หน้าแรก หาเพื่อน Chat Hot Topic เว็บบอร์ด พูดคุย ถาม-ตอบ คลิป Video Pic Post ตรวจหวย หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook ผลบอล เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม แต่งรูป กริตเตอร์ (รูปวิบวับ) คำนวณ สเปซ Page
หน้าแรกเว็บบอร์ด กระทู้ของฉันค้นหากระทู้ ตั้งกระทู้ใหม่
ดูรายการโปรดเพิ่มเป็นรายการโปรด

ที่มาของคำว่าดอกไม้(สีทอง)


กระดานสนทนา หมวด อื่นๆโพสท์โดย Poloro

ภาษาจีน

ภาษาจีนแต้จิ๋วว่า "หลกท่ง" ซึ่งเป็นคำด่าที่มีความหมายตามตัวอักษรที่แสบสัน แปลว่า "แดงเหมือนเหล็กเผาไฟ" ใช้กับหญิงที่มักมากในกามารมณ์

ที่ใช้คำว่า "ความหมายตามตัวอักษร" ก็เพราะว่า คนจีนแต้จิ๋วนั้น ชอบใช้คำพูดโผงผาง บางครั้ง การใช้คำด่ากับลูกหลาน ก็เป็นการแสดงความเอ็นดู เหมือนในหนังจีนจะได้ยินคำว่า "เด็กโง่" อยู่เรื่อย คำว่า "หลกท่ง" นี้ ก็อาจจะใช้ตอนที่เห็นลูกสาวหรือหลานสาวแสดงกิริยาม้าดีดกะโหลก แล้วรู้สึกมันเขี้ยว อยากอบรม ดังนั้น ลูกหลานจีนจะคุ้นกับคำด่าประเภทนี้ และคำอื่นๆ อีกมากมาย (ไว้มีโอกาสค่อยเล่าทีหลัง) โดยไม่รู้สึกว่าถูกปรามาสตามนั้นจริงแต่อย่างใด

เข้าใจว่า คนไทยจะยืมคำ "หลกท่ง" นี้มาจากคนจีนแต้จิ๋ว โดยถ่ายสำเนียงกลับเพราะคิดว่าคนจีนพูดไม่ชัด น่าจะหมายถึงคำว่า "ดอกทอง" มากกว่า เลยใช้ "ดอกทอง" ด่าผู้หญิงเรื่อยมา ซึ่งก็มีทั้งด่าแบบเอ็นดูตามแบบคนจีน และด่าแบบเอาจริงเอาจัง

อนึ่ง ถ้าแปลคำว่า "ดอกทอง" กลับเป็นภาษาจีนคำต่อคำว่า "กิมฮวย" (金花) ก็ไม่ได้มีความหมายเป็นคำด่า แต่หมายถึง "ดอกไม้สีทอง หรือ ดอกไม้ทองคำ" เหมือนกัน ดังนั้น คำ "ดอกทอง" นี้จึงอยู่ในเฉพาะบริบทสังคมไทย-จีนแต้จิ๋วเท่านั้นจริงๆ

คำผวน

นี่คือการดองถอก ซึ่งต่อมาถูกผวนเป็น ดอกทอง นั่นเอง

อีกข้อสันนิษฐานหนึ่งคือมาจากคำผวนว่า "อีดองถอก" ซึ่งคำว่าดอง หมายถึงการแช่เอาไว้ ส่วนถอกนั้นหมายถึงอวัยวะเพศชาย ซึ่งรวมกันหมายถึงผู้หญิงที่ชอบเอาอวัยวะเพศชายแช่ไว้ในโถ นั่นเอง

บันทึกประวัติแสด

ในอดีต ชนเผ่าอีตัวและชนเผ่าการี่ นับถือดอกเป็นพะเจ้า เนื่องจากดอกบางชนิดสื่อความหมายเกี่ยวกับสองเผ่านี้โดยตรง แต่เมื่ออารยธรรมของอีตัวและการี่สาปสูญลง ชนเผ่าอีตัวและการี่ที่หลงเหลืออยู่ในจักรวาลนี้จึงแยกออกและกระจัดกระจายอยู่ตามทวีปต่างๆ ส่วนที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดในถิ่นฐานเดิม พวกเธอกำลังจะสร้างวัฒนธรรมเสเพลย์ณีชั้นสูงอันยิ่งใหญ่

ครั้งนั้นชนเผ่าอีตัวและชนเผ่าการี่ ได้เริ่มสร้างคำขึ้นมาใหม่ ซึ่งคำๆ เก่านี้มาจากคำว่าดอกธรรมดา โดยการเติมอีข้างหน้าเข้าไป กลายเป็น... ในภาษาการี่อีทัว แปลว่า " สวย " ซึ่งคำว่า อี เป็นคำที่ใช้เรียกนำหน้าชื่อของๆ ชนเผ่าอีตัวและชนเผ่าการี่คนนั้นมาก่อนแล้ว พอเพิ่มเป็น... ในภาษาเทย จึงแปลว่า " นางสาวสวย "

หลังจากนั้น มีการเพิ่มเติมขึ้นไปอีกคำ เมื่ออารยะธรรมเสเพลย์ณีเจริญรุ่งเรืองขึ้นมาก ได้เพิ่มคำว่า " ทอง " เข้าไปอีก ในภาษาเทย แปลว่า ชั้นสูง จนกลายเป็น " อี-ด-อ-ก-ทอง " ซึ่งแปลว่า " นางสาวสวยชั้นสูง " หรือเรียกกันง่ายๆ สำหรับ 2 ชนเผ่านี้ว่า " โสเพลย์ณีไฮคลาส ("TAD Hi-Class") นั่นเอง

ลัทธิต่อต้าน

อย่างไรก็ดี ก็ยังมีลัทธิต่อต้านอีกมาก เช่น ลัทธิแห่งวัฒนธรรมอันดีงาม นำโดย ระบัตรเลี้ยบ พงศ์ทำพิษ ซึ่งเคยเป็นผู้ก่อการวี้ดว้ายที่เคยล้างเผ่าพันธุ์ชนเผ่าอีตัวมาก่อน แต่โชคดีที่มีชนเผ่าการี่มาช่วยเสริมกองทัพ ชนเผ่าอีตัวจึงรอดไป ลัทธินี้จึงพยายามที่จะทำลายล้างร่องรอยอารยธรรมแห่งเสเพลย์ณีให้สิ้นซาก

Report เนื้อหา


โพสท์โดย: Poloro
3Y
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
58 VOTES
 

แชร์ใน Facebook Tweet
Comment ด้วย facebook

Comment!  

ที่มาของคำว่าดอกไม้(สีทอง)

หากแช่ครีมในตู้เย็น เสี่ยงครีมเสื่อมคุณภาพ จริงหรือไม่

แจกสูตรน้ำจิ้มหมูกระทะรสเด็ด ไม่หวง…ใครใคร่ทำขาย เหมาะสำหรับคนคิดจะเปิดร้านหมูกระทะ

รอวันเชือด...อัยการชัดเจนแล้ว สั่งคดี "ธัมมชโย" 6 ต.ค. แต่มีเงื่อนไขบางอย่าง(รายละเอียด)

7 อันดับอาหารแปลกๆ ในประเทศญี่ปุ่น ที่คนต่างชาติต้องร้อง.. ยี๊

แม่นเหลือเชื่อ!?? ท่าพิมพ์มือถือ บอกนิสัย “จะ A B C หรือ D”

รัฐบาลสปป.ลาวสั่งห้ามนำเข้า Galaxy Note 7 แล้ว!
แชร์ใน Facebook Tweet
ตั้งกระทู้ใหม่ไปหน้าแรกเว็บบอร์ด เพื่อดูกระทู้อื่นๆไปหน้าแรก Postjung.com

 
 
ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา