เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
384,138   1,618,739
 

พระราชประวัติ พระนางจามเทวี กษัตริย์ศรีหริภุญชัย

               ตามตำนานเล่าว่า  พระนางจามเทวีเป็นลูกของเศรษฐีชาวมอญ (เม็ง) ชื่อ นายอินตา   มารดาไม่มีชื่อปรากฏ  เกิดที่บ้านหนองดู่  อำเภอป่าซาง  จังหวัดลำพูน  เมื่อวันพฤหัสบดี  เวลาใกล้พลบค่ำ  เดือนห้า  ปีมะโรง  ซึ่งตรงกับวันขึ้น ๑๕ ค่ำ  พ.ศ. ๑๑๗๖   อภินิหารตอนพระนางอายุได้ ๓ ขวบนั้น  กล่าวกันว่า  ได้มี่นกใหญ่ตัวหนึ่งบินเข้ามาหาอาหารในบ้าน  แล้วได้โฉบลงมาจับตัวทารกน้อยนี้บินไปในอากาศ  ขึ้นไปทางทิศเหนือ  จนกระทั่งนกใหญ่ตัวนี้หมดแรงเพราะเหตุใดไม่ปรากฏ  จึงปล่อยร่างทารกน้อยนี้ร่วงลงมายังสระใหญ่  ซึ่งทารกก็นอนอค้างอยู่บนใบบัว  เป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก

                พระฤาษีวาสุเทพ (สุเทวฤาษี)  ซึ่งจำศีลภาวนาอยู่ ณ ดอยสุเทพ  ได้ธุดงค์มาพบเข้าก็ทราบว่าทารกคนนี้คงไม่ใช่คนธรรมดาสามัญ  ต้องเป็นผู้มีบุญบารมีมาเกิดเป็นแน่  ท่านจึงใช้พัด (วี) ยื่นไปในสระน้ำนั้นพร้อมกับตั้งจิตอธิษฐานว่า  หากทารกนี้มีบุญจริงก็ให้พัดของเรารับร่างน้อยนั้นเข้าฝั่งมาได้เถิด  และสิ้นคำอธิษฐาน  ร่างของทารกน้อยก็ลอยขึ้นฝั่งได้พร้อมกับพัดที่ใช้รองรับ  ดังนั้นท่านฤาษีวาสุเทพจึงได้นำทารกน้อยนี้ไปเลี้ยงดูโดยตั้งชื่อให้ว่า “หญิงวี”   ท่านฤาษีวาสุเทพได้เลี้ยงดูหญิงวีจนกระทั่งอายุได้ ๑๓ ขวบ จึงได้ต่อแพยนต์จัดส่งพระนางไปตามนิมิต  โดยให้นั่งไปบนแพยนต์  มีวานรติดตามไปดูแล ๓๕ ตัว  แพยนต์ซึ่งพระฤาษีเสกด้วยเวทย์มนต์คาถาก็นำพาหญิงวีไปตามลำน้ำใหญ่  จนกระทั่งถึงวัดเชิงท่าตลาดลพบุรี  อ.เมือง  จ.ลพบุรี  (ละโว้)  แพยนต์ของหญิงวีก็ลอยเป็นวงกลมอยู่ที่ท่าน้ำนั้น  ประชาชนพลเมืองต่างช่วยกันชักลากขึ้นฝั่ง  แต่ก็กระทำไม่สำเร็จ  จึงพากันไปทูลแจ้งแก่กษัตริย์เมืองละโว้ในขณะนั้นได้ทราบข่าวก็อัศจรรย์ยิ่งนัก  จึงเสด็จมาพร้อมกับรับหญิงวีเป็นธิดาบุญธรรม  ต่อจากนั้นก็ได้จัดให้มีงานเฉลิมฉลองและเจิมพระขวัญแต่งตั้งให้หญิงวีที่มากับสายน้ำนี้เป็นพระราชธิดา  แห่งกรุงละโว้ธานี  และได้ให้ปุโรหิตจารึกพระนามลงในแผ่นสุพรรณบัฏว่า

                “เจ้าหญิงจามเทวีศรีสุริยวงศ์ บรมราชขัติยนารี  รัตนกัญญาละโว้บุรีราไชศวรรย์”

                เป็นรัชทายาทแห่งนครละโว้ในดิถีอาทิตยวาร  ขึ้น ๑๕ ค่ำ  เดือน ๓ ปีมะเมีย พ.ศ. ๑๑๙๐  ต่อมาเจ้าหญิงจามเทวีฯ ได้อภิเษกสมรสกับเจ้าชายรามแห่งกรุงละโว้  และได้ครองราชย์ร่วมกัน

สร้างบ้านแปงเมือง
               เมื่อปี พ.ศ. ๑๒๐๐  ฤาษีวาสุเทพ  และ ฤาษีสุกกทนต  ได้พิจารณาสถานที่ริมฝั่งแม่น้ำแห่งหนึ่งเห็นว่าเหมาะสมดีจึงทำตามคำแนะนำของเพื่อฤาษีองค์หนึ่งชื่อว่า  อนุสิสะฤาษี  ได้สร้างบ้านเมืองเป็นรูปสัณฐานดั่งหอยสังข์  โดยเชื่อว่าจะทำให้บ้านเมืองมีความเจริญรุ่งเรืองประชาชนอยู่เย็นเป็นสุข   ท่านวาสุเทพฤาษีได้รวบรวมชนเผ่าลัวะ  สร้างบ้านแปงเมืองเสร็จแล้ว  จึงนึกถึงธิดาบุญธรรม  ซึ่งเมื่อหลายปีที่ผ่านมาท่านได้สร้างแพยนต์เพื่อหญิงวีได้ประทับล่องลอยไปกับวานร จำนวน ๓๕ ตัว  ซึ่งต่อมาท่านก็ได้ทราบว่าหญิงวีได้มีบุญบารมีเป็นพระราชธิดาของพระเจ้ากรุงละโว้ (ลพบุรี)  และเป็นขัตติยะนารีที่มีความสามารถเยี่ยงบุรุษ  สามารถปกป้องบ้านเมือง  เป็นจอมทัพรับหน้าพม่าแห่งกรุงโกสัมภี  และยังได้รับการสถาปนาอภิเษกสมรสกับ  เจ้าราม  ครองราชย์ ณ เมืองละโว้ธานีนั้นแล  ท่านวาสุเทพฤาษีจึงได้ทำสารไปอัญเชิญขอต่อเจ้าเมืองละโว้  เพื่อให้พระนางจามเทวีได้เสด็จกลับมาปกครองเมืองที่สร้างใหม่นี้   การทูลเชิญเสด็จนี้ได้แต่งตั้ง  นายคะวะยะ  เป็นทูตถือสารไปพร้อมกับสุกกะทันตะฤาษี  ซึ่งตามตำนานได้กล่าวถึงคะวะยะนี้ว่า  เป็นผู้ที่เฉลียวฉลาด  กล้าหาญ  อดทน  แข็งแรง  สามารถเดินทางในป่าที่เต็มไปด้วยอันตราย  รู้จักใช้ชีวิตในป่าและมีความรู้ทางยาสมุนไพรต่างๆ ซึ่งบุคคลผู้นี้ต่อมาได้เป็นกำลังสำคัญในการสร้างบ้านแปงเมืองของพระนางจามเทวี  มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์มากมาย  ปัจจุบันคนรุ่นหลังเคารพกราบไหว้ในนามของเจ้าพ่อเตโค  เสื้อเมืองหริภุญชัย  นับว่าท่านคะวะยะเป็นขุนพลแก้วของพระนางจามเทวีโดยแท้

               ในการตัดสินใจเสด็จกลับมาครองเมืองหริภุญชัยของพระนางจามเทวีนั้น  พระนางได้ทูลเชิญเจ้ารามพระสวามีมาด้วย  แต่ได้รับการปฏิเสธ  ดังนั้นพระนางจึงต้องเสด็จมาโดยลำพัง   ขณะนั้นได้กำลังทรงพระครรภ์ได้ราว ๓ เดือน  และพระนางได้ทูลขอจากพระราชบิดากรุงละโว้นำประชาชนพลเมือง  สิ่งของต่างๆ เดินทางมายังเมืองหริภุญชัยด้วย

 พระนางจามเทวีทรงใช้เวลาเดินทางจากกรุงละโว้โดยทางเรือ  มาตามแม่น้ำปิงใช้เวลาเดินทาง ๗ เดือน  ตลอดระยะเวลาการเดินทางได้เสด็จผ่านเมืองและสถานที่ต่างๆ เมื่อพระนางจามเทวีเสด็จมาถึงยังหริภุญชัยนครแล้ว  ทรงทำพระราชพิธีราชาภิเษกขึ้นครองราชย์ได้ ๗ วัน  ก็ทรงประสูติพระราชโอรสฝาแฝด  ทรงพระนามว่า  พระมหันตยศ  และพระอนันตยศ  ในรัชสมัยของพระนางจามเทวีได้ทรงมีช้างเผือกคู่บุญบารมี  คือ  ช้างปู้หม่นงาเขียว  หมายถึง  ช้างที่มีงาเป็นสีเขียว  ตามตำนานกล่าวว่า  ช้างเผือกเชือกนี้ได้มาพักหากินในดอยงัม  ดอยโดน (เขต อ. สันกำแพง  จ. เชียงใหม่)  พระนางจามเทวีได้พาข้าราชบริพารพร้อมด้วย  พญาลิงเผือก  ชื่อ กากะวานร  และบริวารมาทำการคล้องช้าง  โดยวิธีการให้พญาลิงเผือกและบริวารเข้าไปทำความคุ้นเคย  จนช้างเผือกลดความดุร้ายเชื่องลง   หมดควาญช้างจึงได้นำอาหารีให้ช้างกิน  และทำการตกปลอกให้พญาลิงเผือกนำช้างเข้ามาถวายตัวแด่พระนางจามเทวี    ซึ่งข่าวนี้เป็นที่ปีติยินดีของชาวเมือง  อันว่าช้างเผือกนี้เป็นพญาช้างเผือกที่มีอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์เป็นอย่างมาก  ปัจจุบันนี้  ชาวนครลำพูนและผู้คนโดยทั่วไปให้ความเคารพนับถือไหว้สาเจดีย์กู่ช้างเป็นอย่างยิ่ง

 
ด้านการศาสนา
               พระนางจามเทวีทรงมีความเลื่อมใสในพระพุทธศาสนาเป็นอย่างยิ่ง  จึงได้ทรงสร้างวัดขึ้น ๔ วัด  ประจำ ๔ มุมเมือง  (จตุรทิศของเมืองหริภุญชัย)  เพื่อเป็นพุทธปราการปกป้องคุ้มครองเมืองให้ปราศจากภัยพิบัติและเจริญด้วยความวัฒนาสถาพรยั่งยืนคือ   
               ๑. วัดพระคงฤาษี (วัดอาพัทธาราม)
               ๒. วัดดอนแก้ว  (วัดอรัญญิกรัมนการาม)
               ๓. วัดมหาวัน  (วัดมหาวนาราม)
               ๔. วัดประตูลี้  (วัดมหาสัตตามราม)

 พาราวิโยค
               ในบั้นปลายแห่งพระชนม์ชีพของพระนางจามเทวี  ภายหลังจากที่ได้ทรงคืนราชสมบัติให้แก่พระเจ้ามหันตยศ  พระราชโอรส  แล้วเมื่อวันขึ้น ๑ ค่ำ  เดือน ๑๐  ปีมะโรง  พ.ศ. ๑๒๓๖  พระนางจามเทวีมีพระชนมายุได้ ๖๐ พรรษา  ได้ทรงสละเพศเป็นชีผ้าขาว   โดยแม่ชีจามเทวีทรงปฏิบัติศาสนา  ณ  สำนักอารามจามเทวี  จนกระทั่งในวันขึ้น ๘ ค่ำ  เดือน ๙  ปีมะเมีย  พ.ศ. ๑๒๗๔  แม่ชีจามเทวีก็ได้สวรรคตโดยปราศจากโรคใดๆ  และได้มีพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ  เมื่อวันแรม ๓ ค่ำ  เดือน ๖ ปีวอก   พ.ศ. ๑๔๗๖  สิริพระชนมายุได้ ๙๘  พรรษา

                หลังจากถวายพระเพลิงอดีตพระมหากษัตริย์แห่งนครหริภุญชัยแล้ว  ก็ได้นำพระอัฐิบรรจุไว้  ณ  อารามจามเทวี  โดยนครหริภุญชัย  เขลางค์  และระมิงค์  ได้ร่วมกันไว้ทุกข์ต่ออีก ๑ปี

 

 ขอขอบคุณข้อมูลจาก : http://www.lannatalkkhongdee.com/scoopDetail.php?id=Sco000007
VOTED BY: BoOoOoM
 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 23,443 ครั้ง, โหวตแล้ว 35 ครั้ง / 171 คะแนน
โพสท์โดย: DAISUKE ดู Hot Topic อื่นๆของ DAISUKE
19:14 - 6 กรกฎาคม 2555
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung