ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กันยายน 2557 .... ตรวจรางวัล คลิ๊ก
เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
456,949   2,077,963

ภัยพิบัติ 10 ประการ คืออะไร? - เพิ่มเติมจากกระทู้ตั๊กแตนบุกอิสราเอล

จากกระทู้ http://board.postjung.com/662544.html#cmn3

อาจมีบางคนสงสัยว่ามันคืออะไร ผมจะอธิบายยาวๆ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ครอบคลุมดังต่อไปนี้

 

ภัยพิบัติ 10 ประการนั้น คือภัยพิบัติที่พระเจ้าของชาวฮีบรูได้สำแดงฤทธิ์อำนาจลงโทษชาวอียิปต์ เมื่อประมาณ 4000 กว่าปีก่อนคริสตกาล

         เรื่องมีอยู่ว่า ในสมัยนั้นชาวฮีบรูเป็นชนชาติที่นับถือพระเจ้าเพียงองค์เดียว (และเป็นองค์ที่มีความสำคัญมากทั้งสำหรับชาวยิว คริสต์ และอิสลาม) ในสมัยนั้นชาวฮีบรูตกเป็นทาสของชาวอียิปต์ ซึ่งชาวอียิปต์นั้นได้เกณฑ์แรงงานทาสชาวฮีบรูไปทำอิฐและงานทาสด้านอื่นๆ พูดง่ายๆ คือ คนฮีบรูนั้นเป็นพลเมืองชั้นสองของประเทศอียิปต์เลยก็ว่าได้ เหตุที่ต้องกดขี่ข่มเหงชาวฮีบรูนั้นเพิ่มประชากรได้อย่างรวดเร็วและเกรงว่าหากศัตรูของอีบิปต์มาบุก พวกฮีบรูนี้อาจจะไปช่วยศัตรูของอียิปต์ต่อสู้กับตนได้ ฟาโรห์(ตำแหน่งกษัตริย์ของอียิปต์) จึงวางแผนให้ชาวฮีบรูไปทำงานเป็นทาสและได้สั่งให้หมอตำแยหรือผู้ทำคลอดสังหารบุตรที่เกิดมาให้หมดถ้าหากบุตรนั้นเป็นผู้ชาย แต่ถ้าเป็นผู้หญิงให้ไว้ชีวิต นี่ก็เป็นแผนหนึ่งของหาโรห์ที่หมายควบคุมประชากรชาวฮีบรู

 

ทาสชาวฮีบรูต้องตรากตรำทำงานหนักมาก เป็นเวลาถึง 400 ปี ถูกกดขี่ข่มเหงจากชาวอียิปต์ แต่แล้ววันหนึ่งพระเจ้าก็เลือกคนหนึ่งขึ้นมาเพื่อปลดปล่อยชาวอิสราเอลให้พ้นจากความเป็นทาส คือ โมเสส

โมเสส(ชื่อมีความหมายถึง ฉุดขึ้นมาจากน้ำ) เป็นเด็กชาวฮีบรูที่รอดพ้นจากการสังหารเด็กทารกจากแผนควบคุมประชากรของฟาโรห์ ที่สั่งให้ฆ่าเด็กผู้ชายชาวฮีบรูที่เกิดมาทุกคน แต่แม่ของโมเสสก็ได้เอาโมเสสใส่ตะกร้าที่ถักมาจากต้นกกลอยไปตามน้ำ เป็นช่วงเวลาที่ธิดาองค์หนึ่งของฟาโรห์ลงไปเล่นน้ำและพบกับโมเสสเข้า จึงเก็บเด็กโมเสสนั้นไปเลี้ยงไว้อย่างบุตรคนหนึ่ง (ภายหลังที่โมเสสถูกพบ ธิดาของฟาโรห์ก็ให้คนไปตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง และให้พ่อแม่ที่แท้จริงเลี้ยงโมเสสจนกระทั่งอายุได้สองขวบจึงรับกลับมาอยู่ในวังของธิดากษัตริย์)

 

 โมเสสเป็นเด็กชาวฮีบรูคนเดียวที่ถูกเลี้ยงมาตามแบบฉบับของคนอียิปต์ แต่แท้ที่จริงแล้วหัวใจของเขานั้นรู้ตัวอยู่เสมอว่าเขาเป็นใคร และเขายังมีความห่วงใยต่อเพื่อนร่วมชาติของตนเอง แต่หลายๆ ครั้ง เขาเองก็ถูกเยาะเย้ยจากเพื่อนร่วมชาติของเขาว่า "เจ้าคนอียิปต์"


วันหนึ่ง โมเสส ได้ไปพบเข้ากับเหตุการณ์ที่ทำให้ชีวิตเขาต้องเปลี่ยนไป(ตอนนั้นโมเสสอายุได้ 40 ปีแล้ว) เขาพบเห็นชาวอียิปต์คนหนึ่งข่มเหงและเฆี่ยนตีทาสชาวฮีบรูเพื่อนร่วมชาติ เขาจึงตัดสินใจฆ่าคนอียิปต์คนนั้นตาย จากนั้นโมเสสจึงได้หนีไปจากอียิปต์ทางถิ่นทุรกันดาร และอยู่ที่นั่นเป็นเวลา 40 ปี มีครอบครัว ภรรยา และบุตรชาย 2 คนที่นั่น

 

วันหนึ่ง พระเจ้าได้มาปรากฎให้โมเสสเห็นที่พุ่มไม้แห่งหนึ่ง โดยปรากฏให้เห็นในรูปของ พุ่มไม้ที่ติดไฟ แต่ไม่ไหม้ไฟ เวลานั้นพระเจ้าได้ทรงบัญชาให้โมเสสไปต่อรองกับฟาโรห์แห่งอียิปต์เพื่อให้ปลดปล่อยทาสชาวฮีบรูออกไปนมัสการพระเจ้า

 

โมเสสต่อรองพระเจ้าว่าเขาเป็นคนพูดไม่ค่อยเก่ง และพยายามเลี่ยงที่จะทำภารกิจนี้ อนึ่งเพราะเขากลัวที่จะต่อรองกับฟาโรห์ และกลัวว่าคนจะหาว่าเขาบ้าก็เป็นได้ พระเจ้าจึงบอกว่าจะให้ อาโรน พี่ชายแท้ๆ ของโมเสส(โมเสส มีพี่ชาย และพี่สาว คือ มิเรียม กับอาโรน) เป็นกระบอกเสียงแทนเขา และให้โมเสสเป็นตัวแทนของพระเจ้า

(โมเสส และอาโรน ต่อหน้าพระพักตร์ฟาโรห์ กำลังต่อรองให้ปล่อยทาสชาวฮีบรู)

 

ขอสรุปเรื่องของโมเสสไว้คร่าวๆ เพียงเท่านี้ เพราะเนื้อหารายละเอียดในเนื้องเรื่องมันเยอะมากจริงๆ

 


หลังจากที่ฟาโรห์ได้รับการเตือนจากพระเจ้าผ่านทางโมเสสแล้ว ฟาโรห์ใจแข็งกระด้าง ไม่ยอมปล่อยชนชาติของพระเจ้าไป ฟาโรห์จึงต้องพบภัยพิบัติกระหน่ำถึง 10 ประการ แต่ความเป็นจริงแล้ว เมื่อพระเจ้าได้ส่งภัยพิบัติมาในแต่ละครั้ง ฟาโรห์และประชาชนชาวอียิปต์จะต้องเจอกับภัยพิบัติ แต่พอที่อียิปต์ต้องเจอภัยในแต่ละครั้งจะร้องขอให้พระเจ้าของชาวฮีบรูหยุดภัยพิบัติของพระองค์โดยอ้อนวอนโมเสส และสัญญาว่าจะยอมปล่อยไป แต่พอภัยพิบัติหยุดแล้วฟาโรห์กลับมีพระทัยแข็งกระด้างดังเดิม กลับคำพูดและไม่ยอมปล่อยคนฮีบรูไป

จึงขอรวบรวมภัยพิบัติไว้ ให้ผู้ที่ติดตามมาจากกระทู้ http://board.postjung.com/662544.html#cmn3 และผู้อ่านท่านอื่นๆ ได้รับทราบรายละเอียดของแต่ละภัยพิบัติกัน (ภัยพิบัติที่ได้เกิดขึ้นนั้นเรียงตามลำดับไป) ดังต่อไปนี้...

ภัยพิบัติ 10 ประการ

 

1.น้ำกลายเป็นเลือด

พระเจ้าสั่งให้โมเสสเอาไม้เท้าของตนตีลงในแม่น้ำไนล์ (แม่น้ำสายหลักและสำคัญที่สุดของชาวอียิปต์) ต่อหน้าต่อตาของฟาโรห์ น้ำจึงกลายเป็นเลือดไปทั้งหมด ทำให้ปลา และสัตว์น้ำทุกอย่างตาย ส่งกลิ่นเหม็นเน่า รวมทั้งบ่อน้ำ หนอง บึง ที่ชาวอียิปต์ใช้ก็กลายเป็นเลือดจนดื่มใช้ไม่ได้อีกด้วย 

 

2.ฝูงกบ


เกิดฝูงกบขึ้นมาจากแม่น้ำไนล์ ขึ้นไปตามบ้านเรือนของคนอียิปต์ ขึ้นเตียงนอน ห้องครัว บนเตาอบ ทุกสิ่งทุกอย่าง จนสร้างความรำคาญและเดือดร้อนไปทั่ว ภายหลังฟาโรห์จึงขอให้หยุดภัยพิบัติ กบเลยตายเกลื่อนยกทั้งแผ่นดิน ส่งกลิ่นเหม็นเน่าตลบไปทั่วอียิปต์เลยทีเดียว เมื่อฟาโรห์เห็นว่าเดือดร้อนน้อยลงก็เปลี่ยนใจ กลับคำ (ภัยพิบัติทั้งสิ้นจะเกิดกับชาวอียิปต์ที่ข่มเหงชาวฮีบรูประชากรของพระเจ้าเท่านั้น ส่วนชาวฮีบรูซึ่งอาศัยอยู่อีกเมืองไม่ได้รับผลกระทบใดๆ เลย)

 

3.ฝูงริ้น

ฟาโรห์ไม่เชื่อฟัง พระเจ้าจึงบัญชาให้โมเสสยกไม้เท้า และก็ตีฝุ่นดิน ฝุ่นดินทั่วประเทศอียิปต์ก็กลายเป็นตัวริ้นบินตอมทั้งคนและสัตว์ (ริ้นเป็นสัตว์ที่ตัวเล็กๆ สีดำ พอๆ กับแมงหวี่ เป็นสัตว์ที่ดูดเลือด เวลาโดนริ้นดูดเลือดจะคันมาก เป็นตุ่มแดงๆ ใช้เวลาหลายวันกว่าจะหาย เจ็บกว่ายุงมาก)

 

4.ฝูงเหลือบ

พระเจ้าให้โมเสสไปเฝ้ารอฟาโรห์ที่แม่น้ำ และบอกฟาโรห์ว่าให้ปล่อยประชากรของพระองค์ไปปรนนิบัตพระองค์ หาไม่พระองค์จะส่งฝูงเหลือบมาตอมฟาโรห์ ข้าราชการของฟาโรห์ พลเมืองของฟาโรห์ทั้งในและนอกราชสำนัก บ้านเรือนและผืนดินของของชาวอียิปต์จะเต็มไปด้วยฝูงเหลือบ และพระองค์จะแบ่งแยกเขตแดนที่ชาวฮีบรูได้อาศัยอยู่ มิให้โดนภัยพิบัติ เพื่อฟาโรห์จะได้รู้ว่า พระเจ้าคือพระเจ้าผู้สถิตอยู่ท่ามกลางแผ่นดินโลก(เป็นผู้ที่ใหญ่ที่สุดในพิภพโลก) วันรุ่งขึ้นก็เกิดเหลือบฝูงใหญ่เข้าไปในพระราชวัง ในเรือนข้าราชการ และตามบ้านเรือนของประชาชนตามที่พระเจ้าได้เตือนฟาโรห์ไว้ ภายหลังฟาโรห์ก็ยอมกลับใจปล่อยให้โมเสสและชนชาติของพระองค์ออกไป แต่พอหลังจากภัยพิบัติไปแล้ว ใจของฟาโรก็แข็งกระด้าง กลับคำไม่ยอมปล่อยประชากรของพระเจ้าออกไปอีก

 

5.โรคระบาดต่อฝูงสัตว์

วันต่อมาฝูงสัตว์อียิปต์ทั้งประเทศก็พากันล้มตาย แต่สัตว์ของชาวฮีบรู(อิสราเอล) ก็ไม่ตายเลยสักตัว แต่พระทัยของฟาโรห์ก็ยังแข็งกระด้าง ไม่ยอมปล่อยคนของพระเจ้าออกไป

 

6.โรคฝีที่ลามไปทั้งคนและสัตว์

พระเจ้าจึงสั่งโมเสสกำขี้เถ้าจากเตาให้เต็มมือ และซัดขึ้นไปในอากาศ ทั่วอีบิปต์จึงเกิดเป็นฝีแตกลามไปทั่วทั้งตัวคนและสัตว์ (เหมือนไข้ทรพิษ หรือโรคห่ - า แต่นี่ร้ายแรงกว่าคือเกิดกับสัตว์ด้วย) แต่พระทัยของฟาโรห์ก็ยังแข็งกระด้างเหมือนที่พระเจ้าได้บอกโมเสสไว้ล่วงหน้าแล้ว

 

7.ลูกเห็บปนไฟตก

พระเจ้าสั่งให้โมเสสไปยืนต่อหน้าฟาโรห์ตั้งแต่เช้า และให้บอกกับฟาโรว่า พระเจ้าตรัสสั่งให้ฟาโรห์ปล่อยพลไพร่ของพระองค์เพื่อพวกเขาจะได้ไปปรนนิบัติพระองค์ "ด้วยว่า คราวนี้เราจะบันดาลให้เกิดภัยพิบัติทั้งหมดแก่จิตใจเจ้า และแก่ข้าราชการ และแก่พลเมืองของเจ้า เพื่อเจ้าจะได้รู้แน่ว่า ทั่วโลกไม่มีผู้ใดเปรียบเทียบกับเราได้ เพราะเดี๋ยวนี้เราจะเหยียดมือของเราออกเพื่อจะฟาดเจ้าและประชาชนของเจ้าด้วยภัยพิบัติ และเจ้าจะถูกตัดออกไปจากแผ่นดินโลก และเพราะเหตุนี้เราให้เจ้ามีตำแหน่งสูง ก็เพื่อจะแสดงฤทธานุภาพของเราโดยเจ้าและเพื่อนามของเราจะถูกประกาศออกไปทั่วโลก เจ้ายังถือทิฐิต่อสู้พลไพร่ของเรา เจ้าจึงไม่ยอมปล่อยเขาไปหรือ ดูเถิด พรุ่งนี้เวลาประมาณนี้ เราจะทำให้ลูกเห็บตกลงมาอย่างหนัก อย่างที่ไม่เคยมีในอียิปต์ ตั้งแต่เริ่มสร้างบ้านเรือนมาจนบัตินี้ เหตุฉะนั้นจงต้องฝูงสัตว์ และทุกสิ่งที่เจ้ามีอยู่ในทุ่งนาให้เข้าที่กำบัง เพราะคนทุกคนที่อยู่ในทุ่งนาที่ไม่ได้เข้ามาอยู่ในบ้านจะถูกลูกเห็บตายหมด"(อพยบ 9:14-21, The Holy Bible) 

บรรดาข้าราชการของฟาโรห์ที่เกรงกลัวพระดำรัสของพระเจ้าก็ให้ทาสและสัตว์ของตนเข้าบ้าน แต่ผู้ที่ไม่ได้นับถือพระดำรัสก็ต่างปล่อยให้ทั้งสัตว์และทาสของตนอยู่ในทุ่งนาต่อไป พระเจ้าจึงสั่งให้โมเสสชูมือขึ้นยังท้องฟ้า โมเสสจึงชูมือและไม่เท้าขึ้นก็มีลูเห็บและไฟตกลงมา พระเจ้าก็บันดาลให้ลูกเห็บตกลงไปทั่วแดนอียิปต์ มีลูกเห็บและไฟตกหนักลงมาอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อน สิ่งทั้งปวงที่อยู่ในทุ่งนาก็โดนลูกเห็บทำลายเสียสิ้นทั้งคนและสัตว์ ทั้งผักและตนไม้ แต่ที่เขตแดนของคนฮีบรู(ชาวอิสราเอล)ไม่มีลูกเห็บตกเลย 

 

8.ฝูงตั๊กแตน

พระเจ้าให้โมเสสไปพูดกับฟาโรให้ปล่อยชาวฮีบรู มิเช่นนั้นพระเจ้าจะให้ตั๊กแตนเข้ามาจนมองไม่เห็นพื้นดิน จะเข้ามากัดกินทำลายทุกอย่าง จะเข้าไปตามบ้านเรือน อย่างที่บิดาและปู่ทวดตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็นเช่นนี้เลย เมื่อโมเสสกับอาโรนออกไปแล้ว บรรดาข้าราชการก็ทูลฟาโรห์ว่าจะให้คนนี้(โมเสสกับอาโรน)เป็นบ่วงแร้วอีกนานเท่าใด ขอทรงปล่อยคนเหล่านั้นไปปรนนิบัติพระเจ้าของพวกเขาเถิด พระองค์ยังไม่ทราบอีกหรือว่าอียิปต์กำลังจะพินาศแล้ว ฟ้าโรจึงเรียกให้โมเสสกับอาโรนมาเฝ้าและให้เฉพาะผู้ชายไป ส่วนผู้หญิงและเด็กต้องเอาไว้ แล้วโมเสสกับอาโรนก็ถูกขับไล่ออกไป
พระเจ้าจึงสั่งให้โมเสสเหยียดไม้เท้าออกเหนือแผ่นดินอียิปต์ พระเจ้าก็บันดาลให้ลมตะวันออกพัดเหนือพื้นดินตลอดทั้งวันและคืน ลมตะวันออกก็หอบฝูงตัํกแตนมาตงลงทั่วอียิปต์ เป็นเหตุการณ์ที่รุนแรงมากอย่างที่ไม่เคยเกิมาก่อน ฝูงตั๊กแตนปกคลุมจนไม่เห็นพื้นดิน อะไรที่เหลือจากที่ถูกลูกเห็บทำลายก็ถูกตักแตนกินเรียบ ผักหญ้าใบเขียวก็ไม่มีเหลือเลย ไม่ว่าจะต้นไม้หรือผักในทุ่ง

ฟาโรห์จึงเรียกตัวโมเสสและบอกว่าพระองค์ได้กระทำบาปต่อพระเจ้าของเจ้าและเจ้าทั้งสองแล้ว ขอยกบาปครั้งนี้สักครั้งด้วยเพื่อพระเจ้าจะโปรดยกความตายนี้ไปจากฟาโรห์ โมเสสก็ไปจากฟาโรห์และทูลต่อพระเจ้า พระเจ้าจึงให้ลมตะวันตกพัดเอาหอบเอาตั๊กแตนไปไม่มีเหลือเลยสักตัว ฟาโรห์ก็กลับมาใจแข็งกระด้างอีก

 

9.ความมืดที่จับต้องได้

พระเจ้าจึงตรัสให้โมเสสชูมือขึ้นฟ้าแล้วจะเกิดเป็นความมืดจนสามารถจับคลำได้(ปริมาณความเข้มข้นของความมืดแค่ไหนลองคิดดู) ความมืดนั้นปกคลุมอียิปต์ตลอดสามวัน ไม่มีใครลุกขึ้นไปจากที่ของเขาตลอดสามวัน แต่บรรดาคนอิสราเอลกลับมีแสงสว่างอยู่ภายในบ้านของเขาเอง

ฟาโรห์จึงเรียกตัวโมเสสมาเข้าเฝ้าและยอมปล่อยให้คนอิสราเอลไปได้เพียงแต่ต้องให้ฝูงแกะและฝูงวัวอยู่ด้วย โมเสสก็บอกว่าไม่ได้ต้องเอาไปทุกอย่าง ฟาโรจึงขับไล่โมเสสออกไปพร้อมประกาศิตว่า ไปให้พ้นจากหน้าเรา ระวังตัวให้ดีเถอะ อย่ามาให้เราเห็นหน้าอีกเลย เพราะถ้าเจ้าเห็นหน้าเราวันใด เจ้าจะต้องตายวันนั้น โมเสสจึงทูลตอบว่า พระองค์ตรัสถูกแล้ว ข้าพระองค์จะไม่มาให้เห็นพระพักตร์ของพระองค์อีกเลย

 

10.การประหารบุตรหัวปี(ลูกคนโตคนแรก)

 โมเสสประกาศกับคนอิสราเอลว่าทุกคนจะเดินทางออกจากอียิปต์กัน และพวกลูกหัวปีทั้งหมดในแผ่นดินอียิปต์ ตั้งแต่ราชบุตรหัวปีของฟาโรห์จนถึงบุตรหัวปีของทาศหญิง แม้กระทั่งลูกหัวปีของสัตว์เดรัจฉานด้วยจะต้องตาย แล้วจะมีการร้องไห้ไว้ทุกข์ไปทั่วแผ่นดินอียิปต์แบบที่ไม่เคยมีมาก่อน และต่อไปภายภาคหน้าจะไม่มีอีกเลย ฝ่ายคนหรือสัตว์ของอิสราเอลจะไม่มีแม้แต่เสียงสุนัขขู่เพื่อให้ทราบว่าพระเจ้าทรงกระทำต่อชาวอียิปต์ต่างจากชาวอิสราเอล....

พระเจ้าให้โมเสสบอกกับชาวอิสราเอลให้ฆ่าลูกแกะที่ยังไม่เกินขวบหนึ่งครอบครัวละหนึ่งตัว และแกะต้องปราศจากตำหนิ ในช่วงเวลาเย็นคนอิสราเอลก็ทำดังนั้น ให้ปิ้งทั้งตัวทั้งหัวและเครื่องใน กินกับผักรสขมและขนมปังที่ยังไม่ได้ใส่เชื้อ กินให้หมดอย่าให้เหลือจนถึงเช้า ถ้ามีเศษเหลือก็ให้เผาทิ้งให้หมด และพระเจ้าก็บัญชาให้คนอิสราเอลถือพิธีการนี้ไว้เจ็ดวัน (เรียกเทศกาลลำรึกถีงนี้ว่า ปัสกา: ให้บอกลูกบอกหลานถึงเรื่องนี้และรักษาพิธีกรรมนี้ในวันนี้ทุกๆ ปี เป็นต้นไป) และเอาเลือดของแกะทาที่ประตู วงกบของประตูเป็นสัญลักษณ์ คืนนั้นพระเจ้าได้ส่งทูตของพระองค์ไปประหารบุตรหัวปีของบ้านทีไม่ได้มีเลือดแกะทาอยู่ที่ประตูหรือที่วงกบของประตู จึงเกิดการไว้ทุกข์ใหญ่ตลอดทั่วอียิปต์ ในวันนั้นบุตรหัวปีของฟาโรห์จนถึงบุตรหัวปีของเชลยในคุกใต้ดินก็เสียชีวิตลง ฝ่ายชาวอิสราเอลก็เดินทางออกจากประเทสอียิปต์เดินทางเข้าสู่ดินแดนที่พระเจ้าสัญญาไว้กับอับราฮัม(เป็นบรรพบุรุษคนแรกของชาวอิสราเอล)บรรพบุรุษของชาวอิสราเอลไว้ โดยมีผู้นำคือโมเสส  และพระเจ้าก็ปลดปล่อยอิสราเอลให้พ้นจากความเป็นทาสตั้งแต่ตอนนั้น

 




เนื้อเรื่องก็อาจยาวไป แต่อยากให้ทุกคนได้สาระ ใครที่ไม่ชอบกระทู้นี้ก็ขอให้เลื่อนผ่านไปแล้วกัน

 

จบเรื่องราวที่มาของ ภัยพิบัติ 10 ประการ

เนื้อหาโดย: Raphael Wong
VOTED BY: Farilty, Meathawi, ficus, Min Min
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 3,107 ครั้ง, โหวตแล้ว 4 ครั้ง / 20 คะแนน
โพสท์โดย: Raphael Wong
20:25 - 8 มีนาคม 2556 (แก้ไขล่าสุด: 15:41 - 9 มีนาคม 2556)
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
ชื่อ
 
 
   
 
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

22 ความจริง "ละครไทย"

ส่องคู่หวาน เอิร์น ควง จ๊ะ ยกเค้กHBD แม่ก้อย

เทียบกันไปเลย ดาราสาวหน้าสดกับหน้าโบ๊ะ ต่างกันแค่ไหน

กองทุนความมั่งคั่งแห่งชาติ (Sovereign Wealth Fund)
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung