เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
381,494   1,935,264
 

ภาวะกรดไหลย้อนและวิธีป้องกัน

 

ภาวะกรดไหลย้อน หรือน้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนกลับขึ้นไปในหลอดอาหารส่วนบนอย่างผิดปกติ
เกิดขึ้นได้ทั้งเวลากลางวัน หรือกลางคืน ทำให้เกิดอาการระคายเคืองอาจทำให้หลอดอาหารอักเสบและมีแผล หรือมีอาการทางปอด อาการทางคอ และกล่องเสียง


โดยปกติร่างกายจะมีกลไกลป้องกันไม่ให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนกลับขึ้นไปในทางเดินอาหารส่วนบน แต่สาเหตุของกรดไหลย้อน ทางการแพทย์เชื่อว่าเกิดจากกล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนล่าง มีการคลายตัวอย่างผิดปกติ ทำให้มีการไหลย้อนกลับของกรดขึ้นไปในหลอดอาหารได้ง่าย โดยปกติถ้ากรดไหลย้อนขึ้นไปในคอหอยจะกระตุ้นให้กล้ามเนื้อหูรูดของหลอดอาหารส่วนบนหดตัว ป้องกันไม่ให้กรดไหลย้อนขึ้นไป ก่อให้เกิดการระคายเคืองต่ออวัยวะต่าง ๆ ดังนี้

1. อาการทางคอหอยและหลอดอาหาร 
- แสบร้อนบริเวณหน้าอก และลิ้นปี่
- กลืนอาหารลำบาก หรือเจ็บคอเวลากลืน
- เจ็บคอ หรือระคายคอ
- มีรสขมของน้ำดี หรือรสเปรี้ยวของกรดในคอหรือปาก
- มีเสมหะอยู่ในลำคอ
- เรอบ่อย ๆ คลื่นไส้ แน่นหน้าอก
- อาหารไม่ย่อย มีกลิ่นปาก

2. อาการทางกล่องเสียงและปอด
- เสียงแหบเรื้อรัง หรือเสียงผิดปกติไปจากเดิม
- ไอเรื้อรัง
- ไอ หรือสำลักน้ำลาย หรือหายใจไม่ออกเวลากลางคืน
- กระแอมไอบ่อย
- หากเป็นหอบหืดจะมีอาการแย่ลง
- เจ็บหน้าอก
- เป็นโรคปอดอักเสบ เป็น ๆ หาย ๆ

การรักษาแนวธรรมชาติบำบัด มีดังนี้

1. การปรับเปลี่ยนพฤติกรรมและการดำเนินชีวิต (lifestyle modification)

  - ถ้ามีน้ำหนักเกิน ความลดน้ำหนัก เพราะภาวะน้ำหนักเกิน ทำให้มีความดันในช่องท้องสูง ก่อให้เกิดภาวะกรดไหลย้อนได้มากขึ้น
 - หลีกเลี่ยงความเครียด และงดสูบบุหรี่ เพราะความเครียด และการสูบบุหรี่จะทำให้เกิดภาวะการหลั่งกรดมากขึ้น
 - หลีกเลี่ยงการสวมเสื้อผ้าที่คับ หรือแน่นเกินไป หรือรัดเอวมากไป
- หลีกเลี่ยงการนอนราบหลังทานอาหาร หรือก้มเงยบ่อย ๆ ยกของหนัก ๆ หลังรับประทานอาหาร
 - หลีกเลี่ยงอาหารที่ปรุงด้วยการทอดน้ำมัน อาหารย่อยยาก เนื้อสัตว์ใหญ่ หรือาหารรสจัด เช่น เผ็ดจัด เปรี้ยวจัด เค็มจัด หวานจัด
 - หลีกเลี่ยงเครื่องดื่ม เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม เบียร์ ไวน์ วิสกี้ โดยเฉพาะตอนเย็น
 - หัดเคี้ยวอาหารให้ช้า ๆ และละเอียดมากขึ้น
 - ไม่ดื่มน้ำระหว่างทานอาหารมากเกินไป หรือทานอาหารคำ ดื่มน้ำคำ
 - งดอาหารหวานจัด ๆ ขนมเค็ก ขนมปัง คุกกี้ เป็นต้น
 - เวลานอนควรเสริมด้านหัวเตียงให้สูงขึ้น 6 - 10 นิ้ว แทนการยกหมอนสูง และควรนอนตะแคงเพื่อลดการกดทับของหูรูดหลอดอาหาร


2. การดื่มน้ำผักผลไม้เพื่อปรับความเป็นกรดด่าง (pH Balance Water Drink)
 - ดื่มน้ำผสมเอนไซม์ Multi Fruit Enzyme (เอนไซม์ 1 ช้อนโต๊ะ น้ำอุ่น 250 มิลลิลิตร) ก่อนอาหาร 30 - 60 นาที เพื่อปรับสมดุลย์ของกรดในกระเพาะอาหาร
 - ดื่มน้ำผักผลไม้ปั่นพลังเอนไซม์ ตอนเช้า ก่อน 8 โมง และ ตอนเย็น ก่อน 6 โมงเย็น ทุกวัน
 - เมื่อมีอาการกรดไหลย้อน ให้รับประทาน น้ำเอนไซม์ Multi Fruit Enzyme 1 ช้อนโต๊ะ ทันที เพื่อปรับสภาพความเป็นกรดด่างทันที

การรับประทานน้ำเอนไซม์เพื่อปรับสมดุลความเป็นกรดด่างในร่างกาย เพื่อให้ได้ผลชัดเจน ควรปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการดำเนินชีวิตด้วย

เรื่องเล่าจากประสบการณ์คุณลุง ณ บ้านสวนผัก ตลิ่งชัน 
คุณลุงเป็นโรคกรดไหลย้อนมานานกว่า 10 ปีแล้ว ตอนนี้เสียงแหบ และเจ็บคอเป็นประจำ หลังจากดื่มน้ำเอนไซม์ Multi Fruit Enzyme ติดต่อกันนาน 3 เดือน เริ่มเห็นผลตั้งแต่ขวดที่ 3 พบว่า เวลากลางคืนนอนหลับสนิทมากขึ้น อาการเรอ และแน่นหน้าอกลดลง เวลามีกรดไหลย้อน แน่นหน้าอก ก็จะดื่มน้ำเอนไซม์เพียว ๆ 1 ช้อนโต๊ะ ทันที จะรู้สึกดีขึ้น และปกติจะทำน้ำผักปั่นทานทุกวัน และทำน้ำลูกเดือยดื่มแทนน้ำเปล่าทั้งวัน ก็ลดอาการลงเรื่อย ๆ และทุกวันนี้ก็ลดการดื่มน้ำเอนไซม์แล้ว แต่วันไหนรู้สึกทานมากไป แน่นท้อง ก็จะดื่มน้ำเอนไซม์ไปช่วยในการย่อย

 

 

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 4,910 ครั้ง, โหวตแล้ว 8 ครั้ง / 40 คะแนน
โพสท์โดย: mata นักโพสท์อันดับ 4ดู Hot Topic อื่นๆของ mata
12:09 - 11 ตุลาคม 2555
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung