป็นกลุ่มคนชายขอบ และโครงสร้างพื้นฐานทางการเมืองก็ถูกเงินซื้อไปมากพอที่จะขัดขวางมิให้เกิดการปฏิรูปขึ้น”

แม้ระยะทางจะห่างกันค่อนโลก แต่แนวคิดดังกล่าวที่ว่าทุกสิ่งล้วนเกี่ยวข้องกันกับเศรษฐศาสตร์การเมืองที่ทุจริตก็ได้กลายมาเป็นหัวใจของงานเขียนประจำไตรมาสล่าสุดของแอนนา ครีน ที่มีชื่อว่า “The Long Goodbye: Coal, Coral and Australia’s Climate Deadlock” โดยบริบทออสเตรเลียในงานเขียนของครีน สิ่งที่เป็นแกนหลักของปัญหาคืออำนาจของอุตสาหกรรมถ่านหิน

จากการเดินทางไปที่ออสเตรเลีย ครีนได้ไปชมพื้นที่ที่มีแผนจะขุดเหมืองถ่านหินหลายแห่ง ทั้งบริเวณทะเล พื้นที่ชายฝั่ง และพื้นที่ดอนในเมือง อีกทั้งเธอยังได้ไปดำน้ำชมแนวปะการังเกรท แบริเออร์ รีฟ และในทุกที่ที่เธอไป เธอก็ได้พบเห็นร่องรอยอิทธิพลอันชั่วร้ายของอุตสาหกรรมถ่านหินซึ่งบิดเบือนคำโต้แย้งที่เป็นธรรมของอีกฝั่งด้วยการอ้างถึงลักษณะงานอย่างไม่บริสุทธิ์ใจ การเพิกเฉยความคิดเห็นผู้ที่ไม่เห็นด้วย การทุจริตการเมือง ด้วยการไม่ยอมให้มีการปฏิรูปเร่งด่วนเพื่อผลประโยชน์ส่วนรวม และการสร้างมลพิษคาร์บอนที่ทำลายล้างแนวปะการังของพวกเรา

ครีนแสดงให้เห็นผ่านสายตาที่เฉียบแหลมเหนือมนุษย์ของเธอว่า นอกจากอุตสาหกรรมถ่านหินจะไม่ยั่งยืนในทางสิ่งแวดล้อมแล้ว มันยังเป็นโรคร้ายที่คอยกัดกินระบอบประชาธิปไตย โดยวงจรความผิดพลาดเดิมๆของเหล่าชนชั้นนำของประเทศก็คงหนีไม่พ้นเรื่องของ “การเข้าถึงกันและกันอย่างสันติสุขของกลุ่มการเมือง กลุ่มอุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิล บริษัทพลังงานและเหมืองต่างๆ” ซึ่งนับเป็นการเข้าถึงที่ได้รับการหนุนหลังจากพวกนักล็อบบี้ยิสต์ที่สนับสนุนการทำเหมืองถ่านหิน (“ยินดีที่ได้พบคุณเสมอ”) ในขณะที่นักวิทยาศาสตร์ผู้ทรงเกียรติกลับไม่ได้เข้าพบรัฐมนตรี

กฏหมายถูกร่างขึ้นมาเพื่อสร้างความเป็นธรรมให้กับอุตสาหกรรมถ่านหินขนาดใหญ่ ไม่ใช่เพื่อน้ำสะอาด เพื่อที่ดินเพาะปลูก เพื่อสัตว์ป่า หรือแม้แต่เพื่อผู้คนที่ควรจะได้รับความคุ้มครองโดยกฏหมายแต่อย่างใด และเมื่อมีใครก็ตามกล้าพอที่จะต่อกรกับบริษัทยักษ์ใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นชาวนา กลุ่มชนพื้นเมือง หรือนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม บริษัทเหมืองถ่านหินก็จะยกกฏหมายขึ้นมาอ้างอย่างเกรี้ยวกราด และเหล่านักการเมืองก็มักจะตอบแทนความเกรี้ยวกราดเหล่านั้นด้วยการเปิดช่องให้บริษัทเหล่านั้นทำอะไรได้ง่ายขึ้น

อาจฟังดูเป็นไปได้ยากสำหรับเศรษฐกิจของธุรกิจถ่านหิน แต่อย่างไรก็ดี ครีนกล่าวว่า “ทุกอย่างสนับสนุนกันหมด” เพราะว่า “มีการกำหนดเวลาจ่ายเงินไว้อย่างแน่ชัดแล้ว มีการให้คำมั่นสัญญา การแบ่งพรรคแบ่งพวก และการให้เงินบริจาคสนับสนุน” เธอสรุปว่าระบบการเมืองของออสเตรเลียนั้นเปรียบเสมือนคุกที่มีประสิทธิภาพ ซึ่งทำให้เกิด “โรคสต็อกโฮล์มซินโดรมที่เกิดจากการบริจาค เงินหลวง ภาษี และการข่มขู่”

สำหรับครีนแล้ว อาการจากโรคร้ายที่มากับอำนาจมืดของอุตสาหกรรมถ่านหินต่อการเมืองในออสเตรเลียดูเหมือนว่าจะแพร่กระจายไปทั่วทุกสารทิศ ตั้งแต่ด้านการตอบโต้ทางการเมืองไปจนถึงการดิ้นรนอย่างสุดกำลังของเจ้าของถิ่นเดิมอย่างกลุ่มชนเผ่า Wangan และ Jagalingou เพื่อต่อต้านการทำเหมืองถ่านหินของบริษัทอดานิ (Adani) ถึงความกระหายสงครามพลังงานหมุนเวียนของโทนี่ แอบบ็อตต์ (Tony Abbott) นายกรัฐมนตรีออสเตรเลีย และไปจนถึงความผิดเพี้ยนของแผนการทางการทูตนานาชาติของออสเตรเลีย


นักกิจกรรมกรีนพีซพร้อมกองถ่านหินหน้าธนาคาร CommBank สำนักงานใหญ่ในกรุงซิดนีย์ 

ส่วนธุรกิจเพื่อความยั่งยืนซึ่งมีแนวคิดที่กว้างไกลกว่าได้ชี้ให้เห็นถึงความเข้าใจที่ว่า การทำธุรกิจในระบอบประชาธิปไตยและสังคมอย่างเหมาะสมนั้นควรจะมีข้อจำกัด หากกลุ่มเครือข่ายต่างๆที่ครีนกล่าวมาสามารถคลายหรือแยกออกจากกันได้ คงจะเป็นผลดีแก่ออสเตรเลีย ครีนกล่าวว่า “เราควรล้มเลิกการให้เงินสนับสนุนทางการเมืองซะ” อย่างไรก็ดี ยังมีอีกหลายสิ่งนอกเหนือจากนั้นที่เราสามารถทำได้ ทั้งการส่งเสริมเสรีภาพของกฏหมายเทคโนโลยีสารสนเทศ (Information Law) การหันหลังให้กับวงจรความผิดพลาดเดิมๆ การชี้ให้ผู้คนได้เห็นถึงวิกฤตของความหลากหลายทางสื่อกระแสหลัก การแนะนำคนรุ่นหลังถึงกฏหมายว่าด้วยการดูแลมลพิษ การสร้างความมั่นใจว่าประชาชนที่ได้รับผลกระทบจะสามารถเข้าถึงความยุติธรรมทางสิ่งแวดล้อมได้อย่างทั่วถึง การดูแลค่าใช้จ่ายอย่างเต็มที่ในการหยุดกลุ่มผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการทำเหมืองทำลายสิ่งแวดล้อม รวมไปถึงการยกเลิกการละเว้นภาษีของบริษัทเชื้อเพลิงฟอสซิลและกลุ่มตัวแทน และเรายังต้องการคณะกรรมาธิการดูแลความสุจริตแห่งชาติอย่างสหพันธ์ ICAC อีกด้วย

อาจเป็นได้ว่าการห้ามมิให้ดำเนินการพัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจะสามารถเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยให้ไปถึงเป้าหมายด้านการดูแลสภาพภูมิอากาศที่ทั่วโลกยอมรับได้สำเร็จ และนอกจากการหยุดขยายกิจการโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินจะช่วยแก้ไขปัญหาสภาวะโลกร้อนได้แล้ว ยังอาจช่วยพัฒนาและสร้างระบอบประชาธิปไตยอันใสสะอาดได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การจัดการปัญหาอิทธิพลมืดทางการเมืองในอุตสาหกรรมถ่านหินยังอาจช่วยให้กลุ่มธุรกิจในวงกว้างได้รับผลประโยชน์ด้วยเช่นกัน เพราะเวลา เงิน และการใช้กลยุทธ์ที่สูญเสียไปในการล็อบบี้จะถูกนำไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพกับการพัฒนานวัตกรรมใหม่ๆและการเปลี่ยนผ่านอันเป็นสิ่งที่จำเป็น

แต่ในตอนนี้ การที่อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลมีผลประโยชน์โดยชอบธรรมได้เข้ามาทำให้กลไกการแข่งขันในตลาดแปรปรวน ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้ถ่านหิน น้ำมัน และก๊าซธรรมชาติยังคงได้รับความช่วยเหลือทางการเงินอย่างน่ารังเกียจ โดยในขณะเดียวกัน ผลประโยชน์ที่ถูกต้องตามกฏหมายของภาคส่วนอื่นๆกลับถูกเพิกเฉย ดังเช่นปริศนาที่ว่า ทำไมนักการเมืองถึงได้ให้ค่ากับผู้คนกว่าแสนในสายอาชีพเกี่ยวกับการท่องเที่ยวซึ่งต้องอาศัยแนวปะการังเกรทแบริเออร์รีฟน้อยกว่าผู้ที่ทำงานเกี่ยวกับถ่านหินมากนัก

บทความของครีนแสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า ปะการังเกรทแบริเออร์รีฟนั้นเกี่ยวพันกับเสถียรภาพการเมืองและอนาคตที่เจริญรุ่งเรืองของชุมชนของเราอย่างใกล้ชิด ส่วนอุตสาหกรรมถ่านหินนั้นเป็นศัตรูกับทุกสิ่งที่กล่าวมา

บทความนี้เผยแพร่ครั้งแรกบน The Guardian วันที่ 21 กรกฎาคม 2560

บทความแปลจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ สามารถอ่านบทความต้นฉบับได้

ที่มา : www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/60198


ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่

  

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: greenpeaceth
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
VOTED: zerotype
 
จากถ่านหินสกปรก สู่การเมืองสกปรก
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

เงินล้านหมดแล้ว ยังจำคนนี้ได้ไหม? "อนันต์ แชมป์ไมค์ทองคำ 6"

ย้อนความรัก แอน สิเรียม ดารารุ่นใหญ่ ที่ผิดหวังกับความรัก จนมาเจอกับสามีฝรั่ง

‘หมอวรงค์’ ได้ฤกษ์เปิดเวทีต้าน ‘ลัทธิชังชาติ’ เชิญผู้สนใจเข้าร่วมงานพร้อมอาหารฟรี

เทสโก้ โลตัส เตรียมพิจารณาขายกิจการ

เปิดบ้าน “โหน่ง ชะชะช่า” ตลกชื่อดัง โชว์หมดยันห้องนอนลูก

จ.เลย หนาวไม่แพ้ญี่ปุ่น อุณหภูมิ ติดลบ 7 องศาเซลเซียส! ดอยอ่างขาง เชียงใหม่ ติดลบเช่นกัน (อุณหภูมิยอดหญ้า)

ชายเร่ร่อนนอนข้างถนนสองวันไม่มีใครเหลียวแล จนสาวเข้าไปถามความจริงต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล

กลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ เตรียมเสนอรัฐบาล ออกมาตรการณ์ขึ้นภาษีรถเก่า 10 ปี

ทั่วอาเซียนชื่นชม "นักโต้คลื่นปินส์" แม้ไม่ได้ที่ 1 ยอมสละเหรียญทองเพื่อช่วยชีวิตเพื่อนนักกีฬา

คุณยายวัย 93 กับหลานชาย ถ่ายรูปร่วมกันสุดฮา จนมีชาวเน็ตติดตามถึง 9 ล้าน

สะเทือนใจ เปิดคลิปสุดท้าย เอ๋ ล่าผีเฮี้ยน

สาวโวยยับ เข้าร้านบุฟเฟ่ต์ ลืมรีเทนเนอร์ห่อทิชชู่ ก่อนโดนพนักงานเก็บทิ้งลงถังขยะ

อธิบดีกรมป่าไม้ ย่องเงียบพบ วิษณุ เผยรอ กฤษฎีกา ชี้ขาดที่ดิน 682 ไร่ ใช้กม.ใด​ ปชช.ซัดหรือให้วิษณุ​เป่ากระหม่อมกันแน่
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
จับแล้วคนร้ายลักเด็ก!! อุ้มทารกเพศหญิงออกจากห้องคลอดโรงพยาบาลตะกั่วป่า เพื่อเอาใจผัวเหตุผลที่ ไม่รอรับเหรียญทอง หลังคีริน ตันติเวทย์ นักวิ่งทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองซีเกมส์ 2019 โดยชนะแชมป์เก่า 3 สมัยไทยแลนด์สุดเจ๋งเวทีโลก อาร์แอนด์ดีฯพิชิต 4รางวัลชายเร่ร่อนนอนข้างถนนสองวันไม่มีใครเหลียวแล จนสาวเข้าไปถามความจริงต้องรีบพาส่งโรงพยาบาล
ตั้งกระทู้ใหม่