เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
335,571   1,705,518

สิ่งหนึ่งที่ควรทำสักครั้งในชีวิต...

สิ่งหนึ่งที่ควรทำสักครั้งในชีวิต...

 

 

หลายๆ คนคงเคยมีเป้าหมายในชีวิตว่าเราต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ได้สักครั้งในชีวิต

เราเองก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

 


หลายๆ ครั้งที่เรานั่งอยู่เฉยๆ แล้วก็คิดโน้น คิดนี้ไปตามเรื่องตามราว ว่าวันนี้เราทำอะไรไปแล้วบ้าง 
และยังเหลืออะไรที่ยังไม่ทำหรือยังทำไม่สำเร็จบ้าง  แล้วก็มาหยุดคิดอยู่ที่เรื่องหนึ่ง

ที่ยังทำไม่สำเร็จจริงๆ  มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราตั้งใจไว้ว่าครั้งหนึ่งของชีวิตต้องทำให้ได้ 

นั้นก็คือ    การบริจาคโลหิต 





เหตุผลที่ทำให้เราอยากจะบริจาคโลหิต มันเริ่มจากข่าวของความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้  ความรุนแรงที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ

และประชาชนในพื้นที่ต้องบาดเจ็บและล้มตาย  บางคนกำลังต้องการเลือดเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด...

ยิ่งเห็นก็ยิ่งสะเทือนใจ  

 



แล้วก็มานั่งคิดกับตัวเองว่า...
 
แล้วเราหล่ะ  เราก็ช่วยเขาได้ไม่ใช่เหรอ 

แค่เลือดของเราเท่านั้นเองก็ช่วยชีวิตพวกเขาได้แล้วนี่...

 


คิดเสร็จก็ไม่รีรอ  เริ่มตั้งเป้าไว้ในใจว่า  ยังไงก็ต้องบริจาคโลหิตให้ได้ 
เพื่อจะได้เอาเลือดของเราไปช่วยชีวิตคนอื่นบ้าง...เพราะการบริจาคโลหิตนั้น

เป็นการช่วยเหลือผู้คนที่กำลังตกอยู่ในความเป็นความตาย ให้รอดพ้นจากมือมัจจุราช

ที่กำลังรอรับตัวอยู่ก็เป็นได้  ถึงผู้ที่รับเลือดเราไปเขาจะรอดหรือไม่รอดชีวิตก็ตาม  

แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่เหรอ...  

 


คิดยังไงทำไมถึงอยากจะบริจาคเลือด
น่ากลัวจะตาย   เข็มอันเบ้อเร้อเลยนะพี่ ไม่กลัวเหรอ...
ไม่กลัวเป็นลม เป็นแล้งเหรอ ยิ่งตัวเล็กๆ อยู่ด้วย
ต้องทำงานแล้วเลิกตอนดึกๆ อย่างเราจะบริจาคได้เหรอ



และอีกหลายคำถามที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มักจะถามเราอยู่เสมอที่รู้ว่าเราจะไปบริจาคเลือด 
บ้างคำถามฟังแล้วก็ไม่รู้จะด่ามันว่ายังไง  ที่หนักๆ ที่น่าเคาะหัวมันสักโหล เพราะไม่รู้ว่า

มันไปมุดถ้ำไหนอยู่ถึงได้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเอาซะเลย  ก็อย่างเช่น ...

ไม่กลัวติดเอดส์เหรอพี่... เค้าบอกว่าเคยมีคนบริจาคเลือดแล้วก็ติดเอดส์มาด้วยเป็นของแถมนะ

มันเป็นเรื่องที่โบราณมากๆ แล้ว เพราะเดี๋ยวนี้เค้าป้องกันเป็นอย่างดี... 
มันก็ยังอุตสาห์จะกลัวอยู่ได้ 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว  ไอ้น้องคนเนี่ยมันเป็นโรคกลัวเข็มขึ้นสมอง 

ก็เลยหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนซะงั้น ... 


มะโหนกเคยไปบริจาคถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ผ่านทั้ง 2 ครั้ง


 ครั้งแรก...

หลังจากผ่านขั้นตอนการคัดกรองประวัติต่างๆ เรียบร้อย ชั่งน้ำหนัก 

แล้วก็เข้าไปวัดความดัน  ตามมาด้วยการตรวจเช็คเลือดว่าเลือดลอยหรือเปล่า 

และดูความเข้มข้นของเลือดว่าถึงเกณฑ์มั้ย....



ตรวจเสร็จเราก็นั่งรอด้วยใจระทึก และด้วยหัวใจที่พองโตว่าวันนี้จะได้ทำความดี
เพื่อถวายพ่อหลวงของเราซะที
เพราะเป็นความตั้งใจที่อยู่ในใจเราตลอดมา...
นั่งรอไป  ก็นั่งมองดูหยดเลือดของตัวเองที่กำลังจมลงไปในน้ำยาที่ใช้สำหรับตรวจวิเคราะห์ผลเลือด 
ไม่ถึง 
5 นาทีก็รู้ผล....

 


เลือดไม่ผ่านนะคะ

อ้าววว... เพราะอะไรค่ะ

ความเข้มข้นเลือดของน้องไม่ถึงเกณฑ์ค่ะ

ของน้องแค่ 11.7 เอง

เหรอค่ะ   มันต้องเท่าไรค่ะถึงจะเข้าเกณฑ์

ต้อง 12   ขึ้นไปค่ะ

เหรอค่ะ   คะขอบคุณค่ะ”  
รับคำพร้อมกับความรู้สึกผิดหวังนิดๆ ที่ไม่ได้บริจาคโลหิตในวันนี้ 
ไม่ต้องเสียใจนะ  อะเอายาบำรุงไปกิน  กินให้หมดนี่นะเดือนหนึ่ง แล้วค่อยมาใหม่




เราหยิบยาขึ้นมาดู  มันเป็นยาบำรุงเลือดนั่นเอง...

ปกติเราเป็นคนที่ไม่ชอบกินยาเป็นชีวิตจิตใจ  ถ้าต้องเลือกระหว่างกินกับฉีดยา 

เราขอเลือกฉีดยาดีกว่า

แต่ในใจก็คิดว่า... เอาว่ะกินก็กิน ก็ตั้งใจไว้แล้วนี่  ยังไงก็ต้องทำให้ได้




หลังจากผ่านไป 
1 เดือน พร้อมกับยาอีกถุงเบ้อเร้อที่เรากินจนเกลี้ยง...
ก็มุ่งหน้าตรงไปที่สภากาชาดไทยอีกครั้ง  ด้วยความตั้งใจที่จะบริจาคโลหิตเหมือนเดิม

ขั้นตอนทุกอย่างเหมือนเดิม... แล้วก็รอฟังผล...



เลือดไม่ผ่านนะคะ
ความเข้มข้นเลือดไม่ถึงค่ะ

จริงเหรอค่ะ...อีกแล้วเหรอค่ะ

ใช่... น้องกินยาหมดรึเปล่า

กินจนไม่เหลือซักเม็ดเลยนะคะ

แต่คราวนี้ความเข้มข้นน้อยกว่าคราวที่แล้วอีกนะ แค่ 11.5 เอง

เหรอค่ะ   ขอบคุณค่ะ”  พร้อมกับหยิบยาบำรุงเลือดที่เขาให้มาอีกเต็มกำมือ

รวมๆ แล้วก็กินอีกประมาณ 1 เดือน
แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าอีก 1 เดือนที่ต้องกินยาบำรุงนี้มันจะส่งผลให้ความตั้งใจที่จะทำความดี
ในการบริจาคโลหิตนี้เป็นจริงได้รึป่าว...



แต่เราก็จะยังไม่หยุดความตั้งใจ  ลูกทหารอย่างเราไม่ย่อมแพ้อะไรง่ายๆ อยู่แล้ว  
และอยากจะเชิญชวนให้เพื่อนๆ  ได้มาร่วมกันทำความดี และช่วยเหลือผู้อื่นในรูปแบบของ

การบริจาคโลหิต  นอกจากจะได้กุศลอันยิ่งใหญ่แล้วยังได้ความภาคภูมิใจอีกด้วย ....


ร่วมกันบริจาคโลหิต    เพื่อช่วยชีวิตผู้รอคอย
เป็นคำขวัญที่มะโหนกบัญญัติขึ้นมาสำหรับตัวเองเลยนะเนี่ย...


 

 

 

การบริจาคเลือดมีขั้นตอนและวิธีการเตรียมตัว ที่พอจะบอกคราวๆ 
สำหรับผู้ที่สนใจ ดังนี้ ...

คุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต

อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์
น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพทั่วไปสมบูรณ์ดี
ไม่มีประวัติโรคตับอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
ไม่เป็นไข้มาเลเรียมาในระยะ ปี ที่ผ่านมา และไม่เป็นกามโรค โรคติดเชื้อต่างๆ

ไอเรื้อรัง ไอมีโลหิต โลหิตออกง่ายผิดปกติ โรคเลือดชนิดต่าง ๆ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้

โรคลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์
ไม่อยู่ในภาวะน้ำหนักลดมากในระยะสั้น
ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือสำส่อนทางเพศ ไม่มีประวัติติดยาเสพติด
งดการบริจาคโลหิตภายหลังผ่าตัด คลอดบุตรหรือแท้งบุตร เดือน 

(ถ้ามีการรับโลหิตต้องงดบริจาคโลหิต ปี)
สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์


ดูแลตัวเองก่อนมาบริจาคโลหิต
ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
ควรมีสุขภาพสมบูรณ์ดีทุกประการไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาใดๆ
ควรรับประทานอาหารมาก่อน และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีไขมัน
งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี
สุภาพสตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
การบริจาคโลหิตครั้งต่อไปเว้นระยะ 3 เดือน ยกเว้นการบริจาคพลาสมาหรือเกล็ดโลหิต

 

 หลุด ___สาวข้างบ้าน

 

 

  

 

 

ปล.จขกท บริจาคมาแล้ว 7 ครั้งคร้าา อยากชวนเพื่อนๆไปบริจาคกันเยอะๆนะคะ ^^

ที่มา: www.google.co.th
VOTED BY: Orn on Orn, BoomzCnx, ter suttipong, เจ้าสาวสติชส์, Intangible
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,674 ครั้ง, โหวตแล้ว 7 ครั้ง / 35 คะแนน
โพสท์โดย: ญิ๋งกุ๊ก ดู Hot Topic อื่นๆของ ญิ๋งกุ๊ก
23:13 - 23 มิถุนายน 2556
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

เมนูอาหาร : เส้นหมี่ผัดกระเฉด

อีกแล้ว! ชาวเนตแห่ชื่นชม สาวถอยรถชน

เพราะสาเหตุใด "เม เมียต โน" (May Myat Noe) Miss Asia Pacific World 2014 จึงโดนปลดออกจากตำแหน่ง?

เรื่องดีๆ สิต้องแชร์ ยายไม่สมประกอบซื้อนม สาวเซเว่นใจดีไม่เก็บตังค์
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung