ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 1 กันยายน 2557 .... ตรวจรางวัล คลิ๊ก
เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
332,433   1,550,700

10 รองเท้าประหลาดจากทั่วโลก

รองเท้านั้นถือว่าเป็นสิ่งประดิษฐ์ที่อยู่คู่กับมนุษย์ที่ขาดไม่ได้เป็นเวลาหลายพันปี(ประมาณ 8000 ปีก่อนคริสต์กาล) ซึ่งลักษณะของร้องเท้ารูปแบบการใช้งานนั้นก็มีรูปแบบหลากหลาย และนี้คือ 10 รองเท้ารูปร่างประหลาดที่เราไม่เคยรู้มาก่อน

 

10. Okobo

  

โอโคโบะ(ญี่ปุ่นศตวรรษที่ 18-ปัจจุบัน)เป็นรองเท้ารูปร่างเหมือนเกี้ยะใช้สำหรับมาอิโกะ(เกอิซา)ฝึกหัดในช่วงระหว่างฝึกงาน ส่วนมากทำมาจากบล็อกไม้และมีเสียงเป็นเอกลักษณ์ระหว่างเดิน(ซึ่งเสียงดังกล่าวเป็นที่มาของชื่อรองเท้า) โดยสาเหตุที่รองเท้าดังกล่าวมีความสูง(โดยทั่วไปสูงประมาณ 14 เซนติเมตร) ไม่ใช้เป็นเพราะแฟชั่นหากเป็นตัวช่วยป้องกันกิโมโนของผู้สวมสัมผัสกับพื้นดิน ซึ่งกิโมโนนั้นมีราคาแพงและเป็นการไม่ดีแน่หากกิโมโนเปื้อนโคลนระหว่างออกไปข้างนอก อีกทั้งยังช่วยฝึกเดิน โดยสีของร้องเท้ายังเป็นตัวบ่บอกสถานะของผู้สวมใส่ด้วย กล่าวคือ  หากเป็นช่วงฤดูร้อนมาอิโกะจะสวมโอโคโบะเคลือบสีดำ หรือหากสายรองเท้าโอโคโบะสีแดงหมายถึงมาอิโกะหน้าใหม่ หากเป็นสายสีเหลืองหมายถึงมาอิโกะที่ใกล้จะเสร็จสิ้นการฝึกงาน ปัจจุบันร้องเท้าชนิดนี้นิยมใช้สำหรับผู้แต่งตัวแนวโลลิต้าด้วย

 

 

9. Men's high heels

  

รองเท้าส้นสูงของผู้ชายนั้นได้รับความนิยมในยุโรปสมัย ปี  1700 ซึ่งรองเท้าและถุงน่องเป็นสิ่งสำคัญมากที่ขาดไม่ได้ในผู้ชายสมัยนั้น โดยมีที่มาจากพระเจ้าหลุยส์ที่ 14 ผู้สร้างพระราชวังแวร์ซายส์ นับเป็นผู้นำแฟชั่นในยุโรป ยุคนั้น ถึงแม้จะยิ่งใหญ่เกรียงไกรเป็น อธิราชผู้ลือพระนาม แต่พระเจ้าหลุยส์ ที่ 14 ทรงมีพระวรกายเตี้ยมากครับ คือ สูงแค่ 5 ฟุต 4 นิ้ว หรือ 163 ซม. เท่านั้น จำเป็นต้องเสริมให้พระวรกายสูงขึ้น ดังนั้น ฉลองพระบาทของหลุยส์ที่ 14 จึงเป็นแบบส้นสูง(มากๆ) ประดับประดาด้วยเพชร,พลอย, ริบบิ้น, โบ ลูกไม้ และรูปเขียน พระเจ้าหลุยส์ที่ 14 โปรดริบบิ้นมาก ฉลองพระบาทคู่โปรดมีริบบิ้นใหญ่ถึง 16 นิ้ว เท่านั้นยังไม่สมพระทัย พระองค์โปรดให้จิตรกรวาดภาพลงบนส้นฉลองพระบาทคู่โปรด โดยเขียนเป็นรูปเหตุการณ์ในสงครามที่พระองค์ได้พิชิตมา และนั้นเองทำให้ในยุคนั้น ข้าราชสำนักไม่ว่าเตี้ยหรือสูงก็พากันสวมรองเท้าส้นสูงตามพระราชนิยมไปตามๆกัน(อีกส่วนก็ประจบด้วยแหละ)

 

 

8. kabkabs

  

“กับกับ” เป็นรองเท้าส้นสูงสำหรับผู้หญิง(ของผู้ชายจะเป็นอีกแบบหนึ่ง)ในตะวันออกกลาง ในเลบานอน ศตวรรษที่ 14-17 มีวัตถุประสงค์คือป้องกันตัวเองจากสิ่งสกปรกและความไม่สะอาดบนถนนเปียกๆ ที่เต็มไปด้วยโคลน รองเท้าชนิดนี้มีราคาแพงเนื่องจากปักด้วยผ้าไหมสายหนังหรือกำมะหยี่ ส่วนนบนของรองเท้าปักด้วยเงิน ทอง หรือลวดดีบุกผสมตะกั่ว มีความสูงหลายนิ้ว นิยมใช้สำหรับโอกาสพิเศษเช่นงานแต่งงาน ที่ฝ่ายเจ้าสาวจะใส่รองเท้าชนิดนี้โดยตกแต่งด้วยเงินอย่างประณีตและมีเครื่องประดิบเงินขนาดเล็กติดอยู่ และเวลาเดินบนพื้นหินอ่อนจะมีเสียงกับๆ(อันเป็นที่มาของชื่อของรองเท้าดังกล่าว)

 

7. Plaited birch bark shoe

  

ในช่วงตอนต้นของศตวรรษที่ 20 ผู้หญิงจะสวมรองเท้าเปลือกไม้ประจำวันแทรกกับผ้าห่อรองเท้าข้างใน ซึ่งเพวกเขาใช้เป็นรองเท้าหุ้มรองเท้า เพื่อป้องกันรองเท้าหนังเกิดความเสียหานจากฝนโคลนและหิมะ ลองเท้าเหล่านี้ทำมาจากเปลือกไม้บิช นอกจากนี้ยังทำจากต้นลินเด้นหรือเปลือกของต้นมะนาว โดยนิยมในฟินแลนด์ อีกทั้งในนอร์เวย์ สวีเดนและแม้กระทั้งรัสเซียก็มีรองเท้าในแบบของตนเอง อายุการใช้งานของรองเท้าเปลือกไม้นั้นจำกัด โดยอายุเฉลี่ยประมาณหนึ่งสัปดาห์

 

6. Chopines

  

“ชอฟีนส์” เป็นร้องเท้าสตรีของประเทศอิตาลีประเภทแพลตฟอร์มที่เป็นที่นิยมในศตวรรษที่ 15,16 และ 17(1580-1620)  มีวัตถุประสงค์เพื่อป้องกันชุดของผู้สวมใส่เลอะโคลนหรือดินบนถนน โดยทั่วไปทำจากไม้ก๊อก และคลุมด้วยหนังสัตว์ อาจมีกำมะหยี่หรืออัญมณีตกแต่งตรงส่วนที่สวมเท้า ซึ่งพิลึกพิสดารของรองเท้านี้ก็คือ พื้นรองเท้านี้สูงมาก บางคู่สูงถึง 2 ฟุต บางคู่ก็สูงประมาณ 18 ซม.(5นิ้ว) และเป็นของฟุ่มเฟือยและแพงมากอีกทั้งน้อยมากที่จะเห็นรองเท้านี้บนตัวผู้สวม เนื่องจากกระโปรงผู้หญิงจะปกคลุมรองเท้าของพวกเขาทำให้เรามองไม่เห็น  และเมื่อหญิงใส่รองเท้าชนิดนี้พวกเขาจะมีคนรับใช้หรือผู้ดูแลช่วยเหลือเพื่อป้องกันไม่ให้เธอล้มลงกับพื้น

 

 

5.Heelless shoes

 

Heelless เป็นรองเท้าส้นสูงอีกแบบแตกต่างคือที่สันรองเท้าถูกยกตัวสูงขึ้น เปิดตัวครั้งแรกในงานเดินแบบ Antonio Berardi's runway in 2007ในปี 2007 และต่อมาก็มีชื่อเสียงในปี 2008 โดยวิกตอเรีย แบงแฮมดาราผู้นำแฟชั่นได้สวมรองเท้าดังกล่าว แม้มันจะดูผิดธรรมชาติหรือดูแล้วไม่น่าสวมใส่สบาย แต่กระนั้นรองเท้าดังกล่าวก็ไม่ได้ก่อความเจ็บปวดใดๆ แก่ผู้สวมใส่ โดยนักออกแบบรองเท้านี้กล่าวว่ารองเท้านี้ออกแบบสมดุลอย่างสมบูรณ์แบบเฉดเช่นเดียวกับการสวมรองเท้าปกติ แต่กระนั้นผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ออกมากังวลว่ารองเท้าดังกล่าวอาจทำให้เท้า หัวเข่า และกระดูกสันหลังของผู้สวมเสื่อมสภาพในระยะยาว หากสวมใส่ประจำ

 

 

4.Paduka

  

ปาดูก้าเป็นรองเท้าจากประเทศอินเดียที่เก่าแก่ – จนถึงปัจจุบัน โดยชื่อปาดูก้านั้นหมายถึงการพิมพ์แท้ของพระเจ้าในศาสนาฮินดู เช่น พระวิษณุ พระศิวะ ที่เป็นเคารพสักการะในบ้าน โดยรูปร่างคล้ายรองเท้าแตะ โดยมันมีรูปแบบมากมายไม่ว่าจะเป็นรูปปลา และวัสดุที่ใช้ทำการหลายหลาย เช่น ไม้สัก ไม้มะเกลือ งาช้างหรือเงิน จุดเด่นคือมีลูกบิดที่ตั้งระหว่างนิ้วเท้าเหมือนรองเท้าแตะ มีทั้งตกแต่งแบบเรียบง่ายไปจนถึงประณีต หากรูปแบบซับซ้อนก็ใช้สำหรับเป็นเรื่องตกแต่งเจ้าสาว หรือใช้สวมใส่ในพิธีกรรมทางศาสนา นอกจากนี้รองเท้าชนิดนี้ยังใช้เป็นเครื่องมือสำหรับเร้าอารมณ์ของพวกมาโซ(Masochism) ในรูปแบบคล้ายๆ กับ aichmophilia(การเอาของแหลมทิ่มร่างกาย) โดยเกิดอาการปวด และเมื่อผ่านไป 20-40 นาที ร่างกายจะเริ่มผลิตสารยาเสพติดเพื่อลดความเจ็บปวดและสารเหล่านี้จะมีฤทธิ์เหมือนยาชา ทำให้ร่าเริงและซาบซ่า

 

 

3.Wooden Bridal Shoes

         

รองเท้าไม้เจ้าสาว ศตวรรษที่ 19 ทางตอนใต้ของ SaintGirons ในจังหวัดอารีแยฌ ประเทศฝรั่งเศส ตัวมีที่มาจากการป้องกันแขกมัวร์ที่มาลักพาตัวผู้หญิงในหมู่บ้าน โดยรองเท้านี้เป็นหนึ่งในชิ้นส่วยของลำต้นของไม้วอลนัทโดยเอามาจากรากที่มีรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า โดยผู้ชายจะเก็บรองเท้านี้ให้แก่เจ้าสาวของเขา โดยเชื่อกันว่าหากปลายรองเท้าสูงชี้มากเท่าใดก็แสดงว่าพวกเขามีความรักให้เธอมากขึ้นเอท่านั้น

 


                 2.The Ballet Boot

  

รองเท้าบู๊ตบัลเล่ต์เป็นรองเท้าที่ใช้สำหรับเต้นบัตเล่ห์ของผู้หญิงโดยมีลักษณะคล้ายส้นสูง แต่ส้นเท้าเรียวยาว ความของรองเท้าสูงประมาณ 7 นิ้ว(18 เซนติเมตร) และตรงหัวเท้าตั้งแนวดิ่งกว่า ปัจจุบันรองเท้านี้ได้รับความนิยมตั้งแต่ทศวรรษที่  1980-ปัจจุบันซึ่งมีจำหน่ายทั่วโลกและสามารถสั่งซื้อทางออนไลน์ โดยผู้สวมไม่จำเป็นต้องใช้เต้นบัลเล่ห์(มีการปรับเปลี่ยนให้ผสมผสานเหมือนสำหรับใช้งานอย่างอื่น)  หากแต่สามารถสวมเพื่ออกไปข้างนอกหรือนัดเดทในงานสังคม เนื่องจากรองเท้าชนิดนี้ทำหน้าที่เหมือนเครื่องเร้าอารมณ์ทางเพศแก่ฝ่ายตรงข้าม อีกทั้งพวกผู้หญิงยังใช้เป็นเครื่องมือซาดิสต์ ตัวอย่างเช่น ฝ่ายชายเป็นทาสกามอามรณ์และฝ่ายหญิงจะแต่งชุดซาดิสต์สวมรองเท้าบู๊ตบัลเล่ห์จากนั้นก็ใช้รองเท้านี้เหยียบหลังผู้ชาย ซึ่งแทนที่ผู้ชายจะเจ็บแต่กลับตรงข้าม เพราะฝ่ายชายชอบมาก (เอาเป็นว่าใครที่คิดภาพไม่ออกลองไปอ่านการ์ตูนโป๊ซาดิสต์ดู)

  

 

1. Lotus Shoes

  

รองเท้าดอกบัว(ประเทศจีนตั้งแต่ศตวรรษที่ 10 ถึง 2009)เป็นรองเท้าที่สวมใส่ในประเทศจีนที่มีรูปร่างกรวยหรือฝัก ทำจากผ้าฝ้ายหรือผ้าไหมที่ปักอย่างวิจิตรงดงาม ในรูปแบบต่างๆ สวนมากปักเป็นรูปดอกไม้หรือสัตว์ต่างๆ  และมีรองเท้านี้มีขนาดเล็ก ซึ่งผู้สวม(ซึ่งเป็นผู้หญิง)จะต้องมีกรรมวิธีอะไรบางอย่างกับเท้าของตนจึงจะสวมใส่รองเท้านี้ได้ ในคือกรรมวิธี “มัดเท้า” กระบวนการมัดเท้านั้นจะเริ่มต้นตั้งแต่ตอนที่เด็กอายุ 5-6 ขวบ โดยคนเป็นแม่จะใช้วิธี หักนิ้วน้อย ๆ สี่นิ้ว แล้วงอย้อนกลับไปทางด้านหลัง แล้วก็เอาผ้ามาพันมัดเอาไว้ โดยจะพันแน่นขึ้นเรื่อย ๆ จนได้เท้าที่เล็กตามต้องการสำหรับใส่รองเท้าได้(บางตำราก็เขียนว่าให้เอาเท้าแช่ปัสสาวะและกระเพาะแพะ สมุนไพร เพื่อให้เท้าอ่อนนุ่ม) นอกจากนี้ผู้ที่ทำการพันเท้า กล้ามเนื้อตั้งแต่บริเวณสะโพกลงไปจะต้องเกร็งมากในการเดินแต่ละครั้ง เมื่อเยื้องย่างด้วยท่าอ้อนแอ้นแลดูสวยงาม แต่สำหรับผู้เดินแล้วความรู้สึกเดินแต่ละครั้งจะเจ็บปวดแสนสาหัส ราวเข็มพันเล่มกระหน่ำแทงพวกเธอราวกับขุนนรกโลกันต์ เท้าที่ถูกปิดไว้อย่างแน่นหนา กลิ่นจะเหม็นมากๆ จนเป็นแผลเน่า ติดเชื้อง่าย และเลวร้ายที่สุดคือเธอไม่สามารถเดินไปไหนมาไหนได้สะดวกและทรมานมากเวลากระโดดลุกขึ้นยืนนิ่ง ทำให้จำเป็นมากที่ต้องมีคนใช้ข้างตัวสำหรับผู้สวมใส่รองเท้าดังกล่าว ซึ่งผู้สวมร้องเท้าดังกล่าวนี้จะต้องมีฐานะสูงพอสมควร ซึ่งจีนสมัยก่อนมีค่านิยมว่าผู้หญิงยิ่งมีเท้าเล็กยิ่งเซ็กซี่น่ารัก

 

 

0.Armadillo Shoes

 

อเล็กซานเดอร์ แมคควีน ดีไซเนอร์หัวคิดสร้างสรรค์จากอังกฤษได้เปิดตัวรองเท้าที่ลักษณะเหมือนตัวนิ่มในปี 2010 และรองเท้านี้ได้รับความนิยมในหมู่ดาราไฮโซอย่างเลดี้กาก้า และรองเท้านี้ไม่มีคุณสมบัติอะไรพิเศษทั้งสิ้น นอกเหนือจากความใหญ่และรูปร่างแปลกของมัน

 เครดิต: CAMMY

 

เนื้อหามาจากบทความ Top 10 Most Bizarre Shoes in History

http://listverse.com/2010/08/14/top-10-most-bizarre-shoes-in-history/

(เพิ่มเติมโดยวิกิพีเดียไทย-อังกฤษ)+

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 14,871 ครั้ง, โหวตแล้ว 54 ครั้ง / 268 คะแนน
โพสท์โดย: มิวโร่~mirror ดู Hot Topic อื่นๆของ มิวโร่~mirror
18:43 - 13 พฤษภาคม 2554
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

คู่มือและรีวิวการท่องเที่ยวตุรกี...ดินแดนมหัศจรรย์

คิวบา ออกกฎห้าม “หิ้วบราเกิน 24 ตัว” เข้าประเทศ

10 อันดับหนุ่มหล่อเกาหลีคนดัง ดูดีทุกองศา

มุมมองของคนญี่ปุ่นต่อการทำงานของคนไทย
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung