ประวัติโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัย เป็นสถานศึกษาแห่งแรกของจังหวัดร้อยเอ็ดซึ่งแต่เดิมเป็นโรงเรียนชายล้วน ปัจจุบันจัดอยู่ในประเภทโรงเรียนมัธยมศึกษาขนาดใหญ่พิเศษรูปแบบสหศึกษาในมัธยมปลาย และ ชายล้วนในมัธยมต้น ทำการเรียนการสอนตามหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน ระดับช่วงชั้นที่ 3 และช่วงชั้นที่ 4 มีจำนวนนักเรียนมากกว่า 4,000 คน และบุคลากรทางการศึกษาอีกกว่า 200 คน โดยมีเนื้อที่ 27 ไร่ 3 งาน 52 ตารางวา โดยในช่วงเวลา 100 ปีที่ผ่านมา ร้อยเอ็ดวิทยาลัยได้ทำหน้าที่ผลิตทรัพยากรบุคคลที่มีคุณค่าออกมาทำหน้าที่รับใช้สังคมและชุมชนอย่างมาก มาย ในฐานะสถานศึกษาที่เป็นผู้นำทางด้านวิชาการ กีฬา และคุณธรรมจริยธรรมทั้งระดับจังหวัดและระดับประเทศ ดังที่เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์ ได้กล่าวไว้ว่า ร้อยเอ็ดวิทยาลัยให้ความรู้ เชิดชูคุณธรรมความดีมั่น สร้างคนดีคนงามคนสำคัญ ร่วมสร้างสรรค์ร้อยเอ็ดเพชรแผ่นดิน ประวัติโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยได้เริ่มวางรากฐานครั้งแรกในปี พ.ศ. 2450 ที่วัดศรีมงคล (วัดสระทอง จังหวัดร้อยเอ็ดในปัจจุบัน) โดยมีพระครูเอกุตรสตาธิคุณ (โมง) เจ้าคณะเมืองร้อยเอ็ด และเจ้าอาวาสวัดสระทอง ในสมัยนั้นเป็นผู้ก่อตั้ง พ.ศ. 2453 กระทรวงธรรมการในสมัยเจ้าพระยาพระเสด็จสุเรนทราธิบดี (ม.ร.ว.เปีย มาลากุล) เป็นเสนาบดีกระทรวงธรรมการดำริจะจัดตั้งโรงเรียนรัฐบาลในจังหวัดร้อยเอ็ดขึ้น จึงได้ส่งราชบุรุษจันทร์ อุตมะพรหมมาเป็นครูคนแรกและได้ทราบว่าที่วัดสระทองมีเด็กเข้าเรียนอยู่ในวัดประมาณ 20 กว่าคน และมีพระทำการสอนอยู่แล้ว จึงได้จัดตั้งโรงเรียนขึ้นที่วัดนี้ เรียกชื่อว่า โรงเรียนวัดศรีมงคล ครูที่สอนในสมัยนั้นมี ราชบุรุษจันทร์ อุตมะพรหม เป็นครูใหญ่, พระครูวินัย, พระภิกษุพิมพ์ สุวรรณบล, นายสวาสดิ์ ศริริวรรณ, นายเตรียม ศิริวรรณ และ สามเณรผ่อง จรัสฉาย โดยครูทั้ง 6 คน ได้ทำการผลัดเปลี่ยนกันสอน และให้นักเรียนชั้นสูงมาช่วยทำการสอนแก่นักเรียนในชั้นที่ต่ำกว่าเป็นครั้งเป็นคราว พ.ศ. 2456 กระทรวงธรรมการได้จัดส่งนายแม้น โปราณานนท์ ป. (หลวงวิทยกรรมประสาน) มาเป็นครูใหญ่ ซึ่งต่อมาเห็นว่าสถานที่วัดศรีมงคลคับแคบ จึงได้ขอย้ายไปสถานที่ใหม่ นั่นก็คือบริเวณที่ว่าการอำเภอหลังเก่าริมคลองคูเมืองซึ่งเป็นป่าช้าฝังศพนักโทษ โดยได้ย้ายนักเรียนกลุ่มแรกมาทำการเรียนการสอนเมื่อวันที่ 8 กันยายน พ.ศ. 2456 และได้ใช้สถานที่ดังกล่าวเป็นที่ตั้งของโรงรียนมาจนกระทั่งปัจจุบัน ต่อมาคณะครูได้ขอความร่วมมือกับสมุหเทศาภิบาล มหาอำมาตย์ตรีหม่อมเจ้าธำรงศิริ ให้ช่วยบอกบุญแก่ข้าราชการ พ่อค้า คหบดี ผู้ปกครอง นักเรียน ร่วมบริจาคทุนทรัพย์เพื่อทำการปลูกสร้างอาคารเรียนหลังใหม่ทดแทนหลังเดิมที่เป็นที่ว่าการอำเภอหลังเก่า แล้วเสร็จเมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2456 โดยมีนายแม้น โปราณานนท์ เป็นครูใหญ่ และเมื่อเมืองร้อยเอ็ดได้ถูกเปลี่ยนเป็นมณฑลร้อยเอ็ด โรงเรียนวัดศรีมงคลจึงได้ยกฐานะเป็นโรงเรียนประจำมณฑลด้วย พ.ศ. 2457 มีการเปลี่ยนชื่อโรงเรียนเป็นโรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยและทำพิธีเปิดป้ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 15 พฤษภาคมพ.ศ. 2457 โดยมีพระครูเอกุตรสตาธิคุณ เจ้าคณะเมืองร้อยเอ็ดเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และ มหาอำมาตย์ตรีหม่อมเจ้าธำรงศิริ สมุหเทศาภิบาล สำเร็จราชการมณฆลร้อยเอ็ด เป็นประธาน พ.ศ. 2481 นายรอบ ปัทมศิริ เป็นครูใหญ่ ได้ริเริ่มกำหนดสีประจำโรงเรียน และเครื่องหมายโรงเรียนเป็นครั้งแรก พ.ศ. 2523 โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานเป็นครั้งแรก พ.ศ. 2529 โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานเป็นครั้งที่สอง 25 มิถุนายน พ.ศ. 2531 พระอาจารย์สมชาย ฐิตวิริโยและศิษยานุศิษย์ ได้บริจาคพระพุทธรูปนามว่า พระพุทธเอกุตระสตาธิมงคลมหามุนี เป็นพระพุทธรูปโลหะรมดำ สูง 7.66 เมตร เพื่อมอบให้เป็นพระพุทธรูปประจำสถานศึกษา ประดิษฐาน ณ บริเวณด้านหน้าอาคาร 1 พ.ศ. 2539 โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานเป็นครั้งที่สาม พ.ศ. 2551 คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานเดินทางมาเป็นประธานในพิธีวางศิลาฤกษ์ ตึก 6 พ.ศ. 2552 เปิดห้องเรียนภาษาจีน โดยคุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา เป็นประธานในพิธี 12 สิงหาคม พ.ศ. 2552 ได้มีพิธีอัญเชิญ พระบรมสารีริกธาตุ บรรจุไว้ ณ พระพุทธเอกุตระสตาธิมงคลมหามุนี พระพุทธรูปประจำสถานศึกษา พ.ศ. 2552 เปิดใช้อาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา โดยเอกลักษณ์โดดเด่นอยู่ที่อาคารสีเขียว แสด อันเป็นสีประจำโรงเรียน ภายในตัวอาคารประกอบด้วย ห้องสมุดที่ทันสมัย ห้องลีลาศ ห้องทูบีนัมเบอร์วัน และห้องเรียนที่ทันสมัย พ.ศ. 2553โรงเรียนร้อยเอ็ดวิทยาลัยได้รับรางวัลโรงเรียนพระราชทานเป็นครั้งที่สี่ พระพุทธเอกุตระสตาธิคุณมงคลมหามุนี พระพุทธรูประจำสถานศึกษา ศาลเจ้าพ่อเขียวแสด สิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำสถานศึกษา อาคาร 1 และสวนพระ (ภาพเก่า ปัจจุบันได้มีการทำใหม่แล้ว) สัญลักษณ์ประจำโรงเรียน
ตราประจำโรงเรียน สีประจำโรงเรียน ต้นไม้ประจำโรงเรียน
ศิษย์เก่าเกียรติยศ
http://www.rw.ac.th/main/index.php?option=com_content&view=article&id=1&Itemid=9 VOTED BY: จินตหราลาบก้อย
|
Comment!
|
|
||
ความคิดเห็นยอดนิยม
#2 dede สงกรานต์ที่ผ่านมาทำให้ผมได้เห็นอะไรหลายๆอย่างโดยเฉพาะในเรื่องการศึกษา...ผมสังเกตุเห็นว่า...เด็กโรงแรียนต่างจังหวัดอย่างผมค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการศึกษาที่เท่าเทียม..ปัญหามันเลยแสดงออกมาตามถนนในรูปของเยาวชนที่เมามาย บิดมอไซด์ เต้นรำกันกลางถนน ชกต่อยตีกัน บ้านเมืองกลายเป็นแดนมิคสัญญีชั่วขณะในช่วงกลางวัน... คนปกติไม่สามารถออกมาเล่นน้ำกันได้อย่างเสรีและสงบสุข... ผมไม่โทษพวกเด็กเหล่านั้น...แต่ผมอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องศึกษาให้มันถ่องแท้บ้างว่า...สาเหตุที่เด็กเหล่านั้นมันเป็นอย่างที่เห็น...มันเกิดขึ้นเพราะการวางรากฐานในด้านการศึกษาที่ผิดและไม่เท่าเทียมโดยพวกท่านหรือไม่...ทำเพื่อประชาชนด้วยความจริงใจกันได้แล้วครับ...ผู้มีอำนาจ จาก ... ลูก ร.ว. ผู้ไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะกลัวโดนลูกหลง LIKE: จินตหราลาบก้อย ตอบความคิดเห็นนี้ |
#12 Prince Non "โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี" ไม่ได้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด แต่เป็นโรงเรียนประจำอำเภอแห่งแรกของประเทศไทย บุคคลที่มาจากโรงเรียนนี้ อาทิ 1. จาตุรงค์ ม๊กจ๊ก 2. ออย ธนา ล่าสุด 3. พี่กัสเบล ชวนภ โพธิ์ประเสริฐ |
#10 Prince Non ดอกไม้ประจำโรงเรียน & ปรัชญาของโรงเรียน ู^ ^ เหมือนของโรงเรียนเราเลย ^^ แต่อยู่ที่ ราชบุรีี อ่า ชื่อ "โรงเรียนโพธาวัฒนาเสนี" ไม่ได้เป็นโรงเรียนประจำจังหวัด แต่เป็นโรงเรียนประจำอำเภอแห่งแรกของประเทศไทย |
#5 นัง อัยริส
ก้องเกริกไกรในด้านการศึกษา
ร.ว. รุ่งเรืองฟูเฟื่องด้านการกีฬา
เขียว – แสดเรานี้ศักดาประชายกย่องทั่วไป (ซ้ำ) **
** โรงเรียนเราเกียรติขจร
ด้านการสอนมิด้อยกว่าใคร
ศิษย์เราพากเพียรร่ำเรียนด้วยความตั้งใจ
ทั้งมีวินัยทุกคนรักใคร่กันดี LIKE: จินตหราลาบก้อย, moohan ตอบความคิดเห็นนี้ |
#2 dede สงกรานต์ที่ผ่านมาทำให้ผมได้เห็นอะไรหลายๆอย่างโดยเฉพาะในเรื่องการศึกษา...ผมสังเกตุเห็นว่า...เด็กโรงแรียนต่างจังหวัดอย่างผมค่อนข้างมีปัญหาเรื่องการศึกษาที่เท่าเทียม..ปัญหามันเลยแสดงออกมาตามถนนในรูปของเยาวชนที่เมามาย บิดมอไซด์ เต้นรำกันกลางถนน ชกต่อยตีกัน บ้านเมืองกลายเป็นแดนมิคสัญญีชั่วขณะในช่วงกลางวัน... คนปกติไม่สามารถออกมาเล่นน้ำกันได้อย่างเสรีและสงบสุข... ผมไม่โทษพวกเด็กเหล่านั้น...แต่ผมอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องศึกษาให้มันถ่องแท้บ้างว่า...สาเหตุที่เด็กเหล่านั้นมันเป็นอย่างที่เห็น...มันเกิดขึ้นเพราะการวางรากฐานในด้านการศึกษาที่ผิดและไม่เท่าเทียมโดยพวกท่านหรือไม่...ทำเพื่อประชาชนด้วยความจริงใจกันได้แล้วครับ...ผู้มีอำนาจ จาก ... ลูก ร.ว. ผู้ไม่กล้าออกจากบ้าน เพราะกลัวโดนลูกหลง LIKE: จินตหราลาบก้อย ตอบความคิดเห็นนี้ |


















