เมื่อปีพ.ศ.2523 ที่หมู่บ้านหนองผักเเว่น ตำบลโพธิ์ทอง อำเภอเสลภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด ได้เกิดเรื่องเศร้าใจขึ้น ตอนนั้น อาตมาเป็นเด็ก อายุ7ขวบ คุณโยมสัม ซึ่งเป็นสาวงามคนหนึ่งของหมู่บ้าน ได้กินยาฆ่าตัวตายเนื้องจากผิดหวังในความรัก จากชายหนุ่มที่ไม่ขอเอ่ยนามในหมู่บ้านปัจจุบันเสียชิวิตเเล้ว หลังจากโยมพี่สัมตายได้2ปี เรื่องก็มีอยู่ว่า โยมพี่สัมได้ เเอบมีความสัมพันธ์ อย่างลึกซึ้ง จนตั้งท้องอ่อนๆ เเต่ผู้ชาย ไม่รับผิดชอบ เนื่องจากผู้ชายเป็นคนรูปหล่อ หน้าตาตี มีเเฟนหลายคน ความผิดหวังบวกกับความอาย กลัวพ่อเเม่จะรู้
ทำให้โยมพี่สัมคิดสั้นกินยาฆ่าตัวตาย...จากคำบอกเล่าของคุณยายสำราญ บูรณะกิตติ เล่าให้อาตมาฟังว่า เช้าวันนั้นโยมพี่สัมไปซื้อยาฆ่าเเมลง ที่ร้านขายของประจำหมู่บ้าน ไปเลียงควายที่ทุงนาความปกติ เเต่วันนี้ดูเเปลกๆ(ยายราญเล่า) โยมพี่สัมเเต่งชุดสีดำทั้งชุด
หน้าตายิ้มเเย้ม เเจ่มใสผิดปกติ เจอใครก็ทักทายไปหมด ก่อนหน้านั้นเศร้า หน้าตาหมองคล้ำเหมือนคนไม่ได้นอนมาหลายวัน เวลาบ่ายๆ พ่อใหญ่น้อยวิ่งว่าบอกโยมพ่ออาตมา ว่า
....อีสัมกินยาตาย อยู่ใกล้กับจอมปลอก ต้นพอก นาพ่อใหญ่น้อย โยมพ่ออาตมาเเละโยมเเม่
วิ่งไปเพื่อจะช่วย ชีวิต ทำทุกวิธี ทั้งเอาไข่ไก่สดๆ กรอกปาก เเละวิธีอื่น โยมพ่ออาตมา (พ่อใหญ่ลี สาหินกอง) จับดูชีพจร หยุดเต้นเเล้ว จึงบอกทุกคนให้รู้ ว่า อีสัมตายเเล้ว มีคนหนุ่มวัยรุ่นวิ่งมาบอกชาวบ้านให้ออกไปดู รวมทั้งพ่อใหญ่เเก่วเฟี้ย พ่อของโยมพี่สัมด้วย ชาวบอกเเตกตื่นกันออกไปดูศพ เป็นจำนวนมาก คุณยายราญเป็นคนนั่งเฝ้าศพรอ เหลือบไปเห็น รูปูมีขวดยาฆ่าเเมลง ซุกอยุ่ในนั้น มีกระดาษ1เเผ่นเขียนดินสอดำว่า ความว่า
มึงต้องรับผิดชอบ มึงต้องตายตามกู เเละกราบขอโทษพ่อเเม่ คืนนั้นทั้งคืนศพยังอยู่ ที่เดิม เพราะต้องรอตำรวจไปตรวจพิสูจน์ ยายราญเเละโยมเเม่ อาตมาเข้ามานอนในหมุ่บ้าน เพราะความกลัว ที่เหลือส่วนมากเป็นผู้ชายเเละญาติพี่น้องเฝ้าศพ...ชายคนรักของโยมพี่สัม ไม่กล้า ย่างก้าวเข้ามาดูศพเลย คืนนั้นเเก่นอนไม่ได้ ทั้งคืน จะหลับตาลงก็เหมือนมีมือจะคอยบีบคอ(เล่าให้คนที่เป็นญาติ อาตมาฟัง) ช่วงบ่ายวันต่อตา ชาวบ้านช่วยกันทำโลงที่ประกอบด้วยไม้ เเบกใส่บ่า ข้ามทุ่งระยะทางประมาณ4กิโลเมตร เพื่อนำร่างไร่วิญญาณ ไปฝังที่ป่าช้าบ้านหนองผักเเว่น(ปัจจุบั้น คือวัดป่าบ้านหนองผักเเว่น)
(ศพตายโหง สมัยห้ามนำเข้าไปในหมู่บ้าน) ถึงป่าช้า ประมาณบ่าย4โมงเย็น ชาวบ้านช่วยกันขุดหลุม ลึกประมาณ2เมตร ก่อนจะฝังพ่อใหญ่เเก่วเฟี้ย ขอเปิดดู หน้าลูกสาวอันเป็น ที่รักครั้งสุด ท้ายพร้อมร้องให้ บอกให้ลูกฟื้นคืนมา ทุกคนเห็นเเล้ว น่าเวทนา เเละสงสารหัวอกผู้เป็นพ่อเป็นอย่างมาก เปิดฝาโลงออก ทุกคนเห็นศพตกตลึง!!! ....
ศพตาเหลือก ลืมตา ทั้งๆที่ก่อนใส่โลงทุกคนก็เห็นกันหมดเเล้วว่า โยมพี่สัมหลับตา โยมพ่ออาตามา เหลือบไปเห็นรองเท้าคู่ใหม่ พึ่งจะซื้อ ได้สามวัน ยอมพ่ออาตมาจึงพูดขึ้นว่า อีหล่า สัมพ่อใหญ่ ขอซะเด้อเกิบคู่นี้ ว่าเเล้วก็หยิบออกจากโลงถือกลับมา ที่นาชึ้งจากจุดที่โยมพี่สัมกินยาฆ่าตัวตาย ประมาณ1กิโล ทุกคน เวลาบ่าย4-5โมงเย็น กลับมานอนในหมู่บ้านกันหมด รวมทั้งอาตมา เเละโยมเเม่ด้วย โยมพ่อ อาตมา นอนเฝ้าขนำนาคนเดียว เนื่องจากโยมพ่อเป็นคน ไม่กลัวผี...เเต่คืนนั้น ประมาณ3ทุ่ม ดึกสงัด พ่อใหญ่ลี ได้ยินเสียงคนเดิน มาหา ไม่มีไฟฟ้าใช้ สมัยนั้น จุกขี้ใต้เอา เสียงคนเดินมา หมาที่เลี้ยงไว้ ชื่อบักฮุยก็เห่า โฮ่งๆๆๆ เห่าปลพลาง ถอยหลังพลาง โยมพ่อนึกว่ามีคนมา จุดขี้ใต้ ภาษาอิสานเรียกว่า กระบอกขึ้น ออกมาดู ไม่มีใคร มีเเต่ความหนาวยะเยือก อากาศเย็นกว่าทุกวัน...หมาบักฮุยก็หอนเป็นระยะ บางทีก็เห่า ทั้งวิ่งไป เเล้วก้วิ่งกลัวมา เหมือนกลัวอะไรบางอย่าง
(ยังไม่จบ)....(ฉันเพลก่อน ว่างจะมาเล่าต่อว่าคนรัก ของโยมพีสัมตายอย่าง โยมพ่อ อาตมาเจออะไรเข้าคืนนั้น โปรดติดตาม รับรองว่าเป็นเรื่องจริง เเละมีพยานด้วยคือ เเม่ใหญ่ราญ
เดวจะลงเบอร์ โทร ให้เผื่อใครอ่านเเล้วยังอยากได้ ยินจากปากกคุณเเม่ใหญ่ อีกที่ด้วย
