
สลอด
|
ชื่อวิทยาศาสตร์ : Croton tiglium L. |
|
ชื่อสามัญ : Purging Croton, Croton Oil Plant |
|
วงศ์ : EUPHORBIACEAE |
|
ชื่ออื่น : บะกั้ง (แพร่) มะข่าง มะคัง มะตอด หมากทาง หัสคืน (ภาคเหนือ) ลูกผลาญศัตรู สลอดต้น หมากหลอด (ภาคกลาง) หมากยอง (แม่ฮ่องสอน) |
|
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ : ไม้พุ่ม สูง 3-6 ม. ต้นเกลี้ยง ใบเดี่ยวรูปไข่ เรียงสลับกัน ปลายใบแหลม ฐานใบกลม ขอบใบหยัก แบบซี่ฟัน มีเส้นใบ 3-5 เส้น ที่ฐานใบมีต่อม 2 ต่อม เนื้อใบบาง ก้านใบเรียวเล็ก ดอกเล็ก ออกเดี่ยว ๆ หรือออกเป็นช่อที่ยอด ใบประดับมีขนาดเล็ก ดอกเพศผู้และดอกเพศเมียอยู่บนต้นเดียวกัน หรืออยู่ต่างต้นกัน ดอกเพศผู้ มีขนรูปดาว กลีบรองกลีบดอก 4-6 กลีบ ปลายกลีบมีขน กลีบดอก 4-6 กลีบ ขอบกลีบมีขน ฐานดอกมีขน และมีต่อมจำนวนเท่ากันและอยู่ตรงข้ามกันกับกลีบรองกลีบดอก เกสรผู้มีจำนวนมาก ก้านเกสรไม่ติดกัน เมื่อดอกยังอ่อนอยู่ ก้านเกสรจะโค้งเข้าข้างใน ดอกเพศเมีย กลีบรองกลีบดอกรูปไข่ มีขนที่โคนกลีบ ไม่มีกลีบดอก หรือถ้ามีก็เล็กมาก รังไข่มี 2-4 ช่อง ผลแก่จัดแห้งและแตก รูปขอบขนานหรือรี กว้าง 1-1.5 ซม. ยาวประมาณ 2 ซม. หน้าตัดรูปสามเหลี่ยมมนๆ เมล็ดรูปขอบขนานแกมรูปรี สีน้ำตาลอ่อน (ลีนา ผู้พัฒนพงศ์, 2530)
ส่วนที่ใช้ : ใบ ดอก ผล เมล็ด เปลือก ราก |
|
สรรพคุณ :
-
ใบ - แก้ตะมอย แก้ไส้ด้าน ไส้ลาม (กามโรคที่เกิดเนื้อร้ายจากปลายองค์กำเนิดกินลามเข้าไปจนถึงต้นองค์กำเนิด)
-
ดอก - ฆ่าเชื้อโรคกลากเกลื้อน แก้คุดทะราด
-
ผล - แก้ลมอัมพฤกษ์ ดับเดโชธาตุ มีให้เจริญ
-
เมล็ด - เป็นยาถ่ายอย่างแรง ถ่ายร้อนคอ ปวดมวน ก่อนใช้ต้องทำการประสะก่อน (อันตราย)
-
เปลือกต้น - แก้เสมหะอันคั่งค้างอยู่ในอกและลำคอ
-
ราก - แก้โรคเรื้อน ถ่ายเสมหะ ถ่ายโลหิตและลม
วิธีการใช้
-
ส่วนใบ - ก่อนจะนำมาผสมยา ให้นึ่งเสียก่อน
-
เมล็ด - เป็นยาถ่ายอย่างแรง การใช้เมล็ดเป็นยาถ่ายต้องระวังมาก เพราะน้ำมันในมเล็ดสลอดมีพิษร้อนคอ ไข้ปวดมวนและระบายจัด ก่อนใช้ผสมยา ต้องคั่วจนเกรียมให้หมดน้ำมันเสียก่อน อีกวิธีหนึ่งเอาเมล็ดใส่ในข้าวสุกปั้นเป็นก้อนแล้วต้มให้นานๆ จึงใช้ผสมยา อีกวิธีหนึ่งต้องเอาเมล็ดสลอดใส่ปากไหปลาร้า ทิ้งไว้ 3 วัน จึงเอาขึ้นมาตากแห้งใช้ผสมยาได้ เมื่อจะทำยาระบาย ต้องมียาคุมฤทธิ์ไว้ให้ดี มิฉะนั้นจะมีคลื่นเ...ยน ปวดมวนไชท้องอย่างยิ่ง ฉะนั้น การใช้สลอดนี้ ถ้ายาคุมฤทธิ์ไว้ได้ดีก็จะเป็นยาวิเศษขนานหนึ่ง แต่ถ้าวิธีคุมฤทธิ์ไว้ไม่ดีก็อย่าบังควรใช้เลย ให้ใช้ยาขนานอื่นแทน |
ตำแย
... |
ต้นตำแย หรือ ลังตังช้าง(กลาง) Laportea bulbifera (Siebold & Zucc.) Wedd. เป็นพืชล้มลุกสูงได้ถึง 1 เมตร ไม่ผลัดใบ ทุกส่วนมีขนสากกระจายทั่วไป ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ ทรงใบรูปรีแกมไข่ โคนใบมน ปลายใบเรียวแหลม ขอบใบหยักซี่ฟัน ดอกเล็ก สีเขียวอ่อน ถึงม่วงอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อโตตามง่ามใบ ผลเล็ก ผิวผลมีหนามแข็ง |
ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือหนามตามส่วนต่างๆ
ทำให้เจ็บคันและปวด
...
... |
ต้น ตำแยช้าง Girardinia diversifolia (Limk.) Friis ชื่อพ้อง G.heterophylla Decne. ชื่อสามัญ : Thatch Grass , Wolly Grass, Lalang, Alang-alang ชื่อไทยอื่นๆ กะลังตังช้าง(ใต้) บังหานเขา(เชียงใหม่) ละชา, แล่แซะ(กระเหรี่งแม่ฮ่องสอน) หานสา, หานช้างไห้, หานช้างฮ้อง(เหนือ) |
เป็นพืชล้มลุก สูงได้ถึง 1 เมตร ไม่ผลัดใบ
ทุกส่วนมีขนสากกระจายทั่วไป ใบเดี่ยวออกเรียงสลับ
ทรงใบรูปไข่ โคนใบมน ปลายแหลม ขอบใบหยักซี่ฟัน
บางทีเป็นพูโตๆหลายพู ดอกเล็กสีเขียวอ่อน ออกรวมกันเป็นช่อ
แบบหางกระรอกตามง่ามใบ ผลเล็ดกลม ผิวผลมีหนามแข็งหนาแน่น
ส่วนที่เป็นพิษ ขนหรือหนามตามส่วนต่างๆทำให้เจ็บคันและปวด
สารพิษและสารเคมีอื่นๆ เช่น histamine, acetylcholine,
5-hydroxytryptamine, formic acetic acid
การเกิดพิษ ขนที่ถูกผิวหนังจะมีอาการปวดแสบปวดร้อน บวมแดง ระคายเคืองมาก
(ข้อมูลจาก ไม้ประดับออนไลน์)
หมามุ่ย

หมามุ่ย
หมามุ่ย เป็นพืชตระกูลถั่วอายุข้ามปี
มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Mucuna pruriens L.
(พันธุ์พื้นเมือง)
Mucuna capitata (พันธุ์ไม่มีขนคัน)
ขึ้นเป็นแถวคลุมไม้อื่นจนแน่นทึบ
โดยเฉพาะในไร่ร้างจะพบหมามุ่ย
ขึ้นเต็มไปหมด จนกลายเป็นพืชที่มีปัญหา
แต่ละเถาจะติดก้านใบขนาดใหญ่ยาว
ประกอบด้วยใบย่อย 3 ใบ
ใบหนานุ่มมีขนอ่อน
ติดดอกช่วงปลายฤดูฝนเป็นช่อ
กลีบดอกสีม่วงอ่อนดูเด่น
หมามุ่ยให้ดอกช่อดอกยาวใหญ่
ทยอยกันบานจากโคนถึงปลายช่อ
ต่อมาก็ติดฝักถ้าเป็นพันธุ์ใหญ่ฝักจะแบน
ส่วนพันธุ์เล็กฝักจะกลม
ฝักจะมีขนอ่อนคลุม
ฝักแก่นี้เองจะกลายเป็นพืชที่มีพิษ
เพราะขนจะปลิวว่อนไปตอนต้นลม
ตั้งแต่ฤดูหนาวถึงฤดูแล้ง
ถ้ามีดงหมามุ่ยอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
จะคันยุบยับไปทั้งตัว
ยิ่งเหงื่อตกยิ่งรู้สึกคันยิ่งขึ้น
แก้โดยถูกับผมหรือใช้เทียนขี้ผึ้ง
หรือใช้ข้าวเหนียวสุกนวดให้เป็นก้อน
กลิ้งเบา ๆ บริเวณที่คัน

โชคดีที่นักพฤษศาสตร์ปรับปรุงพันธุ์พื้นเมืองให้เป็นสายพันธุ์ใหญ่
ใบเล็ก ฝักไม่มีขนพิษและอายุสั้น
โดยนำมาปลูกเป็นปุ๋ยพืชสด หรือปลูกคลุมพื้นที่ว่างเปล่า
เมื่อประมาณ 15 ปีที่ผ่านมา มีนักวิชาการได้นำเมล็ดพันธุ์หมามุ่ยไม่มีพิษ
มาจากโอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น
ซึ่งอาจจะนำพันธุ์มาจากไต้หวันและได้นำมาขยายพันธุ์
ที่ศูนย์ศึกษาการพัฒนาเขาหินซ้อนอันเนื่องมาจากพระราชดำริ
อ.พนมสารคาม จ. ฉะเชิงเทรา
ต่อมาได้กระจายนำพันธุ์ไปทั่วทั้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
นอกจากนี้ยังมีการนำหมามุ่ยไม่คันมาปลูกข่มหญ้าขจรจบ
ดอกเหลืองในกระถางทดสอบ
พบว่าสามารถข่มวัชพืขได้ดีเช่นเดียวกับถั่วพร้า
และถั่วแปบในระยะแรกเพราะเป็นพืชที่มีเมล็ดใหม่
เปลือกบาง จึงงอกได้รวดเร็วมีใบใหญ่บังแสงได้มากพอ
จนวัชพืชไม่สามารถจะงอกได้
แต่หมามุ่ยชนิดนี้เป็นพืชล้มลุกอายุสั้นโทรมเร็ว
ไม่สามารถข่มวัชพืชข้ามปีได้

การใช้ประโยชน์ในการอนุรักษ์ดิน
ควรปล่อยให้ขึ้นคลุมพื้นที่ลาดเทซึ่งปล่อยทิ้งไม่ใช้ประโยชน์
จะช่วยยึดดินไม่ให้พังทลายในฤดูฝน
ถ้าเป็นหมามุ่ยพันธุ์พื้นเมือง ไม่ควรเข้าไปใกล้ ขณะติดฝักแก่ในฤดูแล้ง
เพราะขนจะปลิวมาแตะผิวหนังทำให้ผื่นคันได้
ส่วนพันธุ์ต่างประเทศใช้ปลูกคลุมดินเหมือนพืชคลุมดินทั่ว ๆ ไป


คัน ไหม ครับ!
ขอขอบคุณข้อมูลจาก www.arunsawat.com