เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
เมื่อวานนี้มีผู้เข้าชมเว็บโพสท์จัง 373,544 คน / 2,169,937 หน้า
Webboard

ของดีแต่ละจังหวัดบนแสตมป์รักเมืองไทย (ภาคอีสาน)

                   ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณเพื่อนๆชาวโพสจังมากๆเลยครับที่ติดตามกระทู้ ผมเชื่อว่าหลายๆคนคงจะทราบของดีประจำจังหวัดของตนเอง และบางคนก็ยังไม่ทราบ เพื่อความรู้นอกห้องเรียน (ในจอคอมพ์) ผมได้แนะนำสาระดีๆเหล่านี้มาแบ่งปันเพื่อนๆครับ กับแสตมป์รักเมืองไทยทั้ง 77 จังหวัด และวันนี้ก็วนมาถึงภาคอีสาน (อย่าลืมติดตามกระทู้ภาคอื่นๆของผมในกระทู้หน้านะครับ)

                                  

                                                        【ภาคอีสาน】

 

ท้าวสุรนารี (จังหวัดนครราชสีมา)

                 ท้าวสุรนารี หรือ ย่าโม เป็นบุคคลในประวัติศาสตร์ไทย ในฐานะวีรสตรีผู้กอบกู้เมืองนครราชสีมาจากกองทัพของเจ้าอนุวงศ์ พระมหากษัตริย์แห่งเวียงจันทร์เมื่อปี พ.ศ.2369อย่างไรก็ตาม ในปัจจุบันได้เกิดข้อสงสัยขึ้นมาว่าท้าวสุรนารีมีตัวตนอยู่จริงหรือไม่ เนื่องจากเรื่องราวของท้าวสุรนารีพบในหลักฐานเป็นบันทึกที่ออกเผยแพร่ภายหลัง พ.ศ. 2475 เท่านั้น

                  วีรกรรมของคุณหญิงโมนั้นเป็นที่คนไทยรุ่นหลังทราบดีว่า เมื่อพุทธศักราช 2369 เจ้าอนุวงศ์แห่งเวียงจันทน์ เป็นกบฏต่อกรุงเทพฯ ยกกองทัพเข้ามายึดเมืองนครราชสีมาได้ แล้วกวาดต้อนครอบครัวชาวนครราชสีมาไป คุณหญิงโม และนางสาวบุญเหลือ ได้รวบรวมครอบครัวชาย หญิงชาวนครราชสีมาที่ถูกกวาดต้อนไปเป็นเชลย เข้าต่อสู้ฆ่าฟันทหารลาวล้มตายเป็นอันมาก ณ ทุ่งสัมฤทธิ์ แขวงเมืองนครราชสีมา เมื่อวันที่ 4 มีนาคม พุทธศักราช 2369 ช่วยให้ฝ่ายไทยสามารถกอบกู้เมืองนครราชสีมากลับคืนมาได้ในที่สุด

                  เมื่อความทราบไปถึง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ สถาปนาคุณหญิงโม ขึ้นเป็น ท้าวสุรนารี เมื่อ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2370 เมื่อคุณหญิงโมมีอายุได้ 57 ปี พร้อมกับพระราชทานพระราชทานเครื่องยศ 

 

 

ทุ่งดอกกระเจียว (จังหวัดชัยภูมิ)

                ทุ่งดอกกระเจียว ป่าหินงาม ตั้งอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอำเภอ เทพสถิต จ.ชัยภูมิ ที่นี่นอกจะเป็นทุ่งดอกกระเจียวถือเป็นไฮไลต์ที่เด่นที่สุดของการมาท่องเที่ยวที่นี่การมาเที่ยวชมที่นี่ นักท่องเที่ยว จะได้สัมผัสกับทุ่งบัวสวรรค์หรือดอกกระเจียว ราชินีแห่งมวลไม้ดอกของขุนเขาป่าหินงาม ออกดอกสีชมพูอมม่วง ที่จะ ทยอยผลิบานเป็นระยะเวลา 2 เดือน ที่ออกปีละครั้ง ชูช่อล้อสายลมและสายหมอก ขึ้นเต็มทั่วผืนป่า 

                       ทุ่งดอกกระเจียว ถือเป็นไฮไลต์ท่องเที่ยวช่วงฤดูฝนแห้งแล้งจะกลับคืนสู่ความเขียวขจีและแต่งแต้มด้วยความ สดใส ของกระเจียวที่ผิดอกสีชมพูเต็มทุ่งหญ้ากว้าง ด้วยความงดงามตระการตาของดอกสีชมพูอมม่วงขึ้นเต็มไป ทั่วผืนป่า ตัดกับพื้นสีเขียวขจีของหญ้าเพ็ก และโขดหินธรรมชาติ อีกทั้งรูปลักษณ์สวยงาม วิจิตรพิสดารทำให้เป็น ทุ่งดอกกระเจียวในอุทยานแห่งชาติป่าหินงาม เป็นทุ่งดอกกระเจียวที่ใหญ่ที่สุด และงดงามที่สุดในประเทศไทย 
ดอกกระเจียวจะพากันบานอยู่

                       การเดินทางมาชมทุ่งดอกกระเจียวที่สวยงามที่สุด คือ ในช่วงเช้าที่มีสายหมอกบางๆ ปกคลุม แต่ถ้าหากมาในช่วง บ่ายที่ฝนเพิ่งตกใหม่ๆ ก็จะเจอบรรยากาศแบบนี้ได้เช่นกัน นอกจากนี้การเที่ยวชมเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติ ทุ่งดอกกระเจียว แล้ว ยังสามารถชมแหล่งท่องเที่ยวบริเวณข้างเคียงได้อีกด้วย เช่น ป่าหินงาม ซึ่งจะมีก้อนหินรูป ลักษณ์แปลกตา นรูปถ้วยรางวัลฟุตบอลฟีฟ่า รูปดอกเห็ดเขาประตูชุมพล น้ำตกเทพประทาน

 

 

 

ดอกลำดวน (จังหวัดศรีสะเกษ)

                ดอกหอมนวล หรือ ลำดวน  เป็นไม้ดอกชนิดหนึ่งมีถิ่นกำเนิดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเป็นพันธุ์ไม้พระราชทาน เป็นมงคลประจำจังหวัดศรีสะเกษ นอกจากนี้ ดอกหอมนวลยังเป็นดอกไม้ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ และ มหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงด้วย

               ดอกหอมนวลเป็นไม้ต้นขนาดกลาง สูง 5 - 20 เมตร ไม่ผลัดใบ เรือนยอดรูปกรวย หนาทึบ ลำต้นเปลาตรง มีเปลือกสีน้ำตาล แตกขรุขระเป็นสะเก็ด ใบเดี่ยว เรียงสลับ แผ่นใบรูปขอบขนานหรือรูปใบหอก กว้าง 2.5-4 เซนติเมตร ยาว 5-11.5 เซนติเมตร ปลายใบแหลมโคนใบสอบหรือมน ดอกมีสีนวลกลิ่นหอม ออกเดี่ยวตามซอกใบที่ปลายกิ่ง กลีบดอกหนาและแข็ง กลีบดอก ชั้นนอก 3 กลีบแผ่ออก ชั้นใน 3 กลีบ หุบเข้าหากัน เมื่อบานเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2 เซนติเมตร ลักษณะผล เป็นผลกลุ่ม ทรงกลม เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 0.6 เซนติเมตร สีเขียว เมื่อสุกสีดำ รสหวานอมเปรี้ยว

 

 

 

พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง (จังหวัดขอนแก่น)

                   เป็นพิพิธภัณฑ์ธรณีวิทยาแห่งหนึ่ง โดยเน้นที่การจัดแสดงเรื่องราวของซากดึกดำบรรพ์ สังกัดกรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตั้งอยู่บนพื้นที่สาธารณประโยชน์โคกสนามบินเนื้อที่ 100 ไร่ ในเขตพื้นที่ตำบลในเมือง อำเภอเวียงเก่า จังหวัดขอนแก่น ก่อสร้างด้วยเงินงบประมาณจากการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และอยู่ในความกำกับดูแลของกรมทรัพยากรธรณี เริ่มเปิดให้บริการนักท่องเที่ยวตั้งแต่ปี พ.ศ. 2544 

                พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียง มีการจัดองค์ประกอบการดำเนินงานอย่างครบวงจร มีการจัดพื้นที่ดำเนินงานประกอบด้วย ส่วนสำรวจและวิจัย ส่วนอนุรักษ์และทำเทียมชิ้นส่วนตัวอย่างซากดึกดำบรรพ์ ส่วนคลังตัวอย่าง ห้องสมุด ส่วนนิทรรศการถาวร ส่วนบริหารจัดการ และพื้นที่บริการได้แก่ โรงอาหาร ร้านขนมขบเคี้ยวและเครื่องดื่ม ร้านขายของที่ระลึก และลานจอดรถ รวมถึงห้องประชุมขนาด 140 ที่นั่ง พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงเป็นแหล่งเรียนรู้ด้านธรณีวิทยามีการจัดกิจกรรมร่วมกับสถานศึกษาต่างๆ และรวมถึงหน่วยงานอื่นๆ เช่น มูลนิธิด้านการส่งเสริมการเรียนรู้ของเด็กและเยาวชน และการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พิพิธภัณฑ์ไดโนเสาร์ภูเวียงมีโอกาสต้อนรับคณะนักท่องเที่ยวที่หลากหลายทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ  

 

 

ประเพณีแห่เทียนพรรษา (จังหวัดอุบลราชธานี)

               งานประเพณีแห่เทียนพรรษา เป็นประเพณีทางพุทธศาสนา ของชาวอุบลฯ ซึ่งมีความเจริญในพุทธศาสนา วัฒนธรรม และประเพณีมาเป็นเวลายาวนาน ถือเป็นงานบุญที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดอุบลราชธานี โดยได้กำหนดจัดงานขึ้นในวันขึ้น 15 ค่ำเดือน 8 และแรม 1 ค่ำเดือน 8 หรือวันอาสาฬหบูชาและวันเข้าพรรษา จัดให้มีขึ้นทุกปี

                     จากการสอบถามผู้เฒ่าผู้แก่ ได้ความว่า ชาวอุบลราชธานี ได้ทำต้นเทียนประกวดประชันความวิจิตรบรรจงกัน ตั้งแต่ พ.ศ.2470 จนเมื่อปี พ.ศ.2520 จังหวัดอุบลราชธานี ได้จัดงานสัปดาห์ประเพณีแห่เทียนพรรษา ให้เป็นงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และมโหฬาร สถานที่จัดงานคือ บริเวณทุ่งศรีเมืองและศาลาจตุรมุข มีการประกวดต้นเทียน 2 ประเภท คือ ประเภทติดพิมพ์ และประเภทแกะสลัก โดยขบวนแห่จากคุ้มวัดต่างๆ พร้อมนางฟ้าประจำต้นเทียน จะเคลื่อนขบวนจาก หน้าวัดศรีอุบลรัตนาราม ไปตามถนน มาสิ้นสุดขบวนที่ทุ่งศรีเมือง และการแสดงสมโภชต้นเทียน แลเป็นแสงไฟต้องลำเทียนงามอร่ามไปทั้งงาน ซึ่งตั้งแต่ปี พ.ศ.2542 เป็นต้นมา งานประเพณีแห่เทียนพรรษาจังหวัดอุบลราชธานี มีชื่องานแต่ละปี และมีชื่อเสียงไกลระดับประเทศและระดับโลก

 

 

 

ปูทูลกระหม่อม (จังหวัดมหาสารคาม)

                  ปูทูลกระหม่อม หรือ ปูแป้ง เป็นปูน้ำจืดที่ค้นพบในประเทศไทยเมื่อปี พ.ศ.2536 ที่ป่าดูนลำพัน อำเภอนาเชือก จังหวัดมหาสารคาม โดยศาสตราจารย์ไพบูลย์ นัยเนตร ภาควิชาชีววิทยา คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกับผู้เชี่ยวชาญจากพิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ทางธรรมชาติ ประเทศเนเธอร์แลนด์ และเป็นปีที่ปีที่สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารีทรงเจริญพระชนมายุครบ 36 พรรษา จึงขอพระราชทานชื่อว่า "ปูทูลกระหม่อม" และได้กำหนดให้เป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง ลำดับที่ 14 ของสัตว์ป่าจำพวกไม่มีกระดูกสันหลังในกฎกระทรวง ฉบับที่ 11 (พ.ศ. 2543)

                  รูปร่างคล้ายปูนามีสีสันสวยงาม มี4 สีคือ ม่วง แสด เหลือง ขาว โดยกระดองมีสีม่วงเปลือกมังคุด ผสมพันธุ์นาน 4-5 ชั่วโมง ไข่จะฟองใหญ่กว่าปูนากว่า 3 - 4 เท่า

 

 

 

ประเพณีไหลเรือไฟ (จังหวัดนครพนม)

                  ประเพณีไหลเรือไฟ บางทีเรียกว่า “ลอยเรือไฟ” หรือ “ล่องเรือไฟ “หรือ “ปล่อยเรือไฟ” เป็น พิธีกรรมทางพุทธศาสนาที่นิยมทำกันในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 (วันออกพรรษา) โดยเฉพาะท้องถิ่นที่มีชัยภูมิเหมาะสม คือ มีแม่น้ำหรือลำน้ำ เท่าที่ปรากฏจะมีแนวทางที่คล้ายกันและอยู่บนพื้นฐานความเชื่อต่าง ๆ อาทิ ความเชื่อเกี่ยวกับการบูชารอยพระพุทธบาท ความเชื่อเกี่ยวกับการบวงสรวงพระธาตุจุฬามณีบนสวรรค์ ความเชื่อเกี่ยวกับการขอฝน ความเชื่อในการเอาไฟเผาความทุกข์ ความเชื่อเกี่ยวกับการขอขมาและระลึกถึงพระคุณพระแม่คงคา เป็นต้น เรือไฟในสมัยโบราณนั้นมีรูปแบบที่เรียบง่าย โดยทำจากต้นกล้วยและลำไม้ไผ่ที่หาได้มาจัดทำเป็นโครงเรือไฟง่าย ๆ พอที่จะทำให้ลอยน้ำได้ การประดับตกแต่งเรือไฟภายในเรือไฟจะประดับด้วยดอกไม้ ธูป เทียน ตะเกียง ขี้ไต้ สำหรับจุดให้สว่างไสว ก่อนจะปล่อย เรือไฟลงกลางลำน้ำโขง ปัจจุบันได้จัดทำเรือไฟรูปแบบต่างๆ โดยมีการนำเอาเทคโนโลยีสมัยใหม่ มาใช้ประกอบในการจัดทำ และประดับตกแต่งให้วิจิตรตระการตามากยิ่งขึ้น เมื่อปล่อยเรือไฟเหล่านี้ลงกลางลำน้ำโขงภายหลังการจุดไฟให้ลุกโชติช่วง แล้วจะเป็นภาพที่งดงามและติดตาตรึงใจตลอดไป 

                     นอกจากนี้ ทางศูนย์ราชการจังหวัดนครพนม และริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองนครพนม ยังได้จัดการแข่งขันเรือยาวในแม่น้ำโขง การแห่ปราสาทผึ้งและเรือไฟบก การประกวดลอยเรือไฟในแม่น้ำโขงในคืนวันออกพรรษา การแสดงศิลปวัฒนธรรมพื้นเมือง การรำบูชาองค์พระธาตุพนม ซึ่งเป็นการรวมตัวของชนเผ่าพื้นเมืองต่าง ๆ รวม 7 เผ่า ที่อาศัยอยู่ในจังหวัดนครพนม แต่งกายด้วยเสื้อผ้าประจำเผ่า และร่ายรำด้วยท่วงท่าอันงดงามเพื่อบูชาพระธาตุพนม

 

 

 

ประเพณีบุญบั้งไฟ (จังหวัดยโสธร)

                    ประเพณีบุญบั้งไฟ ยโสธร จะจัดขึ้นในวันเสาร์ – อาทิตย์ ที่ 2 ของเดือนพฤษภาคมของทุกปี ณ.สวนสาธารณะพญาแถน โดยมีความเชื่อว่าเมื่อจัดงานนี้แล้วเทพยดาและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายจะดล บันดาลให้ฝนตกต้องตามฤดูกาล ทำให้พืชพันธุ์ธัญญาหารอุดมสมบูรณ์ นอกจากการจัดงานบุญบั้งไฟแล้ว ยังมีการจัดงานสวนสนุก มหรสพ เวทีคอนเสิร์ต การจำหน่ายสินค้า OTOP และสินค้าทั่วไปที่บริเวณสนามหน้าที่ว่าการอำเภอเมืองยโสธร

                   บั้งไฟที่จัดทำให้มีหลายชนิด คือ มีทั้งบั้งไฟกิโล บั้งไฟหมื่น และบั้งไฟแสน บั้งไฟกิโลนั้น หมายถึง น้ำหนักของดินประสิว 1 กิโลกรัม บั้งไฟหมื่นกิโล ก็ใช้ดินประภว 12 กิโลกรัม บั้งไฟแสน ก็ใช้ดินประสิว 10 หมื่น หรือ 120 กิโลกรัม เมื่อตกลงกันว่าจะทำบั้งไฟขนาดไหน ก็หาช่างมาทำ หรือที่มีฝีมือ ก็ทำกันเอง ช่างที่ทำบั้งไฟนั้น สำคัญมาก ช่างจะต้องเป็นผู้มีฝีมือในการคำนวนผสมดินประสิวกับถ่านไม้ เพราะถ้าไม่ถูกสูตร บั้งไฟก็จะแตก คือไม่ขึ้นสู่ท้องฟ้า สำหรับไม้ที่จะทำเป็นเสาบั้งไฟนั้น ต้องเป็นไม้ไผ่ที่มีลำปล้องตรงกันเสมอกัน จะตัดเอาแต่ที่โคนต้น เพราะมีความหนาและเหนียว ความยาวนั้นแล้วแต่จะตกลงกัน

                   ในวันรุ่งขึ้น เป็นการจุดบั้งไฟ จะมีการแบกบั้งไฟไปยังฐานยิงในที่โล่ง ถ้าบั้งไฟของใครจุดแล้วยิงไม่ขึ้น คนทำจะถูกจับโยนลงในโคลน ซึ่งเป็นธรรมเนียมปฏิบัติกันมารุ่นสู่รุ่น

 

 

 

แคน (จังหวัดร้อยเอ็ด)

            แคน เป็นเครื่องดนตรีพื้นบ้านของชาวร้อยเอ็ด ที่มีเสียงเอกลักษณ์เฉพาะตัว ในการเล่นดนตรีเสียงซาวด์อีสานหรือหมอ ที่ต้องนำแคนมาเป็นส่วนประกอบ จะทำให้เสียงเพราะพริ้งมากขึ้น

            นอกจากนี้ ชาวร้อยเอ็ดยังทำแคนเป็นสินค้าส่งขายไปทั่วประเทศ ลักษณะรูปร่างและเสียงจะแตกต่างกันไปตามท้องถิ่นนั้นๆ

 

 

 

เนื้อโคขุนโพนยางคำ (จังหวัดสกลนคร)

                 โคขุนโพนยางคำ เป็นเนื้อโคคุณภาพสูงจากหมู่บ้านโพนยางคำ ตำบลโนนหอม อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร โคเป็นโคเนื้อลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส โดยมีการตกลงจัดตั้งเป็นสหกรณ์โพนยางคำขึ้นตั้งแต่ปี พ.ศ. 2523 ปัจจุบันได้รับความนิยมอย่างมากทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ แม้จะมีราคาสูงกว่าเนื้อโคปกติก็ตาม

                  โคขุนโพนยางคำมีที่มาจากโคเนื้อลูกผสมไทย-ฝรั่งเศส เกิดจากการผสมเทียมโดยใช้น้ำเชื้อจากพ่อ-แม่พันธุ์โคเนื้อ 3 สายพันธุ์ ได้แก่ พันธุ์ชาโรเลย์ส (Charolais) ถิ่นกำเนิดประเทศฝรั่งเศส เป็นสายพันธุ์หลัก, พันธุ์ซิมเมนทอล (Simmental) ถิ่นกำเนิดประเทศสวิตสแลนด์และพันธุ์ลิมูซีน (Limusin) ถิ่นกำเนิดประเทศฝรั่งเศส

                  หลังจากลูกโคสายเลือดผสมมีอายุประมาณ 2 ปีแล้ว ก็จะเข้าสู่วิธีการ "ขุนโค" โดยจัดการถ่ายพยาธิ ฉีดวัคซีน และตอนก่อนที่จะนำเข้าคอก ทางสหกรณ์ใช้เทคนิคการให้โคฟังเพลงเพื่อให้วัวกินอาหารได้มาก โดยเชื่อว่าเนื้อวัวที่ได้จะนุ่มเลี้ยงด้วยอาหารธรรมชาติเป็นหลัก แบ่งเป็นอาหารหยาบที่ใช้หญ้าหรือฟาง เสริมด้วยอาหารสูตรพิเศษที่ใช้ธัญพืชในการผลิต ซึ่งเชื่อกันว่าเนื้อโคจะมีกลิ่นหอมและรสหวานยิ่งขึ้นและที่คอกวัวนั้นมีการดูแลความสะอาดเป็นอย่างดี ทำความสะอาดพื้น เก็บมูล อาบน้ำวัว แปรงขัดขน ให้วัวกินอาหารได้มากขึ้น ซึ่งวิธีการดังกล่าวช่วยย่นระยะเวลาการขุนโคจากเดิมประมาณ 1 ปี ลงเหลือ 8-9 เดือน

                 เมื่อขุนโคเสร็จแล้วก็นำมาชำแหละในโรงฆ่ามาตรฐาน แล้วนำไปเก็บบ่มนาน 7 วัน ก่อนจะมีการให้คะแนนไขมันแทรก แล้วตัดแบ่งชิ้นส่วนและกำหนดเรียกชื่อตามแบบฝรั่งเศส 17 ส่วน ใช้มาตรฐานของฝรั่งเศส

                 ปัจจุบันโคขุนโพนยางคำได้รับความนิยมทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศ ตลาดเนื้อโคชำแหละในบรรจุภัณฑ์ส่วนใหญ่อยู่ที่กรุงเทพมหานคร มีตัวแทนจำหน่ายต่างประเทศที่จังหวัดปทุมธานีมีสหกรณ์จำหน่ายในจังหวัดสกลนคร ปัจจุบันสามารถผลิตโคได้ 55 ตัวต่อวัน ชำแหละสัปดาห์ละ 2 วัน จากความสำเร็จของโคขุนโพนยางคำ ทำให้มีการแอบอ้างโดยร้านค้าหลายแห่ง ซึ่งถือเป็นการหลอกลวงผู้บริโภค โคขุนโพนยางคำจริงจะมีป้ายรับรองมาตรฐานของสหกรณ์ติดอยู่หน้าร้าน

                อาชีพโคเนื้อในปัจจุบันได้รับความนิยมมากขึ้น และรัฐบาลมีนโยบายสนับสนุน ชาวบ้านผู้เลี้ยงโคขุนคนหนึ่งบอกว่า ตนได้กำไรจากการเลี้ยงโคขุนโพนยางคำปีละกว่า 300,000-350,000 บาท

 

 

 

ประสาทเขาพนมรุ้ง (จังหวัดบุรีรัมย์)

                ปราสาทหินพนมรุ้งตั้งอยู่ในอำเภอเแลิมพระเกียจติ จ.บุรีรัมย์ เป็นเทวสถานในศาสนาฮินดู ลัทธิไศวนิกาย มีการบูรณะก่อสร้างต่อเนื่องกันมาหลายสมัย ตั้งแต่ประมาณพุทธศตวรรษที่ 15 ถึงพุทธศตวรรษที่ 17 และในพุทธศตวรรษที่ 18 พระเจ้าชัยวรมันที่ 7 แห่งอาณาจักรขอมได้หันมานับถือพุทธศาสนาลัทธิมหายาน เทวสถานแห่งนี้จึงได้รับการดัดแปลงเป็นศาสนสถานในพุทธศาสนา ในช่วงแรกปราสาทหินพนมรุ้ง สร้างขึ้นจากหินทรายสีชมพู ตั้งอยู่บนยอดเขาพนมรุ้งสูง 1,320 ฟุตจากระดับน้ำทะเล ชื่อพนมรุ้งแปลว่าภูเขาใหญ่ สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในพุทธศตวรรษที่ 15-18

                      ทั้งนี้ ลักษณะโดดเด่นของตัวประสาทอยู่โดยในวันที่ 3-5 เมษายน และ 8-10 กันยายน ของทุกปี ดวงอาทิตย์ขึ้น ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน ช่องชาวบ้านจะเดินเท้าขึ้นมาเพื่อชมความอลังการที่ผสานระหว่างธรรมชาติและสิ่งก่อสร้างของบรรพชน นอกจากนี้ในวันที่ 6-8 มีนาคม และ 6-8 ตุลาคม ของทุกปี ดวงอาทิตย์ก็ตก ส่องแสงลอดประตูทั้ง 15 บาน เช่นกัน 

 

 

 

ลูกหยียักษ์ (จังหวัดบึงกาฬ)

           ลูกหยียักษ์ หรือที่ชาวลาวเรียกว่า "มะขามแพทย์"  ส่วนใหญ่ในภาคอีสานในบ้านเราจะเรียกกันว่า "บักเค็งใหญ่" เป็นไม้ยืนต้น ที่เริ่มติดผลเมื่อต้นอายุได้ 7 ถึง 8 ปี ผลคล้ายลูกเค็ง แต่มีผลใหญ่กว่า และรสเปรี๊ยวจัดกว่า

            ปัจจุบัน เกษตรกรที่อำเภอเมืองบึงกาฬ จังหวัดบึงกาฬ สั่งต้นลูกหยียักษ์มากจากลาวมาปลูกในพื้นที่ และเก็บเป็นผลไม้แปรรูปจนกลายเป็นของฝากยอดนิยมของจังหวัดบึงกาฬไปเสียแล้ว และได้รับคัดเลือกให้เป็นสินค้า OTOP 4 ดาว ประจำจังหวัด 

 

 

โปงลาง (จังหวัดกาฬสินธุ์)

                 โปงลาง เป็นเครื่องดนตรีประเภทเครื่องเคาะหรือเครื่องตี มีลักษณะคล้ายระนาด แต่แขวนในแนวดิ่ง เป็นที่นิยมในภาคอีสาน บางท้องถิ่นอาจเรียกว่า หมากกลิ้งกล่อม หมากขอลอ หรือ เกราะลอ(ผู้เฒ่าผู้แก่ในถิ่นดงมูลอำเภอหนองกุงศรีเรียก "หมากเต๋อเติ่น") เป็นเครื่องดนตรีประจำจังหวัดกาฬสินธุ์

                 นายเปลื้อง ฉายรัศมี ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีพื้นบ้าน) ประจำปี พ.ศ 2529 ชาวจังหวัดกาฬสินธุ์ได้ทำการพัฒนาโปงลางจนมีลักษณะเช่นในปัจจุบัน โดยได้พัฒนาโปงลางขึ้นจากเกราะลอ ซึ่งใช้เคาะส่งสัญญาณในท้องนา

 

 

แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง (จังหวัดอุดรธานี)

               แหล่งโบราณคดีบ้านเชียง เป็นแหล่งโบราณคดีสำคัญแห่งหนึ่ง อยู่ที่อำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี ที่ทำให้รับรู้ถึงการดำรงชีวิตในสมัยก่อนประวัติศาสตร์ย้อนหลังไปกว่า 5,000 ปี

                     ร่องรอยของมนุษย์ในประเทศไทยสมัยดังกล่าว แสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่มีพัฒนาการแล้วในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะด้านความรู้ความสามารถหรือภูมิปัญญา อันเป็นเครื่องมือสำหรับช่วยให้ผู้คนเหล่านั้นสามารถดำรงชีวิตและสร้างสังคม-วัฒนธรรมของมนุษย์ได้สืบเนื่องต่อกันมาเป็นระยะเวลายาวนาน วัฒนธรรมบ้านเชียงได้ครอบคลุมถึงแหล่งโบราณคดีในภาคตะวันออกเฉียงเหนืออีกกว่าร้อยแห่ง ซึ่งเป็นบริเวณพื้นที่ที่มีมนุษย์อยู่อาศัยหนาแน่นมาตั้งแต่หลายพันปีแล้ว ด้วยเหตุนี้เององค์การยูเนสโกของสหประชาชาติจึงได้ยอมรับขึ้นบัญชีแหล่งวัฒนธรรมบ้านเชียงไว้เป็นแห่งหนึ่งในบรรดามรดกโลก

 

 

 

พิพิธภัณฑ์อัฐบริขาร หลวงปู่ขาว อนาลโย (จังหวัดหนองบัวลำภู)

                ตั้งอยู่ในต.โนนทัน อ.เมือง จ.หนองบัวลำภู พิพิธภัณฑ์อัฐบริขารและพิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ขาว อนาลโย ตั้งอยู่ ในวัดถ้ำกลองเพล อันเป็นสถานที่ที่หลวงปู่ขาว อนาลโยพระวิปัสสนากรรมฐาน สายพระอาจารย์มั่น ภูริทัตโต ได้มาอาศัยปฏิบัติธรรมเมื่อปี พ.ศ.2501 หลังจากที่ท่าน ได้มรณภาพเมื่อปี พ.ศ.2526 แล้ว ทางราชการและคณะศิษยานุศิษย์ได้จัดสร้างพิพิธภัณฑ์ของท่านไว้สองแห่งภายในวัด คือ พิพิธภัณฑ์อัฐบริขารของท่าน ซึ่งเป็นหินอ่อนที่สร้างขึ้นเพื่อ เก็บรวบรวมอัฐิและอัฐบริขารของท่านเพื่อเป็นที่ระลึกและเป็นสถานที่เคารพสักการะของบรรดาพุทธศาสนิกชนทั่วไป

                ส่วนอีกแห่งหนึ่งคือ พิพิธภัณฑ์หุ่นขี้ผึ้งของหลวงปู่ขาว อนาลโย ซึ่ง สร้างขึ้นในรูปทรงก้อนหินเรียงกัน 3 ก้อน เพื่อให้เข้ากับภูมิประเทศซึ่งเต็มไปด้วยหิน รอบ ๆ บริเวณตกแต่งด้วยไม้ดอกปละสนามหญ้าเขียวขจี ภายในพิพิธภัณฑ์มีหุ่นขี้ผึ้ง ของหลวงปู่ขาว อนาลโย และมณฑปของหลวงปู่ขาว  คณะศิษยานุศิษย์ได้ร่วมใจกันสร้างเจดีย์พิพิธภัณฑ์ในบริเวณที่พระราชทานเพลิงศพ โดยรวบรวมบริขารและของใช้ที่จำเป็นพร้อมทั้งประดิษฐานรูปปั้นของท่านไว้ ณ สถานที่นี้ เพื่อเป็นที่สักการบูชาและรวบรวมจิตใจ ของพุทธศาสนิกชนชาวพุทธตลอดกาลนาน

 

 

การฟ้อนหมอลำอีสาน (จังหวัดอำนาจเจริญ)

                 การละเล่นของการฟ้อนรำของชาวอำนาจเจริญ มีขั้นตอนและวิธีการรำที่ถูกต้อง รวมถึงชุดแต่งกายด้วย เช่น การฟ้อนแม่บทอีสานนั้นจะใช้ฟ้อนเดี่ยวหรือฟ้อนคู่ชายหญิงก็ได้ 
          ชาย สวมเสื้อย้อมครามแขนสั้น นุ่งโสร่งไหม ใช้ผ้าขิดสีแดงมัดเอว
          หญิง แต่งกายคล้ายหมอลำเรื่อง คือ ผมเกล้ามวยสูงทัดดอกไม้ สวมมงกุฎเพชร  ห่มสไบแพรวาสีเหลืองเฉียงไหล่ ไม่สวมเสื้อ  นุ่งผ้าซิ่นไหมมัดหมี่ต่อตีนจก เครื่องประดับเช่น สร้อย ต่างหู เข็มขัด กำไล

 

 

 

บั้งไฟพญานาค (จังหวัดหนองคาย)

                บั้งไฟพญานาค หรือ บั้งไฟผี เป็นปรากฏการณ์ที่ยังไม่ข้อสรุปแน่ชัด มีลักษณะเป็นดวงไฟสีชมพู ไม่มีกลิ่น ไม่มีควัน ไม่มีเสียง พุ่งขึ้นเหนือลำนำโขง มีตั้งแต่ระดับ 1-30 เมตร แล้วพุ่งขึ้นไปในอากาศสูงประมาณ 50-150 เมตร เป็นเวลาประมาณ 5-10 วินาที โดยจะเกิดปีละ 1 ครั้งเท่านั้น ในช่วงวันออกพรรษาหรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ตามปฏิทินลาว ซึ่งอาจตรงกับวันแรม 1 ค่ำ หรือ ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ของไทย โดยแต่ละปีจะปรากฏขึ้นประมาณ 3-7 วัน มากกว่า 90% ของจำนวนลูกบั้งไฟพญานาคในแต่ละปี จะพบที่จังหวัดหนองคายและจังหวัดบึงกาฬ โดยในจังหวัดหนองคายจะพบที่หน้าวัดไทย และบ้านน้ำเป อำเภอรัตนวาปี วัดหินหมากเป้ง และอ่างปลาบึก อำเภอสังคม ส่วนที่จังหวัดบึงกาฬจะพบที่วัดอาฮง อำเภอเมืองบึงกาฬ

                ปรากฏการณ์นี้มีคำอธิบายแบ่งออกเป็นสามแนวทางคือ เป็นปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติตามตำนาน เป็นปรากฏการณ์ธรรมชาติ และเป็นการกระทำของมนุษย์ แต่อย่างไรก็ตาม ปรากฏการณ์ครั้งนี้ มีนักท่องเที่ยวแวะเวียนมาเที่ยว สร้างรายได้ให้กับจังหวัดหนองคายเป็นจำนวนมาก

 

 

ช้าง (จังหวัดสุรินทร์)

                 จังหวัดสุรินทร์เป็นจังหวัดใหญ่แห่งลุ่มน้ำมูล เป็นจังหวัดที่คนทั่วไปทั้งชาวไทย และชาวต่างประเทศ ต่างรู้จักกันดีว่าเป็นเมืองช้างกิตติศัพท์ชื่อเสียงความยิ่งใหญ่ ความน่ารัก ความแสนรู้ของช้างจังหวัดสุรินทร์ เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่โดดเด่นไม่มีใครเหมือน ช้างสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับทางจังหวัด และดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี นักท่องเที่ยวจะพบเห็นช้างตามร้านอาหาร ช้างเดินอยู่ข้างถนนปะปนกับประชาชนได้อย่างปกติธรรมดาเหมือนสัตว์เลี้ยงทั่วไป แสดงให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างช้างกับคนมาช้านาน ชาวสุรินทร์ถือว่าช้างเป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สืบทอดกันมาแต่โบราณ กล่าวได้ว่าช้างเป็นสัตว์คู่บ้านคู่เมืองสุรินทร์ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน ดังคำขวัญของจังหวัดที่ว่า สุรินทร์ถิ่นช้างใหญ่ ผ้าไหมงาม ประคำสวย ร่ำรวยปราสาท ผักกาดหวาน ข้าวสารหอม งามพร้อมวัฒนธรรม

 

 

 

หอแก้ว (จังหวัดมุกดาหาร)

              หอแก้วมุกดาหาร เฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษกเป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเหมือนสัญลักษณ์ของจังหวัดมุกดาหาร สำหรับสถานที่ดังกล่าวมีลักษณะเป็นหอคอยรูปทรงกระบอก มีทั้งหมด 7 ชั้นตั้งโดดเด่นเป็นสัญลักษณ์ประจำเมืองก็ว่าได้ ก่อตั้งขึ้น เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติเนื่องในวโรกาส พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ห้วทรงครองราชย์ครบ 50 ปี หอแก้วมุกดาหารมีลักษณะ เป็นหอคอยรูปทรงกระบอก มีความสูง 65.50 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางตัวแกนหอคอย 6 เมตร ส่วนฐานมีลักษณะเป็นอาคาร 2 ชั้น ทรงเก้าเหลี่ยม แทนความหมายถึงรัชกาลที่ 9 

                หอแก้วมุกดาหาร มีชื่อเต็มว่า "หอแก้วมุกดาหารเฉลิมพระเกียรติกาญจนาภิเษก" จัดสร้างขึ้นเพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชในมหามงคลวโรกาสฉลองสิริราชสมบัติ ครบ 50 ปี บนพื้นที่ประมาณ 3 ไร่เศษ ซึ่งได้มาจากการบริจาคของ นายธีระชัย ฐานิตสรณ์บุตรชายของนายย่ำเซ็ง แซ่ลิ้ม คหบดีแห่งเมืองมุกดาหารทั้งนี้ หอแก้วมุกดาหาร ได้มีการทำพิธีวางศิลาฤกษ์พร้อมกับพิธีเททองหล่อพระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร& พระพุทธรูปประจำหอคอย เมื่อ 3 พฤษภาคม พ.ศ. 2538 ใช้เวลาก่อสร้างแล้วเสร็จประมาณ 1 ปี และเปิดให้เข้าชมอย่างเป็นทางการตั้งแต่ 18 กรกฎาคม พ.ศ.2539 เป็นต้นมา โดยหอแก้วมุกดาหาร เป็นหอคอยคอนกรีตที่มีความสูงทั้งสิ้น 65.50 เมตร หรือเทียบเท่ากับตึกสูง 22 ชั้น ภายในแบ่งพื้นที่ออกเป็น 12 ชั้นมีการจัดแสดงนิทรรศการเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ และศิลปวัฒนธรรมต่าง ๆ ที่น่าสนใจ ดังนี้ส่วนบนสุดของ หอแก้วมุกดาหาร หรือ ยอดโดมลักษณะอาคารหากมองจากภายนอกจะเป็นเหมือนลูกแก้วขนาดใหญ่ เส้นผ่านศูนย์กลาง 10 เมตร สีหมอกมัว ตรงกับ ลักษณะของแก้วมุกดาหาร ซึ่งเป็นหนึ่งในนพรัตน์เก้าประการในตำนานของไทย ภายในเป็นห้องโถงผนังกระจกใส พื้นที่กลางโถง ประดิษฐาน "พระพุทธนวมิ่งมงคลมุกดาหาร" พระพุทธรูปเนื้อเงินแท้บริสุทธิ์ ปางมารวิชัย ที่จัดสร้างขึ้นในโอกาสเดียว กันกับการสร้าง

 

 

 

ประเพณีผีตาโขน (จังหวัดเลย)

           ผีตาโขน เป็นเทศกาลที่จัดขึ้นในอำเภอด่านซ้าย จ.เลย ซึ่งตั้งอยู่ทางภาคอีสานของประเทศไทย เป็นเทศกาลที่เกิดขึ้นในเดือน 7 ซึ่งมักจัดมากกว่าสามวันในบางช่วงระหว่างเดือนมีนาคม และกรกฎาคม โดยจัดขึ้นในวันที่ได้รับเลือกให้จัดขึ้นในแต่ละปีโดยคนทรงประจำเมือง ซึ่งงานบุญประเพณีพื้นบ้านนี้มีชื่อเรียกว่า บุญหลวง โดยแบ่งออกเป็นเทศกาล ผีตาโขน, ประเพณีบั้งไฟ และงานบุญหลวง (หรือ บุญผะเหวด)

                  ซึ่งวันแรกจะเป็นเทศกาลผีตาโขน ซึ่งเรียกวันนี้ว่า วันรวม (วันโฮม) โดยจะมีพิธีเบิก พระอุปคุตต์ ในบริเวณระหว่างลำน้ำหมันกับลำน้ำศอก ส่วนวันที่สองของเทศกาลดังกล่าวจะมีพิธีจุดบั้งไฟบูชา พร้อมด้วยเครื่องแต่งกายที่หลากหลาย รวมถึงการแข่งขันเต้นรำตลอดจนขบวนพาเหรด ส่วนในวันที่สามและวันสุดท้ายจะมีการให้ชาวบ้านฟังเทศน์ ทั้งนี้ ผีตาโขนยังได้รับการนำมาใช้เป็นสัญลักษณ์ และฉายาประจำทีมสโมสรฟุตบอลเลยซิตี้ เช่นกัน

 

**ขอขอบคุณเจ้าของเครดิตรูปภาพและเนื้อหาดีๆที่แบ่งปันครับ

เรียบเรียงโดย: ดอน
ที่มา: วิกิพีเดีย
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 28,560 ครั้ง, โหวตแล้ว 12 ครั้ง / 56 คะแนน
โพสท์โดย: ดอน ดู Hot Topic อื่นๆของ ดอน
22:08 - 17 กันยายน 2555
แจ้งลบ
กระทู้อื่นๆของ ดอน
ติดตามความบันเทิงจาก Postjung.com บนเฟซบุ๊ค
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

10 วัตถุลึกลับโบราณ ที่ท้าทายทฤษฎีวิวัฒนาการของมนุษย์

"เด็กขาย" แถววังสราญรมย์

โหดมาก ! ช้างตกมันที่อินเดีย

ไอติม พริษฐ์ หลานชายแท้ๆ ของอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

ที่สุด!!ของดนตรี classic กับหนุ่มร๊อคมาดเทห์ "YOSHIKI HAYASHI"

GIF น้องแมว เมี๊ยว
ดู Hot Topic
ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung