เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
350,252   2,091,596

อยากรู้ไหม... เมืองไทยมีปืนถูกกฎหมายกี่กระบอก?

“ปืน” เป็น 1 ในอาวุธที่คนร้ายใช้ประกอบอาชญากรรมบ่อยครั้งที่สุด ไม่ว่าจะในจังหวัดชายแดนภาคใต้ หรือในภูมิภาคอื่นๆ ของประเทศไทย

     และ "ปืน" ก็เป็นอาวุธที่ไว้ใช้ป้องกันตัวเวลาภยันตรายเข้ามาใกล้  

     แต่เราเคยรู้หรือไม่ว่า ในเมืองไทย มี "ปืน" "กระสุนปืน" และ "ร้านขายปืน" ที่ถูกต้องตามกฎหมายอยู่จำนวนเท่าใด?

    สัปดาห์ที่ผ่านมา ราชกิจจานุเบกษาได้เปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว โดยปรากฏอยู่ใน “กระทู้ถามที่ 558 ร.” ที่ นายวัชระ เพชรทอ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ สอบถามนายกรัฐมนตรี เรื่องการควบคุมการซื้อกระสุนปืน

     โดยนายวัชระกล่าวว่า เนื่องด้วยปัญหาอาชญากรรมในประเทศไทยได้เพิ่มขึ้นมากอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะมีการปล้นร้านทองมากขึ้น และมีหลายคดีที่ไม่สามารถติดตามพยานหลักฐานได้ เนื่องจากในปัจจุบันมีการจำหน่ายกระสุนปืนแต่ละชนิดอย่างเสรี ซึ่งเป็นมูลเหตุอย่างหนึ่งที่ทำให้เกิดปัญหาสังคมอื่นๆ ได้ ดังนั้น รัฐบาลจึงควรมีการควบคุมการจำหน่ายกระสุนปืนอย่างเข้มงวด ทั้งการซื้อ การใช้ด้วยการมีบาร์โค้ดเพื่อให้สามารถตรวจสอบได้ หากกระสุนปืนถูกเก็บได้จากการใช้แล้วเพราะจะทำให้สามารถติดตามได้อย่างสะดวกและรวดเร็ว ทั้งยังเป็นการแก้ปัญหาการก่ออาชญากรรมได้อีกด้วย

     ด้วยเหตุผลดังกล่าว จึงขอสอบถามใน 3 ประเด็น

     1.ปัจจุบัน กระทรวงมหาดไทย (มท.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามการจำหน่ายกระสุนปืนอย่างไร และตั้งแต่ปี 2550-2554 ร้านจำหน่ายกระสุนปืนได้แจ้งจำนวนกระสุนปืนที่จำหน่ายแต่ละประเภทเป็นจำนวนเท่าใด

     2.มท.และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มีนโยบายการใช้บาร์โค้ดกำกับการซื้อกำกับการซื้อกระสุนปืนเพื่อป้องกันอาชญากรรมหรือไม่ อย่างไร และขอทราบสถิติร้านจำหน่ายปืนตั้งแต่ปี 2553-ปัจจุบัน ว่ามีจำนวนเท่าไร มีการอนุมัติเพิ่มมากขึ้นปีละกี่ร้าน และมีหลักเกณฑ์อย่างไร

     และ 3.ขอทราบรายละเอียดอาวุธปืนทั่วประเทศทั้งหมดที่อนุญาตให้ครอบครอง ว่ามีกี่ชนิด กี่ประเภท เป็นจำนวนเท่าใด ตั้งแต่ปี 2553-ปัจจุบัน และมีการอนุมัติให้นำเข้าอาวุธปืน ตั้งแต่ปี 2550-ปัจจุบัน ว่ามีกี่ชนิดและมีจำนวนเท่าใด

     นายกฯมอบหมายให้ ร.ต.อ.เฉลิม อยู่บำรุง รองนายกฯ เป็นผู้ตอบคำถามแทน โดยตอบกระทู้ถามดังกล่าวเป็นลายลักษณ์อักษรลงในราชกิจจานุเบกษา มีใจความว่า

     คำตอบข้อที่ 1

     ขอเรียนว่า จากข้อมูลของ มท.ทราบว่า มท.ได้มีคำสั่งที่ 289/2552 เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซมเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า ลงวันที่ 8 ก.ย. 2552 เพื่อวางระเบียบการจำกัดจำนวนร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนและจำกัดจำนวนอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืน โดยได้กำหนดให้ร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนแต่ละใบอนุญาตจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนตามที่กำหนดไว้ดังนี้

     1) อาวุธปืนยาวทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 50 กระบอก

     2) อาวุธปืนสั้นทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 30 กระบอก

     3) เครื่องกระสุนปืน แยกเป็น

     -กระสุนปืนลูกโดดทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 2,000 นัด

     -กระสุนปืนลูกซองทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 7,500 นัด

     -กระสุนปืนลูกกรดทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 10,000 นัด

     -กระสุนปืนอัดลมทุกชนิด ทุกขนาด ไม่เกินใบอนุญาตละ 30,000 นัด

     ในการติดตามการจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนนอกจากการกำหนดหลักเกณฑ์ในการพิจารณาอนุญาตให้ร้านค้าจำหน่ายเครื่องกระสุนปืนต่อใบอนุญาตได้ตามจำนวนดังกล่าวข้างต้นแล้ว ร้านค้าที่ได้รับอนุญาตจะต้องรายงานยอดอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนที่คงอยู่และที่จำหน่ายไปให้นายทะเบียนท้องที่ทราบทุกเดือนตามแบบ ป.8 (แบบบัญชีสำหรับลงรายการยอดอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนของผู้รับใบอนุญาต) รวมทั้งมีการแต่งตั้งคณะทำงานตรวจติดตามการจำหน่ายอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืน ไปดำเนินการตรวจสอบเป็นประจำทุกเดือน นอกจากนี้กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการจัดท

     โครงการฐานข้อมูลทะเบียนอาวุธปืนในรูปแบบอิเล็กทรอนิกส์ (e-service) ซึ่งระบบดังกล่าวสามารถตรวจสอบข้อมูลติดตามการจำหน่ายกระสุนปืนได้อย่างเป็นระบบทั่วประเทศ และตั้งแต่ปี 2550-2554 ร้านจำหน่ายกระสุนปืนได้แจ้งจำนวนการจำหน่ายกระสุนปืนแต่ละประเภทดังนี้

     -กระสุนปืนลูกโดด จำนวน 263,272 นัด

     -กระสุนปืนลูกซอง จำนวน 1,218,389 นัด

     -กระสุนปืนลูกกรด จำนวน 557,900 นัด

     -กระสุนปืนอัดลม จำนวน 1,260,000 นัด

     คำตอบข้อที่ 2

     ขอเรียนว่า จากข้อมูลของ มท.ทราบว่า มท.ไม่มีนโยบายใช้บาร์โค้ดกำกับการซื้อขายกระสุนปืน แต่มีโครงการจัดเก็บข้อมูล หัวกระสุนปืนเพื่อเก็บเป็นฐานข้อมูลประวัติอาวุธปืนที่นายทะเบียนได้ออกใบอนุญาตให้ตามพระราชบัญญัติอาวุธปืน วัตถุระเบิด ดอกไม้เพลิง และสิ่งเทียมอาวุธปืน พ.ศ.2490 โดยการนำอาวุธปืนที่ได้รับอนุญาตไปทำการยิงเก็บหัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืน

     จากนั้นนำไปบันทึกข้อมูลด้วยเครื่องตรวจหัวกระสุนปืนและปลอกกระสุนปืนอัตโนมัติ IBIS (Integrated Ballistic Identification System) สำหรับใช้ในการตรวจสอบประวัติการกระทำผิดเพื่อเป็นการสนับสนุนการสืบสวนสอบสวนและการป้องกันปราบปรามอาชญากรรมของเจ้าหน้าที่ตำรวจและสอดคล้องกับภารกิจของ มท.ในการรักษาความสงบเรียบร้อยและความมั่นคงภายใน

     สำหรับสถิติจำนวนร้านจำหน่ายปืนและหลักเกณฑ์การพิจารณา มีดังนี้

     1) มท.ได้มีคำสั่งที่ 109/2535 เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน และกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า ลงวันที่ 10 ก.พ.2535 โดยจำกัดการเพิ่มร้านค้าอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน และร้าน ประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืนมิให้เพิ่มจำนวนขึ้น และหากเห็นสมควรให้ลดจำนวนลงได้

     2) มท.ได้มีคำสั่งที่ 289/2552 เรื่อง การออกใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน ร้านประกอบ ซ่อมแซม เปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน และกำหนดจำนวนอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืนสำหรับการค้า ลงวันที่ 8 ก.ย.2552 ยกเลิกคำสั่งกระทรวงมหาดไทย ตามข้อ 1)

     ดังนั้น ก่อนที่จะมีคำสั่ง มท.ที่ 109/2535 ลงวันที่ 10 ก.พ.2535 จำกัดการขออนุญาตตั้งร้านค้าอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนนั้น มีจำนวนร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาต จำนวน 335 ใบอนุญาต

     และหลังจากที่มีการออกคำสั่ง มท.ที่ 289/2552 ลงวันที่ 8 ก.ย.2552 สามารถขอใบอนุญาตร้านค้าอาวุธปืน และเครื่องกระสุนปืนได้ มีจำนวนร้านค้าที่ขอออกใบอนุญาตเพิ่มขึ้น จำนวน 167 ใบอนุญาต

     รวมถึงปัจจุบัน มีร้านค้าที่ได้รับใบอนุญาต จำนวนทั้งสิ้น 502 ใบอนุญาต แยกเป็นในเขตกรุงเทพมหานคร จำนวน 381 ใบอนุญาต ในจังหวัดอื่น จำนวน 121 ใบอนุญาต โดยมีหลักเกณฑ์ในการพิจารณาออกใบอนุญาตให้บุคคลทำการค้า จำหน่ายประกอบ ซ่อมแซมเปลี่ยนลักษณะอาวุธปืน เครื่องกระสุนปืน ตามคำสั่ง มท.ที่ 289/2552 ลงวันที่ 8 ก.ย.2552

     คำตอบข้อที่ 3

     ขอเรียนว่า จากข้อมูลของ มท.มีดังนี้

     1. ปัจจุบันอาวุธปืนที่อนุญาตให้บุคคลครอบครองทั่วประเทศมี 2 ประเภท คือ

     1.1 อาวุธปืนสั้น จำนวน 3,744,877 กระบอก

     1.2 อาวุธปืนยาว จำนวน 2,476,303 กระบอก

      รวมจำนวน 6,221,180 กระบอก

     2. มีการอนุมัติให้นำเข้าอาวุธปืนตั้งแต่ปี 2550-ปัจจุบัน จำนวน 2 ชนิด คือ อาวุธปืนสั้น และอาวุธปืนยาว จำนวนทั้งสิ้นแยกเป็นรายปี ดังนี้

     2.1 ปี 2550 จำนวน 61,112 กระบอก แยกเป็น

     -อาวุธปืนสั้น จำนวน 48,063 กระบอก

     -อาวุธปืนยาว จำนวน 13,049 กระบอก

     2.2 ปี 2551 จำนวน 64,798 กระบอก แยกเป็น

     -อาวุธปืนสั้น จำนวน 45,826 กระบอก

     -อาวุธปืนยาว จำนวน 18,972 กระบอก

     2.3 ปี 2552 จำนวน 35,589 กระบอก แยกเป็น

     -อาวุธปืนสั้น จำนวน 15,933 กระบอก

     -อาวุธปืนยาว จำนวน 19,656 กระบอก

     2.4 ปี 2553 จำนวน 80,730 กระบอก แยกเป็น

     -อาวุธปืนสั้น จำนวน 65,193 กระบอก

     -อาวุธปืนยาว จำนวน 15,537 กระบอก

     2.5 ปี 2554 จำนวน 21,102 กระบอก แยกเป็น

     -อาวุธปืนสั้น จำนวน 11,175 กระบอก

     -อาวุธปืนยาว จำนวน 9,927 กระบอก

     นับเฉพาะปืนถูกกฎหมาย 6.2 ล้านกระบอก จากจำนวนประชากรไทย 63 ล้านคน คำนวณง่ายๆ ก็คือ ทุก 10 คน จะมีปืนถูกกฎหมาย 1 กระบอก นี่นับเฉพาะปืนถูกกฎหมาย ยังไม่รวมปืนเถื่อนและปื่นไทยประดิษฐ์ที่ยังมีอยู่อีกมากมายจนนับไม่ถ้วน !

VOTED BY: njack, ชิก, โจบาโจ้, PLANTROCKER
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 6,026 ครั้ง, โหวตแล้ว 6 ครั้ง / 30 คะแนน
โพสท์โดย: PLANTROCKER ดู Hot Topic อื่นๆของ PLANTROCKER
18:40 - 18 ธันวาคม 2555
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

จิ้มจุ่มมือถือ ไอเดียเจ๋ง ถือไปจิ้มไป อยากได้มานานแล้ววว

ปิดถนน เจอรถซิ่งฝ่า ชนคนปลิว

แมวพัลลัส เจ้าของฉายา แมวที่มีขนหนานุ่มที่สุดในโลก

แจ้งให้ทราบว่า ...ฉันจอดรถได้งี่เง่าสุดๆ
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung