ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 ตุลาคม 2557 .... ตรวจผล คลิ๊ก
เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
704,701   2,697,997

ภัยพิบัติ 10 ประการ คืออะไร? - เพิ่มเติมจากกระทู้ตั๊กแตนบุกอิสราเอล

จากกระทู้ http://board.postjung.com/662544.html#cmn3

อาจมีบางคนสงสัยว่ามันคืออะไร ผมจะอธิบายยาวๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ครอบคลุมดังต่อไปนี้

 

ภัยพิบัติ 10 ประการนั้น คือภัยพิบัติที่พระเจ้าของชาวฮีบรูได้สำแดงฤทธิ์อำนาจลงโทษชาวอียิปต์ เมื่อประมาณ 4000 กว่าปีก่อนคริสตกาล

         เรื่องมีอยู่ว่า ในสมัยนั้นชาวฮีบรูเป็นชนชาติที่นับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียว (และเป็นองค์ที่มีความสำคัญมากทั้งสำหรับชาวยิว คริสต์ และอิสลาม) ในสมัยนั้นชาวฮีบรูตกเป็นทาสของชาวอียิปต์ ซึ่งชาวอียิปต์นั้นได้เกณฑ์แรงงานทาสชาวฮีบรูไปทำอิฐและงานทาสด้านอื่นๆ พูดง่ายๆ คือ คนฮีบรูนั้นเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศอียิปต์เลยก็ว่าได้ เหตุที่ต้องกดขี่ข่มเหงชาวฮีบรูนั้นเพิ่มประชากรได้อย่างรวดเร็วและเกรงว่าหากศัตรูของอีบิปต์มาบุก พวกฮีบรูนี้อาจจะไปช่วยศัตรูของอียิปต์ต่อสู้กับตนได้ ฟาโรห์(ตำแหน่งกษัตริย์ของอียิปต์) จึงวางแผนให้ชาวฮีบรูไปทำงานเป็นทาสและได้สั่งให้หมอตำแยหรือผู้ทำคลอดสังหารบุตรที่เกิดมาให้หมดถ้าหากบุตรนั้นเป็นผู้ชาย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงให้ไว้ชีวิต นี่ก็เป็นแผนหนึ่งของหาโรห์ที่หมายควบคุมประชากรชาวฮีบรู

 

ทาสชาวฮีบรูต้องตรากตรำทำงานหนักมาก เป็นเวลาถึง 400 ปี ถูกกดขี่ข่มเหงจากชาวอียิปต์ แต่แล้ววันหนึ่งพระเจ้าก็เลือกคนหนึ่งขึ้นมาเพื่อปลดปล่อยชาวอิสราเอลให้พ้นจากความเป็นทาส คือ โมเสส

โมเสส(ชื่อมีความหมายถึง ฉุดขึ้นมาจากน้ำ) เป็นเด็กชาวฮีบรูที่รอดพ้นจากการสังหารเด็กทารกจากแผนควบคุมประชากรของฟาโรห์ ที่สั่งให้ฆ่าเด็กผู้ชายชาวฮีบรูที่เกิดมาทุกคน แต่แม่ของโมเสสก็ได้เอาโมเสสใส่ตะกร้าที่ถักมาจากต้นกกลอยไปตามน้ำ เป็นช่วงเวลาที่ธิดาองค์หนึ่งของฟาโรห์ลงไปเล่นน้ำและพบกับโมเสสเข้า จึงเก็บเด็กโมเสสนั้นไปเลี้ยงไว้อย่างบุตรคนหนึ่ง (ภายหลังที่โมเสสถูกพบ ธิดาของฟาโรห์ก็ให้คนไปตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง และให้พ่อแม่ที่แท้จริงเลี้ยงโมเสสจนกระทั่งอายุได้สองขวบจึงรับกลับมาอยู่ในวังของธิดากษัตริย์)

 

 โมเสสเป็นเด็กชาวฮีบรูคนเดียวที่ถูกเลี้ยงมาตามแบบฉบับของคนอียิปต์ แต่แท้ที่จริงแล้วหัวใจของเขานั้นรู้ตัวอยู่เสมอว่าเขาเป็นใคร และเขายังมีความห่วงใยต่อเพื่อนร่วมชาติของตนเอง แต่หลายๆ ครั้ง เขาเองก็ถูกเยาะเย้ยจากเพื่อนร่วมชาติของเขาว่า "เจ้าคนอียิปต์"


วันหนึ่ง โมเสส ได้ไปพบเข้ากับเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตเขาต้องเปลี่ยนไป(ตอนนั้นโมเสสอายุได้ 40 ปีแล้ว) เขาพบเห็นชาวอียิปต์คนหนึ่งข่มเหงและเฆี่ยนตีทาสชาวฮีบรูเพื่อนร่วมชาติ เขาจึงตัดสินใจฆ่าคนอียิปต์คนนั้นตาย จากนั้นโมเสสจึงได้หนีไปจากอียิปต์ทางถิ่นทุรกันดาร และอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 40 ปี มีครอบครัว ภรรยา และบุตรชาย 2 คนที่นั่น

 

วันหนึ่ง พระเจ้าได้มาปรากฎให้โมเสสเห็นที่พุ่มไม้แห่งหนึ่ง โดยปรากฏให้เห็นในรูปของ พุ่มไม้ที่ติดไฟ แต่ไม่ไหม้ไฟ เวลานั้นพระเจ้าได้ทรงบัญชาให้โมเสสไปต่อรองกับฟาโรห์แห่งอียิปต์เพื่อให้ปลดปล่อยทาสชาวฮีบรูออกไปนมัสการพระเจ้า

 

โมเสสต่อรองพระเจ้าว่าเขาเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง และพยายามเลี่ยงที่จะทำภารกิจนี้ อนึ่งเพราะเขากลัวที่จะต่อรองกับฟาโรห์ และกลัวว่าคนจะหาว่าเขาบ้าก็เป็นได้ พระเจ้าจึงบอกว่าจะให้ อาโรน พี่ชายแท้ๆ ของโมเสส(โมเสส มีพี่ชาย และพี่สาว คือ มิเรียม กับอาโรน) เป็นกระบอกเสียงแทนเขา และให้โมเสสเป็นตัวแทนของพระเจ้า

(โมเสส และอาโรน ต่อหน้าพระพักตร์ฟาโรห์ กำลังต่อรองให้ปล่อยทาสชาวฮีบรู)

 

ขอสรุปเรื่องของโมเสสไว้คร่าวๆ เพียงเท่านี้ เพราะเนื้อหารายละเอียดในเนื้องเรื่องมันเยอะมากจริงๆ

 


หลังจากที่ฟาโรห์ได้รับการเตือนจากพระเจ้าผ่านทางโมเสสแล้ว ฟาโรห์ใจแข็งกระด้าง ไม่ยอมปล่อยชนชาติของพระเจ้าไป ฟาโรห์จึงต้องพบภัยพิบัติกระหน่ำถึง 10 ประการ แต่ความเป็นจริงแล้ว เมื่อพระเจ้าได้ส่งภัยพิบัติมาในแต่ละครั้ง ฟาโรห์และประชาชนชาวอียิปต์จะต้องเจอกับภัยพิบัติ แต่พอที่อียิปต์ต้องเจอภัยในแต่ละครั้งจะร้องขอให้พระเจ้าของชาวฮีบรูหยุดภัยพิบัติของพระองค์โดยอ้อนวอนโมเสส และสัญญาว่าจะยอมปล่อยไป แต่พอภัยพิบัติหยุดแล้วฟาโรห์กลับมีพระทัยแข็งกระด้างดังเดิม กลับคำพูดและไม่ยอมปล่อยคนฮีบรูไป

จึงขอรวบรวมภัยพิบัติไว้ ให้ผู้ที่ติดตามมาจากกระทู้ http://board.postjung.com/662544.html#cmn3 และผู้อ่านท่านอื่นๆ ได้รับทราบรายละเอียดของแต่ละภัยพิบัติกัน (ภัยพิบัติที่ได้เกิดขึ้นนั้นเรียงตามลำดับไป) ดังต่อไปนี้...

ภัยพิบัติ 10 ประการ

 

1.น้ำกลายเป็นเลือด

พระเจ้าสั่งให้โมเสสเอาไม้เท้าของตนตีลงในแม่น้ำไนล์ (แม่น้ำสายหลักและสำคัญที่สุดของชาวอียิปต์) ต่อหน้าต่อตาของฟาโรห์ น้ำจึงกลายเป็นเลือดไปทั้งหมด ทำให้ปลา และสัตว์น้ำทุกอย่างตาย ส่งกลิ่นเหม็นเน่า รวมทั้งบ่อน้ำ หนอง บึง ที่ชาวอียิปต์ใช้ก็กลายเป็นเลือดจนดื่มใช้ไม่ได้อีกด้วย 

 

2.ฝูงกบ


เกิดฝูงกบขึ้นมาจากแม่น้ำไนล์ ขึ้นไปตามบ้านเรือนของคนอียิปต์ ขึ้นเตียงนอน ห้องครัว บนเตาอบ ทุกสิ่งทุกอย่าง จนสร้างความรำคาญและเดือดร้อนไปทั่ว ภายหลังฟาโรห์จึงขอให้หยุดภัยพิบัติ กบเลยตายเกลื่อนยกทั้งแผ่นดิน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบไปทั่วอียิปต์เลยทีเดียว เมื่อฟาโรห์เห็นว่าเดือดร้อนน้อยลงก็เปลี่ยนใจ กลับคำ (ภัยพิบัติทั้งสิ้นจะเกิดกับชาวอียิปต์ที่ข่มเหงชาวฮีบรูประชากรของพระเจ้าเท่านั้น ส่วนชาวฮีบรูซึ่งอาศัยอยู่อีกเมืองไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย)

 

3.ฝูงริ้น

ฟาโรห์ไม่เชื่อฟัง พระเจ้าจึงบัญชาให้โมเสสยกไม้เท้า และก็ตีฝุ่นดิน ฝุ่นดินทั่วประเทศอียิปต์ก็กลายเป็นตัวริ้นบินตอมทั้งคนและสัตว์ (ริ้นเป็นสัตว์ที่ตัวเล็กๆ สีดำ พอๆ กับแมงหวี่ เป็นสัตว์ที่ดูดเลือด เวลาโดนริ้นดูดเลือดจะคันมาก เป็นตุ่มแดงๆ ใช้เวลาหลายวันกว่าจะหาย เจ็บกว่ายุงมาก)

 

4.ฝูงเหลือบ

พระเจ้าให้โมเสสไปเฝ้ารอฟาโรห์ที่แม่น้ำ และบอกฟาโรห์ว่าให้ปล่อยประชากรของพระองค์ไปปรนนิบัตพระองค์ หาไม่พระองค์จะส่งฝูงเหลือบมาตอมฟาโรห์ ข้าราชการของฟาโรห์ พลเมืองของฟาโรห์ทั้งในและนอกราชสำนัก บ้านเรือนและผืนดินของของชาวอียิปต์จะเต็มไปด้วยฝูงเหลือบ และพระองค์จะแบ่งแยกเขตแดนที่ชาวฮีบรูได้อาศัยอยู่ มิให้โดนภัยพิบัติ เพื่อฟาโรห์จะได้รู้ว่า พระเจ้าคือพระเจ้าผู้สถิตอยู่ท่ามกลางแผ่นดินโลก(เป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุดในพิภพโลก) วันรุ่งขึ้นก็เกิดเหลือบฝูงใหญ่เข้าไปในพระราชวัง ในเรือนข้าราชการ และตามบ้านเรือนของประชาชนตามที่พระเจ้าได้เตือนฟาโรห์ไว้ ภายหลังฟาโรห์ก็ยอมกลับใจปล่อยให้โมเสสและชนชาติของพระองค์ออกไป แต่พอหลังจากภัยพิบัติไปแล้ว ใจของฟาโรก็แข็งกระด้าง กลับคำไม่ยอมปล่อยประชากรของพระเจ้าออกไปอีก

 

5.โรคระบาดต่อฝูงสัตว์

วันต่อมาฝูงสัตว์อียิปต์ทั้งประเทศก็พากันล้มตาย แต่สัตว์ของชาวฮีบรู(อิสราเอล) ก็ไม่ตายเลยสักตัว แต่พระทัยของฟาโรห์ก็ยังแข็งกระด้าง ไม่ยอมปล่อยคนของพระเจ้าออกไป

 

6.โรคฝีที่ลามไปทั้งคนและสัตว์

พระเจ้าจึงสั่งโมเสสกำขี้เถ้าจากเตาให้เต็มมือ และซัดขึ้นไปในอากาศ ทั่วอีบิปต์จึงเกิดเป็นฝีแตกลามไปทั่วทั้งตัวคนและสัตว์ (เหมือนไข้ทรพิษ หรือโรคห่ - า แต่นี่ร้ายแรงกว่าคือเกิดกับสัตว์ด้วย) แต่พระทัยของฟาโรห์ก็ยังแข็งกระด้างเหมือนที่พระเจ้าได้บอกโมเสสไว้ล่วงหน้าแล้ว

 

7.ลูกเห็บปนไฟตก

พระเจ้าสั่งให้โมเสสไปยืนต่อหน้าฟาโรห์ตั้งแต่เช้า และให้บอกกับฟาโรว่า พระเจ้าตรัสสั่งให้ฟาโรห์ปล่อยพลไพร่ของพระองค์เพื่อพวกเขาจะได้ไปปรนนิบัติพระองค์ "ด้วยว่า คราวนี้เราจะบันดาลให้เกิดภัยพิบัติทั้งหมดแก่จิตใจเจ้า และแก่ข้าราชการ และแก่พลเมืองของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้รู้แน่ว่า ทั่วโลกไม่มีผู้ใดเปรียบเทียบกับเราได้ เพราะเดี๋ยวนี้เราจะเหยียดมือของเราออกเพื่อจะฟาดเจ้าและประชาชนของเจ้าด้วยภัยพิบัติ และเจ้าจะถูกตัดออกไปจากแผ่นดินโลก และเพราะเหตุนี้เราให้เจ้ามีตำแหน่งสูง ก็เพื่อจะแสดงฤทธานุภาพของเราโดยเจ้าและเพื่อนามของเราจะถูกประกาศออกไปทั่วโลก เจ้ายังถือทิฐิต่อสู้พลไพร่ของเรา เจ้าจึงไม่ยอมปล่อยเขาไปหรือ ดูเถิด พรุ่งนี้เวลาประมาณนี้ เราจะทำให้ลูกเห็บตกลงมาอย่างหนัก อย่างที่ไม่เคยมีในอียิปต์ ตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านเรือนมาจนบัตินี้ เหตุฉะนั้นจงต้องฝูงสัตว์ และทุกสิ่งที่เจ้ามีอยู่ในทุ่งนาให้เข้าที่กำบัง เพราะคนทุกคนที่อยู่ในทุ่งนาที่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านจะถูกลูกเห็บตายหมด"(อพยบ 9:14-21, The Holy Bible) 

บรรดาข้าราชการของฟาโรห์ที่เกรงกลัวพระดำรัสของพระเจ้าก็ให้ทาสและสัตว์ของตนเข้าบ้าน แต่ผู้ที่ไม่ได้นับถือพระดำรัสก็ต่างปล่อยให้ทั้งสัตว์และทาสของตนอยู่ในทุ่งนาต่อไป พระเจ้าจึงสั่งให้โมเสสชูมือขึ้นยังท้องฟ้า โมเสสจึงชูมือและไม่เท้าขึ้นก็มีลูเห็บและไฟตกลงมา พระเจ้าก็บันดาลให้ลูกเห็บตกลงไปทั่วแดนอียิปต์ มีลูกเห็บและไฟตกหนักลงมาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งทั้งปวงที่อยู่ในทุ่งนาก็โดนลูกเห็บทำลายเสียสิ้นทั้งคนและสัตว์ ทั้งผักและตนไม้ แต่ที่เขตแดนของคนฮีบรู(ชาวอิสราเอล)ไม่มีลูกเห็บตกเลย 

 

8.ฝูงตั๊กแตน

พระเจ้าให้โมเสสไปพูดกับฟาโรให้ปล่อยชาวฮีบรู มิเช่นนั้นพระเจ้าจะให้ตั๊กแตนเข้ามาจนมองไม่เห็นพื้นดิน จะเข้ามากัดกินทำลายทุกอย่าง จะเข้าไปตามบ้านเรือน อย่างที่บิดาและปู่ทวดตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นเช่นนี้เลย เมื่อโมเสสกับอาโรนออกไปแล้ว บรรดาข้าราชการก็ทูลฟาโรห์ว่าจะให้คนนี้(โมเสสกับอาโรน)เป็นบ่วงแร้วอีกนานเท่าใด ขอทรงปล่อยคนเหล่านั้นไปปรนนิบัติพระเจ้าของพวกเขาเถิด พระองค์ยังไม่ทราบอีกหรือว่าอียิปต์กำลังจะพินาศแล้ว ฟ้าโรจึงเรียกให้โมเสสกับอาโรนมาเฝ้าและให้เฉพาะผู้ชายไป ส่วนผู้หญิงและเด็กต้องเอาไว้ แล้วโมเสสกับอาโรนก็ถูกขับไล่ออกไป
พระเจ้าจึงสั่งให้โมเสสเหยียดไม้เท้าออกเหนือแผ่นดินอียิปต์ พระเจ้าก็บันดาลให้ลมตะวันออกพัดเหนือพื้นดินตลอดทั้งวันและคืน ลมตะวันออกก็หอบฝูงตัํกแตนมาตงลงทั่วอียิปต์ เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมากอย่างที่ไม่เคยเกิมาก่อน ฝูงตั๊กแตนปกคลุมจนไม่เห็นพื้นดิน อะไรที่เหลือจากที่ถูกลูกเห็บทำลายก็ถูกตักแตนกินเรียบ ผักหญ้าใบเขียวก็ไม่มีเหลือเลย ไม่ว่าจะต้นไม้หรือผักในทุ่ง

ฟาโรห์จึงเรียกตัวโมเสสและบอกว่าพระองค์ได้กระทำบาปต่อพระเจ้าของเจ้าและเจ้าทั้งสองแล้ว ขอยกบาปครั้งนี้สักครั้งด้วยเพื่อพระเจ้าจะโปรดยกความตายนี้ไปจากฟาโรห์ โมเสสก็ไปจากฟาโรห์และทูลต่อพระเจ้า พระเจ้าจึงให้ลมตะวันตกพัดเอาหอบเอาตั๊กแตนไปไม่มีเหลือเลยสักตัว ฟาโรห์ก็กลับมาใจแข็งกระด้างอีก

 

9.ความมืดที่จับต้องได้

พระเจ้าจึงตรัสให้โมเสสชูมือขึ้นฟ้าแล้วจะเกิดเป็นความมืดจนสามารถจับคลำได้(ปริมาณความเข้มข้นของความมืดแค่ไหนลองคิดดู) ความมืดนั้นปกคลุมอียิปต์ตลอดสามวัน ไม่มีใครลุกขึ้นไปจากที่ของเขาตลอดสามวัน แต่บรรดาคนอิสราเอลกลับมีแสงสว่างอยู่ภายในบ้านของเขาเอง

ฟาโรห์จึงเรียกตัวโมเสสมาเข้าเฝ้าและยอมปล่อยให้คนอิสราเอลไปได้เพียงแต่ต้องให้ฝูงแกะและฝูงวัวอยู่ด้วย โมเสสก็บอกว่าไม่ได้ต้องเอาไปทุกอย่าง ฟาโรจึงขับไล่โมเสสออกไปพร้อมประกาศิตว่า ไปให้พ้นจากหน้าเรา ระวังตัวให้ดีเถอะ อย่ามาให้เราเห็นหน้าอีกเลย เพราะถ้าเจ้าเห็นหน้าเราวันใด เจ้าจะต้องตายวันนั้น โมเสสจึงทูลตอบว่า พระองค์ตรัสถูกแล้ว ข้าพระองค์จะไม่มาให้เห็นพระพักตร์ของพระองค์อีกเลย

 

10.การประหารบุตรหัวปี(ลูกคนโตคนแรก)

 โมเสสประกาศกับคนอิสราเอลว่าทุกคนจะเดินทางออกจากอียิปต์กัน และพวกลูกหัวปีทั้งหมดในแผ่นดินอียิปต์ ตั้งแต่ราชบุตรหัวปีของฟาโรห์จนถึงบุตรหัวปีของทาศหญิง แม้กระทั่งลูกหัวปีของสัตว์เดรัจฉานด้วยจะต้องตาย แล้วจะมีการร้องไห้ไว้ทุกข์ไปทั่วแผ่นดินอียิปต์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และต่อไปภายภาคหน้าจะไม่มีอีกเลย ฝ่ายคนหรือสัตว์ของอิสราเอลจะไม่มีแม้แต่เสียงสุนัขขู่เพื่อให้ทราบว่าพระเจ้าทรงกระทำต่อชาวอียิปต์ต่างจากชาวอิสราเอล....

พระเจ้าให้โมเสสบอกกับชาวอิสราเอลให้ฆ่าลูกแกะที่ยังไม่เกินขวบหนึ่งครอบครัวละหนึ่งตัว และแกะต้องปราศจากตำหนิ ในช่วงเวลาเย็นคนอิสราเอลก็ทำดังนั้น ให้ปิ้งทั้งตัวทั้งหัวและเครื่องใน กินกับผักรสขมและขนมปังที่ยังไม่ได้ใส่เชื้อ กินให้หมดอย่าให้เหลือจนถึงเช้า ถ้ามีเศษเหลือก็ให้เผาทิ้งให้หมด และพระเจ้าก็บัญชาให้คนอิสราเอลถือพิธีการนี้ไว้เจ็ดวัน (เรียกเทศกาลลำรึกถีงนี้ว่า ปัสกา: ให้บอกลูกบอกหลานถึงเรื่องนี้และรักษาพิธีกรรมนี้ในวันนี้ทุกๆ ปี เป็นต้นไป) และเอาเลือดของแกะทาที่ประตู วงกบของประตูเป็นสัญลักษณ์ คืนนั้นพระเจ้าได้ส่งทูตของพระองค์ไปประหารบุตรหัวปีของบ้านทีไม่ได้มีเลือดแกะทาอยู่ที่ประตูหรือที่วงกบของประตู จึงเกิดการไว้ทุกข์ใหญ่ตลอดทั่วอียิปต์ ในวันนั้นบุตรหัวปีของฟาโรห์จนถึงบุตรหัวปีของเชลยในคุกใต้ดินก็เสียชีวิตลง ฝ่ายชาวอิสราเอลก็เดินทางออกจากประเทสอียิปต์เดินทางเข้าสู่ดินแดนที่พระเจ้าสัญญาไว้กับอับราฮัม(เป็นบรรพบุรุษคนแรกของชาวอิสราเอล)บรรพบุรุษของชาวอิสราเอลไว้ โดยมีผู้นำคือโมเสส  และพระเจ้าก็ปลดปล่อยอิสราเอลให้พ้นจากความเป็นทาสตั้งแต่ตอนนั้น

 




เนื้อเรื่องก็อาจยาวไป แต่อยากให้ทุกคนได้สาระ ใครที่ไม่ชอบกระทู้นี้ก็ขอให้เลื่อนผ่านไปแล้วกัน

 

จบเรื่องราวที่มาของ ภัยพิบัติ 10 ประการ

เนื้อหาโดย: Raphael Wong
VOTED BY: Farilty, Meathawi, ficus, Min Min
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,208 ครั้ง, โหวตแล้ว 4 ครั้ง / 20 คะแนน
โพสท์โดย: Raphael Wong
20:25 - 8 มีนาคม 2556 (แก้ไขล่าสุด: 15:41 - 9 มีนาคม 2556)
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
ชื่อ
 
 
   
 
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

ใครว่าเกาหลีโกง !? ย้อนประวัติศาสตร์"กิมจิ"เหมา "ทอง" กำปั้นสมัครเล่น เรียบ 12 รุ่น

คนดีไม่มีที่อยู่!! ‘ไอบา’ เนียน สั่งแบน ‘นักชนอินเดีย’ โทษฐานประชด ‘โกงหลีใต้’

3 โจรผิดคาด! จากจะมาปล้นเค้า! กลายเป็นฝ่ายเผ่นป่าราบซะเอง

“วู้ดดี้สุดฟิน ได้เป็นนินจาตามฝัน!!”
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung