เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
เมื่อวานนี้มีผู้เข้าชมเว็บโพสท์จัง 354,061 คน / 2,146,457 หน้า
ตรวจหวย
ตรวจหวย
Webboard

อ่างอาบน้ำกับตำนานหลวง

ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 1 คนทั่วโลกดำเนินชีวิตด้วยความยากลำบาก ข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์ล้วนมีแต่เรื่องความหดหู่และความสูญเสีย นักข่าวคนหนึ่งจึงแต่งนิยายเบาๆเกี่ยวกับประวัติของอ่างอาบน้ำลงในคอลัมน์ หากแต่คนส่วนใหญ่กลับเชื่อสนิทใจ นำข้อมูลเหล่านั้นมาใช้อ้างอิงจวบจนกระทั่งในปัจจุบัน

สำหรับในบ้านเราอ่างอาบน้ำอาจจะไม่ใช่สิ่งจำเป็นเท่าไรนัก แต่ในบ้านอังกฤษและอเมริกามีอ่างน้ำติดตั้งแทบจะทุกหลังคาเรือน ดังนั้น จึงถือได้ว่าอ่างอาบน้ำเป็นของใช้ที่มีความสำคัญมากอย่างหนึ่ง ทั้งนี้เนื่องจากช่วงกลางศตวรรษที่ 19 กระทรวงสาธารณสุขอเมริกามีความกังวลเกี่ยวกับสุขอนามัยของประชาชนและการแพร่ระบาดของเชื้อโรค การป้องกันที่ได้ผลดีที่สุดคือการรณรงค์ให้ประชาชนดูแลรักษาความสะอาดตัวเองโดยเฉพาะอย่างยิ่งในกลุ่มชนชั้นล่าง

จากการศึกษาพบว่าการแยกแหล่งเพาะเชื้อโรคออกจากสถานที่อยู่อาศัยเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อโรคได้เป็นอย่างดีดังจะเห็นว่าในปี 1870 การรณรงค์สร้างห้องครัวและห้องน้ำแยกเป็นเอกเทศไม่ปะปนกับห้องอื่นๆภายในอาคารทำให้อัตราการแพร่เชื้อโรคลดน้อยลง

เฮนรี่ หลุยส์ เมน์กเคน (Henry Louis Mencken) ผู้สื่อข่าวหนังสือพิมพ์นิวยอร์กอีฟนิ่งนิวส์ เล็งเห็นถึงความสำคัญของอ่างอาบน้ำ จึงได้ทำการค้นคว้าสืบสาวประวัติความเป็นมา เรียบเรียงบทความเนื่องในโอกาสวันครบรอบ 75 ปีการติดตั้งอ่างอาบน้ำในทำเนียบขาว บทความนี้ถูกตีพิมพ์เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 1917 โดยให้ชื่อเรื่องว่า A Neglected Anniversary หรือวันครบรอบที่ถูกลืม

ของใช้ชาววัง
เฮนรี่กล่าวว่า วันที่ 20 ธันวาคม เป็นวันสำคัญวันหนึ่งของชาวอเมริกันหากแต่ไม่มีใครสักคนที่เฉลิมฉลองเทศกาลสำคัญนี้เพราะมันได้ถูกลืมเลือนไปจากความทรงจำอย่างสิ้นเชิง เมื่อราว 8 เดือนก่อนกลุ่มแพทย์รุ่นใหม่พยายามจะรื้อฟื้นความสำคัญของวันนี้โดยการติดต่อกระทรวงสาธารณสุข เรียกร้องให้ประกาศเป็นวันสำคัญของชาติ มีการจัดงานเฉลิมฉลองเหมือนวันสำคัญวันอื่นๆ หากแต่ว่ากรุงวอชิงตัน ดี.ซี. ประสบกับภาวะภัยแล้งเสียก่อนแผนการทั้งหมดจึงถูกระงับ

ประวัติอ่างอาบน้ำในอเมริกาเริ่มต้นขึ้นเมื่ออดัม ทอมป์สัน พ่อค้าขายเมล็ดฝ้ายและเมล็ดพันธุ์พืชชาวซินซินเนติ รัฐโอไฮโอ เดินทางไปยังประเทศอังกฤษเมื่อราวทศวรรษที่ 1830 เขาได้สัมผัสกับการใช้ชีวิตของขุนนางชั้นสูง ทำให้มีโอกกาสได้ใช้สิ่งประดิษฐ์ใหม่อย่างเช่นอ่างอาบน้ำ

อ่างอาบน้ำประดิษฐ์โดยลอร์ดจอห์น รัสเซล เมื่อราวปี 1828 มันถูกจำกัดการใช้งานอยู่ในแวดวงราชสำนัก แม้ว่าอ่างอาบน้ำในยุคแรกๆจะมีขนาดเล็กกะทัดรัด แต่มันก็ยังต้องใช้ข้าทาสบริวารจำนวนมากในการเติมน้ำและนำน้ำที่อาบแล้วไปเททิ้ง ลอร์ดจอห์นถึงกับคุยโม้โอ้อวดว่าเขาเป็นเพียงคนเดียวในประเทศอังกฤษที่สามารถอาบน้ำในอ่างได้ทุกวัน

อดัมเห็นว่าอ่างอาบน้ำของคนอังกฤษนั้นมีขนาดเล็กเกินไป มันคงจะดีไม่ใช่น้อยหากอ่างอาบน้ำมีขนาดใหญ่พอให้คนขนาดผู้ใหญ่ลงไปนอนแช่ในอ่างได้ทั้งตัวและสามารถต่อประปามายังอ่างอาบน้ำได้โดยตรง โดยไม่ต้องใช้แรงงานทาสตักน้ำจากบ่อมาเติมทีละถัง

นวัตกรรมล้ำสมัย
หลังจากกลับจากอังกฤษ อดัมสร้างอ่างอาบน้ำอันแรกของประเทศอเมริกาขึ้นในปี 1842 ติดตั้งในห้องห้องน้ำคฤหาสน์ เมืองซินซินเนติ และแน่นอนว่าในสมัยนั้นยังไม่มีระบบประปา อดัมแก้ปัญหาด้วยการติดตั้งปั๊มสูบน้ำ สูบน้ำจากบ่อในสวนให้ไหลมาตามท่อที่เชื่อมต่อมายังห้องน้ำในตัวคฤหาสน์

แต่สมัยนั้นการเดินเครื่องสูบน้ำก็ไม่ใช่เรื่องง่ายๆเช่นกัน มันต้องใช้แรงงานทาสถึง 6 คนในการเดินเครื่องสูบน้ำ น้ำจะถูกสูบขึ้นไปยังถังไม้ที่ติดตั้งอยู่ในห้องใต้หลังคา ด้านล่างของถังน้ำมีท่อ 2 ท่อ คือท่อน้ำเย็นและท่อน้ำร้อน ท่อน้ำร้อนถูกวางผ่านตามปล่องไฟในครัว ภายในท่อมีเส้นลวดโลหะขดเพื่อเก็บกักความร้อน

อ่างน้ำได้รับการออกแบบใหม่โดยเจมส์ คูลเนสส์ ช่างทำตู้ที่มีชื่อเสียงโด่งดังในสมัยนั้น มันทำด้วยไม้มาฮอกกานีจากนิการากัว ความยาว 7 ฟุต กว้าง 2 ฟุต ด้านในบุด้วยแผ่นตะกั่ว เชื่อมรอยต่อแต่จะจุดแนบสนิทป้องกันน้ำซึมออกจากถัง เนื่องจากมันมีน้ำหนักเกือบ 800 กิโลกรัมจึงต้องเสริมพื้นให้มีความแข็งแรงพอที่จะรับน้ำหนักได้

อดัมใช้อ่างอาบน้ำนี้เป็นครั้งแรกเมื่อเวลา 08.00 น. ของวันที่ 20 ธันวาคม 1842 และใช้เป็นครั้งที่สอง อาบน้ำอุ่นในตอนบ่ายของวันเดียวกัน การทำน้ำอุ่นทำโดยการติดเตาในครัวตั้งความร้อนไว้ที่ 40 องศาเซลเซียส

อดัมจัดงานปาร์ตี้ที่บ้านในคืนวันคริสต์มาส เขานำแขกที่มาในงานเข้าชมสิ่งประดิษฐ์ใหม่ รวมถึงพันเอกดัชเนล จากกองทัพฝรั่งเศสที่ตื่นเต้นจนเกือบจะกระโดดลงอ่างทันทีที่เห็น ข่าวได้แพร่สะพัดปากต่อปากออกไปอย่างรวดเร็ว และกลายเป็นข่าวบนหน้าหนังสือพิมพ์หลายฉบับในเวลาต่อมา

เรื่องระดับชาติ
การนำเสนอข่าวของสื่อมวลชนทำให้อ่างอาบน้ำกลายเป็นเรื่องวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง บรรดาผู้ดีมีเงินต่างสั่งต่ออ่างอาบน้ำมาใช้ที่บ้าน ส่วนอีกด้านหนึ่งก็ถูกคนค่อนแคะว่าเป็นสิ่งของฟุ่มเฟือย มีไว้ใช้เพื่อความสำราญ ขณะเดียวกันสมาคมแพทย์ก็ออกมาให้ความเห็นว่าการใช้อ่างอาบน้ำเสี่ยงต่อการติดเชื้อวัณโรค โรคไขข้อ ปอดบวม และโรคที่เกิดจากการหมักหมมสิ่งปฏิกูล

สภาเทศบัญญัติเมืองฟิลาเดลเฟียเสนอร่างกฎหมายห้ามใช้อ่างอาบน้ำระหว่างวันที่ 1พฤศจิกายนถึง 15 มีนาคม แต่ญัตตินี้ถูกตีตกไปด้วยเสียงค้านข้างมากที่ชนะไปเพียง 2 เสียงเท่านั้น และในปีเดียวกัน รัฐเวอร์จิเนียได้ออกกฎหมายเก็บภาษีติดตั้งอ่างอาบน้ำเป็นเงิน 30 ดอลลาร์ต่อปี อีกทั้งยังเรียกเก็บภาษีใช้น้ำจากผู้ติดตั้งอ่างอาบน้ำใน 4 เมืองใหญ่

ปี 1845 เมืองบอสตันออกกฎหมายให้อ่างอาบน้ำเป็นสิ่งผิดกฎหมาย อนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะเพื่อบำบัดทางการแพทย์เท่านั้น ซึ่งต่อมากฎหมายฉบับนี้ถูกยกเลิกในปี 1862
อันตรายของอ่างอาบน้ำเป็นที่ถกเถียงกันมากในวงการแพทย์จนกระทั่งสมาคมแพทย์อเมริกันได้จัดสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้นที่เมืองบอสตัน เมื่อปี 1849 และผลสรุปออกมาว่าแพทย์ผู้เข้าร่วมสัมมนา 55 เปอร์เซ็นต์ลงความเห็นว่าอ่างอาบน้ำไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ

ผู้นำประเทศคอนเฟิร์ม
เดือนมีนาคม 1850 ประธานาธิบดีมิลลาร์ด ฟิลล์มอร์ (Millard Fillmore) ซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่งรองประธานาธิบดี มีโอกาสเดินทางไปยังคฤหาสน์ของอดัมและได้ทดลองใช้อ่างอาบน้ำจนติดใจ หลังจากนั้นไม่นาน มิลลาร์ดได้ขึ้นเป็นประธานาธิบดีแทนแซคารี เทย์เลอร์ (Zachary Taylor) ที่เสียชีวิตลง

ปี 1851 มิลลาร์ดสั่งให้พลเอกชาร์ล คอนราด (Charles Conrad) รัฐมนตรีกระทรวงสงครามติดตั้งอ่างอาบน้ำในทำเนียบขาว เท่ากับเป็นการยอมรับว่าอ่างอาบน้ำเป็นสิ่งถูกกฎหมายและมีความปลอดภัย ทำให้อ่างอาบน้ำกลายเป็นที่นิยมในหมู่ชาวอเมริกัน
บทความประวัติความเป็นมาของอ่างอาบน้ำในอเมริกาได้ถูกนำไปอ้างอิงหลายต่อหลายครั้ง โดยครั้งล่าสุดเมื่อปี 2004 หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ เขียนบทความเกร็ดสาระน่ารู้โดยอ้างบทความของเฮนรีว่า "พนันกันได้ว่าคุณไม่รู้ว่าประธานาธิบดีมิลลาร์ด ฟิลล์มอร์ เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่ติดตั้งอ่างอาบน้ำในทำเนียบขาว"

เดือนพฤษภาคม 1926 เฮนรี่พยายามยุติข่าวโคมลอยที่ตัวเองกุชึ้นมาโดยเขียนบทความรับสารภาพว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นเขาเสกสรรปั้นแต่ง นั่งเทียนเขียนเพื่อความบันเทิง แต่หลายคนได้อ่านแต่เพียงบทความแรกไม่ได้อ่านบทความรับสารภาพ เรื่องราวประวัติอ่างอาบน้ำลวงโลกของชาวอเมริกันจึงยังคงตามหลอกหลอนอยู่ตราบจนกระทั่งในปัจจุบัน


"อันตรายของอ่างอาบน้ำเป็นที่ถกเถียงกันมากในวงการแพทย์
จนกระทั่งสมาคมแพทย์ได้จัดสัมมนาเกี่ยวกับเรื่องนี้ขึ้น
แพทย์ 55% ลงความเห็นว่าอ่างอาบน้ำไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ"

พบกันใหม่ตอนหน้านะครับเพื่อนๆ  และต้องขอขอบคุณ

ที่มา "การศึกษาวันนี้"
ผู้เขียน : ศิลป์ อิศเรศ silp@watta.co.th

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 8,413 ครั้ง, โหวตแล้ว 11 ครั้ง / 55 คะแนน
โพสท์โดย: mata ดู Hot Topic อื่นๆของ mata
12:35 - 8 กันยายน 2555
แจ้งลบ
กระทู้อื่นๆของ mata
ติดตามความบันเทิงจาก Postjung.com บนเฟซบุ๊ค
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

วางตัวน้องชาย "พอล วอล์คเกอร์" สานต่อตำนาน Fast & furious 7

ลอยแพ'โกตี๋'ทางที่ต้องเลือก

ละครฮิตปัจจุบัน กับ หนังดังในอดีต "อย่าลืมฉัน"

วัยรุ่นถูกเตะหน้าขณะกำลังถ่ายรูปคู่กับรถไฟ

"กำนัน"ลั่นชัด ระดมพลโคตรมหาศาลไล่นางดอกงิ้ว!!

ใช้ 'แท็บเล็ต' ถ่ายรูป OK ป่ะ?
ดู Hot Topic
ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung