ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 พฤศจิกายน 2557
เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
661,702   2,300,035
 

ความเป็นมาของ สบู่


เอกสารจากอดีต บันทึกกำเนิดสบู่ก้อนแรกว่า มาจากไขมันแพะต้มกับขี้เถ้าจากการเผาไม้  ซึ่งเป็นการค้นพบโดยบังเอิญในยุคโรมันอันมีการบูชายัญสัตว์บนแท่นบูชาที่ทำ ด้วยไม้ 

แท่น บูชานี้ตั้งอยู่บนเนินเขา
เมื่อสัตว์และแท่นไม้ถูกเผาพร้อมกัน ไขมันสัตว์ออกมาผสมกับขี้เถ้า เมื่อฝนตกลงมาก็เกิดเป็นก้อนสีขาวไหลจากเชิงเขาสู่ลำธาร คุณแม่บ้านสังเกตพบว่า หากนำเสื้อผ้ามาซักที่ลำธารหลังจากฝนตก ก้อนขาวๆ นี้จะช่วยทำให้ซักผ้าได้ง่ายขึ้น สะอาดขึ้น

 เวลาล่วงเลยมา มีการทำสบู่ใช้ เพียงแต่ไม่ได้ผลิตเป็นจำนวนมาก เป็นการทำใช้กันในครัวเรือน และเพราะมีสบู่ใช้ไม่มาก ผู้คนก่อนศตวรรษที่ 20 จึงไม่ได้อาบ น้ำกันบ่อยนัก
อย่างไรก็ตาม ต่อมาการทำสบู่กลายเป็นอุตสาหกรรมเก่าแก่ที่สุดของโลกประเภทหนึ่ง โดยโรงงานแรกๆ เกิดขึ้นในยุโรป

การทำสบู่เป็น ทั้งวิทยาศาสตร์และศิลปะ มีการพัฒนาก้าวหน้าจนปัจจุบันรูปแบบและสภาพแตกต่างไปจากบรรพบุรุษ ที่หน้าตาเดิมเป็นเพียงก้อนสบู่ ทั้งนี้ หลักการพื้นฐานของสบู่เกิดจากการทำปฏิกริยาทางเคมีระหว่างสารละลายกับน้ำมัน
อาจ เป็นน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ และกลีเซอรีนสำหรับทำสะอาด ขจัดคราบสกปรก

แต่ข้อ เสียคือ ความที่ล้างความมันได้ดีมาก จึงทำลายไขมันคุ้มกันผิวไป ทำให้ผิวแห้งตึง และสบู่ยังมีฤทธิ์เป็นด่าง (ค่า pH มากกว่า 7) ทำให้ค่า pH บนผิวซึ่งปกติมีค่าประมาณ 5.5 คือมีฤทธิ์เป็นกรดอ่อนๆ เปลี่ยนไป
การที่ค่า pH สูงกว่าภาวะปกติเป็นเวลา นานๆ ทำให้ผิวระคายเคือง อักเสบ และส่งเสริมให้เกิดการเจริญเติบโตของเชื้อโรคบนผิวหนัง ปัจจุบันนี้จึงนิยมใช้สารชำระล้างชนิดสังเคราะห์ใหม่ๆ (synthetic detergents หรือ soapless) ซึ่งสามารถปรับค่า pH ให้มีค่าใกล้ เคียงกับผิวหนังปกติ ระคายเคืองน้อยกว่าสบู่แบบเดิม ล้างออกได้สะดวกโดยไม่ ทิ้งคราบไว้บนผิวหนัง

ประเภท ของสบู่มี 


1.สบู่ ก้อนขุ่น (Opaque Soap) เป็นประเภทที่เรารู้จักกันดี เพราะใช้มานานก่อนกำเนิดของสบู่ชนิดอื่นๆ โดยทั่วไปมีสารเพิ่มความชุ่มชื้นผสมอยู่ไม่มากนัก
แม้ทำความสะอาดผิวได้ดี แต่อาจทำลายน้ำมันหล่อเลี้ยงผิวตามธรรมชาติและไขมันที่จำเป็น คนที่มีสภาพผิวธรรมดาหรือผิวมันสามารถผลิตน้ำมันหล่อเลี้ยงมาทดแทนได้ แต่คนที่มีผิวแห้ง การสร้างน้ำมันหล่อเลี้ยงทดแทนทำได้ช้า และอาจช้ากว่าการทำความสะอาดผิวครั้งต่อไป การใช้สบู่ประเภทนี้จึงอาจทำให้ผิวแห้งตึงและเกิดการระคายเคืองได้

2.สบู่ก้อนใส (Transparent Soap)
มีปริมาณของ สารเพิ่มความชุ่มชื้นบำรุงผิวมากกว่าสบู่ก้อนขุ่น ช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้านได้มากกว่า แต่มีปริมาณฟองน้อยกว่าและละลายหมดเร็วกว่า คนที่คิดว่าสบู่ที่ดีต้องมีฟองมาก คงไม่ชอบใช้สบู่ใสนัก ทั้งที่ดีกว่า และ

3.สบู่เหลว (Liquid Soap)

ยังมีสบู่ที่ส่วนประกอบแตกต่างกันไปตามวัตถุ ประสงค์ เช่น สบู่ยาที่มีส่วนผสมของไทรโคลซาน และไทรโคคาร์บอน มีฤทธิ์ยับยั้งแบคทีเรีย
หรือสบู่ที่มีส่วนผสมของลาโนลินเพื่อเพิ่มความ ชุ่มชื้นให้ผิวมากกว่าปกติ เป็นต้น

 

 

ที่มา: http://hot.ohozaa.com
VOTED BY: BoomzCnx, Jinn, bas เชียงใหม่
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 2,275 ครั้ง, โหวตแล้ว 6 ครั้ง / 29 คะแนน
โพสท์โดย: ไอ่โฟกัส ดู Hot Topic อื่นๆของ ไอ่โฟกัส
15:41 - 14 ธันวาคม 2555 (แก้ไขล่าสุด: 15:49 - 14 ธันวาคม 2555)
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung