หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

สัญญาณที่ดี แต่ยังช้าเกินไปหากต้องรอถึง 3 ปี ที่จะจัดการมลพิษทางอากาศของประเทศไทย

บอร์ด ข่าววันนี้ โพสท์โดย greenpeaceth

บทความ โดย รัตนศิริ กิตติก้องนภางค์

ทุกลมหายใจของเราอาจกำลังถูกคุกคามด้วยมลพิษทางอากาศ หากกรมควบคุมมลพิษยังรออีก 3 ปี เพื่อจัดการกับปัญหามลพิษ PM2.5 ซึ่งเป็นประเด็นเร่งด่วนที่ประเทศไทยยังละเลย

อากาศสะอาด คือสิทธิพื้นฐานของเราทุกคน หลังจากที่กรีนพีซอัพเดทสถานการณ์มลพิษ PM2.5 และเปิดเผยข้อมูลจากการประมวลค่าเฉลี่ยของความเข้มข้นฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน(PM2.5) จากสถานีตรวจวัดคุณภาพอากาศ 19 จุดใน 14 เมืองทั่วประเทศไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2560 และพบว่าค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของ PM 2.5 ทั้ง 14 เมืองเกินค่าความปลอดภัยตามคำแนะนำขององค์การอนามัยโลก ล่าสุด ​นายจตุพร บุรุษพัฒน์ อธิบดีกรมควบคุมมลพิษได้มีคำตอบเพิ่มเติมแล้วว่า จะมีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ให้ครอบคลุมในปี 2563 ซึ่งยังอยู่ในระหว่างการพัฒนาระบบการรายงานค่าดัชนีคุณภาพอากาศ และทดสอบระบบการรายงานผ่านแอพพลิเคชั่น AIR4THAI

ทว่า กรมควบคุมมลพิษยังคงเพิกเฉยไม่ได้กล่าวถึงการรวมค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (PM 2.5 AQI) ซึ่งดัชนีคุณภาพอากาศนั้น คือ ตัววัดที่ช่วยบอกเราได้ว่า อากาศที่เราหายใจนั้นมีมลพิษและอันตรายมากน้อยเพียงใด

กรณีนี้เห็นได้ชัดในช่วงต้นปีของแต่ละปีกับวิกฤตหมอกควันพิษที่เชียงใหม่และภาคเหนือตอนบนจากการเผาในที่โล่งในพื้นที่เกษตรกรรมเชิงเดี่ยว แต่กรมควบคุมมลพิษยังคงรายงานว่าอากาศที่เชียงใหม่ยังปลอดภัยแม้ว่าทั้งเมืองจะเต็มไปด้วยควันพิษ เนื่องจากเป็นการวัดคุณภาพอากาศจาก PM10 คือวัดจากฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 10 ไมครอน ไม่รวมค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM 2.5)

นับตั้งแต่ปี 2554 เป็นต้นมา ประเทศไทยได้เริ่มวัดค่ามลพิษ PM2.5 โดยมีสถานีตรวจวัดอัตโนมัติ จํานวน 12 สถานี ใน 10 จังหวัด ต่อมาในปี 2556 องค์การอนามัยโลก(WHO) จึงกําหนดอย่างเป็นทางการให้ PM2.5 จัดอยู่ในกลุ่มที่ 1 ของสารก่อมะเร็ง ปัจจุบันนี้กรมควบคุมมลพิษเผยว่ามีการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นขนาดเล็กแล้ว จำนวน 26 สถานี ใน 18 จังหวัด และมีแผนจะขยายให้ครอบคลุมทุกสถานี ในปี 2563 (จากข้อมูลล่าสุดในช่วง2560ครึ่งปีแรกมี 19 สถานี ใน 14 จังหวัดทั่วประเทศ) โดยมีสถานีตรวจวัด PM10 จำนวน 63 สถานี ใน 33 จังหวัด อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันประเทศไทยยังคงกําหนดค่ามาตรฐานให้มีการปล่อยมลพิษทางอากาศ PM 2.5 สูงกว่านับเท่าตัว เมื่อเทียบเคียงกับองค์การอนามัยโลกและหลายประเทศอย่างเช่น ญี่ปุ่น สิงคโปร์ จีน และอเมริกา โดยระดับความปลอดภัยที่องค์การอนามัยโลกเสนอไว้ว่าไม่ควรเกิน 10 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อปี ส่วนของประเทศไทยกำหนดไว้ว่าไม่เกิน 25 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตรต่อปี

อย่างไรก็ตาม ระยะเวลา 3 ปีที่ประชาชนต้องรอและสูดมลพิษทางอากาศที่เกินค่ามาตรฐานความปลอดภัยเข้าไปทุกวันนั้น คือเป็นวิกฤตที่ประเทศไทยต้องกังวล และอาจจะส่งผลเสียต่อสุขภาพของประชากรในกลุ่มเสี่ยงได้

ในร่างแผนยุทธศาสตร์การจัดการคุณภาพอากาศ 20 ปี (พ.ศ.2560-2579) โดยกรมควบคุมมลพิษที่ระบุไว้ในบทที่ 2 ของร่างแผนฯ ว่า “จากการติดตามตรวจสอบพบว่า ปริมาณ PM2.5 ในหลายพื้นที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีค่าเกินเกณฑ์มาตรฐาน” จากนี้ต่อไปเราคงต้องจับตามองว่าสถานการณ์มลพิษ PM2.5 ของประเทศไทย จะเดินหน้าไปในทิศทางใด แต่การเพิ่มการติดตั้งเครื่องมือตรวจวัดฝุ่นขนาดเล็กกว่า PM2.5 นั้นถือเป็นสัญญาณที่ดีในการเริ่มต้นปกป้องประชาชนจากภัยมลพิษทางอากาศ

สิ่งที่กรมควบคุมมลพิษสามารถดำเนินการได้เพิ่มเติมเพื่อปกป้องสุขภาพของประชาชนได้ คือ การเร่งดำเนินการจัดการปัญหามลพิษทางอากาศนี้ให้เป็นวาระเร่งด่วน ไม่จำเป็นต้องรออีกถึง 3 ปี รวมถึงควรดำเนินการปรับปรุงมาตรฐานการปล่อยที่แหล่งกำเนิดซัลเฟอร์ไดออกไซด์(SO2) ออกไซด์ของไนโตรเจน (NOx)และฝุ่น ละอองขนาดเล็กทั้ง PM10 และ PM2.5 ให้สอดคล้องกับข้อแนะนําขององค์การอนามัยโลก ซึ่งปัจจุบันนี้ค่ามาตรฐานการปล่อยฝุ่นพิษของประเทศไทยกำหนดค่ามาตรฐาน PM2.5 เฉลี่ย 1 ปี ไว้ที่ไม่เกิน 25 มก./ลบ.ม. ในขณะที่องค์การอนามัยโลกกำหนดค่าเฉลี่ยรายปีไว้ที่ไม่เกิน 10 มก./ลบ.ม. นอกจากนี้ กรมควบคุมมลพิษยังสามารถร่วมมือกับกรมโรงงานอุตสาหกรรม กําหนดค่ามาตรฐานการปล่อยฝุ่นพิษ PM2.5และปรอทที่แหล่งกําเนิดที่อยู่กับที่รวมถึงการตรวจวัดและรายงาน การปล่อย PM2.5 และปรอทจากปล่องโรงไฟฟ้า

ค่ามาตรฐานการปล่อยฝุ่นพิษที่ยังคงแตกต่างจากคำแนะนำขององค์การอนามัยโลกนั้น เป็นสิ่งที่เอื้อให้กับผู้ปล่อยมลพิษมากกว่าการคุ้มครองสิทธิและสุขภาวะของประชาชนไทย

ทุกคนมีสิทธิในเข้าถึงอากาศสะอาด กรีนพีซเรียกร้องให้กรมควบคุมมลพิษใช้ค่าเฉลี่ย PM 2.5 ในการคำนวณดัชนีคุณภาพอากาศ (PM 2.5 AQI) รวมถึงปรับปรุงมาตรฐานการปล่อยPM2.5 ให้สอดคล้องกับข้อแนะนําขององค์การอนามัยโลก เพื่อความแม่นยำในการระบุผลกระทบต่อสุขภาพและแนวทางป้องกัน

ร่วมลงชื่อขออากาศดีคืนมา คลิกที่นี่

ที่มา : www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/3/blog/60060

ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: greenpeaceth
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
VOTED: ซาอิ, taotong
 
สัญญาณที่ดี แต่ยังช้าเกินไปหากต้องรอถึง 3 ปี ที่จะจัดการมลพิษทางอากาศของประเทศไทย
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

โหรชื่อดัง ชี้รัฐบาลชุดนี้คงอยู่ต่อไปอีกนาน

สาวๆกรี๊ดห้างแทบแตก เจอหนุ่มผมทองนึกว่าโอปป้าเกาหลี ก่อนเปิดหน้าจริงวิ่งเผ่นป่าราบ

อึ้งกันทั้งงาน กล้วยใบเดียวมูลค่า 3.6 ล้าน ถูกชายนิรนามคว้าไปกินหน้าตาเฉย

จา พนม ประกบนางเอกจากผีชีวะใน Monster Hunter

"หญิง รฐา"ตอบกลับแบบใจเย็น หลังถูกชาวเน็ตติงโพสภาพเที่ยวถี่

GIFT V.38

Zozibini Tunzi จาก South Africa ครองตำแหน่ง Miss Universe 2019

3 เทคนิค ทานมื้อเช้า ให้ผอมลง(เร็วๆ) | หมอทีม (clip)

ด่วน! กำลังจะไปอีกราย! เทสโก้ กำลังตัดสินใจขายทิ้งโมเดิร์นเทรดในไทยและมาเลเซีย!

สาวโพสต์ เจอแบงค์ 100 มีข้อความเขียนไว้

ทดลองเล่น Xiaomi Mi Note 10 มือถือกล้อง 108 ล้านพิกเซล

แค่เบียร์ 1 แก้ว สามารถทดสอบคุณภาพรถถังได้?

ด้วยหัวใจที่เสียสละ ครูอุ้ม สาวปริญญาเอก ผู้ยอมทิ้งความสบาย เพื่อสอนหนังสือในถิ่นทุรกันดาร
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
เห็นใจร้านบ้าง! ลูกค้าร้านชาบูทิ้งเนื้อหมูเป็นกิโลฯ ร้านแจงไม่มีเจตนาว่าร้าย แต่อยากให้สั่งแต่พอดีด่วน! กำลังจะไปอีกราย! เทสโก้ กำลังตัดสินใจขายทิ้งโมเดิร์นเทรดในไทยและมาเลเซีย!ประกันสังคม" ให้เปลี่ยน รพ.ประจำปี 63 ได้ เริ่มยื่น 16 ธ.ค.นี้ ถึงวันที่ 31 มี.ค.2563ชาวเน็ตถกค่าปรับขับรถเร็วในฟินแลนด์อ้างอิงตามรายได้ คนรวยถูกปรับเป็นล้านยุติธรรมหรือไม่
ตั้งกระทู้ใหม่