เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
421,415   1,996,838
 

ขนมไทยโบราณ "ขนมตะลุ่ม"

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-0.JPG

ขอบคุณ http://www.pim.in.th

วันนี้เป็นคราวของขนมตะลุ่ม ขนมไทยโบราณ ๆ  ที่หลายคนอาจจะไม่เคยได้ยินแม้แต่ชื่อ หรือเคยได้ยินชื่อ แต่ยังไม่เคยเห็นวิธีการทำ ไม่เคยเห็นตัวขนมจริง ๆ .... วันนี้พิมเลยเอาวิธีทำ+ภาพประกอบการทำ มาฝากนะคะ

ขนมชนิดนี้ เป็นขนมไทยโบราณมากๆ เลยค่ะ ....  พิมเคยอ่านหนังสือเล่มนึง ผู้เขียนเค้าพูดถึงขนมชนิดนี้เอาไว้ว่าเป็นขนมที่มีมาไม่น่าจะต่ำกว่าร้อยปี  แต่ทั้งที่อายุอานามของขนมมากขนาดนี้  กลับไม่พบประวัติเลยสักนิดว่าใครเป็นคนต้นคิด หรือว่าทำขึ้นในโอกาสใด  ... อ่ะค่ะ  พิมเองก็เคยลองค้นใน internet ลองค้นจากหนังสืออาหารเก่า ๆ ที่พิมพอจะมี  ก็ไม่เคยเจอเรื่องราวของขนมตะลุ่มแบบเป็นชิ้นเป็นอันเหมือนกันค่ะ

แล้วในเมื่อเรื่องราวของขนมตะลุ่มหายากขนาดนี้ .... แล้วพิมรู้จักกับขนมตะลุ่มได้ยังไง ..... เพื่อน ๆ คงสงสัยแน่เลยค่ะ

ราว ๆ ปี 2538 พิมไปเที่ยวบ้านเพื่อนคนนึงค่ะ  ที่บ้านเพื่อนคนนี้ ..... น้าสาวของเพื่อนเค้าสะสมหนังสือแม่บ้านฉบับตั้งแต่ปี 2520 ค่ะ  พิมไปนั่งรอเพื่อน  เจอหนังสือพวกนี้วางอยู่ พิมก็เลยหยิบมาอ่านฆ่าเวลาไปพลาง ๆ (จริง ๆ แอบสนใจมาก)  แล้วระหว่างเปิดดูหนังสือไปเรื่อย ๆ ก็สะดุดกับ  เมนูขนมหวานอย่างนึงที่ชื่อว่า "ขนมตะลุ่ม" ในหนังสือแม่บ้านเล่มที่กำลังอ่านอยู่น่ะค่ะ  ........ ที่สะดุดตา เพราะพิมคุ้นเคยกับขนมตะไลมาตั้งแต่เด็ก ไม่เคยเจอ ไม่เคยได้ยิน ไม่เคยเห็น ขนมตะลุ่มมาก่อน  ก็เลยรู้สึกแปลกใจว่า เอ.....มีขนมชื่อแบบนี้ หน้าตาแบบนี้ที่คล้ายกับขนมถ้วยตะไลอยู่ด้วยเหรอเนี่ย .... ก็เลยอ่าน ๆ แล้วก็แอบจดสูตรกลับมาไว้ว่าจะลองทำที่บ้านน่ะค่ะ

แต่พอกลับมาถึงบ้าน  พิมก็ลืมเจ้าสูตรขนมนี่ซะสนิท  ตอนจดเสร็จ สอดแผ่นกระดาษเอาไว้ในหนังสือที่ถือไปด้วยยังไง ........ จนวันเวลาผ่านไปประมาณ 2 ปีแผ่นกระดาษก็ยังคงสอดอยู่ในหนังสือเล่มนั้นเลยค่ะ  จนกระทั่งวันนึงพิมจะเก็บหนังสือเก่า ๆ ไปบริจาค  ก็เลยไล่เปิดหนังสือทุกเล่มที่จะเอาไปบริจาคว่าเราแอบซ่อนอะไรเอาไว้ป่าวหว่า ..... ปรากฎว่าก็เจอสูตรขนมตะลุ่มนี่แหละค่ะ  อยู่ในกระดาษแผ่นนั้น ก็ได้เลยลองทำขนมชนิดนี้ดูเป็นครั้งแรกตอนประมาณปี 2540 เห็นจะได้

แต่ว่า ....อาจจะเพราะคาดหวังเอาไว้เยอะ ... ผลจากการทำครั้งแรก .......  ก็เลยไม่ถูกใจพิมเอาซะเลยค่ะ  หลังจากนั้นก็ลองทำติด ๆ กันอีก 4-5 ครั้ง ปรับโน่นลดนี่จากสูตรเค้ามาเรื่อย  จนกระทั่งได้สูตรที่คิดว่า อืมม...ม ใช้ได้นะ  ถึงไม่ได้ดีเลิศมากมาย  แต่ก็เป็นขนมตะลุ่มที่พิมคิดว่าโอเคเลยล่ะค่ะ ...... แล้วหลังจากที่คิดว่าโอเคแล้ว  ก็เปลี่ยนมาเป็น  1-2 ปีครั้งค่อยทำที  (เพื่อไม่ให้ลืม)  จนมาปีหลัง ๆ ก็ไม่ค่อยได้ทำแล้วค่ะ

จนกระทั่งมีเมื่อไม่กี่วันก่อน  พิมไปโพสต์ขนมถ้วยตะไลไว้ในพันทิป (ห้องก้นครัว)  แล้วมีสมาชิกพันทิปท่านนึง พูดถึงขนมตะลุ่ม .... พิมก็เลยนึกอยากจะทำขึ้นมาอีกครั้งค่ะ  แม้ว่าทำแล้ว จะไม่ค่อยถูกใจโจ๋ จะไม่ใช่รสที่โจ๋ชอบ (ฮ่ะๆ) สักเท่าไหร่ .... แต่พิมก็ยังอยากทำเอาไว้ เพื่อเป็นการอนุรักษ์ขนมไทยไว้ให้ลูกหลานเราได้รู้จักกันน่ะค่ะ

............. ก่อนอื่น ก็มาดูหน้าตาของขนมตะลุ่ม กันก่อนนะคะว่าหน้าตาเป็นยังไง ....... เห็นเผิน ๆ เพื่อน ๆ อาจจะนึกว่าข้าวเหนียสังขยาอัดใส่พิมพ์กลม ๆ ก็ได้นะคะ ^^

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-1.JPG

ดูหน้าตากันไปแล้ว ก็มาดูส่วนผสมกันบ้างค่ะว่ามีอะไรบ้าง

ส่วนผสมขนมตะลุ่มเนี่ย ..... คล้าย ๆ ขนมถ้วยตะไลมากค่ะ  คือ มี 2 ส่วน ส่วนแรกเป็นส่วนตัว และส่วนที่ 2 เป็นส่วนหน้า / ต่างกันตรงที่ว่า หน้าของขนมถ้วยตะไลเป็นกะทิ ส่วนหน้าขนมตะลุ่ม เป็นสังขยาอ่ะค่ะ

:: ส่วนผสม "ตัวขนม" ::

1. หางกะทิ 1/2 ถ้วย
2. น้ำลอยดอกมะลิ 1/2 ถ้วย  (ถ้าไม่มีก็ใช้น้ำสะอาด 1/2 ถ้วย + กลิ่นมะลิ 1-2 หยด)
3. แป้งข้าวเจ้า 1 ถ้วย  (ตักออก 1/2 ชต.)
4. แป้งมัน 1 ชต.
5. แป้งท้าวยายม่อม 1 ชต.
6. น้ำปูนใส 1 ชต.

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-2.JPG

:: ส่วนผสม "หน้าขนม" ::

1. ไข่ไก่ชนิดสดใหม่  3 ใบ  (พิมใช้ไข่เป็ดแทนค่ะ เพราะว่าไข่ไก่หมดบ้าน)
2. หัวกะทิข้นๆ  1/2 ถ้วย
3. น้ำตาลปี๊บอย่างดี  (สีเข้มมากๆ) 1/2 ถ้วย + 2 ชต.
4. ใบเตย (สำหรับช่วยขยำ) 4-5 ใบ

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-3.JPG

เมื่อดูหน้าตา + รู้แล้วว่าส่วนผสมมีอะไรบ้าง ต่อไปก็มาดูวิธีทำกันนะคะ

:: วิธีทำ ::

อันดับแรกเลย เราต้องมาทำตัวขนมกันก่อนนะคะ

ก่อนจะทำ ...... ก็มาดูหน้าตาส่วนผสมสำหรับตัวขนมกันแบบชัด ๆ ก่อนค่ะ

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-4.jpg
http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-5.jpg

เมื่อดูหน้าตาส่วนผสมไปแล้ว ก็มาเริ่มลงมือทำกันเลยค่ะ .... ด้วยการตวงแป้ง 3 ชนิดด้านบน ตามสัดส่วนที่พิมบอกไว้ข้างบน ใส่อ่างผสม

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-6.jpg
http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-7.JPG

แล้วก็ทำการผสมแป้งทั้ง 3 ชนิดให้เข้ากันดีก่อน (เอามือคนไปคนมาก็ได้ค่ะ) ...... จากนั้นก็เติมน้ำปูนใส + หางกะทิลงไป  (ตอนนี้น้ำลอยดอกมะลิ ยังไม่ต้องใส่นะคะ -- พอดีพิมลืมไปนิดหน่อย ไม่ได้ทำนาน ><")  .... ผสมให้เข้ากัน จะได้แป้งลักษณะเหลว ๆ หน่อย  ก็ทำการนวดต่อไปประมาณ 20-30 นาทีค่ะ   ....... พอนวดเสร็จก็ค่อยเติมน้ำลอยดอกมะลิลงไป  ... แล้วก็คนให้ส่วนผสมเดิม+น้ำลอยดอกมะลิ เข้ากันอีกทีค่ะ

ป.ล. นวดเพื่อให้ตัวขนมนุ่มเหนียว ไม่ยุ่ย ไม่กระด้าง

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-8.jpg

เนื่องจากพิมอยากให้ตัวขนมมีกลิ่นใบเตยนิด ๆ (ไม่ถึงขนาดขนมถ้วย)  ก็เลยเติมน้ำคั้นใบเตยลงไปนิดหน่อย ประมาณ 1 ชต. ค่ะ  (ถ้าใครทำแบบพิม ให้ลดน้ำลอยดอกมะลิลงไป 1 ชต. นะคะ)

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-9.JPG

แล้วก็ผสมให้เข้ากันอีกที ..... (ใช้มือเราก็ได้ค่ะ ง่ายๆ)

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-10.JPG

ผสมเสร็จ ก็กรองสักครั้งนึงค่ะ เผื่อว่าจะมีเศษแป้งที่ไม่ละลายหลงเหลืออยู่

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-11.JPG

ได้ "ตัวขนม" ออกมาเป็นแบบนี้นะคะ ....... ก็พักเอาไว้ก่อน

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-12.JPG

จากนั้นก็หันมาทำ "หน้าขนม" กันต่อเลยค่ะ

ด้วยการผสม หัวกะทิ + ไข่ + น้ำตาลปี๊บ รวมกันในอ่างผสมค่ะ

ป.ล. ไข่ ... ควรใช้ไข่ไก่นะคะ จะได้รสสัมผัสที่ละมุนลิ้น และสีที่สวยกว่า  (แต่ว่าวันนี้ที่บ้านพิม ไข่ไก่หมด แถวบ้านก็ไม่มีขาย เลยต้องใช้ไข่เป็ดแทน

ป.ล. น้ำตาลปี๊บ .... ต้องเลือกใช้น้ำตาลอย่างดี ที่เป็นน้ำตาลแท้ หอม หวานตามธรรมชาติ  เพราะว่าขนมชนิดนี้ ถ้าน้ำตาลไม่ดี ขนมจะออกมาไม่หอม ไม่อร่อยอ่ะค่ะ  และที่สำคัญให้เลือกน้ำตาลที่สีเข้มหน่อยนะคะ อย่างในภาพนี่ สีอ่อนไปมาก  ทำให้หน้าสังขยาที่ออกมา สีไม่ค่อยสวยเท่าไหร่น่ะค่ะ

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-13.jpg

แล้วก็จัดการล้างใบเตยให้สะอาด มัดรวมกัน  ใส่ตามลงไปในอ่างผสม (ใช้เพื่อดับกลิ่นคาวไข่ + ช่วยทำให้ขยำส่วนผสมได้ง่ายขึ้น)

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-14.jpg

จากนั้นก็ทำการขยำ ๆ ส่วนผสมให้เข้ากันค่ะ .... โดยเราขยำให้ส่วนผสมเข้ากันดีก่อน  พอส่วนผสมเข้ากันดีแล้ว  ก็ขยำต่อไปอีกประมาณ 15 นาทีค่ะ  ..... โดยเวลาเราขยำแต่ละครั้ง ให้เรายกมือขึ้นเหนือส่วนผสมด้วยนะคะ เพื่อให้อากาศเข้าไปในส่วนผสม  ส่วนผสมจะได้ "ขึ้น" เร็วยิ่งขึ้น

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-15.jpghttp://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-16.JPG

พอขยำได้ที่แล้ว (ฟองไข่ จะเป็นฟองเล็ก ๆ ละเอียดแบบด้านบน) .... ก็ทำการกรองด้วยกระชอนตาถี่มาก ๆ สัก 1 ครั้ง

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-17.JPG

ก็จะได้หน้าขนมออกมาเป็นแบบนี้นะคะ  ....... ล่ะก็พักไว้ก่อนเหมือนกัน  (ถึงตรงนี้ ใครขี้เกียจทำขนมตะลุ่มแล้ว จะเอาไปนึ่งเป็นสังขยา กินกับข้าวเหนียวมูนเลยก็ได้นะคะ ^^)

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-18.JPG

จากนั้นก็หันมาเรียงถ้วยขนมใส่รังถึงค่ะ  (พิมขอเรีกว่า ..... "ซึ้ง" ... นะคะ)   โดยพิมใช้ถ้วยใหญ่ 17 ใบ และถ้วยเล็ก 7 ใบค่ะ ..... แล้วก็นำถ้วยขนมไปนึ่งให้ร้อนจัด ใช้เวลาประมาณ 10 นาที

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-19.JPG

พอครบ  10 นาทีปุ๊บ ก็จัดการเปิดฝาซึ้ง  ลดไฟเตาลงค่ะ .... แล้วก็หยอดตัวขนมลงไป ประมาณ 1/2 ถ้วย

ป.ล. ก่อนหยอด ดูด้วยนะคะว่าในถ้วยแต่ละใบ มีน้ำจากไอน้ำขังอยู่ก้นถ้วยหรือเปล่า / ถ้ามี ต้องหยิบถ้วยมาเทน้ำออกด้วยนะคะ

ป.ล. เทคนิคทำให้หยอดได้เร็ว และส่วนผสมไม่หกเลอะเทอะ .. ก็ด้วยการนำส่วนผสม เทใส่ถ้วยหรือกระบอกที่มีปากแหลม หรือจะเป็นกาน้ำก็ได้ค่ะ  แล้วค่อยหยอดขนมจากถ้วยแบบนี้ จะทำให้หยอดได้เร็วมาก ๆ เลยค่ะ

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-20.JPG

นี่ค่ะ .... หยอดแล้วหน้าตาเป็นแบบนี้นะคะ

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-21.JPG

จากนั้นก็นำไปนึ่งในน้ำเดือดจัด ไฟแรง ประมาณ 15-20 นาที  (ขึ้นกับขนาดซึ้ง + ปริมาณตัวขนม)

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-22.JPG

พอครบ 15 นาที เราก็ลองเปิดฝาซึ้งดูนะคะ ว่าตัวขนมสุกหรือยัง ........ ทดลองดูว่าสุกไหม โดยการเอาปลายนิ้วของเรานี่แหละค่ะ แตะลงไปบนตัวขนม  (ลดไฟลงก่อนนะคะ เพื่อให้ไอน้ำไม่แรงจนเกินไป) ....... ซึ่งถ้าตัวขนมไม่ติดมือขึ้นมา แสดงว่าสุกแล้ว

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-23.JPG

พอตัวขนมสุกดีแล้ว ........ เราก็มาหยอดหน้าขนม (หรือเรียกว่า หน้าสังขยา) กันต่อเลยค่ะ

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-24.JPG

หยอดเสร็จ ....... ก็ได้ออกมาเป็นแบบนี้นะคะ  ... (ดูตอนนี้เหมือนสีสังขยาตอนสุกแล้วจะสวย  แต่จริง ๆ สังขยาตอนสุก จะสีอ่อนกว่าตอนยังไม่ได้นึ่งเยอะเลยค่ะ)

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-25.JPG

ก่อนจะปิดฝาเพื่อนึ่งหน้าขนมต่อ .... ให้เราทำการเอาผ้าสะอาดเช็ดไอน้ำที่เกาะอยู่ใต้ฝาซึ้งก่อนจะปิดฝาซึ้งลงไปนะคะ

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-26.JPG

แล้วก็นึ่งต่อไปด้วยน้ำเดือดจัด อีกประมาณ 20 นาที  ... ก็จะได้ขนมตะลุ่ม ....... ออกมาหน้าตาแบบนี้นะคะ   (แอบมีร่องรอยน้ำหยดด้วย ><")

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-27.JPG

แล้วเราก็ทิ้งขนมไว้ให้เซ็ตตัวสักพัก (ให้เย็นลงสักหน่อย - ทานตอนร้อน ๆ ปากจะพองเอา)  ...... พอถึงเวลาจะทาน ก็ใช้พายเล็ก ๆ ตักขนมออกจากถ้วย มาจัดใส่จานเสริฟแบบนี้ค่ะ  หรือว่าใครจะหยิบมาเป็นถ้วย ๆ แล้วตักทานทีละถ้วย ก็อร่อยได้อารมณ์ไปอีกแบบค่ะ ^^

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-1.JPG

ขนมชนิดนี้ ...... จะว่าทำยากก็ยาก จะว่าทำง่ายก็ง่ายค่ะ ... แต่พิมเชื่อว่าถ้าใครเอาไปลองทำ แบบตั้งใจทำ รับรองไม่ยากค่ะ

ลักษณะที่ดีของขนมชนิดนี้ ..... ตัวขนมจะต้องเหนียว นุ่มค่ะ  และหน้าขนม (หน้าสังขยา) จะต้องมีรสเข้มข้น   หวาน มัน หอมโดดเด่นออกมา (เพราะตัวแป้งจืด ไม่มีรสชาติใด ๆ เลย)...  อีกทั้งหน้าขนมจะต้องไม่เรียบนะคะ  เป็นหยัก ๆ หน่อยจะสวยมากเลยค่ะ

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-28.JPG

ยังไงก็ ถ้าเพื่อน ๆ คนไหนสนใจ ลองไปทำดูนะคะ ..... ทำไม่ยากค่ะ  แต่ถ้าคาดหวังว่าจะได้อารมณ์แบบขนมถ้วยตะไล ที่ หวาน มัน เค็ม .... อันนี้อาจจะผิดหวังได้นะคะ   ..... แต่ถ้าไม่คาดหวังมาก ทำเลยค่ะ เพื่อน ๆ อาจจะชอบก็เป็นได้ ^^

http://sv6.postjung.com/wb/data/574/574547-topic-ix-29.JPG

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 7,420 ครั้ง, โหวตแล้ว 25 ครั้ง / 122 คะแนน
โพสท์โดย: Onice ดู Hot Topic อื่นๆของ Onice
19:32 - 4 ตุลาคม 2554
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung