English ภาษาไทย ພາສາລາວ 中文 日本語 (にほんご) Tiếng Việt ဗမာစာ ភាសាខ្មែរ Pilipino(Tagalog) Bahasa Indonesia русский français Español Português हिन्दी বাংলা العربية بهاس ملايو‎
หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม คลิปวิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป กริตเตอร์ ดาวน์โหลดรูปจาก IG
 
ติดต่อเว็บไซต์ติดต่อโฆษณาแจ้ง Report เนื้อหาเงื่อนไขการให้บริการ
 
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ดูรายการโปรดเพิ่มเป็นรายการโปรด

ปูพื้นประวัติศาสตร์คริสตศาสนาในญี่ปุ่นก่อนชมภาพยนตร์ SILENCE / ศรัทธาไม่เงียบ

บอร์ด หนังน่าดู โพสท์โดย ลาก่อยยยย

ภาพจากอินเตอร์เน้ต

(จริง ๆ เขียนบทความนี้ในเฟซบุ๊คส่วนตัว แต่เห็นว่าน่าจะเป็นประโยชน์เลยขอนำมาลงไว้ที่นี่โดยดัดแปลงแก้ไขข้อมูลบางส่วนค่ะ)

ภาพยนตร์เรื่อง Silence/ศรัทธาไม่เงียบ เข้าฉายอยู่ในไทยวันนี้เป็นวันแรก ภาพยนต์เรื่องนี้สร้างจากบทประพันธ์เรื่อง 沈黙 (Chinmoku) หรือ Silence ของนักเขียนนวนิยายชาวญี่ปุ่นที่เป็นคาทอลิก เอ็นโด ชูซากุ (遠藤周作) กำกับโดยมาร์ติน สกอร์เซซี่ (Martin Scorsese)

ในเรื่องเป็นเหตุการณ์ในญี่ปุ่นช่วงคริสตศวรรษที่ 17 บาทหลวงเฟอร์เรร่า (เลียม นีสัน) เดินทางไปเผยแพร่ศาสนาคริสต์ที่ประเทศญี่ปุ่น และต่อมาส่งจดหมายมายังบ้านคณะที่มาเก๊าว่าได้ประกาศทิ้งศาสนาแล้ว บาทหลวงโรดิเกซ (แอนดรูว์ การ์ฟิลด์) และ บาทหลวงการูเป้ (อดัม ไดรเวอร์) ผู้เป็นศิษย์จึงลักลอบเข้าไปในประเทศญี่ปุ่นซึ่งกำลังอยู่ในช่วงเบียดเบียนศาสนาเพื่อพิสูจน์ความจริง

อย่างไรก็ตามเนื้อเรื่องไม่ได้ปูพื้นถึงการเข้ามาของศาสนาคริสต์ในประเทศญี่ปุ่น และเหตุใดศาสนาคริสต์จึงกลายเป็นศาสนานอกรีตในสายตาผู้ปกครองจนต้องกวาดล้างให้สิ้น จากที่เราได้ศึกษาด้วยตนเองจึงขอนำมาแบ่งปันเพื่อจะได้เข้าในบริบทของเนื้อเรื่องมากขึ้นไว้ ณ ที่นี้

ศาสนาคริสต์นิกายโรมันคาทอลิกได้เผยแผ่เข้าสู่ญี่ปุ่นเป็นครั้งแรกในราวปี 1549 ที่ยังอยู่ช่วงยุคสงครามกลางเมือง โดยบาทหลวงฟรังซิสเซเวียร์ (Francis Xavier) แห่งคณะเยซูอิตที่มีโปรตุเกสเป็นผู้สนับสนุนได้ขึ้นฝั่งที่คาโกชิม่าและเริ่มเผยแพร่ศาสนาในพื้นที่ต่าง ๆ หลังจากนั้นเริ่มมีบาทหลวงและภารดาจากคณะอื่น ๆ เช่น คณะฟรังซิสกันและคณะโดมินิกันที่มีสเปนเป็นผู้สนับสนุนเข้าไปแพร่ธรรมด้วย มีผู้เข้ารับศีลล้างบาปมากมายนับแสนคนไดเมียวผู้ครองเขตต่าง ๆ และประชาชนในพื้นที่ การที่ผู้ปกครองยอมให้มีการเผยแพร่ศาสนา ส่วนหนึ่งด้วยผลประโยชน์ที่ได้จากชาติตะวันตกที่มีบาทหลวงเป็นคนกลางช่วยเจรจาด้านการค้าและอาวุธยุทโธปกรณ์ ศาสนาคริสต์ในยุคนั้นรุ่งเรืองมากมีการสร้างวิทยาลัยเตรียมบาทหลวงในหลายพื้นที่ของคิวชู


ภาพนักบุญฟรังซิสเซเวียร์

ต่อมาเมื่อการปกครองเปลี่ยนมือไปยังโทโยโทมิ ฮิเดโยชิ (豊臣秀吉) ผู้รวมประเทศให้เป็นหนึ่งซึ่งเริ่มมองว่า ศาสนาคริสต์อาจเป็นภัยคุกคามต่อการปกครองในภายหน้าจึงได้ออกคำสั่งขับไล่บาทหลวงคาทอลิกในปี 1587 เรียกว่า "บาเตเรนทซึยโฮเร" (伴天連追放令 บาเตเร็น มาจากภาษาโปรตุเกส Padre แปลว่าคุณพ่อ, บาทหลวง) เพื่อควบคุมกิจกรรมการเผยแพร่ศาสนา แต่เนื่องจากยังมีผลประโยชน์ทางการค้ากับชาติตะวันตกอยู่คำสั่งนี้จึงไม่ได้บังคับใช้อย่างรุนแรงนัก จนกระทั่งเกิดเหตุการณ์เรือ San Felipe ที่เดินทางจากมะนิลาไปยังเม็กซิโกถูกพายุพัดเสียหายและเกยตื้นที่ชายฝั่งญี่ปุ่นในปี 1596 เจ้าหน้าที่รัฐบาลพบสินค้าและปืนใหญ่จำนวนมากจึงยึดไว้ บาทหลวงบนเรือพยายามเจรจาช่วยเหลือกัปปิตันให้ได้สินค้าคืน แต่มีผู้ยุยงบอกฮิเดโยชิว่าทั้งอาวุธที่พบและกิจกรรมทางศาสนาคริสต์ทั้งปวงมีการล่าอาณานิคมของชาติตะวันตกอยู่เบื้องหลัง ฮิเดโยชิจึงออกประกาศบังคับห้ามประชาชนนับถือศาสนาคริสต์อีกครั้งในวันที่ 8 ธันวาคม 1596 และนำมาซึ่งการจับกุมบาทหลวง ภราดาที่อยู่บนเรือและคริสตังในพื้นที่เกียวโตและโอซาก้ารวม 26 คน ในจำนวนนี้มีเด็กอายุเพียง 12 ปีรวมอยู่ด้วย ทุกคนถูกเฉือนใบหูและบังคับให้เดินเท้าท่ามกลางความหนาวเย็นเป็นระยะทางนับพันกิโลเมตรจากเกียวโตไปยังเนินนิชิซากะที่นางาซากิ พวกเขาถูกประหารบนไม้กางเขนในวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 1597 ภายหลังทั้ง 26 คนได้รับการแต่งตั้งเป็นนักบุญมรณสักขีแห่งญี่ปุ่น


ภาพเหตุการณ์ประหาร 26 นักบุญมรณสักขีแห่งญี่ปุ่นที่เนินนิชิซากะ เมืองนางาซากิ

โทโยโทมิ ฮิเดโยชิเสียชีวิตลงในปี 1598 และเกิดสงครามชิงอำนาจขึ้นอีกครั้ง ชัยชนะตกเป็นของโตกุกาวะ อิเอยาสึในสงครามชี้ขาดที่ทุ่งเซกิงาฮาระ อิเอยาสึขึ้นเป็นโชกุนและยังคงนโยบายต่อต้านศาสนาคริสต์โดยออกคำสั่งห้ามนับถือศาสนาคริสต์ (禁教令) มีผลทั่วประเทศในปี 1614 หลังจากนั้น เมื่ออิเอยาสึเสียชีวิตลงในอีกสองปีถัดมา ฮิเดะทาดะผู้เป็นบุตรชายสืบอำนาจแทนและดำเนินนโยบายอย่างเฉียบขาด มีการตรวจสอบและกวาดล้างผู้นับถือศาสนาคริสต์ที่ไม่ยอมทิ้งศาสนามากมาย

ในยุคสมัยของอิเอมิตสึ โชกุนรุ่นที่สามของตระกูลโตกุกาวะ มีเหตุการณ์สำคัญคือ กบฏชิมาบาระ (島原の乱) ที่ชาวนาคริสตังในพื้นที่ชิมาบาระ (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดนางาซากิ) และอามาคุสะ (ปัจจุบันอยู่ในจังหวัดคุมาโมโต้) ที่ทุกข์ทรมานจากการถูกเบียดเบียนศาสนาและขูดรีดภาษีร่วมกันก่อกบฏต่อต้านรัฐบาลขึ้นในช่วงปลายปี 1637 โดยมีอามาคุสะ ชิโร่ โทคิซาดะ (天草四郎時貞) วัย 16 ปีเป็นผู้นำ การต่อสู้ของกลุ่มกบฏกับกองทัพผสมของรัฐบาลสิ้นสุดลง ณ ซากปราสาทฮาระในต้นปี 1638 สมาชิกกลุ่มกบฏทั้งชายหญิงเด็กคนชราทั้ง 37,000 คนตายสิ้น นอกจากนี้อิเอมิตสึทยอยดำเนินนโยบายปิดประเทศ (鎖国) สืบต่อจากบิดาและสำเร็จในปี 1639 เช่น จำกัดการทำการค้ากับชาติตะวันตกเหลือเพียงฮอลันดาชาติเดียวที่เดะจิมะที่นางาซากิ เนรเทศลูกครึ่งระหว่างชาวญี่ปุ่นและชาวโปรตุเกส ห้ามชาวญี่ปุ่นออกนอกประเทศ และห้ามบาทหลวงต่างชาติเข้าประเทศ เป็นต้น


รูปปั้นอามาคุสะ ชิโร่ที่ซากปราสาทฮาระ ปัจจุบันอยู่ในเมืองมินามิชิมาบาระ

ด้วยศาสนาคริสต์กลายเป็นศาสนานอกรีตและมีการบังคับให้ทุกครัวเรือนขึ้นทะเบียนสังกัดวัดพุทธในพื้นที่ สมาชิกในครอบครัวทุกคนต้องเข้าพิธีเอะบุมิ (絵踏み) โดยเหยียบแผ่นโลหะรูปพระคริสต์หรือพระแม่มารีย์ที่เรียกว่า ฟุมิเอะ (踏み絵) ต่อหน้าเจ้าหน้าที่ที่บ้านผู้ใหญ่บ้านทุกปี คริสตังที่ยังคงความเชื่อศรัทธาไว้อยู่หลายครอบครัวหลบหนีไปอยู่ในที่ห่างไกล เช่น เกาะฮิราโดะ เกาะโกโต้ และแสดงตนเบื้องหน้าเป็นพุทธศาสนิกชน แต่เบื้องหลังยังคงรักษาความเชื่อและทำพิธีกรรมอย่างลับ ๆ คนเหล่านี้เรียกกันว่า คริสตังลับ (潜伏キリシタン / 隠れキリシタン)


แผ่นฟุมิเอะที่ทำเป็นรูปพระคริสต์ จัดแสดงที่พิพิธภัณฑ์คริสตังเมืองฮิราโดะ

คริสตังลับดัดแปลงวัตถุบูชา บทสวด พิธีกรรม คำเรียกขานให้คล้ายกับของพุทธเพื่อตบตาเจ้าหน้าที่ เช่น การใช้รูปปั้นพระโพธิสัตว์หญิงอุ้มทารกของศาสนาพุทธแทนพระแม่มารีย์และพระบุตรเรียกว่า "มาเรียคันนง" (マリア観音) การแปลงบทสวดสรรเสริญพระเจ้า "โอราโช" (おらしょ) ให้ฟังคล้ายพระสูตร การเปลี่ยนคำเรียกขานเช่น "ซันตะมารุยะ" (さんたまるや) แทนพระแม่มารีย์ ไปจนถึงการสร้างหิ้งลับหรือห้องลับสำหรับทำพิธี แตกต่างกันไปในแต่ละท้องถิ่น


ภาพมาเรียคันนง (หรือมาริยะคันนง) ถ่ายจากพิพิธภัณฑ์คริสตังเมืองฮิราโดะ

การหลบซ่อนนี้ดำเนินต่อเนื่องสืบทอดกันรุ่นต่อรุ่นเป็นเวลานานเกือบ 230 ปีโดยไร้คำชี้แนะจากบาทหลวงจากพระศาสนจักรคาทอลิกจนกลายเป็นธรรมเนียมสืบทอดในครอบครัว เมื่อมีการเปิดประเทศ มีชาวต่างชาติเข้ามาทำการค้าและมีการสร้างโบสถ์เพื่อรองรับกิจกรรมทางศาสนา คริสตังลับกลุ่มหนึ่งจากหมู่บ้านอุราคามิได้แสดงตัวต่อคุณพ่อชาวฝรั่งเศสที่โบสถ์โออุระที่นางาซากิในปี 1865 จึงกลายเป็นข่าวใหญ่ไปถึงยุโรปและวาติกันว่ายังมีคริสตังหลงเหลืออยู่ในประเทศญี่ปุ่น ต่อมาด้วยแรงกดดันจากชาติตะวันตกญี่ปุ่นจึงยกเลิกคำสั่งห้ามนับถือศาสนาคริสต์ในปี 1873 และประชาชนได้รับอิสรภาพในการนับถือศาสนาตามรัฐธรรมนูญในปี 1889 เป็นอันสิ้นสุดความทุกข์ยากของคริสตังชาวญี่ปุ่นที่กล่าวกันว่ามีผู้เสียชีวิตจากการกวาดล้างหลายหมื่นคน


ภาพสลักนูนต่ำแสดงเหตุการณ์คริสตังลับแสดงตัวที่โบสถ์โออุระ เมืองนางาซากิ ในปี 1865

เนื้อหาสรุปคร่าว ๆ ของประวัติศาสตร์คริสตศาสนาในประเทศญี่ปุ่นเป็นดังข้างต้น จริง ๆ มีรายละเอียดปลีกย่อยอีกมาก หากมีโอกาสจะอธิบายเพิ่มเติม ขอบคุณค่ะ

ตัวอย่างภาพยนตร์ Silence - ศรัทธาไม่เงียบ [Official Trailer]

Report เนื้อหา


โพสท์โดย: ลาก่อยยยย
10M

 
ปูพื้นประวัติศาสตร์คริสตศาสนาในญี่ปุ่นก่อนชมภาพยนตร์ SILENCE / ศรัทธาไม่เงียบ
1 ฮั่วชวี่ปิ้ง

  ยุคหลังๆคนญี่ปุ่นบางคน ถึงไม่นับถือคริสต์ ก็นิยมไปแต่งงานในโบสถ์

ตอบความคิดเห็นนี้
กระทู้ล่าสุด
คุณครู ไม่ไปได้ไหมคะลองเช็คดูว่ามีอยู่เท่าไหร่แล้ว !! เช็กสิทธิประกันสังคมของตัวเองผ่านเว็บไซต์ วิธีง่าย ๆ ที่ผู้ประกันตนควรรู้หนุ่มอินเดียตกจากน้ำตกสูง 170 ฟุตดับ หลังเพื่อนยุให้หามุมเจ๋งๆ ไปโพสต์ในโซเชียลมีเดียอย่าเพิ่งถอดใจ รัฐเล็งปรุงวิจัยให้กินได้ มั่่นใจประชาชนต้องได้ประโยชน์ !!!! 😊😊รพ.พญาไท ศรีราชา ต้อนรับบอลโลก กับทารกแรกเกิด ที่คลอดระหว่างวันที่ 15 มิ.ย.-15 ก.ค. 2561 ใส่ชุดนักฟุตบอลทีมชาติรุ่นจิ๋ว
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

หนุ่มอินเดียตกจากน้ำตกสูง 170 ฟุตดับ หลังเพื่อนยุให้หามุมเจ๋งๆ ไปโพสต์ในโซเชียลมีเดีย

คุณครู ไม่ไปได้ไหมคะ

รูปปัจจุบัน “ฟลุค วงไอน้ำ” นักร้องนำวงยุค 90 บอกเลยเปลี่ยนไปมาก!

สุดยอดเพื่อนแท้! กระโดดทับจระเข้ ช่วยเหลือเพื่อนที่กำลังว่ายน้ำหนี

“เลี้ยงหมาทำมัยเยอะแยะห๊ะ!! รำคาญโว๊ยยย!!!”
Hot Topic อื่นๆของ ลาก่อยยยย
สำนึกหน้าที่ NGOs…กรณีโจรปล้นเต็นท์รถทำคาร์บอมสาวโพสเตือนภัย!! ใช้ครีมหน้าเด้งในเน็ต อ้างขาวใสในไม่กี่วัน สุดท้ายหน้าพัง14 ภาพสิ่งที่น่าสนใจในอินเตอร์เน็ตที่คุณอาจไม่เคยเห็นในชีวิตประจำวันมาก่อน10 หนังแห่งความซับซ้อน ชวนให้ครุ่นคิด
กระทู้อื่นๆในบอร์ด หนังน่าดู
‘มะลิลา’ ทำไมถึงแทนที่ผู้ชายด้วยดอกไม้? ทำไมหลายคนถึงบอกว่าเป็น 'หนังlกย์ที่ไม่คุ้นเคย'?10 หนังอิโรติคเกาหลีน่าดูชมJumanji 2 สนุก ฮา ส่งท้ายปี ชอบคาแรกเตอร์แต่ละตัว แต่ยังขาดเสน่ห์ความเป็นจูแมนจี้ไป21 หนังน่าดู ปี 2561
ตั้งกระทู้ใหม่