เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   

375,726   1,788,905
ตั้งกระทู้
ส่งขึ้น Hot Topic
ตั้งกระทู้

ปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมของคนแต่ละวัย!!

แชร์ให้เพื่อนดู
ติดตาม POSTJUNG บน FACEBOOK >>
ขึ้นชื่อว่าของหวานใคร ๆ ก็ชอบโดยเฉพาะที่บ้านเราเป็นเมืองร้อน การได้ทานอะไรหวาน ๆ เย็น ๆ ก็ทำให้ ชื่นใจและสดชื่นได้ แต่ของแถมที่มากับ “ความหวาน” อย่าง “ความอ้วน” ต้นตอของสารพัดโรคร้าย เช่น “เบาหวาน”, “โรคหัวใจและหลอดเลือด” ฯลฯ ถึงจะทราบดีว่า “ความหวาน” มีภัยแฝงมากมาย แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ตระหนักถึงความน่ากลัวของมันเท่าไรนัก ขนมหวาน ๆ จึงยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามาทุกยุคทุกสมัย เทรนการทานของหวานเครื่องดื่มหวานๆก็ผุดยี่ห้อใหม่ๆขึ้นมามากมาย ดังนั้นเราควรตระหนักได้แล้วว่า เราเองควรจะต้องทราบว่าความหวานเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับไวและเพศของเรา

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้คนรับประทานน้ำตาลแค่วันละ 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคเบาหวาน ที่ถูกยกระดับให้เป็นโรคอันตรายเทียบเท่า “โรคเอดส์” แต่น่าตกใจเหลือเกินที่จากการสำรวจของกรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลับพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณแนะนำถึง 3 เท่า โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบดื่มน้ำอัดลมวันละหลายขวด หลายกระป๋อง เราจึงได้เห็นเด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกินตามมา จนสถิติ อ้วนลงพุงของเด็กไทยพุ่งสูงขึ้นที่สุดในโลก และในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานี้ พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ขณะเดียวกันยังพบว่า มีคนไทยถึง 17 ล้านคน ดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ไม่แปลกเลยที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

แล้วเจ้าปริมาณน้ำตาลที่บอก 1 ช้อนชาในที่นี้คือ 1 ช้อนชาที่ได้จากช้อนตวง หรือสามารถกะได้ง่ายๆด้วนสายตา คือประมาณ 1 องคตหัวแม่มือ นั้นเอง โดยพลังงานของน้ำตาล 1 ช้อนชานั้น จะอยูที่ 15-20 kcal นั้นหมายความว่าถ้าชาเขียวพร้อมดื่ม 1 ขวดมีปริมาณน้ำตาล 12 ช้อนชา ก็จะเทียบเท่าพลังงานที่ได้รับจากข้าว ประมาณ 2 ทัพพีครึ่งเลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: www.lovefitt.com/
 
 
รูปภาพ : ปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมของคนแต่ละวัย 

ขึ้นชื่อว่าของหวานใคร ๆ ก็ชอบโดยเฉพาะที่บ้านเราเป็นเมืองร้อน การได้ทานอะไรหวาน ๆ เย็น ๆ ก็ทำให้ ชื่นใจและสดชื่นได้ แต่ของแถมที่มากับ “ความหวาน” อย่าง “ความอ้วน” ต้นตอของสารพัดโรคร้าย เช่น “เบาหวาน”, “โรคหัวใจและหลอดเลือด” ฯลฯ ถึงจะทราบดีว่า “ความหวาน” มีภัยแฝงมากมาย แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ตระหนักถึงความน่ากลัวของมันเท่าไรนัก ขนมหวาน ๆ จึงยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามาทุกยุคทุกสมัย เทรนการทานของหวานเครื่องดื่มหวานๆก็ผุดยี่ห้อใหม่ๆขึ้นมามากมาย ดังนั้นเราควรตระหนักได้แล้วว่า เราเองควรจะต้องทราบว่าความหวานเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับไวและเพศของเรา

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้คนรับประทานน้ำตาลแค่วันละ 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคเบาหวาน ที่ถูกยกระดับให้เป็นโรคอันตรายเทียบเท่า “โรคเอดส์” แต่น่าตกใจเหลือเกินที่จากการสำรวจของกรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลับพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณแนะนำถึง 3 เท่า โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบดื่มน้ำอัดลมวันละหลายขวด หลายกระป๋อง เราจึงได้เห็นเด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกินตามมา จนสถิติ อ้วนลงพุงของเด็กไทยพุ่งสูงขึ้นที่สุดในโลก และในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานี้ พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ขณะเดียวกันยังพบว่า มีคนไทยถึง 17 ล้านคน ดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ไม่แปลกเลยที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

แล้วเจ้าปริมาณน้ำตาลที่บอก 1 ช้อนชาในที่นี้คือ 1 ช้อนชาที่ได้จากช้อนตวง หรือสามารถกะได้ง่ายๆด้วนสายตา คือประมาณ 1 องคตหัวแม่มือ นั้นเอง โดยพลังงานของน้ำตาล 1 ช้อนชานั้น จะอยูที่ 15-20 kcal นั้นหมายความว่าถ้าชาเขียวพร้อมดื่ม 1 ขวดมีปริมาณน้ำตาล 12 ช้อนชา ก็จะเทียบเท่าพลังงานที่ได้รับจากข้าว ประมาณ 2 ทัพพีครึ่งเลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: www.lovefitt.com/
 
ซ้ำโปรดอภัย.......ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะ^^.............
 
 
 
มาเป็นคนแรก
ที่แชร์เรื่องนี้
แชร์ให้เพื่อนดู
ที่มา: เพจ นานาสาระเพื่อสุขภาพที่ดี
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,675 ครั้ง, โหวตแล้ว 3 ครั้ง / 15 คะแนน
โพสท์โดย: MooNutty ดู Hot Topic อื่นๆของ MooNutty
02:10 - 25 ตุลาคม 2556
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014   2015
Postjung