เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
เมื่อวานนี้มีผู้เข้าชมเว็บโพสท์จัง 326,103 คน / 1,904,789 หน้า
Webboard

หน้าที่ของ Sniper

หลายคนในที่นี้คงรู้จักสไนเปอร์หรือพลซุ่มยิงดีอยู่แล้วทั้งจากในหนังหรือในเกมส์ ภาพที่ติดตาชินตาของเราคือ ทหารสองนายคนนึงถือปืนซุ่มยิงลูกเลื่อนใส่ชุดพรางที่เรียกว่ากิลลี่สูท (ghillie suit) พรางหน้าพรางตาให้เข้ากับสภาพแวดล้อม มีบัดดี้อีกคนที่เรียกว่า พลชี้เป้า (Marks Man) ถือปืนเล็กยาวติดกล้องเล็ง หรืออาจจะเป็นปืนไรเฟิลอัตโนมัติทั่วไป เดินคู่กันมาต่างคอยระวังหน้าระวังหลังให้กันและกัน เมื่อถึงจุดเป้าหมาย Sniper ก็จะนอนหมอบลงกับพื้น ส่วน Marks man ก็จะทำหน้าที่ชี้เป้าหมายตรวจสอบทิศทางลมและคอยเฝ้าระวังภัยต่างๆให้กับ Sniper เมื่อพบเจอข้าศึก ในระยะห่างออกไปหลายร้อยเมตร ศัตรูเหล่านั้นก็โดนทีม สไนเปอร์ สอยตายไปทีละศพเหมือนกับยิงแมลงวันเล่น จนชุดลาดตระเวนข้าศึกมลายหายไปทั้งทีมเสร็จภารกิจเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านรับเหรียญกล้าหาญ เหลือไว้เพียงตำนาน เพชรฆาตพันศพ นี่คือเรื่องราวในหนัง

ส่วนในเกม Sniper คือหน่วยที่มีความสามารถในการรบระยะไกล ใช้ปืนซุ่มยิงเพียงกระบอกเดียวก็สามารถรับมือกับทุกปัญหาได้อย่างไม่ยากเย็น ขอแค่คุณมีปืน ไรเฟิลอยู่ในมือที่มีค่าความแรงอยู่ในระดับ นัดเดียวจอด กับความสามารถในการกดแป้บคีย์บอรด์ เพียงเท่านี้คุณก็สามารถใช้เทคนิคเหล่านี้ในการรบ ของคุณอาทิเช่า ยิงปืนสลับมีดแล้วสลับกลับมาเป็นปืน ซึ่งช่วยให้คุณไม่ต้องรอดีเลย์ในการยิงนัดต่อไป หรือ เทคนิคมนุษย์กบ กระโดดเฉียงหลบหลังกล่องและในช่วงเสียววินาทีสุดท้ายก่อนจะหายลับไปหลบอยู่หลังกล้อง คุณก็สามารถวางตำแหน่งจุดตกของกระสุนลงบนร่างของข้าศึกศัตรูได้อย่างแม่นยำ ปั้ง นัดเีดียวจอด ก่อนจะทำการกด R โหลดกระสุนตลับต่อไปเพื่อใช้ในการรบครั้งถัดมา นิคือพลซุ่มยิงที่คุณรู้จักในเกม




การเสพสื่อและสิ่งต่างๆเหล่านี้ทำให้คุณมองพลซุ่มยิงกลายเป็นราชาสนามรบ เทพแห่งการสังหารระยะใกล้ หรือกระทั่งคำกล่าวที่ว่า หนึ่งนัดหนึ่งชีวิต

คำกล่าวต่างๆเหล่านี้ถูกพูดกล่าวขานในทำนองที่แสดงความเทพของเหล่าสไนเปอร์ พาให้เหล่า นักเลงคีย์บอร์ดที่ทราบสรรพคุณต่างๆ ที่ทราบสรรพคุณคิดว่าในบรรดาทหารราบเดินดินกินข้าวแกงธรรมดาแล้ว สไนเปอร์นิแหละของจริง หลายคนอยากเป็นสไนเปอร์ เพราะคิดว่าสามารถกำหนดชีวิตศัตรูไ้ด้ด้วยปลายนิ้ว สามารถชี้สั่งเป็นสั่งตายใครก็ได้ที่แม้คุณจะไม่รู้จักแต่มันคือทหารข้าศึก คิดว่าการซุ่มยิงในระยะที่ห่างออกไปหลายร้อยเมตรสามารถทำให้ศัตรูไม่รู้ที่อยู่ที่แน่นอนของเราได้และสามารถใช้เีพียงแค่ปืนซุ่มยิงเพียงกระบอกเดียวจัดการกับข้าศึกได้หมดทั้ง สิ่งเหล่านี้มันเทพจริงๆในความคิดของพวกคุณ

 

... แต่ความจริงมันโหดร้ายเสมอ  ถ้าผมจะบอกว่าตอนยิงกันจริงๆ มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คุณคิด อย่างที่จ่าบ็อบลีพูดไว้นะถูกต้อง แต่จ่าแกก็เข้าขั้นเกรียนเกินเรื่องยิง ฮ ตก   เอาเป็นว่ามาดูกันว่าความจริงที่โหดร้ายมันคืออะไรผมจะสาธยายให้พวกคุณอ่าน

 

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจก่อนว่า หลักสูตร พลซุ่มยิงนั้นแบ่งออกมาเป็นสามระดับคือ

ระดับต่ำ     =   Sharpshooter = พลแม่นปืน 

ระดับกลาง  =   Marks Man    = พลชี้เป้า

ระดับสูง     =   Sniper          = พลซุ่มยิง

1.พลแม่นปืน (Sharpshooter) คือทหารราบติดปืนซุ่มยิงในระยะกลางซึ่งระยะที่ว่านี้คือประมาณ 200 - 300 เมตร มักจะได้รับการบรรจุอยู่ในหมวดปืนเล็กไว้อย่างน้อยหนึ่งคน ใช้ปืน ไรเฟิล แบบเดียวกับทหารราบทั่วไปเพียงแต่อาจจะติดกล้องช่วยเล็งไว้ ใช้สำหรับการต่อต้านหรือยิงข้าศึกจากระยะไกลแต่เนื่องจากปืนที่ใช้เป็นปืนไรเฟิลที่ใช้กระสุนขนาดเล็กทั่วๆไป ( 5.56x45มม หรือ .223 นิ้ว) ซึ่งให้ให้แรงปะทะที่ต่ำจึงไม่เหมาะกับการยิงระยะไกล แต่ไม่ใช่ว่ายิงไม่ได้ แต่อาจจะยิงไม่โดนหรือ ยิงแล้วไม่ตายเ่ท่านั้นเอง เนื่องจากระยะที่ไกลเกิน 500 เมตรไปนั้นกระสุนขนาด 5.56 จะสูญเสียความเร็วไปมากทำให้แรงปะทะลดลงไป (สำเหตุที่ต้องใช้กระสุนแบบเดียวกับทหารราบทั่วไปเนื่องจากทำให้สามารถยืมกระสุนเพื่อนทหารในกลุ่มได้หากเกิดการยิงจนกระสุนหมด)



จากภาพสังเกต คนทางขวาที่ยืนอยู่ พลแม่นปืน ใช้ปืนซุ่มยิง แบบ SPR ที่ดัดแปลงมาจากปืน M16 

 

2.พลชี้เป้า ( Marks Man ) มักจับคู่กันทำงานร่วมกับสไนเปอร์ หน้าที่หลักๆคือ ช่วยระวังภัยให้กับสไนเปอร์ (เนื่องจากสไนเปอร์เมื่อทำการวางตัวยิงจะไม่สามารถขยับยุกยิกได้จะทำให้ข้าศึกสังเกตเห็นทันทีหรือทำให้ผิดสังเกตได้) คอยอำนวยความสะดวกให้สไนเปอร์เช่น บอกทิศทางลม บอกตำแหน่งศัตรู เป็นหูเป็นตาให้สไนเปอร์ หรือแม้กระทั้ง เป็นตัวล่อเป้าให้สไนเปอร์และตัวเบี่ยงเบนความสนใจด้วย ( วิ่งหลอกไปทางอื่นให้สไนเปอร์ยิงแบบเนียน) และหน้าที่สำคัญอีกอย่างนึงคือขึ้นเป็นพลยิงแทนสไนเปอร์ในกรณีที่สไนเปอร์ไม่สามารถทำการยิงได้(ตายห่า) ปืนที่ พลชี้เป้าใช้ส่วนใหญ่เป็นปืนไรเฟิลซุ่มยิงเซมิ-ออโตเมติก หรือกึ่งอัตโนมัติ ซึ่งสามารถยิงซ้ำได้โดยไม่ต้องทำการบริหารลูกเลื่อน และโดยมากมักจะใช้กระสุนขนาด

7.62 มม หรือ .308 ซึ่งให้แรงปะทะที่สูงแม้จะยิงจากในระยะไกลก็ตาม 

 



จากภาพ พลชี้เป้า ในรูปใช้ปืน M21 ( M14 ที่ยิงได้แต่แบบ กึ่งอัตโนมัติ) ขนาด 7.62 

 

3.พลซุ่มยิง ( Sniper ) คือทหารที่ติดปืนเล็กยาวลูกเลื่อน (ในบางครั้งอาจจะเป็นปืนซุ่มยิง กึ่งอัตโนมัติขนาด .50) มักปฏิบัติหน้าที่ควบคู่กับ พลชี้เป้า หน้าที่หลักๆของสไนเปอร์คือเป็นหูเป็นตาให้กับกองทัพ คอยลาดตระเวณในส่วนหน้าหาข่าวให้กองทัพ หรืออาจจะเฝ้าระวังฐาน และในบางครั้งอาจจะรวมไปถึงลอบสังหารบุคลากรระดับสูงของฝ่ายตรงข้ามด้วย ปืนที่ใช้มักจะเป็นปืนเล็กยาวลูกเลื่อนบริหารด้วยมือ ( Bolt action Rifle) 



จากภาพ สไนเปอร์ทำงานคู่กับพลชี้เป้า  ใช้ปืนไรเฟิล M40A3

 

 

ความจริงอันโหดร้ายที่ว่าเกี่ยวกับสไนเปอร์

อย่างที่จ่าบ็อบ ลี แสว็คเกอร์แกว่าไว้ในหนัง การยิงไกลไม่ใช่ว่าจะยิงกันได้ทุกคน มันมีปัจจัยต่างๆที่ทำให้การซุ่มยิงมีพลออกมาแตกต่าง เช่น ระยะทาง กระแสลม อุณหภูมิ น้ำหนักของหัวกระสุน ช่วงระยะเวลาเดินทางของกระสุน แรงโน้มถ่วงของโลก การตั้งกล้องเล็ง และอื่นๆอีกมากที่ผมไม่สามารถอธิบายได้

แต่ในที่นี้ผมจะสรรหาความจริงอันโหดร้ายเกี่ยวกับการซุ่มยิงมาให้อ่านกันว่าทำไม มันถึงไม่ได้ง่ายอย่างที่เราดูในหนังหรือเล่นในเกม

1.จากตัวปืน

ผมจะไม่ขอพูดถึง ปืนกลมือ ปืนลูกซอง ปืนไรเฟิล หรือว่าปืนกลเบา แต่ผมจะพูดถึงปืนซุ่มยิงลูกเลื่อนกับปืนซุ่มยิงแบบออโตเมติกแทนละกันว่ามันต่างกันยังไง และผมจะขอพูดแค่ปืนซุ่มยิงขนาดกลางสำหรับใช้ยิงมนุษย์หนังบางนะไม่ขอพูดถึงปืนซุ่มยิงขนาดหนักที่เอาไว้ยิงรถถังแบบ M82A3 อะไรงี้นะ อันนั้นมันก็เวอร์เกิน ยิงคนที่กลายเป็นเศษเนื้อเฉยเลย

1.1 ปืนซุ่มยิงลูกเลื่อน (Bolt Action Rifle) เป็นปืนที่ใช้ระบบการบริหารลูกเลื่อนด้วยการดึงก้านลูกเลื่อนจากท้ายรังเพลิงเมื่อดึงเข้าหาตัวจะเป็นการจับจานท้ายกระสุนแล้วลากออกมาจนถึงระยะที่ตัวเตะปลอกกระสุนทำงานมันจะเตะปลอกกระสุนออกและเมื่อดันกลับเข้าที่เก่า กระสุนนัดถัดมาจะขึ้นมาในตำแหน่งแทนที่ปลอกกระสุนนัดที่ถูกเตะออกไป เมื่อดันกลับเข้าที่จะถูกดันเข้าไปในช่องรังเพลิงพร้อมยิงอีกครั้ง เป็นระบบเก่าใช้งานกันมาร้อยกว่าปี หลายคนอาจจะมองว่า แล้วมันดียังไง ยิงก็ช้า แถมยังต้องมาบริหารกลไกเองอีก สู้ปืนซุ่มยิงแบบออโต้ก็ไม่ได้ เหนี่ยวไกได้ดังใจสั่งสามารถจัดการกับศัตรูไ้ด้ทีละหลายๆคนโดยไม่ต้องเสียเวลายัดกระสุนเข้ารังเพลิง   แต่ในความเป็นจริงแล้วปืนซุ่มยิงแบบลูกเลื่อนมีข้อดีที่ทำให้มันถูกใช้งานมาได้อย่างยาวนานจนถึงทุกวันนี้คือ มันมีส่วนเคลื่อนที่ของกลไกน้อยชิ้นลำกล้องก็ถูกล็อคแน่นอยู่ที่เดิม ทำให้มันมีความแม่นยำสูงมากเมื่อเทียบกับปืนไรเฟิลแบบออโต้ซึ่งมีส่วนเคลื่อนที่ของระบบกลไกต่างๆในตัวปืนมากมายทำให้ความแม่นยำลดลงไป (ทุกครั้งที่ยิงลำกล้องปืนซุ่มยิงแบบออโต้จะขยับเสมอ) นอกจากนี้ยังทำให้มันได้รับพลังงานจากแก็ซที่เกิดจากการเผาไหม้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องเสียไปกับการบริหารกลไกแบบปืนซุ่มยิงออโต้อีกด้วย

1.2ปืนซุ่มยิงเซมิ-ออโตเมติก (Semi-Automatic Rifle) ใช้ระบบขับดันแก็สในการบริหารลูกเลื่อนข้อดีคือคุณสามารถเหนี่ยวไกยิงได้เร็วอย่างใจนึกแต่ข้อเสียคือความพลังงานที่ใช้ในการขับดันกระสุนให้พ้นจากลำกล้องส่วนหนึ่งถูกใช้ไปในการบริหารลูกเลื่อนซึ่งหมายความว่ากระสุนที่คุณใช้จะให้ความเร็วได้ไม่้เต็มที่และที่สำคัญคือมันต้องการการดูแลรักษามากกว่าปืนซุ่มยิงแบบลูกเลื่อนซะอีก

เมื่อเอามาวัดกันจะเห็นข้อดีข้อด้อยของปืนแต่ละชนิดก็แล้วแต่ใครจะชอบแบบไหน อย่างหนึ่งแม่นแต่ยิงช้า กับอีกอย่างนึงยิงได้เร็วแต่ความแม่นน้อยกว่า ซึ่งถ้าเมื่อวัดกันในสถานการณ์จริงๆแบบที่ทุกคนดูกันมาในหนังแล้วทันที่ที่คุณเปิดฉากยิงนัดแรก ถ้าคุณแม่นศัตรูก็แค่ตายหรือบาดเจ็บไปคนนึงแต่พวกที่เหลือละ แ่น่นอนว่าทหารทุกคนถูกฝึกมาให้มีปฏิกริยาตอบสนองต่อเสียงปืนและเสียงระเบิดทันทีที่คุณยิงปืนพวกเขาทุกคนจะหมอบกันหมดไม่มีหรอกยืนอึ้งดูคนที่ตายแบบในหนังหรือเกมส์ และจดจำไว้ว่าทันทีที่คุณยิงเท่ากับการเปิดเผยตำแหน่งตัวคุณเองทหารมืออาชีพหรือพวกที่เคยผ่านประสบการณ์การรบมาก่อนสามารถรับรู้ตำแหน่งข้าศึกจากเสียงปืนได้ว่าอยู่ในบริเวณไหน (ถ้าบางคนบอกว่าใ่ส่ที่เก็บเสียงซะก็สิ้นเรื่องผมก็จะบอกอีกทีว่า นั้นมันในหนังใส่ที่เก็บเสียงแล้วเงียบสนิทนะมันไม่มีหรอก ถ้าอยากให้มันเงียบจริงๆคุณก็ต้องใช้กระสุนที่มีความเร็วต่ำกว่าเสียงซึ่งถ้าความเร็วต่ำกว่าเสียงก็หมายความว่าระยะปะทะก็จะลดลงแต่ถ้าใช้กระสุนความเร็วสูงกว่าเสียงถึงมันจะกลบเสียงดัง ปั้ง ได้ก็จริงแต่มันก็ยังได้ยินเสียงลูกกระสุนพุ่งแหวกอากาศมาอยู่ดี) และคุณมั่นใจแค่ไหนที่สไนเปอร์คนนึงกับพลแม่นปืนอีกคนนึงจะสามารถจัดการกับหมู่ทหารราบติดอาวุธทั้งชุดยิงได้บอกไว้ก่อนทันทีที่ทหารราบมั่นใจว่าเขาพบกับสไนเปอร์สิ่งที่เขาทำคือพยายามหลบ และพยายามแทรกซึมเข้าใกล้กับสไนเปอร์ให้ได้มากที่สุดค่อยเปิดฉากยิงไมใช่ว่ารู้ทิศทางเสียงแล้วยืนเซ่อๆสาดกระสุนใส่อันนั้นมันในหนังกับในเกมส์  อีกอย่างนึงอาวุธที่หน่วยทหารราบใช้นั้นคุณคิดว่ามันคือหนังสะติ้กธรรมดาหรือไง ? ในหนึ่งหมู่ทหารราบการจัดกำลังจะแบ่งเป็น 11 คน (ตามหลักกองทัพมะกัน ไทยเราเรียนจากเขามา)

ได้แก่ ปืนเล็กยาว 9 กระบอก ใน 9 กระบอกนี้จะแบ่งเป็น ติดเครื่องยิงลูกระเบิด M203  จำนวน 2 กระบอก อีก 2 กระบอกจะเป็นปืนกล จำพวก M60 หรือ M249 และแน่นอนว่าในหนึ่งหมู่ปืนเล็กนี้จะต้องมีอยู่แน่ๆเลยคือ เครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถัง คุณคิดว่าคุณจะสามารถหลบหนีการกราดยิิงจากทหารราบ ถึง 11 คนที่มีอัตราการยิง 15นัดต่อวินาทีได้หรือ ปืนแต่ละกระบอกที่พวกเขาใช้มีระยะหวังพลอยู่ที่ 500 เมตร แล้วในปืนกลพวก M60 สามารถยิงหวังผลได้ถึง 1000 เมตรเลยทีเดียวด้วยอัตรา 550 นัดต่อนาที  คุณคิดดูละกันว่าในบริเวณรอบตัวคุณจะมีกระสุนตกมากี่นัด ท่ามกลางดงกระสุนที่วิ่งเข้าหาคุณ คุณจะสามารถมีสมาธิเล็งยิงทหารราบทั้งหมู่ให้ตายได้ทีละคนเลยหรือ นี่ยังไม่นับการยิงถล่มในวิถีโค้งจากเครื่องยิงลูกระเบิดอีกนะ และมันใจได้เลยว่าหากคุณหมอบอยู่ตำแหน่งที่คุณจะโดนยิงมีแค่ ไหล่สองข้างกับหัวบางๆของคุณเท่านั้นเอง




ปืนซุ่มยิงลูกเลื่อนแบบ M40A3


ปืนซุ่มยิงเซมิ ออโตเมติค M21


Mk 12 mod 2 SPR

 

2.กล้องเล็งที่ติดอยู่กับตัวปืน 

รถF1ใช้น้ำมันเครื่องเกรดดีฉันท์ใด สไนเปอร์ที่ดีก็ใช้ปืนเกรดดีฉันนั้น พลซุ่มยิงที่ดียอมตายเพื่อการยิงที่สมบูรณ์แบบเพียงนัดเดียวคำกล่าวนี้คือเรื่องจริงเพราะการยิงแบบแม่นยำเพียงนัดเดียวส่งผลให้จิตใจรุกรบของฝ่ายตรงข้ามฟ่อขึ้นตามลำดับ แต่การจะยิงให้แม่นนั้นจำเป็นต้องมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้ทำงานได้ง่ายขึ้น ถูกต้องแล้ว กล้องเล็งหรือที่เรียกกันว่า สโค็ป (Scope) ซึ่งกล้องเล็งที่ว่านั้นมีหลายรูปแบบหลายขนาดหลายการใช้งานและหลายเส้นเล็ง ถ้าคุณเลือกใช้ให้มันเหมาะสมกับภารกิจที่คุณได้รับมันก็จะรับใช้คุณได้อย่างดี แต่หากคุณเืลือกกล้องเล็งมาไม่เหมาะสมกับตัวปืนแล้วละก็นอกจากจะไม่เกิดผลดีแล้วมันยังทำให้การยิงของคุณช้าลงด้วย และในสนามรบที่มีปืนเป็นอาวุธคำว่าช้าไปเพียงเสี้ยววินาที อาจจะไม่มีการแก้ตัวอีกครั้ง อย่างคำพูดที่ว่าไม่มีที่สองในการดวลปืนทำไมจึงเป็นเช่นนั้น ? 

ก่อนอื่นเรามาดูก่อนว่า กล้องเล็งนั้นถูกออกแบบมาให้มีกำลังขยายเพิ่มขึ้นสามารถดึงภาพที่อยู่ห่างออกไปหลายร้อยเมตร หรืออาจจะ 1 กิโลเมตรข้างหน้าเข้ามาให้เราเห็นได้ แต่การจะให้ได้ประสิทธิภาพนั้นคุณต้องเลือกมันให้เหมาะสมกับภารกิจและตัวปืนด้วย ถ้าภารกิจของคุณคือการลาดตระเวณนั้นหมายความว่าคุณต้องศึกษาสภาพพื้นที่ที่คุณได้รับก่อน ถ้ามันเป็นพื้นที่โล่งกว้าง แต่คุณดันเลือกกล้องเล็งขยายกำลังต่ำแค่ไม่กี่ร้อยเมตรมาใช้ปืนของคุณก็คงหมดประโยชน์เพราะคงจะยิงโดนศัตรูให้โดนนั้นคงยาก แต่หากคุณเลือกกล้องกำลังขยายสูงนับร้อยๆเมตรมาใช้แต่พื้นที่ๆคุณได้รับกลับเป็นป่าทึบก็คงหมดความหมายเพราะโอกาสที่จะปะทะศัตรูนั้นคงมีระยะอยู่ที่ไม่เกิน 50 เมตรแน่นอน(นี่นับว่ามากแล้วนะในป่า) คุณคงต้องปวดหัวแน่่ๆกับการที่ยกปืนเพื่อขึ้นเล็งเป้าหมายข้างหน้าแต่สิงที่คุณเห็นกลับคือตัวบ้าอะไรไม่รู้ที่ถูกกล้องเล็งขยาย ขยายซะจนมันใหญ่เวอร์เกินกล้องเล็งของคุณ แน่นอนในช่วงเวลาที่สับสนและคับขันอย่างนี้หากคุณช้าหรือลังเลเพียงเสี้ยววินาที คุณอาจต้องกลับบ้านเก่าโดยที่ยังไม่ทันได้เด็ดหัวศัตรูเลยสักรายเดียว

นี่ยังไม่นับระยะโฟกัสที่คุณต้องเจออีกนะหากสายตาคุณอยู่จากกล้องมากเกินไปคุณจะมองอะไรไม่เห็นแต่หากสายตาคุณเข้ากล้องมากเกินไปมันจะทำให้คุณมองไม่ชัด ถ้าคุณไม่ได้รับการฝึกเล็งให้คุ้นเคยรับประกันได้ว่าคุณต้องเสียเวลาหลายวินาทีแน่นอนในการปรับสายตาให้เข้ากับเส้นเล็ง นี่ยังไม่นับรวมเทคนิคการเล็งเผื่อของเส้นเล็ง การวัดระยะความห่างการเดินทางของกระสุนอีกนะ แค่นี้มันก็ทำให้คุณเสียเวลาไปหลายวินาทีแล้ว และยิ่งถ้าคุณไม่รู้วิธีการปรับตั้งกล้องละก็ วางปืนซุ่มยิงซะแล้วกลับไปใช้ ศูนย์เปิดของปืน M16 แทนซะเถอะ

 



จากภาพถ้าเส้นเล็งและระดับสายตาอยู่ในระดับพอดีภาพจะออกมาชัดแจ้วอย่างนี้แล

 

3.มาจากกระสุน

แน่นอนถ้ามีปืนย่อมต้องมีกระสุนและกระสุนก็ย่อมมีหลากหลายชนิดหลากหลายวัตถุประสงค์ กระสุนแต่ละรูปแบบให้ผลที่ต่างกันในการยิง กระสุนที่ใช้ในปืนซุ่มยิงส่วนใหญ่แล้วจะมีขนาด 7.62 ทั้งนั้นและกระสุนขนาดนี้มักจะมีความเร็วอยู่ที่ประมาณ 8xx +/- เมตร ต่อ วินาที ซึ่งถึงจะน้อยกว่ากระสุนขนาด 5.56 ที่มีความเร็ว 9XX +/- เมตร ต่อ วินาที  แต่กระสุนขนาดนี้มีน้ำหนักที่มากกว่าทำให้มันสามารถสร้างแรงปะทะได้มากกว่าแม้ว่าเป้าหมายจะอยู่ในระยะไกล 1000 เมตรขึ้นไป  แต่ความเร็วที่ผมพูดไปข้างต้นนั้นเป็นความเร็วที่วัดจากปลายลำกล้อง ซึ่งหมายถึงว่าทันทีที่กระุสุนวิ่งพ้นลำกล้องออกมาแล้วความเร็วจะเริ่มตกลงเรื่อยๆและจะโดนแรงดึงดูดโลกดึงให้กระสุนย้อยลงจนตกลงดิน ซึ่งก็หมายความว่า ระยะทาง 900 กระสุนที่วิ่งด้วยความเร็ว 900 เมตรต่อวินาที อาจจะใช้เวลาในการเดินทางเข้าสู่เป้าหมายมากกว่า 1 วินาที นั้นหมายความว่ายิ่งคุณยิงจากระยะไกลมากเท่าไหร่ก็ต้องมาคอยพะวงกับเรื่องระยะเวลาเดินทางกับกระสุนมากขึ้นเท่านั้นแต่ถ้าคุณซุ่มยิงในระยะที่น้อยกว่าระยะ 500 ลงมาก็หมายความว่าคุณอยู่ในระยะต่อสู้ของพลปืนเล็ก คุณจะสามารถต่อกรกับพลปืนเล็กทั้ง 11 คนไ้ด้อย่างไรเมื่อเขาสามารถยิงได้ในระยเดียวกับคุณความแม่นยำอาจจะน้อยกว่าแต่ความหนาแน่นของกระสุนมากกว่าคุณ แต่สามารถสังหารคุณให้ตายได้ด้วยการยิงเพียงครั้งเดียวเทียบเท่ากับคุณ  ในขณะที่คุณต้องมาพะวงกับการเล็งชดเชยจุดตกกระสุน กระชากลูกเลื่อน และส่องกล้องเล็งหาเป้าหมาย  พลปืนเล็กเหล่านั้นสามารถใช้การทำงานเป็นทีมสั่งชุดปืนกลให้ยิงสะกัดการหลบหนีของคุณแล้วให้พลปืนเล็กที่เหลืออีก 9 หาทางเข้ามาสังหารคุณในระยะประชิด ซึ่งก็คือในระยะ 100 เมตร คุณคิดว่าปืนเล็กยาวลูกเลื่อนจะสังหารทหารราบ 9 คนกับปืนเล็กยาวอัตโนมัติของเขาได้หรือ ถึงคุณจะมี พลชี้เป้าติดปืนไรเฟิลอัตโนมัติมาด้วย แต่ปืนแค่สองกระบอกหรือจะสู้ปืน 11 กระบอกได้ ?

 

ถ้าคุณต้องเจอกับการระดมยิงจากปืนแบบนี้สองกระบอกในระยะ ต่ำกว่า 500 เมตรบอกได้ว่านรกกำลังจ่ออยู่ตรงหน้าคุณ





และแน่นอนที่สุดทหารราบเหล่านี้คงไม่ยอมยืนนิ่งปล่อยให้คุณยิ่งอยู่ฝ่ายเดียวแน่นอน สมมุติว่าเครื่อง X-Box 360 เครื่องนั้นเป็นพลซุ่มยิงคุณคิดว่าเขายังมีชีิวิตอยู่หรือเปล่า ?



และแน่นอนกับกองทัพที่มีเงินเหลือเฟือเหลือใช้ ถึงมันจะถูกเรียกว่าเครื่องยิงจรวดต่อสู้รถถังแต่ไม่เคยมีตำราเล่มไหนบอกว่าห้ามยิงใส่สไนเปอร์แน่นอน

4.หลักสูตรต่อต้านสไนเปอร์นะมันมีอยู่ทุกเหล่าทัพนะจ้ะ

ใช่เลยในสารบบทหารของเหล่าทัพกองทัพทั่วโลกย่อมต้องมีคำว่าสไนเปอร์อยู่ และคำว่าสไนเปอร์ที่ทุกคนรู้จักคือทหารที่สามารถยิงในระยไกลๆได้อย่างแม่นยำ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทหารทุกคนในโลกนี้คงไม่อยากเจอนั้นก็คือการถูกศัตรูที่มองไม่เห็นจากระยะไกลยิงเอา ทุกๆเหล่าทัพทั่วโลกจึงมีหลักสูตรสำหรับต่อต้านสไนเปอร์(จริงๆเป็นการปฏิบัติตัวให้สไนเปอร์ยิงได้ยากขึ้น) เริ่มตั้งแต่การหมอบต่ำ การหาทิศทางของเสียงที่ยิงมา หรือแม้กระทั้งการทำเป้าลวง และการเคลื่อนที่ทางยุทธวิธี วิ่งสลับฟันปลา สิ่งเหล่านี้ทำให้สไนเปอร์ทำงานได้ยากขึ้นแต่นี่คือมาตราการในเชิงป้องกัน ยังมีมาตรการในเชิงรุกอีกก็คือ

4.1 ใช้ทหารราบจัดการ อย่างที่ผมกล่าวไปข้างต้น ทหารราบทั้งหมู่รวมหัวกันอัดสไนเปอร์ ภาพที่ผมพูดนั้นหลายคนคงนึกว่าวิ่งดุ้ยๆเข้าไปหาลูกปืนแต่จริงๆแล้ว หลายๆเหล่าทัพมีรถรบใช้ในการดำเนินกลยุทธถ้ามันอยู่ไกลเกินกว่าจะวิ่งไปหาก็ขึ้นรถแล้วเอาปืนกลบนป้อมถล่มมันซะสิง่ายจะตายไปเพราะถึงจะยิงแม่นยังไงก็ตามแต่ แต่ถ้ามันยิงแล้วไม่ยอมตายแม่นไปก็คงเท่านั้น (กระสุน7.62 ยิงไม่ทุละรถฮัมวี่หรอกนะ) และถึงแม้่ว่าหลายคนจะบอกว่าจะยากอะไรก็แค่ิยิงพลปืนที่มันประจำป้อมปืนอยู่สิง่ายจะตาย  แต่ผมอยากจะบอกว่าปัจจุบันเทคโนโลยีการบังคับต่างๆก้าวหน้าไปมาก พลยิงปืนสามารถใช้ จอยเกม PS2 ในการยิงได้แม้เขาจะนั่งอยู่ในรถ ให้ตายสิอย่างกับเล่นเกมแนะ



จากรูปนี้ถึงจะมีรถฮัมวี่แค่คันเดียว แต่ในชีวิตจริงรถฮัมวี่ไม่เคยออกวิ่งคันเดียวโดดๆหรอกนะ มันมาพร้อมกันเป็นขบวน

โดนแค่นัดเดียวได้กลายเป็นเศษเนื้อแน่นอนกับกระสุนขนาด .50

4.2 เกลือจิ้มเกลือ เป็นวิธีแก้แบบดั้งเดิมและโบราณมากๆในขณะเดียวกันก็ต้องใช้เวลาเหมือนกัน นั้นคือ พลซุ่มยิงก็ต้องสู้กับพลซุ่มยิงในสมัยสงครามโลกมักจะใช้การแก้เกมกันในรูปแบบนี้ทันทีที่มีเป้าหมายที่ทหารราบธรรมดาไม่สามารถจัดการได้ เช่นรังปืนกล หรือพลซุ่มยิง พลซุ่มยิงมักจะถูกเรียกมาใช้งานทันทีแต่เหนือสิ่งอื่นใดมันต้องใช้เวลาและการที่คุณยิ่งสุ่มๆโดยไม่เห็นเป้าหมายเพียงเพื่อกะว่าฝ่ายตรงข้ามจะโดนกระสุนตายนั้นขอบอกว่าเป็นวิธีการที่คิดผิด ในการรบจริงๆ สไนเปอร์จะไม่ยิงเองหรอก (เว้นแต่จำเป็นจริงๆ) ถ้าเจอเป้าหมายส่วนใหญ่เขาจะวิทยุไปบอกพลปืนเล็กว่ามีข้าศึกอยู่ในตำแหน่ง ทิศทาง หรือตึกต่างๆ เหล่านี้ เพราะการเปิดฉากยิงก่อนเท่ากับการเปิดเผยตำแหน่งตัวเอง

จากในหนังเรื่อง The hurt locker

4.3 ใส่ไม่ต้องเลี้ยง ในกองทัพที่มีงบประมาณเหลือกินเหลือแดกอย่างกองทัพมะริกัน ทันทีที่เขาเจอสไนเปอร์ฝ่ายตรงข้ามถ้าเขาไม่ขี้เกียจนักคุณอาจจะโชคดีตรงที่ว่า เขาอาจจะแห่พาเหรดกันออกมาถล่มคุณด้วยพลปืนเล็ก กันทั้งหมวด หรือ ถ้าเขาต้องการวัดกึ้นจริงๆ เขาก็อาจจะเอาสไนเปอร์ในหมวดของเขามาดวลกับคุณแบบวัดกึ้นกันไปเลย คือในที่ีนี้ผมหมายถึงว่าถ้าเขาขยันอะนะ แต่ถ้าเขาขี้เกียจละ?  แ่่น่นอน อเมริกาเป็นเจ้าแห่งแสนยานุภาพทางอากาศ ถ้าคุณซวยแบบเข้าขั้นจริงๆ ทหารฝ่ายตรงข้ามเขาจะเรียก ปืนใหญ่มายิงถล่มคุณ หรืออาจจะเรียก เฮลิค็อปเตอร์โจมตีมาถล่มตรงจุดที่เขาสงสัยว่าคุณอยู่แน่นอนว่าในกองทัพที่มีระบบส่งกำลังบำรุงและระบบอำนวยการรบที่ทันสมัยอย่างอเมริกาการที่คุณลงทุนไปอยู่ในที่โล่งแจ้งเพื่อที่จะซุ่มยิงเขาเท่ากับว่าคุณจะถูกตรวจพบทางอากาศทันทีก่อนที่คุณจะได้ยิงด้วยซ้ำ ถ้าเขาใจดีเขาก็อาจจะยิงถล่มคุณด้วยปืนไรเฟิลหรือปืนกลสักชุดสองชุดก่อนเข้าเคลียร์แต่ถ้าคุณโชคร้าย คุณจะโดนเข้ากับการโจมตีทางอากาศ อย่าลืมว่ากองทัพอเมริกาประเมิณพลซุ่มยิงไว้สูงมากถึงจะต้องเสียหัวรบราคาสัก 3 ล้านบาทแลกกับการเด็ดชีพสไนเปอร์เพียงคนเดียวเขาก็ยอม 

คิดว่าสไนเปอร์กับพลชี้เป้าสองคน จะจัดการยังไงกับเฮลิคอปเตอร์ที่สามารถยิงคุณไม่เหลือซากได้จากในระยะห่างออกไปเกือบ 5 กิโลเมตร ?



5. ภารกิจที่ได้รับ

เป็นเรื่องน่าเจ็บปวดที่สุดสำหรับใครหลายคนที่ถูกฝึกมาเพื่อจะฆ่าศัตรูแต่หน้าที่จริงๆของสไนเปอร์คือเป็นหูเป็นตาให้กับกองทัพ ใช้แล้ว คุณต้องเดินลาดตระเวณหาข่าว เป็นส่วนล่วงหน้าให้กองทัพเนื่องจากกองทัพขนาดใหญ่จะเคลื่อนที่ได้จริงๆนั้นพวกเขาต้องการความปลอดภัยมากเป็นพิเศษคุณคงไม่ชอบแน่หากว่าในจังหวะคุณกำลังเคลื่อนทัพแต่ดันถูกยิงถล่มจากศัตรูที่วางแผนซุ่มโจมตีคุณอยู่ สไนเปอร์จึงถูกเรียกมาเพื่องานนี้ คุณต้องเป็นส่วนล่วงหน้าให้กองทัพ ต้องคอยแจ้งข้าวให้กองทัพและต้องคอยตรวจหาที่อยู่ศัตรูให้กองทัพ คนที่มีสิทธสั่งยิงไม่ใช่คุณ หากผู้นำเหล่าทัพคุณยังไม่อณุญาติ (เว้นแต่คุณอยู่ในส่วนลาดตระเวณกับกองร้อย) เพราะการเคลื่อนทัพแต่ละครั้งต้องทำไปด้วยความเงียบเฉียบไม่ใช่ครึกโครมอย่างกับกำลังแห่ขันหมาก  หรือถ้าวันไหนคุณโชคดีคุณก็จะได้รับภารกิจในการลอบสังหารบุคคล ซึ่งบุคคลที่ว่าอาจจะเป็นแม่ทัพของฝ่ายตรงข้ามคุณจะใช้วิธีไหนในการสังหารเขา ซุ่มยิงจากระยะไกล หรือว่าลอบเขาไปสังหารในระยะใกล้ แล้วแต่เขาจะมอบหมายให้คุณ ถ้าคุณซุ่มยิงในระยะไกลแล้วพลาดคุณก็อาจจะถูกตามล่าแต่ถ้ารอดมาได้ก็โอเคแต่ถ้าคุณต้องเข้าไปลอบสังหารในระยะใกล้ (ใช้ว่าเป็นสไนเปอร์แล้วจะต้องยิงจากระยะไกลทุกครั้ง) ถ้าคุณถูกตรวจพบก่อนก็เตรียมตัวตายได้เลยภารกิจที่ได้รับมันมีหลากหลายเอาแน่เอานอนไม่ได้  และในบางครั้งการสังหารใครสักคนคุณอาจจะต้องไปวางตัวล่วงหน้าก่อนล่วงหน้าหลายชั่วโมง หลายวัน หรือในบางทีอาจจะหลายเดือนเลยก็ได้เพื่อให้เกิดความแนบเนียนที่สุดแล้วแต่แหล่งข่าวที่คุณจะได้รับจากทางกองทัพ  


 

ผมตั้งกระทู้นี้เพราะไม่อยากให้ทุกคนเข้าใจสไนเปอร์แบบผิดๆ หน้าที่หลักของสไนเปอร์ที่ทันที่ที่จัดการเป้าหมายเสร็จแล้วรีบถอนตัวไม่มีทางเลยที่สไนเปอร์คนนึงจะสามารถเก็บทหารราบหมดทั้ง ชุดยิงได้ (เว้นแต่จอหน์ คารลอส แฮ็ทค็อค) หน้าที่ของสไนเปอร์คือทันทีที่ยิงแล้วถอนตัวจบภารกิจในทัน  การจะเอาสไนเปอร์ไปใช้ในการทำสงครามเต็มรูปแบบ ประมาณว่าถล่มกันซึ่งๆหน้านั้นเท่ากับเสียของเหมือนเอารถสปอรท์ไปใช้วิ่งบนถนนประเทศไทย ถึงมันจะเด่นยังไง แต่สภาพถนนก็ไม่ได้อำนวยให้มันทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เพราะถ้ามันเป็นอย่างทีใครหลายคนพูดจริงว่าสไนเปอร์เป็นหน่วยที่เทพที่สุด ก็จัดการเผาปืน M16 ทิ้งแล้วฝึกทหารทั้งประเทศให้กลายเป็นสไนเปอร์ให้หมดก็สิ้นเรื่อง 

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 19,836 ครั้ง, โหวตแล้ว 38 ครั้ง / 184 คะแนน
โพสท์โดย: Saw-Gunner ดู Hot Topic อื่นๆของ Saw-Gunner
15:43 - 3 พฤษภาคม 2555
แจ้งลบ
กระทู้อื่นๆของ Saw-Gunner
ติดตามความบันเทิงจาก Postjung.com บนเฟซบุ๊ค
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

ควงขึ้นมาจูบ วัยรุ่นจีน ฮิตกันจังแล ขำๆเงิบๆ โดย จ้อน กิ๊ฟ

MV เพลงเพราะๆ มาแล้วคะ

ฝรั่ง ผลไม้เป็นยา

10 ประโยชน์ ของการตื่นเช้า

แฉผกก. X-Men ข่มขืนหนุ่มในปาร์ตีเกย์-คู่กรณีอ้างเพิ่งนึกออกเลยฟ้องช้าไปหลายปี

คดีประวัติศาสตร์ ทหารอากาศถูกลงโทษข้อหาไปเล่นหนังโป๊
ดู Hot Topic
ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung