เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
357,018   1,980,364

สกุลยศ ในสุภาพบุรุษจุฑาเทพ

 

สกุลยศของเจ้านายนั้น บรรดาผู้ที่เกิดในราชตระกูลจะเป็นราชบุตร ราชธิดา หรือราชนัดดาก็ตาม จะเรียกว่า เจ้า สกุลยศนั้น แบ่งออกเป็น 5 ระดับ ดังนี้

·         1.เจ้าฟ้า มีความแตกต่างกัน 3 ชั้น คือ

·         เจ้าฟ้าชั้นเอก ต้องถือประสูติข้างพระมารดาเป็นพระอัครมเหสี (บรมราชินีนาถ, บรมราชินี, บรมราชเทวี, พระอัครราชเทวี) หรือพระมารดาพระยศโดยประสูติเดิมเป็นพระราชธิดา ในพระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน (สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิง,พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าหญิง แม้ว่าพระมหากษัตริย์จะไม่พระราชทานเลื่อนพระอิสริยยศชั้นพระมเหสีใดๆ แด่พระมารดา พระราชโอรสธิดาก็ได้รับสกุลยศเจ้าฟ้าในชั้นนี้โดยปริยายเช่นกัน เพราะถือว่าพระมารดาดำรงพระยศพระบรมวงศานุวงศ์ชั้นสูงอยู่แล้ว) เรียกลำลองว่า "ทูลกระหม่อม" บางแห่งเรียกเจ้าฟ้าชั้นนี้ว่า พระหน่อพุทธเจ้า หรือเจ้านายหมู่สืบสันตติวงศ์ (องค์รัชทายาท)ในส่วนเจ้านายฝ่ายในชั้นนี้ ในโบราณกาลมักนิยมขอพระราชทานไปดำรงตำแหน่งพระมเหสี เพื่อหมายให้ทายาทที่ถือประสูติแด่พระนางนั้นได้มีสิทธิ์ในการเป็นรัชทายาทฝ่ายพระมารดาด้วย ดังนั้นถือว่าการสืบสายข้างพระมารดามีศักดิ์สูงยิ่งมีความสำคัญ และมักให้ความสำคัญเสมอหากต้อง พระราชทานแก่พระเจ้าเมืองใด ต้องมีการปรึกษาหารือกับเสนาอามาตย์เสียก่อน นับเป็นเรื่องใหญ่

·         เจ้าฟ้าชั้นโท มีพระมารดาทรงศักดิ์รองลงมา (พระราชเทวี, พระนางเจ้า, พระนางเธอ, พระอัครชายา, พระราชชายา) หรือ เป็นพระราชนัดดาในพระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน (พระเจ้าวรวงศ์เธอ, พระวรวงศ์เธอ, หม่อมเจ้า) แรกประสูติของพระราชบุตรธิดา ยังไม่ได้รับ "สมเด็จ" เมื่อเจริญพระชันษาขึ้นหรือน้อยกว่านั้น จะได้รับสมเด็จ หรือเรียกลำลองว่า "สมเด็จ" อาทิ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตน์ราชสุดา สิริโสภาพรรณวดี พระราชธิดา ใน รัชกาลที่ 6 ที่ถือประสูติแต่ พระนางเจ้าสุวัทนา พระวรราชเทวี (ยกเว้นในกรณี พระนางเจ้าสุขุมารศรี พระราชเทวี ที่มีพระราชบุตรธิดา เป็นเจ้าฟ้าชั้นเอก เนื่องจากพระองค์เองดำรงพระราชอิสริยยศสกุลยศ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้าสุขุมาลมารศรี พระราชธิดาในพระมหากษัตริย์รัชกาลก่อน แต่ตำแหน่งพระราชเทวี เป็นการเลื่อนพระยศให้สูงขึ้นเท่านั้น และรัชกาลแผ่นดินที่ 7 สถาปนาพระองค์เป็น สมเด็จพระปิตุจฉาเจ้าสุขุมาลมารศรี พระอัครราชเทวี ตามลำดับ) อนึ่งเจ้าฟ้าชั้นโท ยังนับรวมเจ้านายที่ดำรงพระยศเป็น พระเชษฐา พระภคินี พระอนุชาและพระขนิฐา ร่วมพระราชชนนีเดียวกัน (พระราชมารดา) กับพระมหากษัตริย์ และไม่ได้ดำรงค์สกุลยศเจ้าฟ้ามาก่อน อาทิ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งมีสกุลยศและอิสริยยศเดิม หม่อมเจ้าหญิง และ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าหญิงตามลำดับมาก่อน

·         เจ้าฟ้าชั้นตรี เป็นพระยศที่พระเจ้าแผ่นดินจะพระราชทานเป็นกรณีพิเศษและมักไม่ค่อยถือประสูติมากนักหรือไม่มีเลย ส่วนใหญ่จะเป็นชั้นหลานหลวง "พระเจ้าหลานเธอหรือ พระเจ้าวรวงศ์เธอ หรือ พระวรวงศ์เธอ " โดยอาศัยการตั้งราชวงศ์ (ปฐมราชวงศ์ครั้งแรก) หรืออีกนัยหนึ่งต้องถือประสูติจากจากพระบิดาดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้า (ลูกหลวง) และพระมารดามีพระยศเป็นเจ้าฟ้าด้วยกันหรือพระมารดาดำรงพระยศเป็นเจ้าฟ้า (ลูกหลวง) พระบิดาเป็นพระองค์เจ้า เจ้าฟ้าชั้นนี้เสมอพระยศพระองค์เจ้าชั้นลูกหลวง แต่เวลาพระดำเนินตามหลังพระองค์เจ้าชั้นลูกหลวง และพระยศเจ้าฟ้าชั้นนี้มีปรากฏในต้นแผ่นดินรัตนโกสินทร์ช่วงสมัยรัชกาลที่1 เท่านั้น (มีคำเรียกที่ว่า พระกำเนิดเป็นอุภโตสุชาติ = มีชาติพระกำเนิดที่ประเสริฐทั้งสองฝ่าย) เรียกลำลองว่า "เจ้าฟ้าหรือหากได้รับสมเด็จ เรียกว่า สมเด็จเจ้าฟ้า"

หมายเหตุ เจ้านายที่จะสามารถดำรงสกุลยศชั้นเจ้าฟ้าได้ต้องถือประสูติจากพระมารดามีพระยศเป็นพระองค์เจ้า ในเบื้องต้นเจ้าฟ้าที่ดำรงพระยศชั้นลูกหลวงจะมีสร้อยพระนามท้ายที่ระบุว่าเป็นพระราชโอรสหรือธิดาแห่งกษัตริย์ อาทิ ราชกุมาร/กุมารี ราชสุดา อัครราชกุมาร/กุมารี หรือราชกัญญา เป็นต้น หากไม่มีสร้อยพระนามนี้ถือว่าเป็นเจ้าฟ้าชั้นโทและตรีที่ไม่ใช่ลูกกษัตริย์

·         2.พระองค์เจ้า มีความแตกต่างกัน 3 ชั้น คือ

·         พระองค์เจ้าชั้นเอก เป็นพระราชบุตรหรือพระราชธิดาอันเกิดด้วยพระสนม(เจ้าจอมมารดา) ตรงกับที่เรียกในกฎมณเทียรบาลว่า "พระเยาวราช" ใช้คำนำสกุลยศว่าหรืออิสริยยศ "พระเจ้าลูกยาเธอ, พระเจ้าลูกเธอ, พระบรมวงศ์เธอ ไม่มีคำว่า "สมเด็จ" นำพระอิสริยยศ ยกเว้นทรงได้รับพระราชทานอิสริยยศเพิ่มเป็น สมเด็จกรมพระยา" เรียกลำลองว่า"เสด็จ" และ "สมเด็จกรมพระยาฯ"อาทิ พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ (เสด็จเตี่ย), สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระยาดำรงราชานุภาพ (สมเด็จในกรมฯ) (ถือได้ว่าเป็นพระยศพระองค์เจ้าชั้นสูงสุดในบรรดา สกุลยศพระองค์เจ้าทั้งมวล) และในรัชกาลปัจจุบันไม่มีสกุลยศในชั้นนี้แล้ว เนื่องด้วยทรงไม่ได้รับพระสนม (เจ้าจอมมารดา)อนึ่งเจ้านายฝ่ายในชั้นนี้หาก พระมหากษัตริย์รับสนองเป็นภรรยาเจ้า พระราชโอรสธิดาที่ถือประสูติมาเป็นเจ้าฟ้าชั้นเอกทั้งสิ้น(ทูลกระหม่อม) เพราะพระมารดาเป็นชั้นลูกหลวงหรือพระบรมวงศ์

·         พระองค์เจ้าชั้นโท เป็นพระราชนัดดาในพระมหากษัตริย์ ซึ่งพระบิดาเป็นเจ้าฟ้าและพระมารดาเป็นเจ้า (ที่มีศักดิ์พระอัครชายาของเจ้าฟ้าเสมอเป็นเจ้าเป็นพิเศษอาทิ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าฯ พระวรชายาฯ) หรือเป็นพระโอรสหรือพระธิดาของพระมหาอุปราชใช้คำนำสกุลยศ"พระเจ้าวรวงศ์เธอ,พระเจ้าหลานเธอ"หรือ พระยศที่พระมหากษัตริย์ สถาปนาขึ้นเป็นพิเศษ เรียกลำลองว่า "พระองค์" อาทิ พระองค์ภา,พระองค์สิริวัณฯ,พระองค์หริภาฯ เป็นต้น ยกเว้นในกรณีที่ดำรงค์พระยศเป็นพระองค์เจ้าชั้นพิเศษที่มีศักดิ์ด้วยเป็นอัครชายาในสมเด็จเจ้าฟ้ามหาอุปราช (สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร) เรียกลำลองเพิ่ม เป็น เสด็จพระองค์หญิง เป็นกาลพิเศษ

·         พระองค์เจ้าชั้นตรี เป็นพระราชนัดดาในพระมหากษัตริย์ ซึ่งพระบิดาและพระมารดาเป็นพระองค์เจ้าด้วยกัน หรือพระบิดาเป็นเจ้าฟ้าชั้นเอก แต่พระมารดามิได้เป็นเจ้า (หม่อม) ใช้คำนำสกุลยศ "พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" ซึ่งแตกต่างจากชั้นโทที่ใช้อิสริยยศ "พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า" แต่เรียกลำลองว่า พระองค์เหมือนกัน แต่หากเป็นพระองค์เจ้าตั้ง (กลุ่มเจ้านายที่ถือสกุลยศเดิมชั้นหม่อมเจ้ามาก่อน) เรียกลำลองว่า ท่านพระองค์" (พระองค์เจ้าชั้นนี้เทียบเสมอสกุลยศ หม่อมเจ้า เพราะพระโอรสธิดามีสกุลยศ หม่อมราชวงศ์) อนึ่งกล่าวเพิ่มเติม พระองค์เจ้าในชั้นนี้มีอย่างทางการและบรรทัดฐานในสกุลยศ ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัวฯ (รัชกาลที่ 7) พระองค์โปรดเกล้าโปรดกระหม่อมตรากฎหมายในเรื่องการสืบสันดรว่าด้วย พระโอรสธิดาของ สมเด็จเจ้าฟ้าชั้นลูกหลวง ประสูติแด่หม่อมห้าม (หญิงสามัญชน) โดยหม่อมเป็นที่ยอมรับ เนื่องด้วยสมัยรัชกาลก่อนๆ หากพระมารดาเป็นเพียงสามัญชน (หม่อม) พระโอรสธิดาจะดำรงสกุลยศเพียงหม่อมเจ้าเท่านั้น และการตรากฎหมายขึ้นนี้ยังผลให้เจ้านายในชั้น หม่อมเจ้าสมัยนั้นทรงได้รับการสถาปนาและถือประสูติเป็น พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าทุกพระองค์ ดังในราชสกุล มหิดล สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอนันทมหิดลฯ (ร.8) ทรงได้รับสถาปนาจากสกุลยศ หม่อมเจ้า เป็นพระองค์เจ้า และพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุยเดชฯ (ร.9) ทรงได้รับกฎหมายนี้โดยประสูติทันที เพิ่มเติมจากรัชกาลที่ 6 พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ (สกุลยศเดิม หม่อมเจ้า) พระโอรสในสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ เจ้าฟ้าชั้นเอกโอรสในรัชกาลที่ 5 ประสูติแด่สมเด็จพระนางเจ้าเสาวภาผ่องศรี พระบรมราชินีนาถ แต่ด้วยสมเด็จเจ้าฟ้าจักรพงษ์ภูวนาถฯ ทรงเสกสมรสกับหม่อมคัทริน (หญิงสามัญชนชาวรัสเซีย) ทำให้พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าจุลจักรพงษ์ เมื่อแรกประสูติ ได้รับสกุลยศ หม่อมเจ้า (เพราะยังไม่ได้ตรากฎหมายในสมัยนั้น) และในรัชกาลที่ 6 ทรงสถาปนาขึ้นให้ดำรงพระอิสริยยศ (ไม่ใช่สกุลยศ) เป็นพระองค์เจ้า และให้เป็นชั้นโทเป็นกาลพิเศษ แต่พระองค์ก็มีสกุลยศเสมอพระยศหม่อมเจ้า เพราะทรงมีพระธิดามีสกุลยศ หม่อมราชวงศ์หญิงนริศรา จักรพงษ์ ซึ่งเป็นมารดาของคุณจุลจักร จักรพงษ์ ณ อยุธยา (ฮิวโก้)

 

·         3.หม่อมเจ้า เป็นพระโอรสและพระธิดาของเจ้าฟ้าและพระองค์เจ้าโดยสกุลยศ (เมื่อครั้งกรุงศรีอยุธยา แม้ว่าจะเป็นพระโอรสหรือพระธิดาของพระมหาอุปราช แต่มารดามิได้เป็นเจ้า (หม่อม) จะเป็นเพียงแค่หม่อมเจ้า เช่น หม่อมเจ้าอาทิตย์ ในกรมพระราชวังบวรเสนาพิทักษ์ (เจ้าฟ้ากุ้ง) ในแผ่นดินสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ) เรียกว่า "ท่าน" (นับได้ว่าเป็นพระยศชั้นพระบรมวงศ์ชั้นสุดท้าย ที่ต้องใช้คำราชาศัพท์) อาทิ ท่านมุ้ย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล เป็นต้น อนึ่ง เนื่องด้วยมีการตรากฎหมายเรื่องการสืบสันดรสกุลยศ ในรัชกาลที่ 7 แห่งพระราชวงศ์จักรีว่าด้วย พระโอรสธิดาเพิ่มเติม ทำให้หม่อมเจ้าที่มีพระบิดาดำรงสกุลยศเจ้าฟ้า ก็จะได้สกุลยศเป็นพระองค์เจ้า ชั้นตรีในแรกประสูติ หรือสถาปนา

·        มจ.วรรณรสา(ท่านหญิงรสา) และ มรว.ปวรรุจ (คุณชายรุจ)

 

4.หม่อมราชวงศ์ เป็นโอรสและธิดาของพระองค์เจ้า และโอรสธิดาของหม่อมเจ้า เรียกว่า "คุณชาย , คุณหญิง"

·         5.หม่อมหลวง เป็นบุตรและธิดาของหม่อมราชวงศ์ เรียกว่า "คุณ"

สกุลยศลำดับที่ 4 และ 5 เป็นเพียงราชนิกุล และเป็นสามัญชน จะไม่นับเป็นเจ้าและเป็นสกุลยศที่ถือกำเนิดในรัชสมัยรัชกาลที่ 4 และ 5 ตามลำดับ

 

 

 ที่มา

https://th.wikipedia.org/wiki/%E0%B8%81%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B9%80%E0%B8%89%E0%B8%A5%E0%B8%B4%E0%B8%A1%E0%B8%9E%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%A2%E0%B8%A8%E0%B9%80%E0%B8%88%E0%B9%89%E0%B8%B2%E0%B8%99%E0%B8%B2%E0%B8%A2

 

 
โหวต Poll: (โหวตลับ)
คุณชายใหญ่ : 3
คุณชายรุจ : 16
คุณชายภัทร : 3
คุณชายเล็ก : 1
คุณชายพี : 5
หากต้องการโหวต Poll, กรุณาSign-In เข้าสู่ระบบ ก่อนค่ะ
VOTED BY: BoomzCnx, jeejee, ฮูโต๋
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 31,145 ครั้ง, โหวตแล้ว 8 ครั้ง / 33 คะแนน
โพสท์โดย: ฮูโต๋ ดู Hot Topic อื่นๆของ ฮูโต๋
21:15 - 21 เมษายน 2556
Tags ที่เกี่ยวข้อง : สุภาพบุรุษจุฑาเทพ
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
 
   
15:10 - 29 กรกฎาคม 2556 +LIKE disLIKE
14 เตอร์ครับ
เพิ่ม เติม นะครับ ม.ร.ว หญิง และ ม.ล. หญิง หากแต่งงาน กับ คนทั่วไป คือ นาย ไม่ต้อง กราบบังคมลา เพราะเป็นสามัญชน อยู่แล้ว ยศที่ได้มาเพื่อแสดง ฐานะความเป็นลูกหลาน เจ้านายหรือเชื้อพระวงศ์
สรุปว่า ตามหลักพจนานุกรม ระบุไว้ว่า กลุ่ม เจ้านาย หมายถึงกลุ่มคนผู้มีคำนำหน้า ตั้งแต่ หม่อมเจ้า ขึ้นไป ถึง เจ้าฟ้า หรือเข้าใจง่าย ๆ ว่า กลุ่มที่ยังต้องใช้คำราชาศัพท์ด้วย กลุ่มไพร์(ไพรฟ้าข้าแผ่นดิน) หมายถึง ผู้ที่มีคำนำหน้าตั้งแต่ ม.ร.ว. ลงมา ถึง นาย นาง และ นางสาว (ร่วมถึง เด็กชาย และ เด็กหญิง)
ตอบความคิดเห็นนี้
15:02 - 29 กรกฎาคม 2556 +LIKE disLIKE
13 เตอร์ครับ
ตาม กฎ แล้ว เจ้าหญิง ที่มีพระยศ ตั้งแต่ หม่อมเจ้า ขึ้นไป หากต้อง แต่งงานกับสามัญชน นับ ตั้งแต่ หม่อมราชวงศ์ลงมา ถึง นาย เจ้าหญิง ต้อง กราบบังคมทูลลาจากในหลวง เพื่อออกจากตำแหน่งเสียก่อน เพื่อให้เป็นสามัญชน
คือ นางสาว แล้วจึงจะแต่งงาน อย่าง ในหนัง หม่อมเจ้าหญิง วรรณรสา (ท่านหญิงรสา) หาก จะแต่งงานกับ ม.ร.ว.ปวรรุจ(คุณชาย รุจ)ต้องลาออกก่อน เพราะ คุณชายเป็นเพียงสามัญชน แต่เป็นเพียงเชื้อพระวงศ์ แต่ ฐานะ ท่านหญิง เป็นถึง พระบรมวงศานุวงศ์ สูงกว่า คุณชาย อย่าลืม ว่า พ่อคุณชายเอง มียศเท่า ท่านหญิงวรรณรสา
ตอบความคิดเห็นนี้
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

หนุ่มพิเรนทร์แหวนติดคา “จ้าวโลก”เอาไม่ออก

"ไฟกามระคะจริต" หนึ่งในตำรับสมุนไพรบำรุง′ชาย′

น้องมุกกี้ เน็ตไอดอล ชวนไปทะเล+คลิป

วิธีการทำแอร์แบบประหยัด
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung