ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 เมษายน 2558 (มาร่วมลุ้นหวยกัน)
เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
ตั้งกระทู้
ส่งขึ้น Hot Topic
ตั้งกระทู้

ปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมของคนแต่ละวัย!!

แชร์ให้เพื่อนดู
  ↓ ติดตาม POSTJUNG บน FACEBOOK
ขึ้นชื่อว่าของหวานใคร ๆ ก็ชอบโดยเฉพาะที่บ้านเราเป็นเมืองร้อน การได้ทานอะไรหวาน ๆ เย็น ๆ ก็ทำให้ ชื่นใจและสดชื่นได้ แต่ของแถมที่มากับ “ความหวาน” อย่าง “ความอ้วน” ต้นตอของสารพัดโรคร้าย เช่น “เบาหวาน”, “โรคหัวใจและหลอดเลือด” ฯลฯ ถึงจะทราบดีว่า “ความหวาน” มีภัยแฝงมากมาย แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ตระหนักถึงความน่ากลัวของมันเท่าไรนัก ขนมหวาน ๆ จึงยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามาทุกยุคทุกสมัย เทรนการทานของหวานเครื่องดื่มหวานๆก็ผุดยี่ห้อใหม่ๆขึ้นมามากมาย ดังนั้นเราควรตระหนักได้แล้วว่า เราเองควรจะต้องทราบว่าความหวานเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับไวและเพศของเรา

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้คนรับประทานน้ำตาลแค่วันละ 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคเบาหวาน ที่ถูกยกระดับให้เป็นโรคอันตรายเทียบเท่า “โรคเอดส์” แต่น่าตกใจเหลือเกินที่จากการสำรวจของกรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลับพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณแนะนำถึง 3 เท่า โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบดื่มน้ำอัดลมวันละหลายขวด หลายกระป๋อง เราจึงได้เห็นเด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกินตามมา จนสถิติ อ้วนลงพุงของเด็กไทยพุ่งสูงขึ้นที่สุดในโลก และในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานี้ พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ขณะเดียวกันยังพบว่า มีคนไทยถึง 17 ล้านคน ดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ไม่แปลกเลยที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

แล้วเจ้าปริมาณน้ำตาลที่บอก 1 ช้อนชาในที่นี้คือ 1 ช้อนชาที่ได้จากช้อนตวง หรือสามารถกะได้ง่ายๆด้วนสายตา คือประมาณ 1 องคตหัวแม่มือ นั้นเอง โดยพลังงานของน้ำตาล 1 ช้อนชานั้น จะอยูที่ 15-20 kcal นั้นหมายความว่าถ้าชาเขียวพร้อมดื่ม 1 ขวดมีปริมาณน้ำตาล 12 ช้อนชา ก็จะเทียบเท่าพลังงานที่ได้รับจากข้าว ประมาณ 2 ทัพพีครึ่งเลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: www.lovefitt.com/
 
 
รูปภาพ : ปริมาณน้ำตาลที่เหมาะสมของคนแต่ละวัย 

ขึ้นชื่อว่าของหวานใคร ๆ ก็ชอบโดยเฉพาะที่บ้านเราเป็นเมืองร้อน การได้ทานอะไรหวาน ๆ เย็น ๆ ก็ทำให้ ชื่นใจและสดชื่นได้ แต่ของแถมที่มากับ “ความหวาน” อย่าง “ความอ้วน” ต้นตอของสารพัดโรคร้าย เช่น “เบาหวาน”, “โรคหัวใจและหลอดเลือด” ฯลฯ ถึงจะทราบดีว่า “ความหวาน” มีภัยแฝงมากมาย แต่คนส่วนใหญ่ก็ยังไม่ตระหนักถึงความน่ากลัวของมันเท่าไรนัก ขนมหวาน ๆ จึงยังขายดีเป็นเทน้ำเทท่ามาทุกยุคทุกสมัย เทรนการทานของหวานเครื่องดื่มหวานๆก็ผุดยี่ห้อใหม่ๆขึ้นมามากมาย ดังนั้นเราควรตระหนักได้แล้วว่า เราเองควรจะต้องทราบว่าความหวานเท่าไหร่จึงจะเหมาะสมกับไวและเพศของเรา

จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก แนะนำให้คนรับประทานน้ำตาลแค่วันละ 6 ช้อนชา (หรือประมาณ 2 ช้อนโต๊ะ) เท่านั้น เพื่อหลีกเลี่ยงโรคเบาหวาน ที่ถูกยกระดับให้เป็นโรคอันตรายเทียบเท่า “โรคเอดส์” แต่น่าตกใจเหลือเกินที่จากการสำรวจของกรมอนามัย และสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กลับพบว่า คนไทยบริโภคน้ำตาลมากถึงวันละ 20 ช้อนชา เกินกว่าปริมาณแนะนำถึง 3 เท่า โดยเฉพาะเด็ก ๆ ที่ชอบดื่มน้ำอัดลมวันละหลายขวด หลายกระป๋อง เราจึงได้เห็นเด็กไทยจำนวนมากในยุคนี้มีภาวะน้ำหนักเกินตามมา จนสถิติ อ้วนลงพุงของเด็กไทยพุ่งสูงขึ้นที่สุดในโลก และในรอบ 5 ปีที่ผ่านมานี้ พบเด็กไทยอายุต่ำกว่า 15 ปี ป่วยเป็นโรคเบาหวานเพิ่มขึ้นถึง 6 เท่า ขณะเดียวกันยังพบว่า มีคนไทยถึง 17 ล้านคน ดื่มน้ำอัดลมทุกวัน ไม่แปลกเลยที่สถิติผู้ป่วยโรคเบาหวาน โรคอ้วน จะพุ่งสูงขึ้นตามไปด้วย

แล้วเจ้าปริมาณน้ำตาลที่บอก 1 ช้อนชาในที่นี้คือ 1 ช้อนชาที่ได้จากช้อนตวง หรือสามารถกะได้ง่ายๆด้วนสายตา คือประมาณ 1 องคตหัวแม่มือ นั้นเอง โดยพลังงานของน้ำตาล 1 ช้อนชานั้น จะอยูที่ 15-20 kcal นั้นหมายความว่าถ้าชาเขียวพร้อมดื่ม 1 ขวดมีปริมาณน้ำตาล 12 ช้อนชา ก็จะเทียบเท่าพลังงานที่ได้รับจากข้าว ประมาณ 2 ทัพพีครึ่งเลยทีเดียว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก: www.lovefitt.com/
 
ซ้ำโปรดอภัย.......ขอบคุณที่ติดตามนะค่ะ^^.............
 
 
 
ที่มา: เพจ นานาสาระเพื่อสุขภาพที่ดี


โพสท์โดย: MooNutty ดู Hot Topic อื่นๆของ MooNutty
02:10 - 25 ตุลาคม 2556 IP
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
15 VOTES
 

มาเป็นคนแรก
ที่แชร์เรื่องนี้
แชร์ให้เพื่อนดู
 

Comment ด้วย facebook

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013 2014   2015
Postjung