หน้าแรก ตรวจหวย โปรโมชั่น เว็บบอร์ด ควิซ Pic Post
 
Page หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype
 
อัลบั้ม แต่งรูป คำคม Glitter สเปซ ไดอารี่
 
เกมถอดรหัสภาพ เกม วิดีโอ
 
คำนวณ
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาลงข่าวประชาสัมพันธ์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

คปภ.เชียร์ ประกันภัย ขุดทอง CLMV

บอร์ด ข่าววันนี้ โพสท์โดย ประกันภัยรถยนต์ ทูเด

รุกอีก แก้กฏลงทุนโตต่างแดน ผนึกเอกชนลุย/ยัน “สินค้า-ราคา” เหนือคู่แข่ง

 เลขาธิการ คณะกรรมการกำกับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย (คปภ.) เปิดเผยว่า ในปีนี้ คปภ.ให้ความสำคัญกับการสร้างเครือข่ายในกลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวี (CLMV) ได้แก่ กัมพูชา สปป.ลาว เมียนมา และเวียดนาม โดยจะสนับสนุนบริษัท ประกันภัย ของไทยเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศกลุ่มนี้มากขึ้น อาทิ ใน สปป.ลาวหลังจากในปีที่ผ่านมาได้ไปลงนามบันทึกความเข้าใจกับหน่วยงานกำกับแล้ว โดย สปป.ลาวอยู่ระหว่างการปรับปรุงกฎหมาย ประกันภัย ซึ่งขอให้ คปภ.เข้าไปช่วยในด้านนี้ด้วย

“เนื่องจากไทยมีอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจต่ำ อยู่ที่ประมาณ 3-4% เทียบกับกลุ่มในกลุ่มซีแอลเอ็มวีที่สูงกว่า อาทิ สปป.ลาวอยู่ที่ 8% การสนับสนุนให้บริษัท ประกันภัย ไทยที่มีศักยภาพ มีความมั่นคงทางการเงิน มีโนฮาวที่ดี ไปประกอบธุรกิจในประเทศกลุ่มนี้ จะสามารถเพิ่มการเติบโตจากเศรษฐกิจของเขาได้ ก็มีบริษัท ประกันภัย ไทยที่มีศักยภาพหลายแห่งเข้าไปเปิดบริการธุรกิจแล้ว”

นอกจาก สปป.ลาวแล้ว ยังมีเมียนมา แม้ขณะนี้เมียนมายังไม่ได้เปิดให้ต่างชาติเข้าไปลงทุน แต่เปิดเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้นมา ซึ่งในเขตนี้ให้บริษัทต่างชาติเข้าไปเปิดให้บริการ ประกันภัย ได้ แต่ที่ผ่านมาบริษัท ประกันภัย ไทยเข้าไปช้ากว่าประเทศอื่นๆ มาก อาทิ เกาหลี ญี่ปุ่น ซึ่งหากมีการลงทุนของต่างชาติ หรือบริษัทของคนไทยไปในเขตเศรษฐกิจพิเศษนี้ ถ้าบริษัท ประกันภัย ไทยสามารถเข้าไปรับ ประกันภัย ได้ จะเป็นการขยายการเติบโตให้กับบริษัทไทยได้

“จริงๆ ไทยมีความสัมพันธ์ที่ดีกับเมียนมาและไปลงทุนก่อนคนอื่น แต่กลับเสียโอกาสเมื่อเทียบกับญี่ปุ่น เกาหลี ที่เข้าไปทีหลังไทย แต่กลับเปิดธุรกิจ ประกันภัย ขึ้นแล้ว ตรงนี้หน่วยงานภาครัฐต้องเข้าไปร่วมด้วย ภาคธุรกิจมองว่าเสี่ยง เพราะมองว่ายังไม่มีการเปิดตลาดให้กับต่างชาติ ไม่ได้ไปมองว่ามีเรื่องของการเปิดเขตเศรษฐกิจพิเศษด้วย ซึ่งการเข้าไปในเขตนี้อย่างเมียนมา จำเป็นต้องตั้งสำนักงานผู้แทนขึ้นมาระยะหนึ่งก่อนอาจจะ 4-5 ปี จึงจะมีสิทธิ์เข้าไปเปิดธุรกิจ ประกันภัย ในเขตเศรษฐกิจพิเศษได้ อย่างไรก็ดี ตอนนี้ก็มีบริษัท ประกันภัย ไทยเข้าไปเปิดสำนักงานผู้แทนขึ้นในเมียนมาแล้ว”

คปภ.พร้อมจะสนับสนุนบริษัท ประกันภัย ไทยเข้าไปประกอบธุรกิจในประเทศเพื่อนบ้าน เนื่องจากประกาศการลงทุนเปิดช่องให้อยู่ โดยพร้อมที่จะปรับปรุงกฎกติกาต่างๆ ในประกาศ ให้สอดรับกับพัฒนาการที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อเปิดโอกาสให้บริษัท ประกันภัย ไทย ซึ่งในขณะนี้ได้ให้ฝ่ายกำกับดูภาพรวมประกาศการลงทุนอยู่ มีข้อขัดข้อง มีอุปสรรคอะไรหรือไม่ ถ้ามี พร้อมแก้ไข

อย่างไรก็ดี ในการเข้าไปนั้น ทั้งภาครัฐและเอกชนต้องไปด้วยกัน โดยภาครัฐก็ต้องไปทำความร่วมมือกับหน่วยงานกำกับของประเทศต่างๆ อย่างที่ สปป.ลาว หน่วยงานกำกับเหมือนของไทยเมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งต้องการการพัฒนาอย่างมากและมอง คปภ.เป็นโมเดล และแม้บริษัท ประกันภัย ไทยต้องไปแข่งขันกับบริษัทต่างชาติ แต่เชื่อว่าไทยมีความได้เปรียบหลายเรื่อง อาทิ ภาษา วัฒนธรรม การคิดค้นสินค้าให้ตอบโจทย์ความต้องการในซีแอลเอ็มวีทำได้ง่ายกว่ามาก ขณะที่ราคาผลิตภัณฑ์ตอบโจทย์ได้ดีกว่า

“ความร่วมมือของหน่วยงานภาครัฐจะทำ 2 มิติ คือ 1.เราจะอำนวยความสะดวกให้บริษัทที่มีศักยภาพเข้าไปลงทุนในต่างประเทศ เพื่ออาศัยจุดเด่นความได้เปรียบของบริษัทเรา และการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่มากกว่าเรา เพื่อทำให้บริษัทของเราสามารถที่จะขยายได้ แต่ขณะเดียวกันเราต้องควบคุมคุณภาพบริษัทไทย ทั้งให้เขารายงานมาที่เราและเราไปร่วมมือกับหน่วยงานกำกับและช่วยเข้าพัฒนา ถ้าหากว่ามาตรฐานของเราใกล้เคียงกัน จะทำให้บริษัทไทยที่ไปประกอบธุรกิจที่นั่นทำธุรกิจได้ง่ายขึ้น การกำกับก็ง่ายขึ้น ถ้าคนละมาตรฐาน การกำกับดูแลเป็นไปได้ยาก คนจะเลี่ยงไปทำธุรกิจในต่างประเทศ ไปอาศัยจุดด้อยของกฎหมายมาเอาเปรียบประชาชน”

เลขาธิการกล่าวว่า แม้ระดับมาตรฐานของประเทศในกลุ่มซีแอลเอ็มวีต่างกัน อาทิ สปป.ลาวต่ำกว่าไทย ซึ่งเป็นทั้งความเสี่ยงและโอกาส แต่มองเป็นโอกาสมากกว่า เพราะการถือครองกรมธรรม์ของ สปป.ลาวมีสัดส่วนน้อยมาก มีโอกาสที่ตลาด ประกันภัย จะเติบโตได้ ขณะที่ใน สปป.ลาว ใบอนุญาตประกอบธุรกิจเป็น “คอมโพสิทไลเซ่นส์” คือถือใบอนุญาตเดียวให้บริการได้ทั้ง ประกันชีวิต และ วินาศภัย เทียบกับประเทศไทย ต้องถือใบอนุญาต 2 ใบ อีกทั้งปัจจุบันคนลาว คนกัมพูชา เข้ามารักษาพยาบาลที่ไทยจำนวนมาก เป็นโอกาสของการประกันสุขภาพ

“เรามองว่าถ้ากฏกติกาต่างๆ ในซีแอลเอ็มวีเป็นกติกาที่สอดคล้องกัน การกำกับดูแล หรือการประกอบธุรกิจ ประกันภัย เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งมุมมองในอนาคตเรื่องการลงทุนของบริษัทไทยเราคงไม่ได้มองแค่ตลาดในบ้านเราอย่างเดียว เรามองตลาดอาเซียนด้วยเป็นตลาดเดียว แต่ในเฟสแรกเราจำเป็นต้องโฟกัสไปที่กลุ่มซีแอลเอ็มวีก่อน ซึ่งในปีนี้เราจะเห็นการเติบโตของธุรกิจ ประกันภัย ในประเทศเพื่อนบ้านมีแนวโน้มดีขึ้นเมื่อเทียบกับปีก่อน”


รวมฟีดแบ็คเอกชนก่อนนัดถก

 ผู้ช่วยเลขาธิการสายกำกับธุรกิจและการลงทุน สำนักงาน คปภ.กล่าวถึงการปรับปรุงประกาศลงทุนว่า คปภ.ได้ทำหนังสือสอบถามความคิดเห็นของทุกบริษัทไปแล้ว ถึงประกาศที่บังคับใช้อยู่ในปัจจุบัน มีประเด็นที่ต้องการเสนอแนะหรือให้ทบทวนหรือไม่อย่างไร ซึ่งน่าจะได้คำตอบกลับมาแล้ว หลังจากนี้จะรวบรวมนำมาหารือกันต่อไป

“ประกาศการลงทุนที่มีอยู่ จะมีเรื่องลิมิตต่างๆ เราก็ต้องไปดูในฝั่งธุรกิจ มีอะไรที่ปริ่มหรือไม่มีที่จะไปแล้วหรือไม่ แต่เท่าที่ดูในภาพรวมตอนนี้ ยังมีพื้นที่ให้เขาลงทุนในแต่ละลิมิตที่มีอยู่ กฏเดิมยังไม่มีใครเต็ม บางบริษัทเหลือที่เยอะมาก ถ้ายังไม่แก้อะไรเลย เขายังดำเนินการตามปกติได้ อย่างที่เกี่ยวกับนโยบายของรัฐบาลที่จะส่งเสริมในเรื่องอินฟราสตรัคเจอร์ ต้องกลับมาดูว่ามีความเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน ระหว่างนี้เรากำลังมีประเด็นที่หารือร่วมกันกับภาคธุรกิจอยู่ เรื่องซีแอลเอ็มวี เลขาฯ มีนโยบายสนับสนุนอยู่”

2560 ปีแรกเบี้ยเกิน 8 แสนล้าน

 สำหรับแนวโน้มธุรกิจ ประกันภัย ในปีนี้ รองเลขาธิการ ด้านตรวจสอบ สำนักงาน คปภ.กล่าวว่า คาดว่าทั้งอุตสาหกรรม ประกันภัย จะมีเบี้ย ประกันภัย รวม 824,475 ล้านบาท เติบโต 6.01% ซึ่งจะเป็นครั้งแรกที่เบี้ย ประกันภัย รวมเกิน 8 แสนล้านบาท แบ่งเป็นเบี้ย ประกันชีวิต 611,324 ล้านบาท เติบโต 7.63% และเบี้ยประกันวินาศภัย จำนวน 213,151 ล้านบาท เติบโต 1.63% ซึ่งในส่วนของ ประกันชีวิต คาดว่ากรมธรรม์ประกันชีวิต แบบบำนาญ แบบควบการลงทุน แบบยูนิตลิงค์ และแบบยูนิเวอร์แซลไลฟ์ จะมีอัตราเติบโตโดดเด่นต่อเนื่องจากปีที่ผ่านมา และขับเคลื่อนการเติบโตของธุรกิจ ขณะที่ประกันวินาศภัยจะมาจาก ประกันภัยรถยนต์ และเบี้ย ประกันภัย เบ็ดเตล็ด ที่น่าจะเติบโตได้ต่อเนื่อง

สำหรับในปี 2559 ธุรกิจ ประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยรับตรงโดยตรง 777,717 ล้านบาท ขยายตัว 4.76% แบ่งเป็นเบี้ย ประกันชีวิต 567,974 ล้านบาท ขยายตัว 6.52% และเบี้ยประกันวินาศภัย 209,743 ล้านบาท ขยายตัว 0.26%

โดยทั้งระบบมีสินทรัพย์รวมทั้งสิ้น 3,357,939 ล้านบาท ขยายตัว 10.43% แยกเป็นสินทรัพย์รวมของธุรกิจ ประกันชีวิต 2,895,816 ล้านบาท ขยายตัว 12.22% และสินทรัพย์รวมของธุรกิจประกันวินาศภัย 462,123 ล้านบาท ขยายตัว 0.35%

“ในเรื่องของการลงทุนอยากให้ดู 3 ตัว คือ Return on Assets (ROA) ตัวนี้ของ ประกันชีวิต อยู่ที่ 1.31% Return on Equity (ROE) อยู่ที่ 6.39% และ Return on Investment (ROI) อยู่ที่ 3.95% ที่อยากจะโชว์คือตัว ROI ของ ประกันชีวิต ทั้งที่ในปี 2558-2559 อัตราดอกเบี้ยออมทรัพย์ต่ำมาก อยู่ที่ 0.5%, 0.7-0.75% โดยประมาณ แต่ ROI ของ ประกันชีวิต ไปถึง 3.95% ดีมาก ส่วนธุรกิจประกันวินาศภัย ROE, ROA, และ ROI อยู่ที่ 3.85% ใกล้เคียงกับ ประกันชีวิต เมื่อเทียบกับ ดอกเบี้ย ในแต่ละปี ถือว่า ROI ของทั้ง 2 ธุรกิจดีเช่นกัน ขณะที่ คาร์ เรโช ก็ดีขึ้นมาก โดยธุรกิจ ประกันชีวิต อยู่ที่ 321.53% เพิ่มขึ้น 3.25% ธุรกิจประกันวินาศภัย อยู่ที่ 321.53% เพิ่มขึ้น 3.25%”

ขอบคุณที่มา: http://todayinsure.com/
⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
 
 
ชื่อ
คปภ.เชียร์ ประกันภัย ขุดทอง CLMV
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
งานเข้า 'นิชคุณ' ชาวเกาหลีไม่ปลื้ม เผยแพร่วัฒนธรรมเกาหลีแบบผิดๆ ใน 'ทองเอกหมอยาท่าโฉลง'3 ราศี เตรียมถูกรางวัลใหญ่รวยฟ้าผ่า เป็นเศรษฐีมีบ้านมีรถตบคนแอนตี้!ใหม่ ดาวิดา โดนสื่อนอกอวยหนัก เป็นลูกครึ่งที่สะกดคนเห็นให้หลงรัก
กระทู้อื่นๆในบอร์ด ข่าววันนี้
ชายหาดโอโมอาในฮอนดูรัส ขยะจำนวนมหาศาลหลายร้อยตันซัดเข้าชายหาด ทำให้ขยะพลาสติกกองอยู่บนชายหาดจำนวนมากเวียดนาม ตำรวจจับโรงงาน รีไซเคิลถุงยางอนามัยใช้แล้วเกือบ 400 กก. ( 324,000ชิ้น )ที่โฮสเทลแห่งหนึ่งเลบานอน : 💥 เกิดเหตุระเบิดครั้งใหญ่อีกครั้งในภาคใต้ (20.00 น. เวลาไทย ) สาเหตุไม่แน่ชัด จากสื่อออนไลน์ มุ่งเน้นไปที่ 2 สาเหตุนายกรัฐมนตรี เผย ครม.อนุมัติโครงการหลักการ คนละครึ่ง- เพิ่มเบี้ยยังชีพ -หยุดยาว กระตุ้นเศรษฐกิจ ชาวเน็ตสวนเอาเงินที่ไหนมาเที่ยว
ตั้งกระทู้ใหม่