เมืองโบราณที่จมอยู่ใต้น้ำเก่ากว่า(มหาปิรามิดกิซาห์)
สิ่งก่อสร้างโบราณที่แสดงถึงความเจริญของมนุษย์ ที่เราเรียนมาในตำราเรียนส่วนใหญ่นั้นอายุไม่เกิน 3,000 ปีเพราะตำราเรียนมักจะใช้สมมุติฐานว่ามนุษย์มีวิวัฒนาการทางเทคโนโลยีที่สูงขี้นเรื่อยๆ แต่ในความเป็นจริงแล้ว หลักฐานทางประวัติศาสตร์ที่แท้จริงบ่งบอกว่ามนุษย์และอารยธรรมโบราณในหลายๆพี้นที่มีความเจริญก้าวหน้าสูงโดยดูที่ขนาดของหินที่ใช้ก่อสร้างและวิธีการก่อสร้าง หลายๆที่ไม่มีความเจริญมากนัก และหายไปด้วยเหตุผลบางประการซี่งอาจจะเกี่ยวข้องกับภัยธรรมชาติครั้งใหญ่ แล้วกลับมาเจริญใหม่อีกครั้ง หลักฐานเหล่านี้อยู่ในรูปของสิ่งก่อสร้าง และ โบราณวัตถุ ที่มีอายุเก่าแก่มากกว่า 5000 ปี และหลักฐานทางภูมิศาสตร์ที่เปลี่ยนแปลงที่ทำให้เมืองหลายๆเมืองจมอยู่ใต้น้ำ
อุทยาน Yonaguni ที่ญี่ปุ่นติดกับใต้หวัน
เป็นอุทยานหินขนาดใหญ่ซี่งมีการค้นพบเมื่อปี 1987 อุทยานนี้มีอายุเก่าแก่ประมาณหมื่นปี และคาดว่าสร้างขึ้นสมัย Ice Age ก่อนที่ระดับน้ำทะเลจะสูงขี้นถีงปัจจุบัน ส่วนแนวของประการังบริเวณนั้นมีอายุประมาณ 6 พันปี ซี่งบ่งบอกว่าน้ำทะเลได้ท่วมขี้นมาในบริเวณนี้ ซึ่งตรงกับประวัติศาสตร์คำเล่าต่างๆ เกี่ยวกับน้ำท่วมโลก ส่วนคนที่อาศัยอยู่ที่นั้นได้มีหลักฐานว่ามีอายุเก่าแก่ถีง 32000 ปี แสดงให้เห็นว่าอารยธรรมที่เจริญก้าวหน้าของโลกนั้นมีมานานกว่าที่เล่ากันในประวัติศาสตร์ที่เรียนกันมา และจะเห็นว่าคนโบราณจะเน้นการใช้วัสดุที่ทำจากหินมากกว่าโลหะหรือไม้ซี่งมีความทนทานต่อการสึกกร่อนได้ดี แต่อารยธรรมและเทคโนโลยีที่ใช้สร้างสถาปัตยกรรมเหล่านี้ได้หายสาปสูญไป
โครงสร้างหินขนาดใหญ่ ที่มีลักษณะคล้ายคลึงกับสถาปัตยกรรมของอเมริกาใต้ รูปปั้นรูปสิงโตขนาดใหญ่

เมืองใต้น้ำ Havana ที่ประเทศคิวบา
มีการค้นพบเมืองใต้น้ำที่ประเทศคิวบาโดยพบสิ่งก่อสร้างขนาดใหญ่ซี่งลึกลงไปใต้น้ำโดยการนำหุ่นยนตร์ติดระบบโซน่าวัดความสูงของพี้นผิวทะเล โดยใช้คลื่นเสียงสะท้อนให้เห็นภาพ) พบโครงสร้างลักษณะเป็นหิน ซี่งอยู่ลึกกว่า 2000 ฟุต (หรือ 650 เมตร) ใต้น้ำ บริเวณ Guanahacabibes Peninsula และยังพบปิรามิดอยู่ใต้น้ำอีกด้วย ทาง National Geography
ได้เข้ามาซื้อลิขสิทธิ์การถ่ายทำสารคดีจากผู้ค้นพบ และเก็บเข้ากรุโดยไม่ยอมออกมาเผยแพร่
จากรูปถ่ายก็ยืนยันว่าพบโครงสร้างที่ประกอบด้วยหินแกรนิตที่ถูกตัดเป็นรอยเรียบขนาดใหญ่ บางก้อนถูกสร้างเป็นรูปทรงพีระมิค บางก้อนเป็นรูปทรงกลม
โบราณสถานดังกล่าวเชื่อว่ามีอายุมากกว่า 6000 ปีก่อน ซึ่งเกิดก่อนพีระมิดที่อียิปต์มากกว่า 1500 ปี
เมืองใต้น้ำที่เม็คซิโก
จากรูปจะเห็นแผนที่ของเมืองโบราณทั้งเมืองที่จมอยู่ใต้น้ำบริเวณประเทศเม็คซิโก

ตารางสี่เหลื่ยมใต้น้ำที่บาฮามาส (Bahamas)

Cay Sal Bank Landsat Image
Latitude: 23.75965 Longitude -79.79439

เมืองใต้น้ำในมหาสมุทรเอตแลนติก (ทวีปปริศนา)
เมืองนี้อาจจะเป็นแอตแลนติสจากเรื่องเล่าของคนโบราณซ๊่งจมลงใต้น้ำเมื่อประมาณหนี่งหมื่นปีก่อน
และต้องรอการพิสูจน์เพราะอันนี้ยังไม่ได้เจอแน่นอนมีแ่ต่ภาพดาวเทียมที่ถ่า่ยพื้นที่ได้




ที่มาจาก http://www.marsanomalyresearch.com/evidence-reports/2010/189/atlantis-or-another.htm
อินเดียนี่เจอวัดใต้น้ำถึง 7 แห่ง และอีก 6 สถานที่ที่จมอยู่ใต้น้ำ
เพราะเป็นประเทศใหญ่เลยเลยมีอารยธรรมเก่าๆคงเหลืออีกเยอะ ผมขอยกมาแค่บางที่นะคัฟ
Dwarka (India)
ระหว่างการค้นพบทางโบราณคดีที่น่าตื่นเต้นที่สุดที่เกิดขึ้นในประเทศอินเดียในปีที่ผ่านมา นอกชายฝั่งของ Dwarka ใน Gujarat
การขุดค้นได้ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1983 ทั้งสองที่อยู่ห่างจาก Dwarka 30 กม. อยู่บนชายฝั่งทะเลอาหรับและ Dwarka อยู่ในอ่าว Kutch
สถานที่ที่ทั้งสองนี้จะมีการเชื่อมต่อกับตำนานเกี่ยวกับพระกฤษณะและมีวัดที่นี่ส่วนใหญ่อยู่ในช่วงยุคกลาง
ที่นี่ติดอันดับเป็นหนึ่งในเจ็ดเมืองที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ, เมืองในตำนานของ Dvaraka คือสถานที่อยู่อาศัยของพระกฤษณะ
เชื่อกันว่าเนื่องจากความเสียหายและการทำลายโดยน้ำทะเล
นี่คือต้นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญพบที่กฤษณะตำนานของเมืองของพระเจ้า
ตั้งอยู่ในโสวรัสตระที่ทะเลจุดที่ Gomti แม่น้ำตรงอาหรับ
ตอนค้นพบของยังไม่ได้ดึงดูดความสนใจระดับเดียวกันในตะวันตกเป็นที่ของโบราณ Troy โดยไฮน์ริช Schliemann?
วรรณกรรมเช่นมหาภารตะ, Harivamsha และ Purana
มีประเพณีเกี่ยวกับพระสิริรากฐานของ Dwaraka และมีการวางแผน ก่อนที่เมืองตำนานของ Dwaraka
ถูกค้นพบนักวิชาการบางคนเห็นว่ามหาภารตะเป็นเพียงทะเลตำนานมันจะป่วยการที่จะมองหาการคงอยู่ของ Dwaraka
การขุดค้นทำโดย ดร. SR Rao ที่ Dwaraka พิสูจน์ว่าคำอธิบายที่พบในข้อความเหล่านี้จะไม่ให้การปฏิเสธเป็นเพ้อฝัน
เมืองกฤษณะเป็นสถาปัตยกรรมเก่า Dwaraka จึงเป็นเมืองคู่บารมีและที่ยอดเยี่ยม
Sudamacarit อธิบายทรงสวยงามและความงาม Dwaraka เ
ป็นที่กล่าวถึงเป็นโกลเด้นซิตี้ในมหาภารตะ, Skanda Purana, พระนารายณ์ Puranaและ Harivamsha

เมือง แคมเบย์ ( Cambay) ประเทศอินเดีย
ไม่กี่ปีที่ผ่านมาในประเทศอินเดียเปิดเมืองที่ 9.5 พันกว่าปีเก่า เหล่านี้สถานที่ปรักหักพังใต้น้ำที่ชายฝั่งทางตอนใต้ของอินเดีย
พบว่าระดับสูงสุดของอารยธรรมในขณะนั้น ควรสังเกตว่าจนถึงเมืองเก่าอย่างนี้หรือที่รู้จักกันในประเทศอินเดียมีเพียง 5 พันกว่าปี
การค้นพบได้รับรางวัลโกลเด้นซิตี้เป็นเมืองในตำนานที่อาศัยอยู่กฤษณะได้มีการค้นพบรูปปั้นอียิปต์โบราณ
และ สถานที่ต่างๆใต้ทะเล เชื่อกันว่าสถานที่นี้จมลงใต้ทะเลเมื่อ 1500 ปีก่อน เป็นเมืองโบราณที่มีอายุประมาณ 9500 ปี ซี่งเก่าแก่กว่าประวัติศาสตร์อินเดียได้จารึกไว้
เมือง อเล็คแซนเดรีย (Alexandria) ประเทศ อียิปต์
นอกชายฝั่งของ Alexandria, เมืองอเล็กซานเด Great, ตั้งอยู่ในสิ่งที่เชื่อว่าเป็นสถานที่ปรักหักพังของที่ราชของคลีโอพัตรา
ทีมงานของนักโบราณคดีทางทะเลที่นำโดยฝรั่งเศส Franck Goddio ทำให้การขุดค้นที่เมืองโบราณนี้จากที่คลีโอพัตรา, ควีนสุดท้ายของ Ptolemies, ปกครองอียิปต์ นักประวัติศาสตร์เชื่อว่าเมืองนี้ถูกน้ำท่วมจากการเกิดแผ่นดินไหวและคลื่นน้ำขึ้นน้ำลงมากกว่า 1,600 ปีที่ผ่านมา

การขุดค้นเข้มข้นในเกาะใต้น้ำของ Antirhodus คลีโอพัตรา กล่าวจะมีพระราชวังมีการค้นพบอื่น ๆ รวมถึงการพบเรือแตกที่เก็บรักษาไว้อย่างดี และแนวหินแกรนิตสีแดงที่มีจารึกภาษากรีก สองรูปปั้นนี้ได้พบและถูกยกออกจากท่าเรือ หนึ่งในนั้นคือเทพธิดา Isis ; อื่น ๆ ที่มีใบหน้าลึกลับ
มีการกล่าวถึงเป็นตัวแทนของคลีโอพัตราพ่อพระทอเลที่ XII
แต่สิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับกลับไปของพวกเขาเงียบเพราะรัฐบาลอียิปต์กล่าวว่าต้องการที่จะสร้างพิพิธภัณฑ์ใต้น้ำ
กว๊านพะเยา ประเทศไทย




เรื่องมีอยู่ว่าเมื่อปลายปี 2549 ที่ผ่านมามีการสำรวจกว๊านพะเยาก็พบว่ามีวัดโบราณกว่า 20 แห่ง โดยมีวัดหลักคือวัดติโลกอาราม
จมอยู่ใต้น้ำในกว๊านพะเยา จังหวัดพะเยาก็มีแนวคิดการกกู้วัดทั้งหมดขึ้นมาเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวทั่วไปเช่าเรือพายชมวัดเก่าโบราณดังกล่าว
พร้อมชมวิถีชีวิตประมงพื้นบ้านรอบกว๊าน ซึ่งเชื่อว่าจะสามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวเชิงประวัติศาสตร์ได้

มีวัดซี่งเก่าแก่ขนาด 500 ปีซี่งจมอยู่ใต้ทะเลสาปพระเยาที่จงใจสร้างขี้นเมื่อ 70 ปีก่อน และทางการกำลังจะทำการบูรณะขี้นมาใหม่
วัดติโลกอาราม ซึ่งจมอยู่กลางกว๊านพะเยามาเป็นเวลายาวนานกว่า 70 ปีครับ จากข้อความที่ปรากฏอยู่ในหลักศิลาจารึกที่ถูกค้นพบได้ในวัดร้างกลางกว๊านพะเยา ทำให้ทราบว่าวัดติโลกอารามมีอายุเก่าแก่กว่า 500 ปี ซึ่งสร้างขึ้นในสมัยพระเจ้าติโลกราช กษัตริย์ผู้ครองนครเชียงใหม่ วัดนี้มีความสำคัญทางประวัติศาสตร์ของเมืองพะเยาอย่างมาก เพราะเป็นวัดที่เจ้าผู้ครองเมืองพะเยาได้สร้างถวายเพื่อเทิดพระเกียรติแก่พระเจ้าติโลกราชในฐานะที่ทรงเป็นกษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่แห่งอาณาจักรล้านนา

หลักฐานที่เคยพบและเกี่ยวข้องโดยตรงกับวัดติโลกอาราม คือ 'จารึกวัดติโลกอาราม' พบที่เนินสันธาตุในกว๊านพะเยา ใกล้กับท้ายหมู่บ้านร่องไฮ เมื่อวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2550 บริเวณเนินที่เป็นวิหารนี้จะปรากฏชัดเวลาน้ำแห้งในฤดูแล้ง เดิมชาวบ้านเรียกบริเวณนี้ว่า 'วัดสี่แจ่ง' โดยเรียกตามลักษณะของพื้นที่ที่เป็นรูปสี่เหลี่ยม บ้างก็เรียก 'วัดสันธาตุ' แต่ชื่อเรียกที่ปรากฏในจารึกคือวัดติโลกอาราม
ลักษณะของจารึกคล้ายใบเสมา ท่อนบนและท่อนล่างหักหายไป เป็นหินทรายสีเทา กว้าง 36 เซนติเมตร (ซม.) สูง 30 ซม. หนา 7 ซม. จารึกอักษรฝักขาม ภาษาไทย เลขธรรม มีการจารึกทั้งสองด้าน เนื้อความโดยย่อกล่าวถึง ความเป็นมาในการสร้างวัดติโลกอารามที่บริเวณหนองเต่า ในสมัยพระเจ้าติโลกราช
(กษัตริย์เมืองเชียงใหม่ ราว พ.ศ.2019-2030) มีการผูกพัทธสีมาและบวชพระภิกษุจำนวน 5 รูป
พระเจ้าติโลกราชได้ถวายพระพุทธรูป 1 องค์ ที่ดิน (นาจังหัน) เงิน 10,000,000 เบี้ย และข้าวัด 5 ครอบครัว

(เสาหินทรายหกเหลี่ยมที่พบ 6 ต้น บริเวณโบราณสถานหมายเลย 2 สันนิษฐานว่าเป็นเสาเสมาของโบสถ์)
พื้นอิฐใต้น้ำ
การเข้าชมวัดติโลกอารามนี้ต้องนั่งเรือหางยาวไปกลางกว๊านพะเยาครับ ค่าบริการคนละ 20 บาท หมูหินว่ามันเป็นราคาที่ถูกมากสำหรับการได้เห็นโบราณสถานเก่าแก่ที่มีอายุราว 500 ปีครั้งหนึ่งในชีวิต ถูกยิ่งกว่าก๋วยเตี๋ยวชามหนึ่งเสียอีก เพราะฉนั้นอย่ารอช้ารีบ ๆ มาชมกันนะครับ หลังจากที่ซื้อบัตรเรียบร้อยแล้ว ก็มาลงเรือที่สำนักงานโครงการกู้วัดติโลกอาราม สำนักงานที่ว่านี้ก็คือศาลาไม้สักหลังใหญ่ที่ทำไว้เป็นท่าเรือเพื่อลงเรือไปชมวัดครับ ที่นี่ยังมีคุณตา คุณยายมานั่งเป็นเจ้าหน้าที่สำนักงานคอยให้ความรู้แก่นักท่องเที่ยวอีกด้วย
ที่จริงยังมีเมืองใต้น้ำอีกหลายแห่งที่ถูกพบอยู่อีกนะครับ ไม่ว่าจะเป็น จาไมก้า กรีซ ไว้ผมจะหาข้อมูลมาใ้ห้อีกแล้วกันนะครับผม