ดูเวอร์ชั่นเต็มMENU
หน้าแรก ตรวจหวย วีดีโอ ตัวอย่างหนัง Pic Post หาเพื่อน สเปซ Hot Topic เว็บบอร์ด
X
MENU
หน้าแรก ตรวจหวย Hot Topic เว็บบอร์ด Pic Post Video คลิป หาเพื่อน Skype สเปซ ตัวอย่างหนัง/เช็ครอบหนัง
เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก
ติดต่อโพสท์จัง
เว็บบอร์ด ค้นหา ตั้งกระทู้ใหม่

มาม่า

 
  

ประวัติ 
 

บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 ด้วยทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่าง บริษัทเพรซิเดนท์ เอ็นเตอร์ไพรส์ ของใต้หวัน ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีการผลิตและบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ซึ่งรับผิดชอบในด้านการตลาดและการจำหน่ายสินค้า มีวัตถุประสงค์ในการก่อตั้งเพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปภายใต้เครื่องหมายการค้า "มาม่า" โดยมีสำนักงานใหญ่แห่งแรกที่ถนนเพชรบุรีตัดใหม่ และเปิดทำการโรงงานแห่งแรกที่เขตหนองแขม กรุงเทพฯ ซึ่งหลังจากการดำเนินธุรกิจปีแรกผ่านไป หุ้นทั้งหมดได้ถูกโอนไปยังผู้ถือหุ้นคนไทยซึ่งเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่มาจวบจนปัจจุบัน 



:: พ.ศ. 2515 


ก่อตั้งเมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2515 ด้วยเงินทุนจดทะเบียน 6 ล้านบาท โดยเป็นการรวมทุนระหว่าง บริษัท เพรซิเดนท์เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด แห่งไต้หวัน กับบริษัทสหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) มีสำนักงานแห่งแรกที่ถนนเพชรบุรี ตัดใหม่ และก่อสร้างโรงงานแห่งแรกที่หนองค้างพลู เขตหนองแขม ทำการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสซุปไก่ ภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา “มาม่า” เป็นผลิตภัณฑ์แรกในปี 2516 

:: พ.ศ. 2518 


บริษัทฯ ได้เพิ่มเครื่องจักรรวมเป็น 3 เครื่อง และผลิตบะหมี่สำเร็จรูปให้บริษัทเพรซิเดนท์คอมเมอร์เชียล จำกัด เป็นตัวแทนจำหน่าย 

:: พ.ศ. 2519 


เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 10 ล้านบาท และจัดตั้งโรงงานแห่งที่ 2 ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี เพื่อทำการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติใหม่ๆ เพิ่มขึ้น 


:: พ.ศ.2521 


บริษัทฯ เพิ่มทุนเป็น 20 ล้านบาท และสร้างโรงงานผลิตขนมปังกรอบ ภายในโรงงานผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ที่อำเภอศรีราชา จังหวัดชลบุรี โดยได้รับการถ่ายทอดเทคโนโลยีจากบริษัท นิสชินคอนแฟคชันเนอรี จำกัด ประเทศญี่ปุ่น ภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา “นิสชิน” และในวันที่ 7 ธันวาคม 2521 บริษัทฯ ได้รับการพิจารณาอนุญาตให้เป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย 


:: พ.ศ. 2522 


เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 32.5 ล้านบาท เพื่อทำการปรับปรุงเครื่องจักรและขยายกำลังการผลิต 


:: พ.ศ. 2523 


เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 37.5 ล้านบาท เพื่อปรับปรุงเครื่องจักรและขยายกำลังการผลิต 


:: พ.ศ. 2524 


เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 40 ล้านบาท เพื่อซื้อเครื่องจักรและอุปกรณ์ในการผลิตขนมปังกรอบ และขยายกำละงการผลิต 


:: พ.ศ. 2525-2527 


บริษัทฯ ได้รับเกียรติจากคณะกรรมการพิจารณารางวัลผลิตภัณฑ์อาหารยอดเยี่ยมนานาชาติแห่งเอเชีย (International Asia Award Committee) มอบรางวัลผู้ผลิตอาหารยอดเยี่ยมแห่งเอเชีย (International Asia Award) สามปีซ้อน และได้ร่วมลงทุนในบริษัท เมียวโจ้ฟูดส์ จำกัด เพื่อผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคุณภาพสูงในปี 2526 



:: พ.ศ. 2528 


ร่วมลงทุนในบริษัท เพรซิเดนท์เบเกอรี่ จำกัด เพื่อผลิตขนมปังสด 


:: พ.ศ. 2529 


ปิดโรงงานหนองแขม เนื่องจากโรงงานศรีราชาผลิตได้เต็มที่แล้ว 


:: พ.ศ. 2530 


ปรับปรุงระบบการผลิตจากระบบ Direct Heat เป็น Indirect Heat ซึ่งช่วยประหยัดพลังงานได้ถึง 75% ทำให้ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพสม่ำเสมอดียิ่งขึ้น และได้รับรางวัลประหยัดพลังงานจากกระทรวงวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม 



:: พ.ศ. 2531 


ร่วมลงทุนในบริษัท ซันโกแมชินเนอรี่ (ประเทศไทย) จำกัด เพื่อประกอบเครื่องจักรบรรจุภัณฑ์ และร่วมลงทุนในบริษัทไทยมีผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเพื่อการส่งออก 



:: พ.ศ. 2532 


เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 60 ล้านบาท ปรับปรุงประสิทธิภาพในการผลิตและก่อสร้างโรงงานผลิตแห่งใหม่เพื่อการส่งออก ซึ่งได้รับสิทธิประโยชน์จากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน 



:: พ.ศ.2533 


เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 80 ล้านบาท และได้ร่วมทุนกับบริษัท เดนิชแฟนซีฟูดส์ กรุ๊ป แห่งประเทศเดนมาร์ค ก่อตั้งบริษัท เพรซิเดนท์เดนิชฟูดส์ จำกัด เพื่อผลิตคุกกี้ “เคลด์เซ็น” 



:: พ.ศ.2534 


เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 120 ล้านบาท และจัดตั้งบริษัท T.F. Interfoods (USA) Inc. เพื่อดูแลธุรกิจและเป็นตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทในสหรัฐอเมริกาและแคนาดา 



:: พ.ศ.2535-2536 


ย้ายสำนักงานใหญ่ โดยได้เปิดดำเนินการ และเปิดตัวอย่างเป็นทางการบริเวณถนนศรีนครินทร์ในเดือนมิถุนายน 2535 และในปีนี้ได้ร่วมลงทุนในบริษัท ไทซันฟูดส์ จำกัด เพื่อผลิตน้ำผลไม้และร่วมจัดตั้งบริษัท Kunming Tai Tongyi Foods Co., Ltd. ผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปจำหน่ายในประเทศจีน นอกจากนี้ยังได้ร่วมทุนตั้งบริษัท ไดอิชิแพคเกจจิ้ง จำกัด เพื่อผลิตบรรจุพัณฑ์ป้อนบริษัทในกลุ่ม ส่วนในปี 2536 ได้รับการส่งเสริมการลงทุนที่โรงงานศรีราชาในเดือนมีนาคม 2536 


:: พ.ศ.2537 


ได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนกิจการเป็น “บริษัทมหาชน” ในวันที่ 16 พฤษภาคม 2537 และได้ร่วมลงทุนในอีก 2 บริษัท ได้แก่บริษัท ซีพีเอนเตอร์ไพรส์ฟูดส์ จำกัด ที่ฮ่องกง และบริษัท นิสชินฟูดส์ (ไทยแลนด์) จำกัด 


:: พ.ศ.2538 


ออกแบบผลิตภัณฑ์ขนมปังกรอบชนิดใหม่ ภายใต้เครื่องหมายการค้าตรา “บัตเตอร์เวิร์ท” และก่อสร้างโรงงานผลิตบะหมี่ กึ่งสำเร็จรูปแห่งใหม่ที่จังหวัดลำพูน บนเนื้อที่ 37 ไร่ เงินลงทุน 350 ล้านบาท มีกำลังการผลิตบะหมี่ซองปีละ 14,256 ตัน และบะหมี่ถ้วยปีละ 260 ตัน โดยได้รับสิทธิ์ BOI 


:: พ.ศ.2540 


ได้รับรางวัลผู้ส่งออกดีเด่น (Prime Minister’s Export Award) ประจำปี 2539 และได้รับประกาศนียบัตรระบบ ISO 9002 จากบริษัท RWTUV 



:: พ.ศ.2541 


ได้รับรางวัลอุตสาหกรรมดีเด่นประจำปี 2542 ประเภทการบริหารงานคุณภาพจากกระทรวงอุตสหกรรม เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2541 และพัฒนาคุณภาพผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพโดยเสริมสารวิตามินเอ ธาตุเหล็กและไอโอดีนในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป 


ี :: พ.ศ.2542 


เปลี่ยนการผลิตขนมปังกรอบภายใต้ชื่อ “นิสชิน” เป็น “บิสชิน” ในเดือนสิงหาคม 2542 ได้รับประกาศนียบัตรระบบ ISO 14001 ของโรงงานศรีราชาและสำนักงานใหญ่กรุงเทพฯ จาก SGS Yarsley พัฒนาระบบการผลิตซองเครื่องปรุงจากแยกซองมาติดกันเป็น Twin Pack พร้อมเปลี่ยนแปลงระบบการวางเครื่องปรุงลงบนก้อนบะหมี่โดยใช้เครื่องป้อนอัตโนมัติแทนแรงงานคน 


:: พ.ศ.2543 


เพิ่มทุนจดทะเบียนเป็น 180 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังการผลิตและปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และเพิ่มสินค้าใหม่ รสชาติ “หมูน้ำตก” ติดตั้งเครื่องป้อนเครื่องปรุงอัตโนมัติในผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำกุ้ง และเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท เพรซิเดนท์เดนิชฟูดส์ จำกัด จากร้อยละ 74 เป็น ร้อยละ 99.99 


:: พ.ศ.2544 


ขยายกำลังการผลิตบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่โรงงานลำพูนจาก 40 ตัน เป็น 80 ตัน/วัน ในเดือนกรกฎาคม 2544 โดยได้รับสิทธิ์ BOI มีการออกแบบผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสชาติใหม่ 
ได้แก่ หมูต้มยำ และโป๊ะแตก และออกแบบผลิตภัณฑ์ขนมปังรสชาติใหม่ได้แก่ บลูเบอรี่ แบล็คเคอเร๊นท์ และเลมอนเชอร์เบท รวมทั้งได้รับรองมาตรฐาน HACCP จาก SGS (Thailand) Limited เมื่อวันที่ 2 เมษายน 2544 และ EFSIS Standard ประเทศอังกฤษ เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2544 สำหรับการลงทุนในต่างประเทศ บริษัทได้ลงทุนใน บจก. เพรซิเดนท์ฟูดส์ (คัมโบเดีย) ประเทศกัมพูชา 30% เพื่อผลิตและจำหน่ายบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในประเทศกัมภูชา 


:: พ.ศ.2545 


เพิ่มผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ “บะหมี่หยกแห้งรสเป็ดย่าง” และ “ต้มยำน้ำข้น” สำหรับการลงทุน บริษัทฯ เพิ่มสัดส่วนการลงทุนในบริษัท ลี่ฟุ (ชิงเต่า) ฟูดส์ จำกัด เป็นจำนวนเงิน 26.22 ล้านบาท ทำให้บริษัทฯ มีสัดส่วนการลงทุนในบริษัท ลี่ฟุ (ชิงเต่า) ฟูดส์ จำกัด จากอัตราร้อยละ 19 เป็นร้อยละ 49 นอกจากนี้บริษัทยังได้ร่วมลงทุนในบริษัท 4 พีเพิลฟูดส์ จำกัด ในสัดส่วนร้อยละ 13 


:: พ.ศ.2546 


เริ่มนำระบบการจัดการสำเร็จรูป SAP เข้ามาใช้แทนระบบเก่า พัฒนาเว็ปไซต์ของบริษัทฯ ให้ทันสมัยและน่าติดตาม และเพื่อประโยชน์ในการเผยแพราข้อมูลข่าวสารต่อบุคคลภายนอก และบริษัทฯ 



:: พ.ศ.2547 


บริษัทฯ ได้รับรางวัล Prime Minister’s Export Award 2004 ทั้งหมด 2 รางวัล ได้แก่ รางวัลเกียรติคุณผู้ส่งออกสินค้าไทยดีเด่น และ รางวัลผู้ส่งออกดีเด่นประเภทใช้ตราสินค้าของตัวเอง และได้ออกผลิตภัณฑ์รสชาติใหม่ “มาม่าต้มยำเส้นชาเขียว” รวมถึงผลิตภัณฑ์ขบเคี้ยว “มาม่าสแนก” รสบาบีคิว, รสโนริสาหร่าย และรสซาวครีมและหัวหอม 


ผลิตภัณฑ์ 
บริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) มีนโยบายที่จะมุ่งมั่นผลิตสินค้าที่มีคุณภาพสูงสุดแก่ลูกค้า โดยการหมั่นศึกษาเทคโนโลยีใหม่ๆ และมีบุคลากรที่ทำการวิจัยและพัฒนาที่มีคุณภาพ ดังนั้นทางบริษัทฯ จึงมีความสามารถที่จะพัฒนาคุณภาพของสินค้ารวมถึงผลิตสินค้ารสชาติใหม่ๆ ให้ตรงตามความต้องการของลูกค้าได้อย่างต่อเนื่อง ด้วยคำมั่นสัญญาที่จะทำให้สินค้ามีคุณภาพมาตรฐานระดับโลกเสมอมา ในปัจจุบัน ระบบการบริหารจัดการคุณภาพของบริษัทฯ ได้เป็นที่ยอมรับทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งจะเห็นได้จาก รางวัลและมาตรฐานต่างๆ ที่ทางบริษัทฯ ได้รับ 

[/url]http://www.mama.co.th/All_Product/index.asp?lp=_TH&ID=1&BrandID=1[/url] 




"มาม่า" 
ชื่อนี้คู่ความอร่อย กับชีวิตคนไทยมากว่า 25 ปี ในรูปแบบของความอิ่มอร่อยที่สะดวกรวดเร็ว โดยเฉพาะ ปัจจุบัน วิถีชีวิตมีความเร่งรีบมากขึ้นคนรุ่นใหม่ เกิดการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมบริโภคอาหาร บะหมี่ และเส้นหมี่กึ่งสำเร็จรูป จึงสามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภค ในวิถีชีวิตปัจจุบันเป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน ได้มีการคิดค้นพัฒนารสชาติ ให้มีความหลากหลาย และอร่อยมากขึ้นแต่ราคาที่จำหน่ายต่อซอง อยู่ในระดับที่ ผู้บริโภคสามารถหาซื้อได้ง่าย ๆ ทำให้บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป มาม่า สามารถเติบโตได้อย่างรวดเร็ว มาม่า เริ่มเข้าสู่ตลาดเมืองไทยเป็นครั้งแรก เมื่อเดือนเมษายน พ.ศ 2515 แต่ได้รับการต้อนรับไม่ดีเท่าที่ควร เพราะผู้บริโภคไม่คุ้นเคยกับการ "ชงบะหมี่"ระกอบกับราคาในยุคนั้น เมื่อเทียบกับบะหมี่รถเข็นทั่วไปจัดว่าค่อนข้างแพง แม้ว่าลู่ทางตลาดจะไม่แจ่มใสนัก ท่านประธานก็ยังมีความมั่นใจ และตัดสินใจที่จะดำเนินการ ต่อ ปี พ.ศ 2516 ประเทศไทยมีภาวะเหตุการณ์ทางการเมืองไม่สงบ ตลอดจนประสบ กับปัญหาเศรษฐกิจ น้ำมันขึ้นราคา วัตถุดิบขาดแคลน อุตสาหกรรมโดยทั่วไปประสบ กับความเดือดร้อนอย่างหนัก อาหารมีราคาแพงหาซื้อลำบาก แต่เนื่องจากมาม่า มีการ สต๊อก วัตถุดิบไว้เป็นจำนวนมาก จึงสามารถดำเนินการผลิตต่อไปได้การซื้อหาบริโภค ได้สะดวก ง่ายดาย ตลอดจนราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก มาม่า จึงได้ความนิยมเพิ่ม ขึ้นอย่างรวดเร็ว เป็นเวลากว่า 25 ปี ที่มาม่าเข้าสู่ตลาดเมืองไทย ด้วยการมองการณ์ ไกลว่า นับวันพฤติกรรมของผู้บริโภค มีแต่จะเปลี่ยนแปลงไป สินค้าที่ให้ความสะดวก รวดเร็ว จะเป็นสินค้าที่ผู้บริโภคให้ความสนใจ ยอมรับและ มาม่า ก็คือบทพิสูจน์ อีกประการหนึ่ง ถึงการตัดสินใจที่เฉียบคม มองการณ์ไกลของ ท่านอดีตประธาน ดร.เทียม โชควัฒนา นอกจาก สหพัฒน์ จะมี มาม่า เป็นยี่ห้อหลักในสินค้าประเภทนี้แล้วก็ยังมีบะหมี่เมียวโจ้ ซึ่งเหมาะสำหรับอีกกลุ่มเป้าหมายหนึ่ง ที่ราคาจะสูงกว่ายี่ห้ออื่นในท้องตลาด และบะหมี่นิสชิน ที่เน้นความสะดวกรวดเร็ว โดยเริ่มออกสู่ตลาดด้วยรูป แบบของคัพนูดเดิ้ล และที่พิเศษ ก็คือสามารถชงน้ำร้อนเพียง 1 นาที ก็สามารถทาน ได้ ซึ่งต่างจากบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทั่วไปที่ต้องทิ้งไว้ถึง 3 นาที นอกจากนี้ยังมี บะหมี่โคคา และ บะหมี่ซันวา ที่เป็นอีกทางเลือกหนึ่งของผู้บริโภค ส่วน บะหมี่จายา ก็เป็น บะหมี่กึ่ง สำเร็จรูปสำหรับชาวมุสลิม โดยมีเครื่องหมายฮาลาลรับรองจาก สำนักจุฬาราชมนตรี 



"มาม่า" ต้มยำ 

* รสชาติของน้ำซุบที่อร่อยเข้มข้นเหมือนก๋วยเตี๋ยวหมูต้มยำแท้ ๆ 

* เพิ่มโปรตีนเกษตร เพื่อเพิ่มคุณค่าสารอาหาร 

* บรรจุในซอง Metalite ทำให้สินค้าใหม่สดเสมอ พร้อมการปรับ Design ให้ทันสมัย สีสันสดใสขึ้น 

* สะดวกรวดเร็ว ทำง่ายไม่ยุ่งยาก 


มาม่า" นู้ดโดะ 

* เป็นสแน็ครูปแบบใหม่ ที่ทันสมัย และสะดวกในการทาน ทานได้ทุกที่ทุกเวลา 

* ทำจากเส้นบะหมี่อบกรอบ อัดเป็นก้อนพอดีคำ มี 5 รสชาติให้อร่อยกัน 





บริษัทของคุณมีฐานที่ตั้งอยู่ที่ใด? 
กลุ่มบริษัทไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ มีฐานที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ โดยมีโรงงานหลัก ที่สวนอุตสาหกรรมสหพัฒ จังหวัดชลบุรี และจังหวัด ลำพูน ประเทศไทย (คลิ๊กเพื่อดูที่อยู่และแผนที่บริษัท) 

คุณทำธุรกิจเกี่ยวกับอะไร? 
ในฐานะที่เป็นผู้นำในการผลิตอาหาร กลุ่มทีเอฟนำเสนอสินค้าหลักได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ก๋วยเตี๋ยว เส้นหมี่ โจ้ก และข้าวต้มกึ่งสำเร็จรูป, ขนมปังกรอบและเวเฟอร์ รวมถึงเครื่องดื่มและน้ำผลไม้บรรจุกระป๋อง (คลิ๊ก เพื่อดูธุรกิจของเรา) 

คุณอยู่ในธุรกิจนี้มานานเท่าใด ? 
บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2515 โดยทำธุรกิจด้านอาหารตลอดมาจนปัจจุบันได้เข่สู่เข้าสู่ทศวรรษที่ 3 แล้ว 

คุณรับผลิตสินค้าที่เป็นยี่ห้อโดยเฉพาะของลูกค้าหรือไม่ ? 
เรามีความยินดีที่จะตอบสนองตามความต้องการของลูกค้า ในปัจจุบัน เราผลิตสินค้าซึ่งเป็นยี่ห้อโดยเฉพาะสำหรับลูกค้าในต่างประเทศแต่ละราย เช่น อเมริกา ยุโรป ออสเตรเลีย ไต้หวัน และ ฮ่องกง 

ผลิตภัณฑ์อะไรที่เป็นที่นิยมมากที่สุด ? 
ผลิตภัณฑ์ของเราที่เป็นที่นิยมไปทั่วโลก ได้แก่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตรา “มาม่า” ซึ่งมีรสชาติแบบอาหารไทย เช่น ต้มยำกุ้งน้ำข้น หมูสับ และผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น บิสกิตหลากหลายรูปแบบ น้ำผลไม้ และน้ำสมุนไพรกระป๋อง 

ใครมีส่วนแบ่งการตลาดในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปของไทยมากที่สุด? 
ปัจจุบันนี้ บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) หรือ “ทีเอฟ” มีส่วนแบ่งทางการตลาดของผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประมาณ 60% 

มาม่ามีการส่งออกขายต่างประเทศทั้งหมดกี่ประเทศ? 
ประเทศที่เราทำการส่งออกผลิตภัณฑ์มาม่านั้นมีหลายประเทศ ซึ่งจะขอยกตัวอย่างประเทศหลักๆ ดังนี้ สหรัฐอเมริกา, แคนาดา, เยอรมัน, ฟินแลนด์, เนเธอร์แลนด์, อังกฤษ, ฝรั่งเศส, ฮ่องกง, สิงคโปร์ และไต้หวัน เป็นต้น 

ในปัจจุบันมาม่าที่ผลิตออกมาทั้งหมดมีกี่รสชาติ? อะไรบ้าง? 
มาม่าเส้นเหลือง : ผลิตออกมาทั้งหมด 25 รสชาติ และในปัจจุบันขายอยู่ 13 รสชาติ ได้แก่ 
บะหมี่มาม่าส่าหร่ายทะเล, บะหมี่มาม่าครบรส, บะหมี่มาม่าซุปไก่, บะหมี่มาม่าฮกเกี้ยน, บะหมี่มาม่าหมูสับ, บะหมี่มาม่าต้มยำกุ้ง, บะหมี่มาม่าคุณหนู, บะหมี่มาม่าโปรตีนไข่, บะหมี่มาม่าเย็นตาโฟ, บะหมี่มาม่ารสเป็ดพะโล้, บะหมี่มาม่าต้มยำชาเขียว, บะหมี่มาม่าต้นตำรับ, บะหมี่มาม่ารสเนื้อ, บะหมี่มาม่าหมูน้ำตก, บะหมี่มาม่าหมูน้ำตกโฉมใหม่, บะหมี่มาม่าผัดขี้เมา, บะหมี่มาม่าข้าวซอย, บะหมี่มาม่าแกงป่า, บะหมี่มาม่าเจรสเห็ดหอม, บะหมี่มาม่าเจรสต้มยำ, บะหมี่มาม่าเจรสแกงป่า, บะหมี่มาม่าหมูต้มยำ, บะหมี่มาม่าโป๊ะแตก, บะหมี่หยกเป็ดย่าง, บะหมี่มาม่าต้มยำน้ำข้น, บะหมี่มาม่าหมูสับบิ๊กแพ็ค, บะหมี่มาม่าต้มยำกุ้งบิ๊กแพ็ค 
มาม่าคัพ : ผลิตออกมาทั้งหมด 21 รสชาติ และในปัจจุบันขายอยู่ 13 รสชาติ ได้แก่ 
มาม่าคัพนู้ดเดิล, มาม่าคัพนู้ดเดิลกุ้ง, มาม่าคัพนู้ดเดิลปรุงสำเร็จ, มาม่าคัพนู้ดเดิลรสหมู, มาม่าคัพนู้ดเดิลรสต้มยำกุ้ง, มาม่าคัพบะหมี่รสหมูสับ, มาม่าคัพบะหมี่รสต้มยำกุ้ง, มาม่าคัพบะหมี่รสเป็ดพะโล้, มาม่าคัพบะหมี่รสเย็นตาโฟ, บะหมี่มาม่าชามรสเนื้อตุ๋น, บะหมี่มาม่าชามรสเป็ดตุ๋นเห็ดหอม, บะหมี่มาม่าชามรสขาหมูพะโล้, บะหมี่มาม่าชามรสซี่โครงหมูอบ, มาม่าคัพบะหมี่เจรสเห็ดหอม, มาม่าคัพบะหมี่เจรสต้มยำ, มาม่าคัพบะหมี่เจรสแกงป่า, มาม่าคัพบะหมี่แกงป่า, มาม่าคัพเล็กหมูสับ, มาม่าคัพเล็กต้มยำกุ้ง, มาม่าคัพรสต้มยำกุ้งน้ำข้น, มาม่าคัพรสหมูน้ำตก 

มาม่าเส้นขาว : ผลิตออกมาทั้งหมด 22 รสชาติ และในปัจจุบันขายอยู่ 13 รสชาติ ได้แก่ 
มาม่าเส้นหมี่น้ำใส, มาม่าเส้นหมี่เป็ดพะโล้, มาม่าเส้นหมี่ต้มยำกุ้ง, มาม่าเส้นหมี่รสหมู, มาม่าเส้นหมี่หมูน้ำตก, มาม่าเส้นหมี่สามรส, มาม่าเส้นหมี่กระทิ, มาม่าเส้นหมี่แห้ง, มาม่าเส้นหมี่ชามรสหมู, มาม่าเส้นหมี่ชามรสต้มยำกุ้ง, มาม่าเส้นหมี่เย็นตาโฟ, มาม่าวุ้นเส้นต้มยำน้ำ, มาม่าวุ้นเส้นเย็นตาโฟ, มาม่าวุ้นเส้นสุกี้ยากี้, มาม่าเส้นเล็กต้มยำใหม่, มาม่าเส้นเล็กเป็ดพะโล้, มาม่าเส้นเล็กผัดไทย, มาม่าเส้นเล็กหมูน้ำตก, มาม่าก๋วยจั๊บน้ำใส, มาม่าเส้นใหญ่น้ำใส, มาม่าเส้นใหญ่ต้มยำ, มาม่าเส้นใหญ่เย็นตาโฟ 

หมายเหตุ : 1. รายการรสชาติดังกล่าวเป็นข้อมูล ณ. วันที่ 17 ส.ค. 2547 
2. ตัวหนังสือสีเขียวหมายถึง รสชาติดังกล่าวยังขายอยู่ในปัจจุบัน 


ทางบริษัทมีการสำรวจความนิยมของรสชาติในตลาด ก่อนที่จะผลิตออกมาขายหรือไม่? อย่างไร? 
ทางบริษัทฯ จะมีวิธีการสำรวจความนิยมเรื่องรสชาติใหม่ๆ จาก 2 แนวทางคือ 
1. ทางลูกค้า (สหพัฒฯ) ได้ทำการสำรวจความต้องการในการบริโภคบะหมี่รสชาติใหม่ๆ จากตลาด โดยเมื่อได้ความต้องการในเบื้องต้นแล้ว ทางสหพัฒฯ กับทาง TF ก็จะร่วมมือกันศึกษาและพัฒนารสชาติใหม่ๆ ขึ้นมาตามที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งระหว่างการพัฒนาอยู่นั้น ก็ยังคงทำการสำรวจความพึงพอใจในรสชาตินั้นๆ อีกด้วย (เพื่อให้แน่ใจว่ารสชาติใหม่ที่จะออกสู่ตลาด จะเป็นรสชาติที่ถูกใจมากที่สุด) 
2. ทาง TF เริ่มศึกษารสชาติที่คาดว่าน่าจะเป็นที่นิยมจากผู้บริโภค และพัฒนารสชาตินั้นขึ้นมาก่อนแล้วจึงนำเสนอให้กับทางสหพัฒฯ ซึ่งถ้าสหพัฒฯ เห็นด้วยก็จะนำรสชาติที่ได้ไปทำการสำรวจความพึงพอใจของลูกค้าต่อไป 

บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) ได้รับรางวัล/มาตรฐานคุณภาพอะไรบ้าง? 
บริษัทได้รับรางวัลและได้รับมาตรฐานคุณภาพต่างๆ มากมาย อาทิ ISO 9002, ISO 14001, ISO 9001 Version 2000, EFSIS Standard, HACCP, GMP, International Asia Award, The Best Energy Saving Factory และ Prime Minister’s Export Award เป็นต้น (คลิ๊ก เพื่อดูรายละเอียดรางวัลและมาตรฐานต่างๆ) 

ผงชูรสในบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปคืออะไร? และมีผลเสียต่อผู้บริโภคหรือไม่? 
MSG เป็นสารที่มีอยู่ในธรรมชาติ โดยเฉพาะอาหารสด เช่น ผักสด, เนื้อไก่สด จะมีกรดกลูตามิคแอซิค ซึ่งเป็นที่มาของรสชาติที่กลมกล่อม ซึ่งผงชูรสได้แก่เกลือของกรดกลูตามิคนี้ และผงชูรสถูกจัดอยู่ในประเภทสาร GRAS โดยองค์การอาหารและยาของสหรัฐอเมริกา 
โดยปกติจะมีผู้บริโภคกลุ่มเล็กๆ ที่มีปฏิกิริยาแพ้ผงชูรสในขณะที่คนส่วนใหญ่ไม่แพ้ ซึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปทุกชนิดที่ผลิตโดยทีเอฟ จะมีส่วนผสมของผงชูรสน้อยกว่า 1 กรัม ต่อบะหมี่ 1 ซอง ซึ่งมีปริมาณน้อยกว่าอาหารที่เราบริโภคประจำวัน 

ในผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีปริมาณผงชูรสต่อซองเท่าไร? 
ปริมาณจะหลากหลาย ขึ้นอยู่กับแต่ละรสชาติ อย่างไรก็ตามปริมาณผงชูรสในแต่ละผลิตภัณฑ์จะแสดงให้เห็นในตารางส่วนผสมที่ระบุอยู่บนซอง (ซึ่งโดยทั่วไปแล้วปริมาณจะไม่มากกว่า 1 กรัมต่อหนึ่งหน่วยบริโภค) 

คุณมีผลิตภัณฑ์ที่เป็นมังสวิรัติหรือไม่? 
มี บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าที่รับประทานมังสวิรัติ ได้แก่ บะหมี่มาม่า รสต้มยำ (เจ) บะหมี่รสเต้าหู้เห็ดหอม (เจ) หรือบะหมี่อบ ตราเมนดาเกะ 

คุณมีผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปสำหรับเด็กหรือไม่? 
เราเคยมีผลิตภัณฑ์ “มาม่า คุณหนู” (มาม่าสำหรับเด็ก) และ “จ้ำม่ำ” ซึ่งผลิตสำหรับเด็กๆ โดยเฉพาะ ซึ่งขนาดของผลิตภัณฑ์จะเล็กกว่า และมีส่วนผสมของผงชูรสเพียงเล็กน้อยเท่านั้นหรือ ไม่มีเลย แต่ในปัจจุบันไม่ได้ผลิตแล้ว 

บริษัทของคุณมีผลิตภัณฑ์สำหรับชาวอิลสามหรือไม่? 
มี บริษัทของเราผลิตบิสกิตตรา “โฮมมี่” ซึ่งเหมาะกับผู้บริโภคที่เป็นชาวมุสลิม ปัจจุบันผลิตภัณฑ์โฮมมี่ของเรามี 4 รสชาติด้วยกัน ได้แก่ รสงา รสมะพร้าว รสไก่ และรสชีส ซึ่งผลิตภัณฑ์โฮมมี่ทุกรสได้รับเครื่องหมาย “ฮาลาล” จากสำนักงานคณะกรรมการกลางอิสลามแห่งประเทศไทย สำหรับผลิตภัณฑ์บะหมี่ของเราถึงแม้จะยังไม่ได้รับเครื่องหมาย “ฮาลาล” แต่เราก็มีบริษัทในเครือที่ผลิตบะหมี่ฮาลาล คือ บริษัท ที เอ็มฟูดส์ จำกัด ผู้ผลิตบะหมี่อบแห้งกึ่งสำเร๊จรูป ตราเมียวโจ้ซันมัย เมียวโจ้ราเมน เมนดาเกะ และ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ตรารุสกี 

เราสามารถเก็บผลิตภัณฑ์ของคุณได้นานเท่าใด ทั้งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปและบิสกิต? 
ขึ้นอยู่กับวัตถุดิบที่ใช้บรรจุและสภาพการจัดเก็บ โดยทั่ว ๆ ไป บะหมี่สำเร็จรูปที่จำหน่ายในประเทศควรบริโภคก่อน 4 เดือน เพื่อจะได้กลิ่นรสที่ใหม่สด แต่ในประเทศยุโรป หรือที่มีอากาศเย็นสามารถเก็บได้นาน 6-8 เดือน ส่วนผลิตภัณฑ์ขนมปังมีจะอายุตั้งแต่ 8-12 เดือน 

ในผลิตภัณฑ์บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหรือบิสกิตมีส่วนผสมของไข่หรือไม่? 
ทุกผลิตภัณฑ์ท่านสามารถตรวจสอบว่ามีส่วนผสมของไข่หรือไม่จากซองบรรจุภัณฑ์ที่เป็นส่วนประกอบโดยประมาณ 

เนื้อสัตว์ที่อยู่ในมาม่าคัพ อยากทราบว่าเป็นเนื้อสัตว์จริงหรือเปล่า หรือเป็นโปรตีนเกษตร เพราะทานแล้ว ไม่รู้สึกว่าทานเนื้อสัตว์เลย 
การตรวจดูว่าเป็นเนื้อสัตว์หรือโปรตีนเกษตร ตรวจได้ที่ข้อมูลส่วนประกอบที่สำคัญ หากเป็นเนื้อสัตว์จะระบุชัดเจน เช่น มาม่าคัพรสเป็ดพะโล้จะระบุ เป็ดอบแห้ง หากเป็น คัพหมูสับก็ระบุเป็นเนื้อหมูอบแห้ง หากเป็นโปรตีนเกษตรก็จะระบุเป็น โปรตีนเกษตร หรือหมูเจ เป็นต้น 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีคุณค่าทางโภชนาการอย่างไรบ้าง? 
สำหรับผลิตภัณฑ์ส่งออก เราจะมีรายละเอียดเกี่ยวกับสารอาหารบนแต่ละซอง โดยทั่ว ๆ ไปอยู่แล้ว ซึ่งบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปประเภททอดมีพลังงานประมาณ 300 กว่าคาลอรีต่อซอง 60 g โดยที่พลังงานคนเราต้องการคือ 2000-2500 แคลอรีต่อวัน สารที่ให้พลังงานได้แก่ คาร์โบไฮเดรท โปรตีน และ น้ำมัน สารอาหารอื่นที่เป็นประโยชน์ได้แก่ วิตามิน A เหล็ก และไอโอดีน มีการเสริมในปริมาณที่ร่างกายต้องการต่อ 1 มื้อ ดังนั้น เมื่อรับประทานมาม่า ท่านจะได้รับแร่ธาตุ และวิตามินดังกล่าว และเพื่อให้ได้คุณค่าทางอาหารยิ่งขึ้น ควร เดิมผัก ไข่ และเนื้อสัตว์ ตามชอบ 

ทางโรงงานของทีเอฟมีวิธีการผลิตบะหมี่อย่างไร? มีระบบควบคุมน้ำมันที่ใช้ทอดบะหมี่หรือไม่? และมีความสะอาดปลอดภัยแค่ไหน? 
โรงงานไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ผู้ผลิตบะหมี่รายใหญ่ที่สุดของไทย ซึ่งได้รับการรับรองมาตรฐานความปลอดภัยการผลิตอาหาร สำหรับสินค้าที่ขายในยุโรป รวมทั้งมาตรฐาน จีเอ็มพี HACCP มาตรฐานระบบคุณภาพ ISO 9001 ซึ่งทางทีเอฟมีกระบวนการผลิตบะหมี่ ตรา มาม่า ดังนี้ 
การผลิตบะหมี่เริ่มจากการคัดสรรแป้งสาลี ที่เหมาะสมต่อการผลิตเพื่อให้ได้เส้นบะหมี่ที่เหนียวนุ่ม จากนั้นนวดแป้งและรีดเป็นแผ่น ตัดเป็นเส้น ผ่านการนึ่งด้วยไอน้ำ ราดด้วยน้ำซุปที่หอมน่ารับประทาน จากนั้นบะหมี่แต่ละก้อนจะจัดใส่บล็อค หรือถ้วยทอด และผ่านเข้ากะทะที่มีน้ำมันปาล์มร้อน (ประเทศไทยเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์มากเป็นที่ 2 ของโลก มาม่าใช้น้ำมันปาล์มในกระบวนการผลิตแต่ละวันไม่น้อยกว่า 40 ตัน) กระบวนการทอดจะควบคุมอุณหภูมิด้วยไอน้ำ โดยอุณหภมิคงที่สม่ำเสมอเพื่อให้การทอดสุกอย่างทั่วถึง ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบ Indirect heat system คือระบบแลกเปลี่ยนความร้อนกับไอน้ำ ซึ่งเป็นเทคโนโลยีของญี่ปุ่น 

ในการทอดจะมีการเติมน้ำมันใหม่อยู่ตลอดเวลาโดยอัตโนมัติทดแทนน้ำมันที่พร่องไปเนื่องจากติดไปกับก้อนบะหมี่ นอกจากนี้บริษัทได้ทำการตรวจสอบคุณภาพของน้ำมันทุก ๆ 3 ชั่วโมงเพื่อให้ความมั่นใจต่อผู้บริโภคว่าน้ำมันจะยังมีคุณภาพได้มาตรฐานตลอดเวลา (น้ำมันที่ได้มาตรฐานจะผ่านการตรวจสอบปริมาณ Acid Value และ Peroxide Value) 

ดังนั้นคำกล่าวที่ว่าอาหารทอดใช้น้ำมันทอดซ้ำหลายครั้งจึงไม่เกิดกับผลิตภัณฑ์ ของ มาม่า แน่นอน 



คุณมีแผนกลูกค้าสัมพันธ์หรือไม่? ถ้าต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของทีเอฟ จะต้องทำอย่างไร? 
มี โดยทางเราจะแยกระหว่างลูกค้าในประเทศ และต่างประเทศเพื่อความสะดวกของลูกค้าดังนี้ 
สำหรับลูกค้าภายในประเทศ สามารถติดต่อได้ 4 ทางดังนี้ 
• โทรศัพท์ : 0-2374-7955 (กรุงเทพฯ) 
• โทรศัพท์ : (088) 237-410 (ทั่วประเทศโดยไม่ต้องเสียค่าบริการ) 
• อีเมล์ : tfdomestic@mama.co.th


การผลิตจะทำเป็นระบบอุสาหกรรม โดยนำแป้งสาลีมาคลุกกับส่วนผสมต่างๆ ซึ่งขึ้นอยู่กับบะหมี่แต่ละรสชาติ เมื่อได้ที่แล้วนำแป้งเหล่านั้นเข้าเครื่องอัดให้เป็นแผ่น นำไปรีดให้มีขนาดบางประมาณ 0.8 มิลลิเมตร แล้วสไลด์ด้วยมีดสั้นลักษณะเป็นซี่ๆ จนแป้งกลายเป็นเส้นหยักๆ นำไปนึ่งในน้ำเดือด เป่าด้วยลมเย็นก่อนจะนำไปตัดเป็นก้อน 

ก้อนบะหมี่ที่มีขนาดพอเหมาะถูกลำเลียงไปราดน้ำซุป จากนั้นเป่าลมให้สะเด็ดน้ำก่อนเรียงใส่บล็อก และนำไปทอดให้เหลืองกรอบ นำบะหมี่ที่ทอดเสร็จแล้วเข้าเครื่องทำความเย็นเพื่อลดอุณหภูมิให้เหมาะสำหรับบรรจุใส่ซอง 



บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป คือบะหมี่แห้งที่กึ่งเตรียมทำมาให้แล้ว โดยปกติจะทานเมื่อได้เติมน้ำร้อนประมาณ 3-5 นาที ในปัจจุบันได้มีมากมายหลายยี่ห้อ มีทั้งชนิดซอง-ถ้วยและมีรสชาติต่างๆ มากมาย ถึงแม้ว่าผู้ผลิตส่วนใหญ่จะมาจากทวีปเอเชีย ไม่ว่า จีน ญี่ปุ่น เวียดนาม ไทย เกาหลี แต่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีการนิยมทานกันในยุโรป อเมริกาเหนือ หรืออเมริกาใต้ เพราะว่าราคาที่ถูกนั่นเอง 





รสยอดฮิต ในปี 2545 

บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสต้มยำเส้นชาเขียว 
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสเป็ดพะโล้ 
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสผัดขี้เมาแห้ง 
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสหมูน้ำตก 
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป รสหมูสับ 
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ออเรียนทัลคิตเชน รสโคเรียน สไปซ์ 
บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ออเรียนทัลคิตเชน รสฮอตแอนด์สไปซี 
บะหมี่มาม่าเจรสต้มยำ 
บะหมี่มาม่าเจรสเต้าหู้เห็ดหอม 
บะหมี่มาม่าต้มยำกุ้ง 
บะหมี่มาม่าต้มยำน้ำข้น 
บะหมี่มาม่าเย็นตาโฟ 
บะหมี่มาม่าหมูต้มยำ 
บะหมี่แห้งกึ่งสำเร็จรูป ออเรียนทัลคิตเชน รสหมี่โกเรง 
บะหมี่โฮลวีตกึ่งสำเร็จรูปรสหมูพริกไทยดำ 

มาม่า 

เคียงคู่ตลาดมานานเกือบ 30 ปี มีดีกรีเป็นถึงผู้นำในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ในตลาดบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมูลค่ากว่า 8,500 ล้านบาท มาหลายสิบปี คงจะกล่าวไม่เกินจริงนัก หากบอกว่า มาม่า เป็น 1 ในสินค้าไทยที่ทรงอิทธิพลต่อคนทุกระดับ เพราะแทบทุกหลังคาเรือน ทุกเพศ ทุกวัย น้อยคนนักที่จะไม่รู้จัก ไม่เคยลิ้มลอง 

มาม่า เป็นผลิตภัณฑ์หลักของ ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน) และคู่ค้าเก่าแก่อย่าง สหพัฒนพิบูล ถูกสร้างขึ้นและวางให้เป็นโปรดักส์ที่ตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในทุกหลังคาเรือนทั้งยามประหยัด และเร่งด่วน ในฐานะอาหารอิ่มท้องราคาถูกที่สุด (เพียง 5 บาทก็สามารถอิ่มได้) 

“จัดเป็นตัวชี้วัดเศรษฐกิจว่าดีหรือไม่ดี โดยเฉพาะเศรษฐกิจไม่ดีมาม่าจะขายดี หรือเป็นช่วงวิกฤตเกิดภัยพิบัติ น้ำท่วม มาม่าจะเป็นสินค้าที่เข้าถึงครัวเรือนก่อนสินค้าอื่น และรับประทานได้อิ่มโดยไม่ต้องรับประทานแบบน้ำก็ได้... 

...ที่สำคัญ มาม่าเป็นสินค้าราคาถูก ขายราคา 5 บาทมาหลายปี เอามาทำอาหารได้ 1 ชาม ยิ่งภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ถือว่าเป็นอาหารถูก กินอิ่ม เทียบก๋วยเตี๋ยวข้างถนนอย่างน้อยชามละ 20 บาท และเมื่อเอามาม่าไปเติมผัก เติมไข่ อย่างมากก็ 10 บาท” เพ็ญนภา ธนสารศิลป์ มือการตลาดคนสำคัญของค่ายสหพัฒนพิบูล บอกถึงความสำเร็จของมาม่า 

ปัจจุบันมาม่ายังคงเป็นสินค้าหลัก ที่ทำรายได้หลักให้กับสหพัฒนพิบูลติดต่อมายาวนานหลายปี ความแรงของมาม่าในวันนี้ไม่ได้ลดน้อยลงไปเลย ตรงกันข้ามกับยิ่งแผ่ขยายแบรนด์ไปสู่ระดับโลก โดยเฉพาะอย่างได้ถูกยกระดับเป็นสินค้าไทยเชิงวัฒนธรรม และมิสยูนิเวิร์สมาเป็นพรีเซ็นเตอร์โปรโมตแบรนด์ให้ดังกระฉ่อนบันลือโลก 

แม้ดูเหมือนจะประสบความสำเร็จทั้งในและนอกประเทศ แต่เส้นทางมาม่าก็ใช่ว่าจะราบรื่น จำต้องฟันฝ่า อุปสรรคโดยเฉพาะจากคู่แข่งที่ไล่กวดเข้ามาอย่างกระชั้นชิด ใน ปี 2545 เป็นปีของความพ่ายแพ้ของบะหมี่ มาม่า ขณะนั้น “พิพัฒ พะเนียงเวทย์” คีย์แมนคนสำคัญของไทยเพรซิเดนท์ ฟูดส์ ถึงกลับออกมายอมรับโดยการเร่งทบทวนและหาข้อสรุป เพื่อปรับกลยุทธ์การขายเสียใหม่ 

กลยุทธ์สำคัญสำหรับมาม่า เน้น 2 แนวทางหลัก คือ ออกรสชาติใหม่อย่างต่อเนื่อง เพราะไม่ให้สินค้าจำเจ ขณะเดียวกันก็ยังใช้ไม้เด็ดด้านกิจกรรม “มิวสิกมาร์เก็ตติ้ง” และเน้นการหาวิธีการใหม่ที่แตกต่างจากคู่แข่ง 

โปรโมชั่นยอดนิยม คือ แคมเปญมาม่าแจกทอง ไม่ได้แคมเปญเพิ่มยอดขาย แต่เป็นการตอบแทนผู้บริโภคและได้ผลเชิงส่งออกมาเป็นจำนวนมาก 

ทั้งนี้เนื่องจากสินค้ามาม่าเป็นแมสมากๆ ที่ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย ทุกเพศ ทุกวัย โดยในแต่ละปีแจกทองคำมูลค่านับสิบล้านบาท กลายเป็นไฮไลต์แห่งปี ที่มีให้เห็นจนชินตา และทุกปีก็ได้ปรับให้ถี่ขึ้น รายการชิงร้อยชิงล้าน เป็นรายการประจำที่มาม่าให้การสนับสนุนเป็น Sponsorship 

อย่างนี้ไม่ให้ตำแหน่ง ขวัญใจทุกระดับราก-บนหญ้า ได้อ

                                          

อย่ามาดราม่าในกระทู้คุณม่าของร้อง

มีผู้เข้าชมแล้ว 42,648 ครั้ง
โหวตแล้ว 28 ครั้ง / 129 คะแนน
โหวตให้กระทู้นี้
โพสท์โดย BRAND THE ONE
20:16 - 9 มิถุนายน 2555
[แจ้งลบ]

Comment!  

หากต้องการแสดงความคิดเห็น
กรุณา Sign-In เข้าสู่ระบบ ก่อนค่ะ

Hot Topic อื่นๆ

ดูเวอร์ชั่นเต็ม