หน้าแรก ตรวจหวย เว็บบอร์ด ควิซ แชร์ลิ้ง Page อัลบั้ม คำคม Glitter เกมถอดรหัสภาพ คำนวณ การเงิน ราคาทองคำ กินอะไรดี
ข้อตกลงการใช้บริการนโยบายความเป็นส่วนตัวนโยบายเนื้อหานโยบายการสร้างรายได้About Usติดต่อเว็บไซต์แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม

ชื่อเดือนไทย มาจากไหน?

โพสท์โดย

สวัสดีปีใหม่ พ.ศ.2556   เริ่มต้นปีศักราชใหม่กันอีกครั้งแล้ว...เดือนแรกของปีอย่าง มกราคม ก็ก้าวผ่านเข้ามาแล้ว  ต่อไปก็จะเป็น กุมภาพันธ์  มีนาคม  เมษายน  .....ยาวไปจนสิ้นสุดปีในเดือนธันวาคม  ...แต่เคยสงสัยกันหรือไม่ว่า  ชื่อเดือนไทยทั้ง 12 เดือนนี้  มันมีที่มาที่ไปอย่างไร ?

          และผู้ที่เป็นคนตั้งชื่อเดือนของไทยทั้ง 12 เดือนนั้น  ก็คือ   "สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ"    เริ่มต้นมาจากทรงสนใจและทรงได้ศึกษาเรียนรู้ค้นคว้าเกี่ยวกับปฏิทิน ที่ปัจจุบันกลายมาเป็นส่วนสำคัญในชีวิตของคนทุกคน   เพราะคนเราต้องอาศัยปฏิทินตั้งแต่ลืมตาเกิด ในการดูวัน เวลา นัดหมาย และเป็นสิ่งเตือนความจำในวันสำคัญได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นวันสำคัญทางศาสนา วันสำคัญทางโลก กระทั่งวันหยุดต่าง ๆ

สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ
        นอกเหนือจากพระราชกรณียกิจในราชการแผ่นดินที่ได้ทรงปฏิบัติจนเกิดประโยชน์ต่อแผ่นดินอย่างอเนกอนันต์ในเรื่องของการต่างประเทศแล้ว  สมเด็จพระเจ้าวรวงศ์เธอ  กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ  สนพระทัยเรื่องของโหราศาสตร์มาตั้งแต่แรก  เมื่อเสด็จไปราชการต่างประเทศในยุโรป ปี 2430 ทรงซื้อหนังสือที่เป็นตำราโหราศาสตร์ว่าด้วยสุริยุปราคาจากกรุงเบอร์ลินมา 1 เล่ม ซึ่งภายในเล่มนี้มีแผนที่ทางสุริยุปราคาอยู่เกือบเต็มทั้งเล่ม

 
         การที่ทรงสนพระทัยในเรื่องโหราศาสตร์นี้ อาจเป็นเพราะทรงได้รับอิทธิพลทางความคิดเกี่ยวกับโหราศสาตร์จากพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ซึ่งเป็นพระราชบิดา  ความชำนาญเรื่องโหราศาสตร์ของ สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ จึงต้องเกี่ยวพันไปกับการตรวจตรา ตรวจสอบดูปฏิทินด้วย เพราะต้องเรียนรู้การคำนวณ วัน เดือน ปี โดยตรง เมื่อต้องเกี่ยวข้องกับปฏิทินโดยตรง จึงทำให้เกิดที่มาของชื่อเดือน ดังที่กล่าวมา
         คำว่า "ปฏิทิน"  ที่เราใช้ในปัจจุบัน  สามารถเขียนได้เป็น "ประติทิน" ภาษาสันสกฤต หรือ "ประฏิทิน" บาลีแผลง "ประดิทิน" หรือ "ประนินทิน" ก็ได้   การพิมพ์ปฏิทินมีขึ้นเป็นครั้งแรกในเมืองไทย เมื่อวันที่ 14 มกราคม พ.ศ.2385 ปลายสมัยรัชกาลที่ 3   ขณะนั้นปฏิทินยังคงใช้ตามแบบ "จันทรคติ" การนับ วัน เดือน ปี ถือการโคจรของดวงจันทร์เป็นหลัก

ปฏิทินตามแบบจันทรคติ ใช้การโคจรของดวงจันทร์เป็นหลัก     
         ต่อมาจึงมีวิธีนับวัน เดือน ปี ตามการหมุนเวียนของโลกรอบดวงอาทิตย์ เรียกว่า "สุริยคติ"  และประเทศไทยได้ประกาศใช้ปฏิทินแบบใหม่ตามสุริยคติอย่างเป็นทางราชการ ในสมัยพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5

        
แม้เราจะใช้ปฏิทินตามสุริยคติ แต่ทางจันทรคติเราก็ยังใช้ควบไปด้วย   ดังนั้น เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงจากจันทรคติที่นับตั้งแต่เดือนอ้าย เดือนยี่...ถึง เดือนสิบสอง มาเป็นแบบสุริยคติ จึงได้มีการกำหนดชื่อเดือนขึ้นมาใหม่  โดยสมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงเป็นผู้คิดปฏิทินไทยใช้ตามสุริยคติ ซึ่งนับวันและเดือนแบบสากล  ขึ้นทูลเกล้าฯถวายรัชกาลที่ 5 จากนั้นทรงโปรดเกล้าฯ ให้ใช้เป็นประเพณีบ้านเมืองตั้งแต่ พ.ศ.2432 เรียกว่า "เทวะประติทิน"  ที่เป็นต้นแบบปฏิทินไทยในวันนี้

เทวะประติทิน
       สมเด็จฯ กรมพระยาเทวะวงศ์วโรปการ ทรงคิดตั้งชื่อเดือนมกราคม ถึง ธันวาคม ที่ใช้มาจนถึงปัจจุบัน โดยทรงใช้ตำราจักรราศี หรือการโคจรของดาวเคราะห์รอบดวงอาทิตย์ในหนึ่งปี ประกอบด้วย 12 ราศี ตามวิชาโหราศาสตร์มาใช้กำหนดชื่อเดือนทั้ง 12 เดือน
        
         ทั้งนี้ แบ่งเดือนที่มี 30 วัน และเดือนที่มี 31 วัน ให้ชัดเจน ด้วยการลงท้ายเดือนต่างกัน คือ คำว่า "ยน" และ "คม"  ส่วนคำนำหน้านั้นมาจากชื่อราศีที่ปรากฏในช่วงเวลานั้นๆ เป็นวิธีนำคำ 2 คำมา "สมาส" กัน คำต้นเป็น ชื่อราศี คำหลังคือคำว่า "อาคม" และ "อายน" แปลว่า "การมาถึง" เริ่มตั้งแต่...

  มกราคม   คือ มกร (มังกร) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมังกร
  กุมภาพันธ์   คือ กุมภ์ (หม้อ) + อาพนธ แปลว่า การมาถึงของราศีกุมภ์
  มีนาคม   คือ มีน (ปลา) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีมีน
  เมษายน   คือ เมษ (แกะ) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีเมษ
  พฤษภาคม   คือ พฤษภ (วัว,โค) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีพฤษภ
  มิถุนายน   คือ มิถุน (ชายหญิงคู่) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีมิถุน
  กรกฎาคม   คือ กรกฎ (ปู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีกรกฎ
  สิงหาคม   คือ สิงห (สิงห์) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีสิงห
  กันยายน   คือ กันย (สาวพรหมจารี) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีกันย
  ตุลาคม   คือ ตุล (ตาชั่ง ตราชู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีตุล
  พฤศจิกายน   คือ พิจิก, พฤศจิก (แมงป่อง) + อายน แปลว่า การมาถึงของราศีพิจิก
 ธันวาคม   คือ   ธนู (ธนู) + อาคม แปลว่า การมาถึงของราศีธนู
       อีกทั้งกำหนดให้วันขึ้นปีใหม่ของไทย คือเดือนเมษายน เดือน 4 ทางสุริยคติ แต่เป็นเดือน 5 ทางจันทรคติ ใช้มาจนถึง พ.ศ. 2483 จากนั้นวันที่ 1 มกราคม 2484 จึงเป็นวันขึ้นปีใหม่แบบสากลนิยมปีแรกของไทยในสมัยรัชกาลที่ 6 และทรงใช้คำว่า "ปฏิทิน" แทน "ประติทิน" มาโดยตลอด ลงไว้ในประกาศวิธีนับวัน เดือน ปี ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2455

         ดังจะเห็นได้ว่า  ชื่อของเดือนล้วนมีความหมายและที่มาที่ไป  ไม่เว้นแม้แต่กระทั่งชื่อเดือนของฝรั่ง  ที่มีมาตั้งแต่สมัยโรมัน  ซึ่งก็มีที่มามาจาก  ตัวเลขลำดับที่ของเดือนแต่ละเดือนในภาษาโรมันนั่นเอง

ที่มา http://www.vcharkarn.com/varticle/44289

⚠ แจ้งเนื้อหาไม่เหมาะสม 
โลกใบนี้ชั่งกว้างใหญ่นัก's profile
มีผู้เข้าชมแล้ว 4,962 ครั้ง
โพสท์โดย โลกใบนี้ชั่งกว้างใหญ่นัก
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ VOTE และ SHARE
40 VOTES (4/5 จาก 10 คน)
Hot Topic ที่น่าสนใจอื่นๆ
จังหวัดเดียวในประเทศไทย ที่มีพื้นที่ติดจังหวัดอื่นเพียงจังหวัดเดียวจังหวัดไหนมีลูกครึ่งมากที่สุดในไทย เปิดข้อมูลประชากรที่หลายคนอาจเข้าใจผิดฝั่งโขงจันทร์ งวด 26 ต.ค. 69 จัดชุดแนวทางครบทั้งเลขเด่น เลขกัน คู่ตัวเลข และชุดสามตัวจากภาพเดียวรวม เลขปฏิทินจีน งวด 1/11/6910 ชื่อ ที่คนไทยใช้มากที่สุด ชื่อเดียวมากถึงหลักแสนคนเลข AI งวด 1 พฤศจิกายน 2569 วิเคราะห์สถิติย้อนหลัง 10 ปี เปิดเลขท้าย 2 ตัว เลขหน้า 3 ตัว เลขท้าย 3 ตัวนามสกุลที่ซ้ำกันมากที่สุดในไทย เปิด 10 อันดับที่มีคนใช้หลักหมื่นคนชัวร์ล่าง 1 พ.ย. 69 จับจุดเลขเด่นฝั่งล่าง ส่องชุดตัวเลข 4 คู่จากแนวทางงวดนี้อาจารย์หนู งวด 1 พ.ย. 2569 เปิดเลขเด่น 1-8 และ 0-5 พร้อมเลขมงคล 1 ชุด 2 ตัว 3 ตัว และเลขมงคล 0 ครบ 9 ชุดส่องแนวทางเลขเด็ด เจ๊ฟองเบียร์ งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2569 จัดเต็มเลขเด่นสายรูด ฟันเน้นๆสถิติการออกเลขคู่-เลขคี่ ช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เจาะสูตรสมดุลเสี่ยงโชคน้ำอัดลมเจ้าแรกของประเทศไทยคือโค้กหรือไม่ ย้อนดูจุดเริ่มต้นปี 2492
Hot Topic ที่มีผู้ตอบล่าสุด
ห้างที่เดินแล้วหลงทางง่ายที่สุด มีแผนผังที่ซับซ้อนที่สุดในไทย
ตั้งกระทู้ใหม่