หน้าแรก เว็บบอร์ด หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype โปรโมชั่น Pic Post ตรวจหวย ควิซ Page คำนวณ คำคม วิดีโอ สเปซ เกม Play ไดอารี่ อัลบั้ม แต่งรูป Glitter
 
ติดต่อเว็บไซต์ลงโฆษณาแจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสมเงื่อนไขการให้บริการ
 
Login เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
 
เว็บบอร์ด บอร์ดต่างๆค้นหาสร้างบอร์ด ตั้งกระทู้ใหม่

เหตุผลที่ป่าไม้ควรเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาโลกร้อน

บอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้ โพสท์โดย greenpeaceth

บนโลกที่กำลังเผชิญกับวิกฤตโลกร้อน ป่าไม้คือปัจจัยของการหยุดยั้งการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

ผืนป่าสามารถดูดซับมลพิษได้ราวกับฟองน้ำ สามารถจับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในอากาศด้วยการสังเคราะห์แสง เก็บไว้ในลำต้นและในผืนดิน การต่อกรกับปัญหาโลกร้อนนั้นมุ่งเน้นไปที่การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างทางพลังงานสู่ยุคพลังงานหมุนเวียนเต็มร้อย นี่เป็นหนทางเดียวที่จะจำกัดการเพิ่มขึ้นของอุณหภูมิเฉลี่ยผิวโลกไว้ที่ 1.5 องศาเซลเซียสตามที่ตกลงกันไว้ในกรอบอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (UNFCCC) แต่ส่วนที่เหลือของทางออกนั้นอยู่ที่ผืนป่าและต้นไม้

ป่า Carpathian ในประเทศโรมาเนีย บันทึกภาพเมื่อ 20 สิงหาคม 2559

เรากำลังเดินหน้าสู่ยุคพลังงานหมุนเวียนเต็มร้อย แต่แน่นอนว่าต้องใช้เวลา หากเรายุติการทำลายป่า ร่วมไปกับการลดปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่ชั้นบรรยากาศได้ด้วยเราจะต่อกรกับมลพิษที่มนุษย์สร้างขึ้นได้ภายในปี 2563 (REDD+) การที่จะช่วยธรรมชาติลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์จากชั้นบรรยากาศและเก็บไว้ในผืนดินและผืนป่านั้น เราจำเป็นต้องเร่งฟื้นฟู ผืนป่าหลายล้านไร่ที่สูญไป และเพิ่มการกักเก็บคาร์บอนในผืนดินเพาะปลูกด้วยกระบวนการเกษตรกรรมเชิงนิเวศที่จัดการดินอย่างมีประสิทธิภาพ หากเราทำได้อย่างถูกต้อง สัดส่วนของผืนดินและผืนป่าจะช่วยลดปริมาณก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศได้ และส่งต่อสภาพภูมิอากาศที่เราอาศัยได้อย่างปลอดภัยสู่คนรุ่นหลังต่อไป

ป่า Intact ในประเทศรัสเซีย บันทึกภาพเมื่อ 13 กันยายน 2559

ลองมาดูเรื่องตัวเลขกันบ้าง 350 ส่วนต่อล้านส่วน (parts per million) คือความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์ในชั้นบรรยากาศซึ่งเป็นระดับที่ปลอดภัย แต่ยุคปฏิวัติอุตสาหกรรมได้พาเราสู่ยุคที่ความเข้มข้นของคาร์บอนไดออกไซด์อยู่ที่เกิน 400 ส่วนต่อล้านส่วน หากเรายังคงดำเนินการเช่นนี้ต่อไป เราอาจได้เห็นระดับคาร์บอนไดออกไซด์เกิน 450 ส่วนต่อล้านส่วน ภายในปี 2593 พร้อมกับผลกระทบที่เป็นหายนะ

ดังนั้นจึงไม่ใช่เพียงแค่ลดการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อย่างเร่งด่วนเท่านั้น แต่เรายังต้องลบก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศเพื่อให้แน่ใจว่าสภาพอากาศของโลกนั้นอยู่ในระดับที่เราอาศัยอยู่ได้ เราจำเป็นต้องลงมือทำโดยไม่ไขว่คว้าทางออกที่ผิด ๆ อย่างการกักเก็บคาร์บอน หรือเทคโนโลยีการดักจับและกักเก็บคาร์บอน(carbon capture and storage – CCS) 

ภาพฉายคำว่า “We Will Move Ahead” ที่การประชุม COP22 เมืองมาราเกซ ประเทศโมร็อคโค เมื่อ 17 พฤศจิกายน 2559

การประชุม COP22 เมืองมาราเกซ ประเทศโมร็อคโค แทบไม่มีการเจรจาตกลงอย่างเป็นทางการถึงทางออกด้านป่าไม้และการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดิน อย่างไรก็ตามข้อตระหนักถึงบทบาทของการเปลี่ยนแปลงการใช้ที่ดินและผืนป่านั้นกำลังเพิ่มสูงขึ้น นักวิทยาศาสตร์ได้กล่าวไว้อย่างชัดเจนว่า การลงมืออย่างเหมาะสม ประกอบกับความมุ่งมั่นอันยิ่งใหญ่ มีความจำเป็นอย่างมากในประเด็นนี้ ผู้นำทางการเมืองและทางอุตสาหกรรม รวมถึงองค์กรภาคสังคมต่าง ๆ มีบทเรียนจากโครงการมากมายที่เกิดขึ้น หนึ่งในโครงการนั้นคือ อุตสาหกรรมถั่วเหลืองของประเทศบราซิล ซึ่งกรีนพีซพบว่ามีความเชื่อมโยงกับการทำลายผืนป่าอะเมซอน และโครงการนี้เองที่ถูกกล่าวถึงว่าเป็นหนทางหนึ่งที่กลุ่มอุตสาหกรรมทั้งภาครัฐและเอกชนสามารถลงมือได้ เพื่อมุ่งสู่การยุติการตัดไม้ทำลายป่าในห่วงโซ่อุปทานของตน

พื้นที่ป่าและดินนั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการลบก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ออกจากชั้นบรรยากาศ เพื่อไปให้ถึงเป้าหมายในการรักษาอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกไม่ให้เกิน 1.5 องศาเซลเซียส ตามความตกลงปารีส (Paris Agreement) เพื่อให้เราสามารถต่อกรกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ สร้างการพัฒนาอย่างยั่งยืน และปกป้องความหลากหลายทางชีวภาพ โดย 4 ข้อต่อไปนี้คือประเด็นสำคัญที่ควรเป็นข้อคำนึงในการแก้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

1. จำเป็นต้องมีการดำเนินการอย่างรอบคอบ โปร่งใส และเป็นอิสระในการรับผิดชอบต่อการปล่อยกีาซคาร์บอนไดออกไซด์และลดการปล่อย รวมถึงยุติการทำลายป่า ฟื้นฟูป่า และร่วมลดก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์อื่น ๆ

2. ประเทศที่กำลังพัฒนาควรได้รับการสนับสนุนเพิ่มเติมจากกองทุนสภาพอากาศสีเขียว (Green Climate Fund - GCF) และจากกองทุนทวิภาคีอื่น ไม่ใช่จากสาขาของกลุ่มอุตสาหกรรมผู้ปล่อยมลพิษ

3. ประเทศในแผนสนับสนุนในระดับประเทศอย่างมุ่งมั่น  หรือ NDCs (Nationally Determined Contributions) ควรยกระดับเป้าหมายข้อกำหนดการใช้ผืนป่าและผืนดิน ซึ่งที่มีอยู่นั้นไม่เพียงพอในส่วนของประเทศที่กำลังพัฒนาและแทบจะไม่ปรากฎเลยในประเทศที่พัฒนาแล้ว

4. อาณาเขตของชนพื้นเมืองและสิทธิชุมชนควรได้รับการตระหนักและคุ้มครอง เนื่องจากคนกลุ่มนี้คือผู้ที่พิทักษ์ผืนป่าจากการบุกรุกและถูกทำลาย

ชมวิดีโอ ต้นไม้จำนวน 750,000 ล้านต้น สามารถทำอะไรได้บ้างกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ

 

บทความนี้แปลมาจากต้นฉบับภาษาอังกฤษ  สามารถอ่านได้ที่นี่ Four ways our forests must be part of the climate conversation

ที่มา : www.greenpeace.org/seasia/th/news/blog1/blog/58457


 ติดตามกรีนพีซเพิ่มเติมที่

  

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 


โพสท์โดย: greenpeaceth
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
8 VOTES (4/5 จาก 2 คน)
VOTED: paktronghie, zerotype
 
เหตุผลที่ป่าไม้ควรเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ปัญหาโลกร้อน
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ

สธ.แถลงยันพบป่วยติดไวรัสโควิด-19 อีก 3 ราย ประกาศตามผดส.ไฟล์ทฮอกไกโด-ดอนเมืองพบแพทย์ด่วน

มันใช่เหรอ? แก๊งสาวไทยไปเที่ยวญี่ปุ่น กลับมาบริษัทอนุญาตหยุด แต่ดันนัดกันไปเที่ยวในไทยต่อ

นักเรียนกว่า 200 คน ถูกลอยแพ หลังโรงเรียนอาชีวศึกษาชัยนาท เลิกกิจการ

เปิดไฟใส่ประยุทธ์ ฝ่ายค้าน พร้อมใจชูมือถือส่องไฟฉาย จี้ "บิ๊กตู่" ยุบสภาฯ เลือกตั้งใหม่

ผวา ส.ส.หญิงพลังประชารัฐ เพิ่งกลับจากญี่ปุ่นไม่สบาย แจงแค่หวัดธรรมดา

ไม่เคยขับรถเร็วเท่านี้ แม่รีบไปรับลูกกลับทั้งน้ำตา สวดยับผลของการกระทำคนไปเที่ยวญี่ปุ่น

มอส ปฏิภาณ ขอรับผิดชอบต่อสังคม หลังไปเที่ยวญี่ปุ่นมา

12 การเปรียบเทียบชุดนางแบบกับคนดังใส่ ที่ต่างกันราวฟ้ากับเหว
กระทู้อื่นๆในบอร์ด สาระ เกร็ดน่ารู้
โอกาสสำคัญคนรักเรียน มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา เปิดรับปริญญาตรีภาคพิเศษ เรียนเสาร์อาทิตย์ รับสมัครถึงวันที่ 1 มีนาคมนี้เท่านั้นอ่านแล้วได้แง่คิด "เจ้าสัวซีพี" ลั่น ทำของใหม่ เสี่ยง พลาด ล้มเหลว ก่อนสำเร็จวิธีป้องกันตนเองไม่ให้เป็นโรคข้อเข่าเสื่อมคนเนรคุณ
ตั้งกระทู้ใหม่