เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
384,138   1,618,739
 

สิ่งหนึ่งที่ควรทำสักครั้งในชีวิต...

สิ่งหนึ่งที่ควรทำสักครั้งในชีวิต...

 

 

หลายๆ คนคงเคยมีเป้าหมายในชีวิตว่าเราต้องทำสิ่งใดสิ่งหนึ่งให้ได้สักครั้งในชีวิต

เราเองก็เป็นอย่างนั้นเหมือนกัน

 


หลายๆ ครั้งที่เรานั่งอยู่เฉยๆ แล้วก็คิดโน้น คิดนี้ไปตามเรื่องตามราว ว่าวันนี้เราทำอะไรไปแล้วบ้าง 
และยังเหลืออะไรที่ยังไม่ทำหรือยังทำไม่สำเร็จบ้าง  แล้วก็มาหยุดคิดอยู่ที่เรื่องหนึ่ง

ที่ยังทำไม่สำเร็จจริงๆ  มันเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่เราตั้งใจไว้ว่าครั้งหนึ่งของชีวิตต้องทำให้ได้ 

นั้นก็คือ    การบริจาคโลหิต 





เหตุผลที่ทำให้เราอยากจะบริจาคโลหิต มันเริ่มจากข่าวของความรุนแรงที่เกิดขึ้น

ใน จังหวัดชายแดนภาคใต้  ความรุนแรงที่ทำให้เจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ

และประชาชนในพื้นที่ต้องบาดเจ็บและล้มตาย  บางคนกำลังต้องการเลือดเพื่อให้ชีวิตอยู่รอด...

ยิ่งเห็นก็ยิ่งสะเทือนใจ  

 



แล้วก็มานั่งคิดกับตัวเองว่า...
 
แล้วเราหล่ะ  เราก็ช่วยเขาได้ไม่ใช่เหรอ 

แค่เลือดของเราเท่านั้นเองก็ช่วยชีวิตพวกเขาได้แล้วนี่...

 


คิดเสร็จก็ไม่รีรอ  เริ่มตั้งเป้าไว้ในใจว่า  ยังไงก็ต้องบริจาคโลหิตให้ได้ 
เพื่อจะได้เอาเลือดของเราไปช่วยชีวิตคนอื่นบ้าง...เพราะการบริจาคโลหิตนั้น

เป็นการช่วยเหลือผู้คนที่กำลังตกอยู่ในความเป็นความตาย ให้รอดพ้นจากมือมัจจุราช

ที่กำลังรอรับตัวอยู่ก็เป็นได้  ถึงผู้ที่รับเลือดเราไปเขาจะรอดหรือไม่รอดชีวิตก็ตาม  

แต่มันก็ยังดีกว่าไม่ทำอะไรเลยไม่ใช่เหรอ...  

 


คิดยังไงทำไมถึงอยากจะบริจาคเลือด
น่ากลัวจะตาย   เข็มอันเบ้อเร้อเลยนะพี่ ไม่กลัวเหรอ...
ไม่กลัวเป็นลม เป็นแล้งเหรอ ยิ่งตัวเล็กๆ อยู่ด้วย
ต้องทำงานแล้วเลิกตอนดึกๆ อย่างเราจะบริจาคได้เหรอ



และอีกหลายคำถามที่เพื่อนๆ พี่ๆ น้องๆ มักจะถามเราอยู่เสมอที่รู้ว่าเราจะไปบริจาคเลือด 
บ้างคำถามฟังแล้วก็ไม่รู้จะด่ามันว่ายังไง  ที่หนักๆ ที่น่าเคาะหัวมันสักโหล เพราะไม่รู้ว่า

มันไปมุดถ้ำไหนอยู่ถึงได้ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเอาซะเลย  ก็อย่างเช่น ...

ไม่กลัวติดเอดส์เหรอพี่... เค้าบอกว่าเคยมีคนบริจาคเลือดแล้วก็ติดเอดส์มาด้วยเป็นของแถมนะ

มันเป็นเรื่องที่โบราณมากๆ แล้ว เพราะเดี๋ยวนี้เค้าป้องกันเป็นอย่างดี... 
มันก็ยังอุตสาห์จะกลัวอยู่ได้ 

แต่ในความเป็นจริงแล้ว  ไอ้น้องคนเนี่ยมันเป็นโรคกลัวเข็มขึ้นสมอง 

ก็เลยหาข้ออ้างมากลบเกลื่อนซะงั้น ... 


มะโหนกเคยไปบริจาคถึง 2 ครั้ง แต่ก็ไม่ผ่านทั้ง 2 ครั้ง


 ครั้งแรก...

หลังจากผ่านขั้นตอนการคัดกรองประวัติต่างๆ เรียบร้อย ชั่งน้ำหนัก 

แล้วก็เข้าไปวัดความดัน  ตามมาด้วยการตรวจเช็คเลือดว่าเลือดลอยหรือเปล่า 

และดูความเข้มข้นของเลือดว่าถึงเกณฑ์มั้ย....



ตรวจเสร็จเราก็นั่งรอด้วยใจระทึก และด้วยหัวใจที่พองโตว่าวันนี้จะได้ทำความดี
เพื่อถวายพ่อหลวงของเราซะที
เพราะเป็นความตั้งใจที่อยู่ในใจเราตลอดมา...
นั่งรอไป  ก็นั่งมองดูหยดเลือดของตัวเองที่กำลังจมลงไปในน้ำยาที่ใช้สำหรับตรวจวิเคราะห์ผลเลือด 
ไม่ถึง 
5 นาทีก็รู้ผล....

 


เลือดไม่ผ่านนะคะ

อ้าววว... เพราะอะไรค่ะ

ความเข้มข้นเลือดของน้องไม่ถึงเกณฑ์ค่ะ

ของน้องแค่ 11.7 เอง

เหรอค่ะ   มันต้องเท่าไรค่ะถึงจะเข้าเกณฑ์

ต้อง 12   ขึ้นไปค่ะ

เหรอค่ะ   คะขอบคุณค่ะ”  
รับคำพร้อมกับความรู้สึกผิดหวังนิดๆ ที่ไม่ได้บริจาคโลหิตในวันนี้ 
ไม่ต้องเสียใจนะ  อะเอายาบำรุงไปกิน  กินให้หมดนี่นะเดือนหนึ่ง แล้วค่อยมาใหม่




เราหยิบยาขึ้นมาดู  มันเป็นยาบำรุงเลือดนั่นเอง...

ปกติเราเป็นคนที่ไม่ชอบกินยาเป็นชีวิตจิตใจ  ถ้าต้องเลือกระหว่างกินกับฉีดยา 

เราขอเลือกฉีดยาดีกว่า

แต่ในใจก็คิดว่า... เอาว่ะกินก็กิน ก็ตั้งใจไว้แล้วนี่  ยังไงก็ต้องทำให้ได้




หลังจากผ่านไป 
1 เดือน พร้อมกับยาอีกถุงเบ้อเร้อที่เรากินจนเกลี้ยง...
ก็มุ่งหน้าตรงไปที่สภากาชาดไทยอีกครั้ง  ด้วยความตั้งใจที่จะบริจาคโลหิตเหมือนเดิม

ขั้นตอนทุกอย่างเหมือนเดิม... แล้วก็รอฟังผล...



เลือดไม่ผ่านนะคะ
ความเข้มข้นเลือดไม่ถึงค่ะ

จริงเหรอค่ะ...อีกแล้วเหรอค่ะ

ใช่... น้องกินยาหมดรึเปล่า

กินจนไม่เหลือซักเม็ดเลยนะคะ

แต่คราวนี้ความเข้มข้นน้อยกว่าคราวที่แล้วอีกนะ แค่ 11.5 เอง

เหรอค่ะ   ขอบคุณค่ะ”  พร้อมกับหยิบยาบำรุงเลือดที่เขาให้มาอีกเต็มกำมือ

รวมๆ แล้วก็กินอีกประมาณ 1 เดือน
แต่เราก็ยังไม่รู้ว่าอีก 1 เดือนที่ต้องกินยาบำรุงนี้มันจะส่งผลให้ความตั้งใจที่จะทำความดี
ในการบริจาคโลหิตนี้เป็นจริงได้รึป่าว...



แต่เราก็จะยังไม่หยุดความตั้งใจ  ลูกทหารอย่างเราไม่ย่อมแพ้อะไรง่ายๆ อยู่แล้ว  
และอยากจะเชิญชวนให้เพื่อนๆ  ได้มาร่วมกันทำความดี และช่วยเหลือผู้อื่นในรูปแบบของ

การบริจาคโลหิต  นอกจากจะได้กุศลอันยิ่งใหญ่แล้วยังได้ความภาคภูมิใจอีกด้วย ....


ร่วมกันบริจาคโลหิต    เพื่อช่วยชีวิตผู้รอคอย
เป็นคำขวัญที่มะโหนกบัญญัติขึ้นมาสำหรับตัวเองเลยนะเนี่ย...


 

 

 

การบริจาคเลือดมีขั้นตอนและวิธีการเตรียมตัว ที่พอจะบอกคราวๆ 
สำหรับผู้ที่สนใจ ดังนี้ ...

คุณสมบัติของผู้บริจาคโลหิต

อายุระหว่าง 17 ปี ถึง 60 ปีบริบูรณ์
น้ำหนัก 45 กิโลกรัมขึ้นไป สุขภาพทั่วไปสมบูรณ์ดี
ไม่มีประวัติโรคตับอักเสบ หรือดีซ่าน ตัวเหลือง ตาเหลือง
ไม่เป็นไข้มาเลเรียมาในระยะ ปี ที่ผ่านมา และไม่เป็นกามโรค โรคติดเชื้อต่างๆ

ไอเรื้อรัง ไอมีโลหิต โลหิตออกง่ายผิดปกติ โรคเลือดชนิดต่าง ๆ โรคหอบหืด โรคภูมิแพ้

โรคลมชัก โรคผิวหนังเรื้อรัง โรคหัวใจ โรคไต โรคเบาหวาน โรคไทรอยด์
ไม่อยู่ในภาวะน้ำหนักลดมากในระยะสั้น
ไม่มีพฤติกรรมเสี่ยงทางเพศสัมพันธ์ หรือสำส่อนทางเพศ ไม่มีประวัติติดยาเสพติด
งดการบริจาคโลหิตภายหลังผ่าตัด คลอดบุตรหรือแท้งบุตร เดือน 

(ถ้ามีการรับโลหิตต้องงดบริจาคโลหิต ปี)
สตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือน หรือตั้งครรภ์


ดูแลตัวเองก่อนมาบริจาคโลหิต
ควรนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพออย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 6 ชั่วโมง
ควรมีสุขภาพสมบูรณ์ดีทุกประการไม่เป็นไข้หวัด หรืออยู่ระหว่างรับประทานยาใดๆ
ควรรับประทานอาหารมาก่อน และเป็นอาหารที่ย่อยง่าย ไม่มีไขมัน
งดเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ก่อนมาบริจาคอย่างน้อย 24 ชั่วโมง
งดสูบบุหรี่ก่อนและหลังบริจาคโลหิต ชั่วโมง เพื่อให้ปอดฟอกโลหิตได้ดี
สุภาพสตรีไม่อยู่ในระหว่างมีประจำเดือนหรือตั้งครรภ์
การบริจาคโลหิตครั้งต่อไปเว้นระยะ 3 เดือน ยกเว้นการบริจาคพลาสมาหรือเกล็ดโลหิต

 

 หลุด ___สาวข้างบ้าน

 

 

  

 

 

ปล.จขกท บริจาคมาแล้ว 7 ครั้งคร้าา อยากชวนเพื่อนๆไปบริจาคกันเยอะๆนะคะ ^^

ที่มา: www.google.co.th
VOTED BY: Orn on Orn, BoomzCnx, ter suttipong, เจ้าสาวสติชส์, Intangible
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,679 ครั้ง, โหวตแล้ว 7 ครั้ง / 35 คะแนน
โพสท์โดย: ญิ๋งกุ๊ก ดู Hot Topic อื่นๆของ ญิ๋งกุ๊ก
23:13 - 23 มิถุนายน 2556
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung