เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
410,236   1,979,969

10 รองเท้าประหลาดจากทั่วโลก

รองเท้านั้นถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อยู่คู่กับมนุษย์ที่ขาดไม่ได้เป็นเวลาหลายพันปี(ประมาณ 8000 ปีก่อนคริสต์กาล) ซึ่งลักษณะของร้องเท้ารูปแบบการใช้งานนั้นก็มีรูปแบบหลากหลาย และนี้คือ 10 รองเท้ารูปร่างประหลาดที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

 

10. Okobo

  

โอโคโบะ(ญี่ปุ่นศตวรรษที่ 18-ปัจจุบัน)เป็นรองเท้ารูปร่างเหมือนเกี้ยะใช้สำหรับมาอิโกะ(เกอิซา)ฝึกหัดในช่วงระหว่างฝึกงาน ส่วนมากทำมาจากบล็อกไม้และมีเสียงเป็นเอกลักษณ์ระหว่างเดิน(ซึ่งเสียงดังกล่าวเป็นที่มาของชื่อรองเท้า) โดยสาเหตุที่รองเท้าดังกล่าวมีความสูง(โดยทั่วไปสูงประมาณ 14 เซนติเมตร) ไม่ใช้เป็นเพราะแฟชั่นหากเป็นตัวช่วยป้องกันกิโมโนของผู้สวมสัมผัสกับพื้นดิน ซึ่งกิโมโนนั้นมีราคาแพงและเป็นการไม่ดีแน่หากกิโมโนเปื้อนโคลนระหว่างออกไปข้างนอก อีกทั้งยังช่วยฝึกเดิน โดยสีของร้องเท้ายังเป็นตัวบ่บอกสถานะของผู้สวมใส่ด้วย กล่าวคือ  หากเป็นช่วงฤดูร้อนมาอิโกะจะสวมโอโคโบะเคลือบสีดำ หรือหากสายรองเท้าโอโคโบะสีแดงหมายถึงมาอิโกะหน้าใหม่ หากเป็นสายสีเหลืองหมายถึงมาอิโกะที่ใกล้จะเสร็จสิ้นการฝึกงาน ปัจจุบันร้องเท้าชนิดนี้นิยมใช้สำหรับผู้แต่งตัวแนวโลลิต้าด้วย

 

 

9. Men's high heels

  

รองเท้าส้นสูงของผู้ชายนั้นได้รับความนิยมในยุโรปสมัย ปี  1700 ซึ่งรองเท้าและถุงน่องเป็นสิ่งสำคัญมากที่ขาดไม่ได้ในผู้ชายสมัยนั้น โดยมีที่มาจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้สร้างพระราชวังแวร์ซายส์ นับเป็นผู้นำแฟชั่นในยุโรป ยุคนั้น ถึงแม้จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรเป็น อธิราชผู้ลือพระนาม แต่พระเจ้าหลุยส์ ที่ 14 ทรงมีพระวรกายเตี้ยมากครับ คือ สูงแค่ 5 ฟุต 4 นิ้ว หรือ 163 ซม. เท่านั้น จำเป็นต้องเสริมให้พระวรกายสูงขึ้น ดังนั้น ฉลองพระบาทของหลุยส์ที่ 14 จึงเป็นแบบส้นสูง(มากๆ) ประดับประดาด้วยเพชร,พลอย, ริบบิ้น, โบ ลูกไม้ และรูปเขียน พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โปรดริบบิ้นมาก ฉลองพระบาทคู่โปรดมีริบบิ้นใหญ่ถึง 16 นิ้ว เท่านั้นยังไม่สมพระทัย พระองค์โปรดให้จิตรกรวาดภาพลงบนส้นฉลองพระบาทคู่โปรด โดยเขียนเป็นรูปเหตุการณ์ในสงครามที่พระองค์ได้พิชิตมา และนั้นเองทำให้ในยุคนั้น ข้าราชสำนักไม่ว่าเตี้ยหรือสูงก็พากันสวมรองเท้าส้นสูงตามพระราชนิยมไปตามๆกัน(อีกส่วนก็ประจบด้วยแหละ)

 

 

8. kabkabs

  

“กับกับ” เป็นรองเท้าส้นสูงสำหรับผู้หญิง(ของผู้ชายจะเป็นอีกแบบหนึ่ง)ในตะวันออกกลาง ในเลบานอน ศตวรรษที่ 14-17 มีวัตถุประสงค์คือป้องกันตัวเองจากสิ่งสกปรกและความไม่สะอาดบนถนนเปียกๆ ที่เต็มไปด้วยโคลน รองเท้าชนิดนี้มีราคาแพงเนื่องจากปักด้วยผ้าไหมสายหนังหรือกำมะหยี่ ส่วนนบนของรองเท้าปักด้วยเงิน ทอง หรือลวดดีบุกผสมตะกั่ว มีความสูงหลายนิ้ว นิยมใช้สำหรับโอกาสพิเศษเช่นงานแต่งงาน ที่ฝ่ายเจ้าสาวจะใส่รองเท้าชนิดนี้โดยตกแต่งด้วยเงินอย่างประณีตและมีเครื่องประดิบเงินขนาดเล็กติดอยู่ และเวลาเดินบนพื้นหินอ่อนจะมีเสียงกับๆ(อันเป็นที่มาของชื่อของรองเท้าดังกล่าว)

 

7. Plaited birch bark shoe

  

ในช่วงตอนต้นของศตวรรษที่ 20 ผู้หญิงจะสวมรองเท้าเปลือกไม้ประจำวันแทรกกับผ้าห่อรองเท้าข้างใน ซึ่งเพวกเขาใช้เป็นรองเท้าหุ้มรองเท้า เพื่อป้องกันรองเท้าหนังเกิดความเสียหานจากฝนโคลนและหิมะ ลองเท้าเหล่านี้ทำมาจากเปลือกไม้บิช นอกจากนี้ยังทำจากต้นลินเด้นหรือเปลือกของต้นมะนาว โดยนิยมในฟินแลนด์ อีกทั้งในนอร์เวย์ สวีเดนและแม้กระทั้งรัสเซียก็มีรองเท้าในแบบของตนเอง อายุการใช้งานของรองเท้าเปลือกไม้นั้นจำกัด โดยอายุเฉลี่ยประมาณหนึ่งสัปดาห์

 

6. Chopines

  

“ชอฟีนส์” เป็นร้องเท้าสตรีของประเทศอิตาลีประเภทแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมในศตวรรษที่ 15,16 และ 17(1580-1620)  มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันชุดของผู้สวมใส่เลอะโคลนหรือดินบนถนน โดยทั่วไปทำจากไม้ก๊อก และคลุมด้วยหนังสัตว์ อาจมีกำมะหยี่หรืออัญมณีตกแต่งตรงส่วนที่สวมเท้า ซึ่งพิลึกพิสดารของรองเท้านี้ก็คือ พื้นรองเท้านี้สูงมาก บางคู่สูงถึง 2 ฟุต บางคู่ก็สูงประมาณ 18 ซม.(5นิ้ว) และเป็นของฟุ่มเฟือยและแพงมากอีกทั้งน้อยมากที่จะเห็นรองเท้านี้บนตัวผู้สวม เนื่องจากกระโปรงผู้หญิงจะปกคลุมรองเท้าของพวกเขาทำให้เรามองไม่เห็น  และเมื่อหญิงใส่รองเท้าชนิดนี้พวกเขาจะมีคนรับใช้หรือผู้ดูแลช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้เธอล้มลงกับพื้น

 

 

5.Heelless shoes

 

Heelless เป็นรองเท้าส้นสูงอีกแบบแตกต่างคือที่สันรองเท้าถูกยกตัวสูงขึ้น เปิดตัวครั้งแรกในงานเดินแบบ Antonio Berardi's runway in 2007ในปี 2007 และต่อมาก็มีชื่อเสียงในปี 2008 โดยวิกตอเรีย แบงแฮมดาราผู้นำแฟชั่นได้สวมรองเท้าดังกล่าว แม้มันจะดูผิดธรรมชาติหรือดูแล้วไม่น่าสวมใส่สบาย แต่กระนั้นรองเท้าดังกล่าวก็ไม่ได้ก่อความเจ็บปวดใดๆ แก่ผู้สวมใส่ โดยนักออกแบบรองเท้านี้กล่าวว่ารองเท้านี้ออกแบบสมดุลอย่างสมบูรณ์แบบเฉดเช่นเดียวกับการสวมรองเท้าปกติ แต่กระนั้นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ออกมากังวลว่ารองเท้าดังกล่าวอาจทำให้เท้า หัวเข่า และกระดูกสันหลังของผู้สวมเสื่อมสภาพในระยะยาว หากสวมใส่ประจำ

 

 

4.Paduka

  

ปาดูก้าเป็นรองเท้าจากประเทศอินเดียที่เก่าแก่ – จนถึงปัจจุบัน โดยชื่อปาดูก้านั้นหมายถึงการพิมพ์แท้ของพระเจ้าในศาสนาฮินดู เช่น พระวิษณุ พระศิวะ ที่เป็นเคารพสักการะในบ้าน โดยรูปร่างคล้ายรองเท้าแตะ โดยมันมีรูปแบบมากมายไม่ว่าจะเป็นรูปปลา และวัสดุที่ใช้ทำการหลายหลาย เช่น ไม้สัก ไม้มะเกลือ งาช้างหรือเงิน จุดเด่นคือมีลูกบิดที่ตั้งระหว่างนิ้วเท้าเหมือนรองเท้าแตะ มีทั้งตกแต่งแบบเรียบง่ายไปจนถึงประณีต หากรูปแบบซับซ้อนก็ใช้สำหรับเป็นเรื่องตกแต่งเจ้าสาว หรือใช้สวมใส่ในพิธีกรรมทางศาสนา นอกจากนี้รองเท้าชนิดนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือสำหรับเร้าอารมณ์ของพวกมาโซ(Masochism) ในรูปแบบคล้ายๆ กับ aichmophilia(การเอาของแหลมทิ่มร่างกาย) โดยเกิดอาการปวด และเมื่อผ่านไป 20-40 นาที ร่างกายจะเริ่มผลิตสารยาเสพติดเพื่อลดความเจ็บปวดและสารเหล่านี้จะมีฤทธิ์เหมือนยาชา ทำให้ร่าเริงและซาบซ่า

 

 

3.Wooden Bridal Shoes

         

รองเท้าไม้เจ้าสาว ศตวรรษที่ 19 ทางตอนใต้ของ SaintGirons ในจังหวัดอารีแยฌ ประเทศฝรั่งเศส ตัวมีที่มาจากการป้องกันแขกมัวร์ที่มาลักพาตัวผู้หญิงในหมู่บ้าน โดยรองเท้านี้เป็นหนึ่งในชิ้นส่วยของลำต้นของไม้วอลนัทโดยเอามาจากรากที่มีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยผู้ชายจะเก็บรองเท้านี้ให้แก่เจ้าสาวของเขา โดยเชื่อกันว่าหากปลายรองเท้าสูงชี้มากเท่าใดก็แสดงว่าพวกเขามีความรักให้เธอมากขึ้นเอท่านั้น

 


                 2.The Ballet Boot

  

รองเท้าบู๊ตบัลเล่ต์เป็นรองเท้าที่ใช้สำหรับเต้นบัตเล่ห์ของผู้หญิงโดยมีลักษณะคล้ายส้นสูง แต่ส้นเท้าเรียวยาว ความของรองเท้าสูงประมาณ 7 นิ้ว(18 เซนติเมตร) และตรงหัวเท้าตั้งแนวดิ่งกว่า ปัจจุบันรองเท้านี้ได้รับความนิยมตั้งแต่ทศวรรษที่  1980-ปัจจุบันซึ่งมีจำหน่ายทั่วโลกและสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ โดยผู้สวมไม่จำเป็นต้องใช้เต้นบัลเล่ห์(มีการปรับเปลี่ยนให้ผสมผสานเหมือนสำหรับใช้งานอย่างอื่น)  หากแต่สามารถสวมเพื่ออกไปข้างนอกหรือนัดเดทในงานสังคม เนื่องจากรองเท้าชนิดนี้ทำหน้าที่เหมือนเครื่องเร้าอารมณ์ทางเพศแก่ฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งพวกผู้หญิงยังใช้เป็นเครื่องมือซาดิสต์ ตัวอย่างเช่น ฝ่ายชายเป็นทาสกามอามรณ์และฝ่ายหญิงจะแต่งชุดซาดิสต์สวมรองเท้าบู๊ตบัลเล่ห์จากนั้นก็ใช้รองเท้านี้เหยียบหลังผู้ชาย ซึ่งแทนที่ผู้ชายจะเจ็บแต่กลับตรงข้าม เพราะฝ่ายชายชอบมาก (เอาเป็นว่าใครที่คิดภาพไม่ออกลองไปอ่านการ์ตูนโป๊ซาดิสต์ดู)

  

 

1. Lotus Shoes

  

รองเท้าดอกบัว(ประเทศจีนตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ถึง 2009)เป็นรองเท้าที่สวมใส่ในประเทศจีนที่มีรูปร่างกรวยหรือฝัก ทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมที่ปักอย่างวิจิตรงดงาม ในรูปแบบต่างๆ สวนมากปักเป็นรูปดอกไม้หรือสัตว์ต่างๆ  และมีรองเท้านี้มีขนาดเล็ก ซึ่งผู้สวม(ซึ่งเป็นผู้หญิง)จะต้องมีกรรมวิธีอะไรบางอย่างกับเท้าของตนจึงจะสวมใส่รองเท้านี้ได้ ในคือกรรมวิธี “มัดเท้า” กระบวนการมัดเท้านั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เด็กอายุ 5-6 ขวบ โดยคนเป็นแม่จะใช้วิธี หักนิ้วน้อย ๆ สี่นิ้ว แล้วงอย้อนกลับไปทางด้านหลัง แล้วก็เอาผ้ามาพันมัดเอาไว้ โดยจะพันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนได้เท้าที่เล็กตามต้องการสำหรับใส่รองเท้าได้(บางตำราก็เขียนว่าให้เอาเท้าแช่ปัสสาวะและกระเพาะแพะ สมุนไพร เพื่อให้เท้าอ่อนนุ่ม) นอกจากนี้ผู้ที่ทำการพันเท้า กล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณสะโพกลงไปจะต้องเกร็งมากในการเดินแต่ละครั้ง เมื่อเยื้องย่างด้วยท่าอ้อนแอ้นแลดูสวยงาม แต่สำหรับผู้เดินแล้วความรู้สึกเดินแต่ละครั้งจะเจ็บปวดแสนสาหัส ราวเข็มพันเล่มกระหน่ำแทงพวกเธอราวกับขุนนรกโลกันต์ เท้าที่ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นจะเหม็นมากๆ จนเป็นแผลเน่า ติดเชื้อง่าย และเลวร้ายที่สุดคือเธอไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกและทรมานมากเวลากระโดดลุกขึ้นยืนนิ่ง ทำให้จำเป็นมากที่ต้องมีคนใช้ข้างตัวสำหรับผู้สวมใส่รองเท้าดังกล่าว ซึ่งผู้สวมร้องเท้าดังกล่าวนี้จะต้องมีฐานะสูงพอสมควร ซึ่งจีนสมัยก่อนมีค่านิยมว่าผู้หญิงยิ่งมีเท้าเล็กยิ่งเซ็กซี่น่ารัก

 

 

0.Armadillo Shoes

 

อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ดีไซเนอร์หัวคิดสร้างสรรค์จากอังกฤษได้เปิดตัวรองเท้าที่ลักษณะเหมือนตัวนิ่มในปี 2010 และรองเท้านี้ได้รับความนิยมในหมู่ดาราไฮโซอย่างเลดี้กาก้า และรองเท้านี้ไม่มีคุณสมบัติอะไรพิเศษทั้งสิ้น นอกเหนือจากความใหญ่และรูปร่างแปลกของมัน

 เครดิต: CAMMY

 

เนื้อหามาจากบทความ Top 10 Most Bizarre Shoes in History

http://listverse.com/2010/08/14/top-10-most-bizarre-shoes-in-history/

(เพิ่มเติมโดยวิกิพีเดียไทย-อังกฤษ)+

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 14,866 ครั้ง, โหวตแล้ว 54 ครั้ง / 268 คะแนน
โพสท์โดย: มิวโร่~mirror ดู Hot Topic อื่นๆของ มิวโร่~mirror
18:43 - 13 พฤษภาคม 2554
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

เรื่องจริง อาชีพและธุรกิจที่ต้องสูญพันธุ์ในอีกไม่นานนี้ แน่ๆ

วู้ดดี้โดนช่างภาพชื่อดังฟ้อง เอาภาพไปใช้ไม่ได้รับอนุญาต

ลู่วิ่งสำหรับแมว

(คลิป)รถไฟ ผ่าน บนถนน 4 เลน ไม่มีที่กั้น o_O!! มันมีจริงๆ ในไทย
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung