เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
590,230   2,261,129
 

มะเมี้ยะ" เป็นเรื่องจริงหรือตำนาน

 

 

ศรราม - สุวนันท์ จากละคร มะเมี๊ยะ

 

 

โดย  จุลลดา ภักดีภูมินทร์

บันทึกเกี่ยวกับพระเจ้ากาวิโลรสสุริยวงศ์ "มะเมี้ยะ" เป็นเรื่องจริงหรือตำนาน

เรื่องมะเมี้ยะนั้นเป็นเรื่องจริงหรือตำนาน เจ้าชายในบทเพลงมีจริงหรือเปล่า

เรื่องเจ้าชายแห่งนครเชียงใหม่กับสาวพม่ามะเมี้ยะ

 เกิดขึ้นจริงระหว่าง พ.ศ.๒๔๓๐-๒๔๓๘

ประมาณนั้น เจ้าชายชื่อว่า ศุขเกษม โอรสเจ้าอุปราช

ซึ่งเป็นอนุชาของเจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยวงศ์

 

เจ้าผู้ครองนครฯองค์ที่ ๘ เวลานั้นอายุของเจ้าศุขเกษมเห็นจะประมาณ ๑๖-๑๗ เ

จ้าพ่อจึงส่งไปเรียนต่อที่เมืองมะละแหม่งเจ้าศุขเกษม อยู่พม่า ๕ ปี กำลังหนุ่มคะนอง

 

 เกิดไปรักใคร่กันกับผู้หญิงพม่าขายบุหรี่ในตลาดชื่อมะเมี้ยะ เมื่อกลับเชียงใหม่

 

 จึงแอบพามะเมี้ยะมาด้วย ครั้นเจ้าพ่อและเจ้าหลวงทราบเรื่อง

ก็แน่ละ...ย่อมต้องบังคับให้เลิกกัน และส่งมะเมี้ยะกลับ

 

 ทั้งนี้เหตุผลมิใช่อยู่ที่การต่างชั้นวรรณะ เพราะเจ้านายนั้นจะมีเมียสักกี่คนก็ได้ ซึ่งไม่จำเป็นต้องเป็นเจ้า

 

 แม้พระเจ้าอินทวิไชยยานนท์ (หรืออินทวิชยานนท์)

 

เจ้าพ่อของเจ้าหลวงอินทวโรรสฯ และเจ้าอุปราชเองก็มีชายาแรกเป็นช่างซอ

 

 และมีชายาอีกหลายคน ก่อนจะอภิเษกกับแม่เจ้าทิพไกรสร (หรือทิพเกษร)

ทว่าความสำคัญอยู่ที่มะเมี้ยะนั้นคือสัญชาติอังกฤษ

เวลานั้นอังกฤษเข้าครอบครองพม่าอยู่ การที่เจ้านายเชียงใหม่

 

ผู้เป็นโอรสใหญ่ของเจ้าอุปราช และอาจได้ขึ้นเป็นเจ้าครองนครเชียงใหม่ต่อไปข้างหน้า

 พาสาวพม่าในบังคับอังกฤษเข้ามาอยู่ในเชียงใหม่นั้น

 

อาจเป็นเหตุให้เกิดเป็นชนวนการเมืองขึ้นได้

โดยเฉพาะอังกฤษนั้นพยายามหาหนทางเข้าควบคุมเชียงใหม่อยู่แล้ว

 

 ถึงมีข่าวลือว่า สมเด็จพระนางเจ้าวิคตอเรียจะขอเจ้าดารารัศมีไปเป็นราชบุตรีบุญธรรม

ด้วยเหตุนี้ เจ้าศุขเกษม จึงต้องส่งสาวมะเมี้ยะกลับ อย่างที่บทเพลงพรรณนาว่า ส่งขึ้นช้างไป

เรื่องประเภทนี้ หากนำมาแต่งเป็นเพลง หรือนวนิยาย

ก็ต้องสร้างบรรยากาศหรือจินตนาการให้ผู้ฟังหรือผู้อ่านหวั่นไหว

 

ไปกับตัวนางเอก พระเอก โดยเฉพาะตอนที่ว่า

มะเมี้ยะสยายผมเช็ดเท้าเจ้าศุขเกษมสามี เรื่องสยายผมเช็ดเท้าสามียามต้องจากกันนั้น

 

 ว่าที่จริงแล้วคงเป็นธรรมเนียมโดยทั่วไปของสตรีพม่าตลอดจนล้านนา

 เพราะเมื่อพระราชชายาเจ้าดารารัศมี

 

ทราบถวายบังคมลาสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวงเสด็จขึ้นไปเยี่ยมเยือนเมืองเชียงใหม่ เมื่อ พ.ศ.๒๔๕๑ นั้น

เมื่อเสด็จไปขึ้นรถไฟที่สถานีรถไฟสามเสน

 

 พระบาทสมเด็จพระพุทธเจ้าหลวง พร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ ฝ่ายหน้าฝ่ายใน

 

 เสด็จมาส่งกันเป็นจำนวนมาก (เสด็จโดยรถไฟถึงปากน้ำโพหรือนครสวรรค์

 

 แล้วจึงเสด็จต่อไปโดยขบวนเรือ คือเรือเก๋งประพาส เรือแม่ปะ เรือสีดอ เรือชล่า)

หม่อมเจ้าพูนพิศมัย ดิศกุล ซึ่งตามเสด็จสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ

 

ไปส่งเสด็จด้วย ได้ทรงนิพนธ์ถึงเรื่องนี้ว่า พระราชชายาทรงสยายพระเกศาลงยาวเกือบถึงข้อพระบาท

 

ทรงใช้พระเกศาเช็ดฉลองพระบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อกราบถวายบังคมลา

ฝ่ายเจ้าศุขเกษม ครั้นส่งมะเมี้ยะกลับไปแล้ว อีกไม่นานนักก็ตามเสด็จเจ้าหลวงอินทวโรรสสุริยวงศ์

 

เจ้าลุงลงมาเฝ้าพระราชชายาฯเจ้าอาที่กรุงเทพฯ...เจ้าศุขเกษมได้พบกับเจ้าบัวชุม ซึ่งตามศักดิ์แล้ว

 

เป็นน้องของพระราชชายา ขณะนั้นอายุ ๒๐ พระราชชายาทรงเลี้ยงดูมาแต่อายุ ๗ ขวบ

 

ต่างพึงพอใจกัน จึงสมรสกับเจ้าบัวชุม แต่มิได้มีบุตรธิดาด้วยกัน เจ้าศุขเกษมและเจ้าบัวชุมครองคู่อยู่ด้วยกันเพียง ๗ ปี เจ้าศุขเกษมก็สิ้นชนมชีพด้วยอายุเพียง ๓๓ ปีเท่านั้น


ที่มา
นิตยสาร สกุลไทย

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 18,154 ครั้ง, โหวตแล้ว 23 ครั้ง / 102 คะแนน
โพสท์โดย: PrAew ♥~~ ดู Hot Topic อื่นๆของ PrAew ♥~~
19:08 - 2 สิงหาคม 2553 (แก้ไขล่าสุด: 19:12 - 2 สิงหาคม 2553)
แจ้งลบ
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung