Facebook Line เข้าสู่ระบบ (Sign-In) สมัครสมาชิก (Sign-Up)
FB
Tweet แชร์ Facebook
หน้าแรก Hot Topic
เว็บบอร์ด
Video Pic Post ตรวจหวย
หาเพื่อน
ผลบอล เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม
แต่งรูป
คำนวณ สเปซ Page
MENU
หน้าแรกHot Topicเว็บบอร์ดพูดคุย ถาม-ตอบคลิป VideoPic Postตรวจหวยหาเพื่อน Chatหาเพื่อน Skypeหาเพื่อน Facebookผลบอลเกมส์QuizPlayไดอารี่อัลบั้มโหวตคำคมแต่งรูปกริตเตอร์ (รูปวิบวับ)คำนวณ สเปซPage
 
ติดต่อเว็บไซต์ ติดต่อโฆษณา แจ้ง Report เนื้อหา ข้อตกลงการใช้บริการ
 
เข้าสู่ระบบสมัครสมาชิก
 
หน้าแรกเว็บบอร์ด กระทู้ของฉันค้นหากระทู้ ตั้งกระทู้ใหม่

เครื่องบันทึกเสียง แรกเริ่ม


กระดานสนทนา หมวด อื่นๆโพสท์โดย Thai

วิวัฒนาการของการบันทึกเสียง

       ก่อนที่จะมาเป็นตัวแผ่นเสียงและเครื่องเล่นแผ่นเสียงที่มีลักษณะเป็นแป้นหมุน รูปร่างต่างๆกันมากมายในปัจจุบันนี้ คงจะสงสัยกันว่า มันมีวิวัฒนาการมาอย่างไร โดยส่วนตัวผมแล้ว เมื่อเราจะศึกษาเรื่องในเรื่องหนึ่งให้เป็นที่ถ่องแท้ ก็คงมิอาจที่จะมองข้ามเรื่องของประวัติศาตร์และวิวัฒนาการของสิ่งนั้นๆ จึงขอใช้เนื้อที่สักเล็กน้อยเป็นการเกริ่นนำให้ทราบถึงพัฒนาการคร่าวๆและบุคคลสำคัญบางท่านที่เป็นผู้ผลิตเครื่องเล่นแผ่นเสียงให้เราได้ใช้กันถึงทุกวันนี้
ถ้าจะเอ่ยถึงเรื่องของการบันทึกเสียง บุคคลสำคัญที่เรามักจะจำได้ที่เป็นผู้ผลิตเครื่องบันทึกเสียงคนแรกคือ Thomas Alva Edison แต่จริงๆแล้ว บุคคลแรกที่เป็นผู้ที่สามารถ “จับ” เอาคลื่นเสียงที่เรามองไม่เห็นมาเป็นเส้นซิกแซกให้เรามองเห็นได้เป็นคนแรกคือ Leon Scott

ปี 1857 Leon Scott ได้ผลิตเครื่องที่สามารถบันทึกคลื่นเสียง เช่นเสียงพูด มาลงในกระดาษได้คนแรก เครื่องนั้นคือ Phonautograph หลักการก็คือว่า จะมีกรวยทรงกระบอกคล้ายโทรโข่งทำหน้าที่จับคลื่นเสียง ที่ปลายด้านเล็กของโทรโข่งนั้นจะเป็น diaphragm และยึดติดกับ stylus ที่ทำด้วยขนของสุกร เมื่อมีคลื่นเสียงเข้ามา ก็จะทำให้ diaphragm ขยับตัว และตัว stylus ก็ขยับด้วย ปลาย stylus นั้นก็จะไปขูดลงบนกระดาษเขม่าที่ผ่านการรมควัน ทำให้เห็นเป็นเส้น แต่ข้อเสียของ phonautograph คือไม่สามารถที่จะเล่นกลับเป็นเสียงได้

ปี 1878 Thomas Alva Edison ได้ทำการผลิตเครื่อง Phonograph ขึ้น โดยขยายต่อความคิดของ Leon Scott โดยการใช้เข็มเหล็กกรีดลงบนแผ่นดีบุกทรงกระบอก (tin foil) ทำให้สามารถบันทึกและเล่นกลับได้ แต่ข้อเสียของ Phonograph ก็คือว่ามันสามารถเล่นกลับได้ไม่กี่ครั้งก็เสื่อมสภาพ (ภาพด้านล่าง)

phonograph ในยุคเริ่มแรก


phonograph ในยุคต่อมา

Charles Sumner Tainter

ปี 1886 Charles Sumner Tainter ได้พัฒนาเครื่องบันทึกเสียงเรียกว่า Graphophone โดยการเปลี่ยนจากกระบอก tin foil มาเป็นกระดาษทรงกระบอกที่เคลือบด้วย wax ทำให้สามารถเล่นกลับได้หลายครั้ง เครื่อง graphophone นี้จึงเป็นที่แพร่หลายกันมาก โดยเฉพาะในด้านของงาน office ที่มีการบันทึกเสียงพูด และมีการเล่นกลับพร้อมกับมีผู้ถอดเสียงเป็นพิมพ์ดีด และอาจสื่อสารต่อไปในรูปของโทรเลข หรือโทรศัพท์ แต่ในด้านของเสียงเพลงนั้น ยังเป็นในลักษณะ commercial ได้ยากยิ่ง เพราะว่าไม่สามารถที่จะทำสำเนาหลายๆชุดจากการบันทึกเสียงครั้งเดียวได้ ถ้าจะผลิตเพลงๆหนึ่งหลายๆ copy ก็จะต้องให้นักร้องเล่นซ้ำๆหลายๆครั้ง ทำให้ต้นทุนในการผลิตค่อนข้างสูงสำหรับเพลง

(เครื่อง graphophone)


เครดิต เว็บ http://www.bloggang.com 

Report เนื้อหา


โพสท์โดย: Thai
5Y
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
4 VOTES
 

แชร์ใน Facebook Tweet
Comment ด้วย facebook

Comment!  

 
ชื่อ
เครื่องบันทึกเสียง แรกเริ่ม

น้องหมาติดอ่างควรทำยังไงดีค่ะ

ไขข้อสงสัยว่าทำไมต้องมีขีดเล็กๆนูนๆใต้ ปุ่ม F และ J

'Window Snow Art' สร้างศิลปะสุดแนวบนกระจกด้วยสเปรย์หิมะ

สวนหนัก! "อาจารย์ฟิลิป" โต้กลับ "สำลี" หลังออกทีวีของานรอบสอง อ้างว่ารักษาลูกแต่บอกว่าอาจารย์ไม่ช่วย ทั้งที่จริงแล้วไม่เคยโทรหาเลย

เชษฐ์ สไมล์บัพโฟโล ทำดีให้บ้านเกิดโดยเปิด โรงทาน

6 สารสกัด หน้าเด้ง ตึงกระชับ พี่ม้าคอนเฟิร์ม!!
แชร์ใน Facebook Tweet
ตั้งกระทู้ใหม่ไปหน้าแรกเว็บบอร์ด เพื่อดูกระทู้อื่นๆไปหน้าแรก Postjung.com

 
 
ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา