49 วัน หลังความตายมนุษย์ที่มีจิตวิญญาณ เมื่อสิ้นลมปราณ วิญญาณไปอยู่ที่ไหน? มนุษย์เมื่อตายแล้ว ภายใน 49 วัน วิญญาณผู้นั้นก็จะไปรายงานตัวยังยมโลก ผู้ที่ตอนมีชีวิตประกอบแต่กรรมดี พอไปถึงยมโลก เทวฑูตก็จะพาไปส่งที่บนสวรรค์ ส่วนผู้ที่ตอนมีชีวิตอยู่ชอบก่อกรรมทำชั่ว กรรมนั้นตนก็ต้องเป็นผู้รับต้องถูกส่งไปจองจำที่นรกเสวยทุกข์ทรมาน ถึงตอนนี้เพิ่งจะรู้ว่า พอมัจจุราชมาหา ทุกอย่างพาไปไม่ได้ มีแต่บาปกรรมติดตัวเท่านั้น แต่สำนึกได้ก็สายไปเสียแล้ว จึงขอแจกแจงความแตกต่างชีวิตหลังความตายของวิญญาณผู้ประกอบกรรมดีและชั่ว เพื่อเป็นอุทาหรณ์เตือนใจชาวโลดดังต่อไปนี้ เจ็ดวันรอบแรก>>>วิญญาณผู้ตาย ต้องเดินผ่านดงหมาป่า ซึ่งมีฝูงหมาป่าดุร้ายเหมือนเสือขวางทางอยู่ เมื่อวิญญาณบาปไปถึงก็เกิดความหวาดกลัวไม่กล้าเดินต่อไป ฝูงหมาป่าก็เข้ารุมล้อมกระโจนเข้าขย้ำขบกัดวิญญาณบาปจนเลือดท่วมตัว กรีดร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวด ทุกขเวทนา ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงดงหมาป่า ก็จะมีหมู่เทวฑูตมาคอยคุ้มครอง พวกหมาป่าได้แต่มองนิ่งเฉยไม่กล้าทำอะไร จึงผ่านไปได้โดยปลอดภัง เจ็ดวันรอบที่สอง>>>เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงด่านประตูผีเจ้าหน้าที่ผู้รักษาด่าน เมื่อเห็นวิญญาณบาป ก็จะทุบตีทิ่มแทงอย่างไม่ปรานีปราศรัย และมีพวกเจ้ากรรมนายเวรพากันตามมาทวงหนี้เวรกรรม ส่วนวิญญาณผู้หระกอบกรรมดี เมื่อมาถึงด่านประตูผีจะได้รับการต้อนรับ ให้ผ่านไปโดยดี เจ็ดวันรอบที่สาม>>>เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงยมโลก ถ้าเป็นวิญญาณบาปก็จะถูกล่ามโซ่ตรวนนำไปอยู่ตรงหน้าหอกระจกส่องกรรม ภาพการทำบาปต่างๆ ก็จะปรากฏขึ้นเองโดยอัตโนมัติเหมือนกับฉายภาพยนตร์เสร็จแล้ว ก็จะถูกคุมตัวไปรับการพิจารณาโทษ ถึงตอนนี้วิญญาณบาปจะเริ่มสำนึกผิด แต่ก็สายไปเสียแล้ว ส่วนวิญญาณผู้ประกอบกรรมดี เมื่อมาถึงที่แห่งนี้จะได้รับการต้อนรับอย่างดี มีเจ้าหน้าที่พาไปท่องเที่ยวขุมนรกต่างๆ และดูสภาพของญาติมิตรที่ทำบาป กำลังรอคอยพิจารณาตัดสินความผิด เจ็ดวันรอบที่สี่>>>มาถึงภูเขากระดาษเงินกระดาษทอง การจะขึ้นไปที่ภูเขากระดาษเงินกระดาษทองนี้ยากลำบากมาก ภูเขากระดาษเงินกระดาษทองนี้คือ กระดาษเงินกระดาษทองที่คนในเมืองมนุษย์หลงงมงายเผาส่งไปให้กองสุมทับถมกันจนเป็นภูเขาเลากาซึ่งความเป็นจริงแล้วแม้ผู้ตายจะได้รับก็ไร้ประโยชน์ เจ็ดวันรอบที่ห้า>>>วิญญาณผู้ตายมาถึงหอดูบ้านเดิมได้เห็นลูกหลานคนในครอบครัวต่างไว้ทุกข์ด้วยคาวมเศร้าโศกเสียใจถึงตอนนี้ จึงเริ่มรู้ว่าอยู่กันคนละภพภูมิ ไม่อาจกลับบ้านได้อีก ได้แต่อาลัยอาวรณ์ เจ็ดวันรอบที่หก>>>เมื่อวิญญาณผู้ตายมาถึงตำหนักที่หกยมบาลตำหนักหกจะสั่งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายคุมบัญชี ตรวจดูบาปบุญที่ผู้ตายได้สร้างสมตอนมีชีวิตหลังจากนำบาปและบุญหักลบกันแล้วถ้าฝ่ายบุญมีมากกว่าฝ่ายบาป ก็จะให้ไปจุติยังสุคติภูมิ ถ้าฝ่ายบาปมีมากกว่าจะส่งไปนรกภูมิเสวยทุกขเวทนา เจ็ดวันรอบที่เจ็ด>>>เมื่อวิญญาณผู้ตายไปถึงตำหนักที่เจ็ดยมบมลตำหนักเจ็ด ก็จะสั่งเลขาให้ตรวจสอบดู ผู้ตายตอนมีชีวิตอยู่ ได้ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมากหรือไม่ ถ้าถือศีลกินเจ งดฆ่าสัตว์ก็จะระงับโทษ ถ้าชอบฆ่าสัตว์เพื่อความสุขของปากท้อง ก็จะเพิ่มโทษอีกเท่าตัว ***ข้างต้นนี้คือ ชีวิต 49 วัน หลังความตาย ซึ่งผู้ตายทุกคนจะต้องประสบพบผ่าน
|
Comment!
|
|
||
ความคิดเห็นยอดนิยม
#7 ตงฉิน โลกหลังความตาย มีแต่ที่หมายไปสู่หนทางแห่งกรรมที่เราได้กระทำเมื่อเรายังมีชีวิต |
#29 Stewardneo คนเราไม่มีใครทำดีทั้งร้อยเปอร์เซนต์ หรือ ทำชั่วตลอดทั้งชีวิต ร้อยเปอร์เซนต์หรอก มันก็มีทั้งดีทั้งชั่วปะปนกันไป แล้วจะให้ใครมาตัดสินละว่าคนนี้ดีหรือชั่ว หรือควรไปนรกหรือสวรรค์ .......... ถ้าจะอ่านและเชื่อ ก็ขอให้เชื่อในเรื่องของการสอนให้คนทำความดี จะดีกว่า อย่างมงายกับเรื่องที่พิสูจน์ไม่ได้เลย..........แล้วอีกอย่าง คำว่าไม่เชื่ออย่าลบหลู่......เป็นสิ่งที่ปิดกั้นการพิสูจน์ ขอให้เชื่อในสิ่งที่เป็นเหตุและผลนะครับ อย่าเชื่อตามๆกันไปโดยพิสูจน์ด้วยตัวเราเองไม่ได้ ขอให้เอาวิทยาศาสตร์เข้ามาเป็นตัวตัดสินด้วยอย่างหนึ่งนะครับว่าจะเชื่อหรือไม่เชื่อดี |
#27 แม่นางหยกซ่าฮ่าๆๆๆ เราก็สงสัยอยู่นะว่า รู้ได้ยังไงว่าตายไปต้องเจอแบบนั้น หรือว่าคนเคยตายไปแล้วกลับมาเล่าให้ฟังหรือยังไง |
#12 BJ สิ่งสำคัญไม่ได้อยู่ที่ว่าข้อความนี้เป็นความจริงหรือไม่ แต่สำคัญตรงที่เป็นการเตือนสติให้ทุกคนทำความดี และเกรงกลัวต่อการทำบาป |
#7 ตงฉิน โลกหลังความตาย มีแต่ที่หมายไปสู่หนทางแห่งกรรมที่เราได้กระทำเมื่อเรายังมีชีวิต |
#3 ญิ๋งกุ๊ก ง๊องแง๊ง ไม่อยากรู้หรอกว่าหลังความตายจะเป็นอย่างไร ขอแค่ทำทุกวันนี้ให้ดีที่สุด ในของทุกๆวันเป็นพอ ( ขอบคุณ จขกท ) นะคะ |



















