“ประเพณีวันปีใหม่” ของแต่ละประเทศทั่วโลก
ใกล้ปีใหม่ 2013 เข้าไปทุกที ลองมาดูกันว่าคืนวันนี้แต่ละประเทศต่างๆ ในโลกเขามีประเพณีฉลองงานปีใหม่กันอย่างไรบ้าง
ประเทศไอร์แลนด์
ที่มาภาพ what the hell news
บรรดาสาวโสดในประเทศไอร์แลนด์จะรอคอยคืนวันปีใหม่เป็นพิเศษ เพราะวันนี้เชื่อกันว่าจะเป็นวันที่นำพาคนรักให้เข้ามาในชีวิต สาวชาวไอร์แลนด์จะวางใบมิสเซิลโท (mistletoe) ไว้ใต้หมอน เพื่อเป็นการอธิฐานว่าปีนี้ขอให้ได้เจอกับสามีในอนาคต นอกจากนั้นยังเชื่อว่าใบมิสเซิลโทจะช่วยขจัดโชคร้ายด้วย
ประเทศเดนมาร์ก
ที่มาภาพ what the hell news
ประเพณีแปลกๆ ในวันปีใหม่ของประเทศเดนมาร์กก็คือการปาถ้วยชามที่แตกได้ใส่ประตูบ้านของเพื่อนบ้าน ถ้าเป็นที่อื่นคงได้มีเรื่องกันแน่ๆ แต่น่าแปลกว่าสำหรับคนเดนมาร์กแล้วกลับชื่นชอบให้มีคนมาปาจานชามใส่หน้าบ้านตัวเอง และเมื่อหมดวันนั้น บ้านไหนที่มีกองถ้วยชามที่แตกกองพะเนินหน้าบ้านมากที่สุดจะถือว่าบ้านนั้นจะโชคดีมากที่สุด เพราะหมายความว่าคนบ้านนั้นมีเพื่อนและคนที่รักเยอะกว่าใครๆ นั่นเอง
นอกจากนั้น ชาวเดนมาร์กยังมีประเพณีการกระโดดลงจากเก้าอี้ตอนเวลาเที่ยงคืนของวันขึ้นปีใหม่อีกด้วย เชื่อกันว่าเพื่อเป็นการขับไล่สิ่งชั่วร้ายออกไป
ที่มาภาพ travelandleisure
ประเทศเม็กซิโก
ที่มาภาพ the twenty first floor
การติดต่อพูดคุยกับวิญญาณเป็นส่วนหนึ่งในความเชื่อของชาวเม็กซิโก ซึ่งเชื่อกันว่าคนเป็นสามารถติดต่อและพูดคุยกับวิญญาณคนตายที่เป็นคนรักหรือคนในครอบครัวได้ วันปีใหม่จะถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการติดต่อสื่อสารกับวิญญาณคนตาย นอกจากเพื่อการพูดคุยถามไถ่แล้วบางครั้งก็รวมกึงการขอคำปรึกษาจากวิญญาณอีกด้วย
การติดต่อกับวิญญาณนี้จะไม่ทำที่บ้านใครบ้านมัน แต่จะไปทำในสถานที่ๆ รับทำการติดต่อกับวิญญาณอย่างถูกกฏหมาย เช่น บางโรงแรมจะมีบริการติดต่อกับวิญญาณได้คนละ 15 นาที นอกจากวันปีใหม่แล้ว ประเทศเม็กซิโกยังมี วันแห่งคนตาย (Day of the Dead)เพื่อฉลองให้กับเหล่าคนตาย ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 2 พฤศจิกายนของทุกปี
ประเทศฟิลิปปินส์
ที่มาภาพ luvimages
ชาวฟิลิปปินส์จะชอบสิ่งของที่เป็นทรงกลมกันมาก ในวันปีใหม่ของทุกๆ ปีคนฟิลิปปินส์ส่วนมากจะพากันใส่เสื้อผ้าที่มีลายจุด ในร้านอาหารหรือโต๊ะอาหารที่บ้านก็จะตกแต่งกันด้วยผลไม้ที่เป็นทรงกลม และคนส่วนมากก็จะรับประทานอาหารหรือผลไม้ที่มีรูปทรงกลมกันในวันปีใหม่
ที่มาภาพ macheriefrancine
ชาวฟิลิปปินส์เชื่อกันว่า ของที่มีรูปร่างกลมเป็นสิ่งดีเพราะเหมือนกับรูปร่างของเหรียญเงิน หมายถึงความร่ำรวยและประสบความสำเร็จในปีนั้นๆ
ประเทศเอกวาดอร์
ที่มาภาพ what the hell news
โดยปกติแล้วการเผารูปภาพของใครหมายความถึงว่าคนนั้นอาจจะทำสิ่งที่ไม่ดีกับเราถึงขนาดอภัยให้ไม่ได้ แต่ในประเทศเอกวาดอร์ จะมีประเพณีที่คนในท้องถิ่นจะมารวมตัวกันเพื่อนำรูปภาพของสิ่งต่างๆ ที่ไม่ต้องการเจอหรือไม่ต้องการให้เกิดขึ้นในปีใหม่เอามาเผาทิ้ง
นอกจากนั้น ชาวเอกวาดอร์จะทำหุ่นไล่กาขึ้นมาจากหนังสือพิมพ์และเศษไม้ เมื่อถึงเวลาเที่ยงคืนแต่ละครอบครัวก็จะเผาหุ่นไล่กานั้น เชื่อกันว่าหุ่นไล่กานี้เป็นตัวแทนของสิ่งไม่ดีทั้งหลายของปีที่ผ่านมา และเมื่อเผามันทิ้งแล้วปีใหม่ก็จะเริ่มต้นได้อย่างมีความสุข
ประเทศสกอตแลนด์
ที่มาภาพ what the hell news
ประเทศสกอตแลนด์จะมีงานเทศกาลอันตรายที่ชื่อว่า Hogmanay ที่จัดขึ้นในวันที่ 31 ธันวาคมของทุกๆ ปี ในเทศกาลนี้ชายหนุ่มจะมีการเดินขบวนโดยถือลูกบอลไฟไว้ด้วย และหมุนหรือแกว่งลูกบอลไฟนั้นไปรอบๆ ตัวเอง เทศกาลนี้มีความเป็นมายาวนานตั้งแต่ในสมัยยุคไวกิ้งเลยทีเดียว
ที่มาภาพ what the hell news
ประเทศเยอรมัน
ที่มาภาพ daad
ลองคิดภาพดูว่าทุกๆ คืนวันปีใหม่ คุณจะต้องโดนบังคับให้ดูรายการโทรทัศน์เรื่องเดิมๆ ซ้ำแล้วซ้ำเล่าทุกปี ทั้งบททั้งการแสดงเป็นแบบเดิมไม่มีอะไรใหม่ ฟังดูแล้วน่าจะน่าเบื่อมากกว่าสนุก แต่นี่คือสิ่งที่ชาวเยอรมันจะต้องได้เจอ เพราะตั้งแต่ปี ค.ศ.1972 เป็นต้นมา ทุกๆ เที่ยงคืนวันขึ้นปีใหม่ชาวเยอรมันจะดูรายการโทรทัศน์ที่ชื่อว่า “Dinner for One”
ไม่มีใครรู้แน่ชัดว่าที่มาของประเพณีเกิดขึ้นได้อย่างไร แต่อย่างไรก็ตาม ประเพณีก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่าชาวเยอรมันจะไม่รังเกียจที่จะต้องดูรายการเดิมซ้ำๆ กันทุกๆ ปี
ประเทศชิลี
ที่มาภาพ underthetruth
Talca เป็นเมืองเล็กๆ ในประเทศชิลีซึ่งมีประเพณีฉลองปีใหม่ที่แปลกและออกจะน่าขนหัวลุกอยู่สักหน่อย ชาวเมือง Talca จะฉลองปีใหม่กับคนในครอบครัวที่เสียชีวิตไปแล้ว ในช่วง 15 ปี ที่ผ่านมา ทุกๆ คืนวันปีใหม่ตอนเวลา 23 นาฬิกา นายกของเมืองจะเปิดประตูทางเข้าสุสานไว้เพื่อให้ชาวเมืองได้เข้าไปร่วมฉลองกับคนในครอบครัวที่จากไปแล้ว ในสุสานจะมีการประดับไฟสลัวๆ และมีเพลงคลาสสิคเปิดประกอบไปด้วย
ที่มาภาพ what the hell news
ชาวเมืองเชื่อกันว่า เมื่อคนตายไปแล้ววิญญาณของพวกเขาจะรอคนที่รักอยู่ในสุสาน และคนในครอบครัวก็ควรจะเริ่มต้นปีใหม่กับพวกเขาเหล่านี้ถึงแม้จะตายไปแล้ว ประเพณีเริ่มต้นขึ้นเมื่อปี ค.ศ.1995 เมื่อมีครอบครัวหนึ่งแอบเข้าไปในสุสานเพื่อฉลองวันปีใหม่กับพ่อของตัวเอง หลังจากนั้น ชาวเมืองกว่า 5,000 คนก็ทำตามจนกลายเป็นประเพณีไป
ประเทศบราซิล เม็กซิโก และโบลิเวีย
ที่มาภาพ gbooza
ชาวบราซิล เม็กซิโก โบลิเวีย และชาวเมืองในแถบอเมริกาใต้จะต้อนรับวันปีใหม่ด้วยการใส่การเกงชั้นในสีสันสดใส โดยปกติแล้วมักจะเป็นสีแดง เหลือง หรือสีสดๆ อื่นๆ เชื่อกันว่าถ้าใส่กางเกงชั้นในสีสดใสผ่านคืนวันขึ้นปีใหม่ไปแล้วจะทำให้ปีนั้นเจอแต่โชคดี อีกทั้งยังช่วยให้พบกับคนรักในอนาคตอีกด้วย
กางเกงชั้นในสีแดง หมายถึงให้ชีวิตรักมีแต่ความสุข ส่วนสีเหลืองหมายความว่า ขอให้ร่ำรวยมีเงินทองมากๆ
ที่มา smashing lists , ryanseacrest , azweird
ที่มาภาพประกอบ keybar
แปลและเรียบเรียงโดย
ทีมงาน everyday-readers.com
จังหวัดที่มี'ผังเมือง'สวยที่สุดของไทย
"ฮุนเซน" รำลึกถึงอดีตกับเหล่า "ผู้นำอาเซียน" ลั่น! สมัยรัฐบาล "ประยุทธ์" ไทย-กัมพูชา สงบสุขราบรื่นดี ไม่มีปัญหา
จังหวัดที่มี อุทยานมากที่สุดในไทย
ทำไมรัสเซียจึงไม่มีไชน่าทาวน์.
พลิกแฟ้มประวัติศาสตร์! ทูตทหารไทยในปารีสพบสนธิสัญญาสยาม–ฝรั่งเศส หลักฐานใหม่สะเทือนปมชายแดน
โซเชียลลาวกระหึ่ม! เรียกร้อง “แบนเขมร” หวั่นใช้เป็นทางผ่านลักลอบทำงานในไทย
ตึงเครียดชายแดน “ทมอดา” หลังดราม่าหมูกระทะลามสู่ข้อกล่าวหายึดที่ดิน
ท่าทางที่มักจะทำตอนเผลอ บอกได้ว่าคุณเป็นคนแบบไหน
แบรนด์สินค้าชื่อดัง ที่หลายคนอาจไม่เคยรู้ว่าเป็นสินค้าสัญชาติไทย
มหาวิทยาลัยในประเทศไทย ที่คนกัมพูชานิยมมาเรียนต่อมากที่สุด
“กว๊าน” เพียงแห่งเดียวในประเทศไทยอยู่ที่ไหน?
10 ภาษาที่เรียนยากที่สุดในโลก
10 อันดับประเทศที่มีอิทธิพลมากที่สุดในเอเชีย
วลีฮิต "บักเซียงมันตายแล้ว" ระบาดทั่วโซเชียล..เฉลยแล้ว! มันมาจากไหน ?
ชายแดนไทย–กัมพูชากลับมาตึงเครียด “ฮุน มาเนต” กล่าวหาไทยรุกล้ำอธิปไตย
แห่ตั้งค่าหัวจับคนร้ายที่ราดน้ำมัน "มอลลี่" ยอดพุ่งถึง 80,000 บาท
บริษัทสตาร์ตอัปสัญชาติไทย ที่มีมูลค่าบริษัทมากสุดเป็นอันดับหนึ่ง










