Facebook Line เข้าสู่ระบบ (Sign-In) สมัครสมาชิก (Sign-Up)
FB
Tweet แชร์ Facebook
หน้าแรก Hot Topic
เว็บบอร์ด
Video Pic Post ตรวจหวย
หาเพื่อน
ผลบอล เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม
แต่งรูป
คำนวณ สเปซ Page
MENU
หน้าแรกHot Topicเว็บบอร์ดพูดคุย ถาม-ตอบคลิป VideoPic Postตรวจหวยหาเพื่อน Chatหาเพื่อน Skypeหาเพื่อน Facebookผลบอลเกมส์QuizPlayไดอารี่อัลบั้มโหวตคำคมแต่งรูปกริตเตอร์ (รูปวิบวับ)คำนวณ สเปซPage
 
ติดต่อเว็บไซต์ ติดต่อโฆษณา แจ้ง Report เนื้อหา ข้อตกลงการใช้บริการ
 
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
 
หน้าแรกเว็บบอร์ด กระทู้ของฉันค้นหากระทู้ ตั้งกระทู้ใหม่

วิจิตรศิลป์บนผืนผ้าไทย 4 ภาค


กระดานสนทนา หมวด อื่นๆโพสท์โดย เจ้านางละอองคำ

 

เชื่อกันมั้ยค่ะว่า ผ้าทอไทยลวดลายวิจิตรตระการตา ฝรั่งเห็นฝรั่งยังทึ่ง  โดยเฉพาะผ้าโบราณ ที่แม่ช่างแม่ครูได้ถักทอไว้

การจะถักทอให้เส้นไหมเรียงร้อย เป็นลวดลายวิจิตรทุกอณูผ้าโรงงานผ้าชั้นนำของฝรั่งยังทำไม่ได้ 

คนที่ดูผ้าเป็นเค้าจะรู้ค่ะว่ายาก   แม้แต่เจ้าของโรงงานทอผ้าฝรั่งมาเห็นยังงง ว่าทำได้ยังไง???

เครื่องจักร I ยังทำไม่ได้เลย.....   แต่ปู่ย่าตายายของเราทำได้ด้วยหูกไม้เจ้าค่ะ

 

      

 

 


 

 ผ้ายก 


เป็นผ้าไหมที่ทอยกลายในตัว โดยใช้เส้นพุ่งพิเศษเป็นดิ้นเงินดิ้นทอง ทอกันแพร่หลายในภาคเหนือที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน

และภาคใต้ที่จังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่รู้จักกันแพร่หลายในชื่อของ “ไหมพุมเรียง” 

 

      

ผ้ายกลำพูน

ผ้าไหมลายนี้มาจากจังหวัดลำพูนที่ทำขึ้นมาเพื่อให้พันรอบเอวเป็นผ้าถุงที่เรียกว่า “นานาง” ซึ่งใช้สวมใส่ประเพณีในราชวงศ์สยาม

รูปแบบนี้มีใช้มาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยาในศตวรรษที่ 14 ในระหว่างการทอผ้านี้จะใช้ทั้งไหม และทองมาทอร่วมกัน

 

      

ผ้ายกพุมเรียง

ใช้เป็นผ้าถุงจับจีบรอบเอวในยุคศตวรรษที่ 14 ที่เรียกว่า “นานาง” ผ้าไหมที่ทำขึ้นมาจากตำบลภูมิเรียง จังหวัดสุราษฏร์ธานี

ทอด้วยไหมสีทองหรือเงิน เป็นสีพื้น ซึ่งทำให้มองดูแล้วโดดเด่นมีความรู้สึกที่มีค่า ลวดลายสลับซับซ้อนที่ทำขึ้นนั้นใช้สัดส่วนของเส้นไหมน้อยลง

. 

      

ผ้ายกเมืองนคร

ผ้าไหมลายนี้มาจากจังหวัดนครศรีธรรมราชที่ทำขึ้นมาเพื่อให้พันรอบเอวเป็นผ้าถุงที่เรียกว่า “นานาง” ซึ่งใช้สีทองทอเป็นลายดอก

เป็นรูปแบบโบราณ เทคนิคในการออกแบบขอบด้านล่างเป็นทรงกรวย และมีรายละเอียดที่ซับซ้อนและปราณีต
    

 

 ผ้าจก 


เป็นผ้าที่ใช้วิธีการเก็บและทอเช่นเดียวกับผ้าขิด แต่มีการทำลวดลายด้วยการเพิ่มเส้นพุ่งพิเศษเข้าไปเป็นช่วงๆไม่ติดต่อกัน

ทำให้สามารสลับสีและลวดลายได้ต่างๆกัน ลักษณะผ้าจึงมีสีสันและลวดลายมากกว่าผ้าที่มีการทำขิด

แหล่งผลิตผ้าจกที่มีชื่อเสียง ได้แก่ สุโขทัย เชียงใหม่ ราชบุรี อุตรดิตถ์ 

ผ้าที่มีการทำขิดหรือจกที่มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก เช่น ผ้ากาบบัว ซึ่งเป็นผ้าเอกลักษณ์ของจังหวัดอุบลราชธานี 

 

 
      
ผ้าตีนจกลาวครั่ง       

ผ้าซิ่นตีนจกลาวครั่งที่เห็นนางแบบสวมใส่อยู่นั้นมาจากคนลาวครั่งที่อาศัยอยู่ในจังหวัดอุทัยธานี ภาคกลางของประเทศ ซึ่งลักษณะของผ้าตีนจกลาวครั่ง

จะเต็มไปด้วยสีสันลวดลายทรงเรขาคณิตผ้าไหมตีนจกลาวครั่งเป็นตัวอย่างที่แสดงให้เห็นถึงคุณภาพของเนื้อผ้าที่ใช้กรรมวิธีแบบจก

 

      

ผ้าตีนจกไทยวน

แสดงลักษณะดั้งเดิมของผ้าตีนจกไทยวนจากหมู่บ้านคูบัว จังหวัดราชุบรี สีที่โดดเด่นจะเป็นโทนสีแดงเข้ม

สลับด้วยสีของเส้นไหมแนวนอน เช่น สีขาว, เหลือง,ส้ม และดำ ทำให้เป็นผ้าลายตีนจกที่สวยงาม

 

      

ผ้าตีนจกลาวพรวน

ผ้าไหมตีนจกจากลาวพรวนที่ทำกันในจังหวัดอุตรดิตถ์ และสุโขทัยเป็นผ้าไหมตีนจกที่ทอขึ้นด้วยความประณีต ซึ่งต้องอาศัยความชำนาญอย่างมาก

บริเวณด้านบนของผืนผ้าใช้จะใช้ทอด้วยไหมสีดำ และแดง ในขณะที่เนื้อผ้าส่วนใหญ่จะทอกลับไป-มา ที่เรียกทางเทคนิคว่า “ยกมัก” 

บริเวณส่วนปลายผ้าไหมจะทำเป็นลวดลายเรียกว่าจก โดยใช้ไหมสีเหลืองทอง

 

      

ผ้าตีนจกไทยวน

เป็นลายผ้าที่จัดทำขึ้นของคนเมือง กลุ่มไทวน จังหวัดเชียงใหม่ ผ้าซิ่นตีนจกตกแต่งไปด้วยลวดลายแบบต่างๆ

ไหมที่ใช้ทอจะใช้ทอผสมผสานกับสีทอง-เงิน ผ้าไหมลายนี้จะใช้งานพิธีทางศาสนา ลักษณะพิเศษของผ้าลายนี้จะทอเป็นลวดกราฟฟิค

โดยแนวนอนจะทอเป็นแถบๆตัดกับสีพื้นสีแดง

 

 

 ผ้าแพรวา 

เป็นผ้าทอที่มีลักษณะลวดลายผสมกันระหว่างลายขิดและจกบนผืนผ้า “แพรวา” หมายถึง ผ้าที่มีความยาวประมาณวา เพื่อใช้เป็นสไบ

แพรวาเป็นผ้าซึ่งใช้ในงานพิธีต่างๆ ตามวัฒนธรรมของชาวภูไท เอกลักษณ์ดั้งเดิมจะมีสีแดงเป็นพื้น

ปัจจุบันได้มีการดัดแปลงลักษณะของผืนผ้าทั้งความกว้างและความยาวและใช้สีสันตามสมัยนิยม

 

 
      
ผ้าแพรวา

เป็นผ้าไหมจากปีนัง คนภูไทจังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ทอขึ้นเรียกว่าผ้าไหมแพรวา ซึ่งใช้เป็นผ้าคลุมไหล่ โดยอาศัยเทคนิคผสมผสานกัน 3 รูปแบบ

ในผืนผ้าที่ทำขึ้นเป็นลายผ้าทรงเรขาคณิต ผ้าไหมแพรวาที่มีคุณภาพจะมีความแตกต่างกันในแต่ละส่วน

สีของเส้นไหมที่ใช้เป็นสีส้ม, ดำ และสีขาว ซึ่งจะติดกับสีแดงที่เป็นสีสันของผ้า 

 

 ผ้ามัดหมี่ 


มีกำเนิดในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การมัดหมี่แพร่หลายทั่วไปทั้งภาคกลางและภาคเหนือ ส่วนใหญ่ผ้ามัดหมี่จะมัดเฉพาะเส้นไหมพุ่ง

ผ้ามัดหมี่ที่มีชื่อเสียง ได้แก่ ผ้าหางกระรอก ผ้าโฮล ผ้าปูมผ้ามัดหมี่ แบ่งได้ 2 ชนิด คือ ผ้า 2 ตะกอ และผ้า 3 ตะกอ

มีลักษณะผ้าเนื้อแน่นและด้านหน้าเงางามกว่าด้านหลัง 

 

      

ผ้ามัดหมี่อีสานเหนือ

ผ้าไหมมัดหมี่เป็นลายผ้าที่ทำขึ้นแตกต่างกันไป ไหมเส้นยืนจะย้อมสีด้วยสีโทนเข้ม เป็นลายผ้าของคนไทยทางภาคอีสานเหนือ

ลวดลายที่เฉพาะเป็นพวกสัตว์ป่าขึ้นอยู่กับแต่ละสภาพพื้นที่

 

       

ผ้ามัดหมี่อีสานใต้

เป็นผ้าไหมของคนอีสานใต้ ซึ่งสีส่วนใหญ่ออกโทนเข้มดำ ด้วยลายรูปทรงเขาคณิต ลักษณะของการทอเป็นลายมัดหมี่

ลวดลายที่ทำขึ้นอยู่บนพื้นฐานของธรรมชาติในท้องถิ่นนั้น เป็นลายต้นไม้ หรือลายที่ออกแบบทางสถาปนิกเป็นคนขี่ม้า เป็นต้น
 

 

 

 

 

 

 

      

ผ้าเบี่ยงขิด

ผ้าสไบไหมหรือผ้าเบี่ยง(ผ้าพาดบ่า) เป็นผ้าไหมที่ทำขึ้นของคนภูไทที่มีชื่อเสียงของจังหวัดอุดรธานี และร้อยเอ็ด

ลักษณะลายผ้าเป็นรูปทรงเรขาคณิตโดยทำเป็นแถบคู่ขนานกัน คุณภาพที่ดีที่สุดของผ้าสไบที่ออกแบบมานั้นจะไม่มีการทำซ้ำกัน

 

 

 

 

      

ผ้าไหมเกาะหรือล้วง

เป็นลายผ้าไหมที่ทอจากคนไทยลือที่อาศัยอยู่ทางภาคเหนือของประเทศ เช่น จังหวัดน่าน และพะเยา ลักษณะลายผ้า เรียกว่า ลายน้ำไหล

ซึ่งหมายถึงเป็นลักษณะของสายน้ำไหล ลวดลายเรียบง่าย แต่ทำได้ยากยิ่ง

ทำด้วยเทคนิคพิเศษที่สืบทอดกันมา ซึ่งอาศัยเวลานานการทำลวดลายโดยจะมีแถบลายแคบๆ บริเวณกึ่งกลางของผ้า

 


             

 

ผ้าไหมพื้น  

เป็นผ้าไหมที่ทอลายขัดโดยใช้เส้นยืน และเส้นพุ่มธรรมดาตลอดกันทั้งผืน ผ้าที่ออกมาจะเป็นผ้าสีพื้นเรียบ

ไม่มีลายโดยใช้เส้นยืนและเส้นพุ่งเป็นสีเดียวกันหรือใช้สีต่างกันก็ได้ เป็นผ้าที่นิยมใช้กันทั่วไป ซึ่งผ้าไหมไทยที่ส่งออกต่างประเทศ 


 

 


 

 

 

 

 

 

เครดิต :

http://thai-silk.exteen.com/20080914/entry-8

Tags ที่เกี่ยวข้อง : ผ้าไทย
Report เนื้อหา


โพสท์โดย: เจ้านางละอองคำ
5Y
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
307 VOTES
 

แชร์ใน Facebook Tweet
Comment ด้วย facebook

Comment!  

วิจิตรศิลป์บนผืนผ้าไทย 4 ภาค

ไต้ฝุ่นหมายเลข 10 (Lion Rock) เป็นไต้ฝุ่นที่จะถูกบันทึกใประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น เป็นไต้ฝุ่นขนาดใหญ่ ย้อนกลับเข้ามาบุกญี่ปุ่น

นี่อาจเป็นหน้าตาของโลกเราในอีก 100 ปีข้างหน้า ที่คนยุคนี้…คงไม่ทันได้เห็น

สวนหนัก! "อาจารย์ฟิลิป" โต้กลับ "สำลี" หลังออกทีวีของานรอบสอง อ้างว่ารักษาลูกแต่บอกว่าอาจารย์ไม่ช่วย ทั้งที่จริงแล้วไม่เคยโทรหาเลย

ขอฝากเตือน คนที่ชอบจองตั๋วเครื่องบิน โปรฯ

เห็นแว้บแรก ตกใจหนักมาก!! "ชาวเน็ต" แห่แชร์ภาพ "นศ.หนุ่ม" นอนราบกับพื้นถนน คล้ายโดนรถชน พอรู้ความจริงแทบหงายหลังตึง !! (ชมภาพ)

จีนทำได้!ขุดถนนเสร็จภายในข้ามคืน
แชร์ใน Facebook Tweet
ตั้งกระทู้ใหม่ไปหน้าแรกเว็บบอร์ด เพื่อดูกระทู้อื่นๆไปหน้าแรก Postjung.com

 
 
ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา