หน้าแรก Hot Topic เว็บบอร์ด Pic Post หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook พูดคุย ถาม-ตอบ คลิป Video ตรวจหวย เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม แต่งรูป กริตเตอร์ (รูปวิบวับ) คำนวณ สเปซ Page
เว็บบอร์ด กระทู้ของฉันค้นหา สร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่
ดูรายการโปรดเพิ่มเป็นรายการโปรด

แบงก์ชาติจับมือ 16 แบงก์พาณิชย์ เปิด “คลินิกแก้หนี้” ช่วยลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้ 2 รายขึ้น ผลสำรวจชี้คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น เป็นหนี้นาน และมีหนี้สูง


บอร์ด ข่าวทั่วไปโพสท์โดย treek

เมื่อวันที่ 17 พ.ค. 2560 - นายวิรไท  สันติประภพ  ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย เผยถึงการเปิดตัวโครงการคลินิกแก้หนี้ ที่ร่วมกับสมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ และธนาคารพาณิชย์ 16 แห่ง ว่า ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการวางโครงสร้างพื้นฐานในการแก้ปัญหาหนี้อย่างเป็นระบบ โครงการนี้เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่ช่วยแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นปัญหาทั้งในระดับตัวลูกหนี้เอง ระดับครอบครัว และระบบสถาบันการเงินไทย โดยธนาคารแห่งประเทศไทยได้ส่งสัญญาณเตือน และแสดงความเป็นห่วงเรื่องหนี้ครัวเรือนมาระยะหนึ่งแล้ว แต่ถ้าแค่เตือนเท่านั้น ปัญหาที่มีอยู่จะไม่สามารถหมดไปได้

ในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา ปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือนกลับรุนแรงขึ้น การแก้ปัญหาเรื่องหนี้ครัวเรือน มีหลายมิติที่เกี่ยวข้อง ตั้งแต่ เรื่องแรกวินัยและความรู้ความเข้าใจในการวางแผนทางการเงินของลูกหนี้ต้องระมัดระวังการใช้จ่ายไม่ให้จ่ายเงินเกินตัว

มิติที่สองคือ สถาบันการเงินเจ้าหนี้หรือผู้ให้บริการผลิตภัณฑ์สินเชื่อจะต้องนำเสนอผลิตภัณฑ์ด้วยความรับผิดชอบไม่ส่งเสริมให้ประชาชนเป็นหนี้เกินตัว การนำเสนอผลิตภัณฑ์ทางการเงิน ต้องตรงกับความต้องการของลูกค้าและ มีการควบคุมความเสี่ยงที่ดี

มิติที่สามซึ่งเป็นมิติที่สำคัญไม่น้อยไปกว่ากัน เมื่อลูกหนี้ติดอยู่ในวงจรหนี้สินล้นพ้นตัว หรือเป็นหนี้เสียแล้วควรจะมีทางออก ให้ลูกหนี้ที่สุจริต ตั้งใจที่จะปรับพฤติกรรมของตัวเอง สามารถที่จะออกจากวงจรหนี้ได้และสามารถสร้างความมั่นคงทางการเงิน ซึ่งจะนำไปสู่ความมั่นคงของชีวิต และความมั่นคงของครอบครัวได้ใหม่

โครงการคลินิกแก้หนี้นี้เป็นความร่วมมือก้าวสำคัญระหว่าง สมาคมธนาคารไทย สมาคมธนาคารนานาชาติ บริษัทบริหารสินทรัพย์สุขุมวิท บริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติและธนาคารแห่งประเทศไทย เรามุ่งมั่นที่จะร่วมกันแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือน ซึ่งเป็นหนึ่งในปัญหาเชิงโครงสร้างและปัญหาสังคมที่สำคัญของประเทศ ในยุคปัจจุบันภาคครัวเรือนมีความเปราะบางทางการเงิน เราทราบกันดีว่าภาวะเศรษฐกิจมีความไม่แน่นอนสูงมีความผันผวนสูง ถ้าครัวเรือนมีความเปราะบางทางการเงินก็จะส่งผลกระทบต่อความเข้มแข็งและเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวม ในระดับลูกหนี้แต่ละคนแล้ว คนที่เป็นหนี้โดยเฉพาะหนี้เสีย มักจะมีความกังวล เครียด และไม่มีสมาธิในการประกอบกิจการหน้าที่ต่างๆ เป็นปัจจัยฉุดรั้งทำให้ไม่สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างเป็นปกติและที่สำคัญไม่สามารถยกระดับศักยภาพของตัวเองได้

จากข้อมูลล่าสุดเราพบว่าหนี้ภาคครัวเรือนได้ปรับลดลงบ้างถ้าดูในภาพใหญ่ในระดับมหภาคในสิ้นปี 2558 หนี้ครัวเรือนอยู่ที่ระดับร้อยละ 81.2 ของ GDP ปรับลดมาอยู่ที่ร้อยละ 79.9 ของ GDP ณ สิ้นปี2559แต่แม้จะหักส่วน ที่กู้ไปประกอบธุรกิจประมาณร้อยละ 20 ต่อ GDP ก็ยังนับว่าอยู่ในระดับสูงและมีหลายประเด็นที่น่ากังวล สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ้งภากรณ์ได้ร่วมกับบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติทำการศึกษา big data analytics พบว่า “คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น เป็นหนี้นาน และมีหนี้มูลค่ามาก”

(1) คนไทยเริ่มเป็นหนี้เร็วขึ้น และเป็นหนี้เสียตั้งแต่อายุยังน้อย จากถังข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต พบว่าครึ่งหนึ่งของคนอายุประมาณ 30 มีหนี้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนี้สินเชื่ออุปโภคบริโภค หรือ personal loan และ/หรือหนี้บัตรเครดิต และถ้าดูคนไทยที่มีหนี้เสีย หรือมีหนี้ค้างช าระมากกว่า 90 วัน จะน่าตกใจที่พบว่าลูกหนี้ที่อยู่ช่วงอายุ29 ปี ซึ่งเป็นกลุ่มคนวัยทำงานและอยู่ในช่วงวางรากฐานที่สำคัญให้ครอบครัว เป็นลูกหนี้ค้างชำระเกิน 90 วันมากถึงหนึ่งในห้า ซึ่งส่วนนี้ยังไม่ได้นับรวมหนี้นอกระบบ หนี้สหกรณ์ออมทรัพย์ หนี้กองทุนให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ซึ่งมีอัตราการผิดนัดชำระหนี้มากเช่นกัน ถ้ารวมตัวเลขนั้นเข้ามา ผมคิดว่าปัญหาจะยิ่งน่าเป็นห่วง

(2) คนไทยเป็นหนี้นาน ปริมาณหนี้ต่อหัวเร่งขึ้นเร็วสำหรับคนในช่วงอายุประมาณปลาย 20 เข้า 30 ปีและอยู่ในระดับใกล้เคียงระดับสูงสุดตลอดอายุการทำงาน ที่สำคัญระดับหนี้ไม่ได้ลดลงแม้จะเข้าสู่วัยใกล้เกษียณสะท้อนถึงปัญหาความมั่นคงในชีวิต โดยเฉพาะเมื่อเราเข้าสู่สังคมชราภาพมากขึ้น เราทราบกันดีว่าคนที่อายุใกล้เกษียณต้องมีความพร้อมที่จะดูแลตัวเองในวันที่เกษียณได้

(3) คนไทยมีหนี้มูลค่ามากขึ้น ข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิต พบว่าค่ากลางหรือ median ของหนี้ต่อหัวจาก 70,000 บาทในปี 2553 หรือ 7 ปีก่อน เพิ่มขึ้นกว่าเท่าตัวมาอยู่ที่ประมาณ 150,000 บาท ณ สิ้นปี 2559

นอกจากนี้ คนที่มีหนี้ในระบบจากฐานข้อมูลบริษัทข้อมูลเครดิตแห่งชาติซึ่งรวมข้อมูลจากสถาบันการเงิน ยังมีสถานะการเงินเปราะบาง ร้อยละ 16 ของคนที่มีหนี้ หรือประมาณ 3 ล้านคน มีหนี้ที่มีสถานะค้างชำระเกินกว่า 90 วัน นั่นหมายถึงการเป็นหนี้เสียที่ต้องถูกเจ้าหนี้ติดตามทวงถามหรืออยู่ระหว่างกระบวนการทางกฎหมาย

อาการเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงการขาดวินัยและการขาดทักษะในการบริหารจัดการเงิน และสะท้อนให้เห็นว่าคนจำนวนไม่น้อยติดอยู่ในวงจรหนี้ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องแก้ไข เพราะเศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยการเป็นหนี้ โดยเฉพาะหนี้เพื่อการบริโภคที่ไม่ช่วยสร้างมูลค่าเพิ่มในอนาคตนั้น ยากที่เศรษฐกิจของเราจะเติบโตไปข้างหน้าได้ อย่างยั่งยืน

ดร.วิรไทยังกล่าวเพิ่มเติมอีกว่า “โครงการคลินิกแก้หนี้ ไม่ใช่ยาวิเศษที่จะสามารถรักษาหนี้ทุกคนให้หายขาดได้เราเชื่อว่าเป็นหนึ่งในมาตรการที่จะเปิดโอกาสให้ลูกหนี้ที่สุจริตและมีความมุ่งมั่นตั้งใจอยากแก้ไขปัญหา สามารถที่จะเริ่มต้นใหม่ด้วยการปรับปรุงโครงสร้างหนี้ที่มีให้อยู่ในระดับที่บริหารจัดการได้ตามความสามารถในการชำระหนี้จริงอย่างไรก็ดี สิ่งสำคัญที่จำเป็นต้องสร้างให้เกิดขึ้นควบคู่กันไป คือ การสร้างความตระหนักรู้ให้ประชาชนเห็นประโยชน์ของการออมการสร้างวินัยและการสร้างทักษะในการบริหารจัดการเงิน ทักษะในการวางแผนทางการเงินรวมทั้งปลูกฝังทัศนคติการดำรงชีวิตอย่างพอเพียง ควบคู่ไปกับ ที่สถาบันการเงินต้องดำเนินธุรกิจด้วยความรับผิดชอบ ให้บริการที่ตรงกับความต้องการของลูกค้า และพิจารณาการให้สินเชื่ออย่างรอบคอบ ไม่ให้สินเชื่อมากเกินควรและเกินความจำเป็น”

โครงการคลินิกแก้หนี้ที่เราจะเริ่มต้นในเดือนมิถุนายนนี้ ถือเป็นโครงการนำร่อง โดยช่วงแรกจะครอบคลุมเฉพาะสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน มีเจ้าหนี้ที่เป็นธนาคารพาณิชย์ที่เข้าร่วมโครงการตั้งแต่ 2 รายขึ้นไปและมีสถานะเป็นหนี้เสีย คือ ค้างชำระมากกว่า 90 วัน ก่อนวันที่ 1 พ.ค. 2560 จากข้อมูลของบริษัทข้อมูลเครดิตในเบื้องต้นเราพบว่า อาจจะมีลูกหนี้ในกลุ่มนี้หลายแสนราย ยอดเงินรวมกันมากกว่า 100,000 ล้านบาท ทั้งที่ยังอยู่ใน book ของสถาบันการเงินและที่สถาบันการเงินได้ write off ทางบัญชีไปแล้ว แต่ยังมีสิทธิ์ตามเก็บจากลูกหนี้อยู่ลูกหนี้ที่เข้าร่วมโครงการจะต้องแสดงเจตนาที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรม สร้างวินัยในการใช้จ่าย ตลอดช่วง 5 ปีที่ร่วมโครงการจะไม่สามารถก่อหนี้ใหม่เพิ่มเติมได้ยกเว้นเกิดกรณีจำเป็นตามที่ระบุไว้ในหลักเกณฑ์ของโครงการเมื่อดำเนินโครงการไประยะหนึ่งจะติดตามประเมินผลโครงการเพื่อปรับปรุงและพัฒนาโครงการอย่างต่อเนื่อง โดยเอาประโยชน์ของสังคมไทยเป็นที่ตั้ง

สุดท้ายนี้ ผมขออัญเชิญพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สององค์ซึ่งพระองค์ได้เคยพระราชทานเตือนสติชาวไทยไว้ว่า

“การกู้เงินที่นำมาใช้ในสิ่งที่ไม่ทำรายได้นั้นไม่ดี อันนี้เป็นข้อสำคัญ เพราะว่าถ้ากู้เงินและทำให้มีรายได้ก็เท่ากับจะใช้หนี้ได้ ไม่ต้องติดหนี้ ไม่ต้องเดือดร้อน ไม่ต้องเสียเกียรติ”

อีกองค์หนึ่งที่ได้เคยรับสั่งไว้ว่า

“การใช้จ่ายโดยประหยัดนั้น จะเป็นหลักประกันความสมบูรณ์พูนสุขของผู้ประหยัดเองและครอบครัวช่วยป้องกันความขาดแคลนในวันข้างหน้า การประหยัดดังกล่าวนี้จะมีผลดีไม่เฉพาะแก่ผู้ประหยัดเท่านั้นยังจะ เป็นประโยชน์แก่ประเทศชาติด้วย”

Report เนื้อหา


โพสท์โดย: treek
4M
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
10 VOTES
 
Voted By: ฮั่วชวี่ปิ้ง, zerotype

แชร์ใน Facebook Tweet
Comment ด้วย facebook

Comment!  

แบงก์ชาติจับมือ 16 แบงก์พาณิชย์ เปิด “คลินิกแก้หนี้” ช่วยลูกหนี้ที่มีเจ้าหนี้ 2 รายขึ้น ผลสำรวจชี้คนไทยเป็นหนี้เร็วขึ้น เป็นหนี้นาน และมีหนี้สูง

Top Comment

+23 Pika Pika Pikachu

แบบอยากเข้าร่วมนะ แต่เงื่อนไขขอสินเชื่อนี่แบบ (มองบน)

กุไม่เข้าหลักเกณฑ์เลยซักอัน

LIKE: easternseaguy, ฮั่วชวี่ปิ้ง
ตอบความคิดเห็นนี้
9 Artkalim

ไปสมัครแสดงละครช่องเจ็ดน่ะ  แสดงเก่งมากแต่ไม่เนียนเอาซะเลย 

ตอบความคิดเห็นนี้
8 เจ้านรกฮาเดส

วินๆ ทั้งแบงค์และลูกหนี้ แต่แบงค์มีแต่ได้ เพราะดอกเบี้ยยังได้อยู่ แต่ได้น้อยลง ในขณะที่เงินต้นได้คืนหมด ส่วนลูกหนี้ คือ ได้หายใจต่อ ผ่อนน้อยๆเท่าที่ตัวเองไหว และดอกเบี้ยไม่ทวีคูณ 

ตอบความคิดเห็นนี้
7 easternseaguy

จะมาแบบโครงการของรัฐอีกปะ พอเอาเข้าจริง เงื่อนไขเยอะแยะมากมาย เข้าาถึงยาก 

ตอบความคิดเห็นนี้
6 แสร์

สร้างความพอเพียงให้ถูกต้อง คือการลดภาระใช้จ่าย โดยภาคอื่นที่ไม่ใช่ภาคส่วนบุคคลและส่วนตัว

ภาครัฐ ภาคการค้าขาย ต้องลดราคาสิ่งของบางอย่างลง รายได้ของเกษตรกรต้องเพิ่มขึ้นไม่น้อยกว่าร้อยละ 45 

รัฐบาลต้องฉลาดที่จะหารายได้ มาชดเชยในจุดนี้ และกำจัดระบบผูกขาด บังคับให้นักธุรกิจ บังคับเจ้าของกิจการขนาดใหญ่ ให้เสียสละมากกว่านี้ อย่าเกรงใจ แต่จงเกรงใจคนจนและปกป้อง รวมทั้งหยิบยื่นเทคโนโลยีให้ มันถึงจะถูก ไม่ใช่มาเพ้อถึงความพอเพียงในจินตภาพ เราต้องคิดและเริ่มทำได้แล้ว อย่าปล่อยให้ใครแซงหน้าเราไป

ตอบความคิดเห็นนี้
+15 เก็บตังค์เป็นหมาตัวหนึ่ง

เจียมเพราะจนเป็นคนอย่างข้า

เกิดเป็นราชาเงินผ่อนเมืองไทย

ทํางานทําเงินทําเกินเงินเดือน

เศรษฐกิจคลาดเคลื่อน เงินเดือนไม่พอใช้

ให้เราทํางานทําแลกเงินตรา

แต่ต่อตีราคาตํ่ากว่าความเป็นไป

การค้าการขายก็คิดให้มีเงินผ่อน

ดาวน์ไม่เดือดร้อนผ่อนตามสบาย

ข้าวของเครื่องใช้ก็ซื้อได้ด้วยดาวน์

ผ่อนกันยาวๆ ดอกเบี้ยบานตะไท

ดอกทวีคูณก็หมุนเดือนชนเดือน

เขาคอยมาเตือนว่าผ่อนช้าเกินไป

ก็อยากจะใช้แต่สิ่งของจําเป็น เอย......

LIKE: ฮั่วชวี่ปิ้ง
ตอบความคิดเห็นนี้
+14 ซีเจย์

สถาบันการเงินอื่นที่ไม่เข้าร่วมหมดสิทธิ์

LIKE: ฮั่วชวี่ปิ้ง
ตอบความคิดเห็นนี้
+23 Pika Pika Pikachu

แบบอยากเข้าร่วมนะ แต่เงื่อนไขขอสินเชื่อนี่แบบ (มองบน)

กุไม่เข้าหลักเกณฑ์เลยซักอัน

LIKE: easternseaguy, ฮั่วชวี่ปิ้ง
ตอบความคิดเห็นนี้
+12 บักปาว

ใช้เงินไม่วางแผนก็จนไป มันต้องมองการไกลจะใช้เงิน

LIKE: ฮั่วชวี่ปิ้ง
ตอบความคิดเห็นนี้
+11 spec

ลด  เงิน ต้น 50%  สำหรับบัตรเคดิต  ไปเลย   

LIKE: ฮั่วชวี่ปิ้ง
ตอบความคิดเห็นนี้

Hot Topic อื่นๆของ treek


เตือน 18 จังหวัด 'อีสาน-ตะวันออก' เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน-ดินโคลนถล่ม

สนช.เสนอขึ้น VAT อีก 1%

'อัศวิน' สั่งตรวจความแข็งแรงต้นไม้ใหญ่ ขีดเส้นแก้ไขใน 3 วัน กำชับเขตดูแลต้นไม้อายุมาก อยู่พื้นที่เขตปทุมวัน-วัฒนา-พระนคร-ดุสิต-บางซื่อ

Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ


(คลิป) Kobe Bryant Vs ลูกสาว Gianna วัย 11 ปี ลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ

แทงกันกลางดึก คลอง6 (ชมคลิป) 18++

Deepwater Horizon ฝ่าวิบัติเพลิงนรก

แม่-ลูกรุมด่าตร.สน.ทุ่งมหาเมฆ เผยถูกตร.ยั่วยุทำให้โมโหที่สุด รออัยการฟ้องคดี

#อยากให้คู่รักได้อ่าน

ถ้าเห็นแล้วดีต่อใจก็ช่วยกันแชร์!?! พระสงฆ์สนทนาธรรมโต๊ะอิหม่าม มัสยิดกรือเซะ!?! อย่าให้พระบางรูปปลุกปั่นทางการเมืองทำไทยเข่นฆ่าอย่างพม่า?!?
แชร์ใน Facebook Tweet
ตั้งกระทู้ใหม่ไปหน้าแรกเว็บบอร์ด เพื่อดูกระทู้อื่นๆไปหน้าแรก Postjung.com

 
 
ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา