เข้าสู่ระบบ:
  [ลืมรหัสผ่าน] [สมัครสมาชิกฟรี]   
431,476   1,979,141

รักไม่มีวันตาย ของ จุ๊บ (แฟน DJ โจ้ อัครพล)

 

 

 

>> >>ตำนานความรักที่ทรงพลังของ "นนทิยา พุทธาโภคาทรัพย์" กับ
>> >>"ดีเจโจ้-อัครพล ธนะวิทวิลาส"
>> >>ใกล้ดำเนินมาถึงบทที่ทั้งคู่เริ่มต้นชิตครอบครัวอย่างมีความสุข
>> >>แต่เพียงไม่กี่เดือน รอยยิ้มถูกแทนที่ด้วยคราบน้ำตา
>> >>งานมงคลกลายเป็นงานศพ
>> >>ความฝันของผู้หญิงคนหนึ่งพังทลายลงชั่วพริบตา
>> >>
>> >>"แม้เวลาจะผ่านมา 9 ปีแล้วก้อตาม
>> >>แต่จุ๊บยังจำวันแรกที่เจอกับพี่โจ้ได้ไม่ลืม
>> >>เราเจอกันในงานคอนเสิร์ตของนาวิน–ต้าร์ เขาหันมามองจุ๊บ
>> >>ยังจำดวงตาคู่นั้นได้เลยว่าสวยมาก เพื่อนแอบให้เบอร์จุ๊บกับพี่โจ้
>> >>ซึ่งสมัยนั้นเป็นเพจเจอร์
>>เขาส่งข้อความมาหลายครั้ง
>> >>กระทั่งจุ๊บยอมไปทานข้าวด้วย""แล้วจุ๊บก้อหลงรักเขาโดยไม่มีเงื่อนไขว่า
>> >>แฟนฉันต้องหล่อหรือรวย เพราะจุ๊บรักทุกอย่างที่เป็นพี่โจ้ รักเสียง
>> >>รักรอยยิ้ม รักดวงตาคู่นั้น เขาเรียกจุ๊บว่าหนู
>> >>จุ๊บก้อเรียกเขาว่าที่รัก
>> >>แม้ตอนแรก คุณพ่อคุณแม่จะไม่ชอบ
>> >>แต่ความจริงใจที่เขามีให้อย่างเสมอต้นเสมอปลาย
>> >>ประกอบกับเป็นคนมีจิตใจดี
>> >>พี่โจ้จึงกลายเป็นส่วนหนึ่งของครอบครัวจุ๊บโดยปริยาย"
>> >>"เราตกลงกันว่าจะเก็บเงินซื้อบ้านเป็นเรือนหอ
>> >>ช่วงนั้นอะไรประหยัดได้ก้อช่วยกันประหยัด
>> >>เวลาพี่โจ้มารับที่บ้านคุณแม่ทำข้าวใส่กล่องเตรียมไว้ให้
>> >>ระหว่างทางจุ๊บจะป้อนข้าวพี่โจ้
>> >>หรือเสื้อผ้าพี่โจ้ก้อจะเอามาซักที่บ้านจุ๊บ
>> >>จะได้ประหยัดค่าซักรีด
>>กินข้าวนอกบ้านเรียกว่านับครั้งได้
>> >>เพราะแค่ซื้อน้ำส้มสักแก้วยังคิดแล้วคิดอีก
>> >>กระทั่งพี่โจ้เริ่มมีชื่อเสียงและเข้าหุ้นกับพี่เอก-กฤษณา วารินทร์
>> >>เปิดบริษัท มหัศจรรย์งานโชว์ แม้รายรับมากขึ้น
>> >>แต่ก้อมีปัญหาจุกจิกให้แก้ไขตลอดเวลา แต่เราจับมือสู้ไปด้วยกัน
>> >>เขามักบอกให้จุ๊บชื่นใจเสมอว่า
>> >>หนูเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้พี่มีวันนี้"
>> >>"ในที่สุดความฝันก้อเป็นจริง
>> >>เราซื้อบ้านด้วยเงินสดที่พยายามอดออมกันมา
>> >>ช่วงนั้นเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขกับการเลือกเฟอร์นิเจอร์เข้าบ้าน
>> >>ตกแต่งบ้านด้วยกัน วาดโครงการว่าปลายปี 49 แต่งานแล้วจะมีลูกทันที
>> >>ตั้งชื่อไว้เสร็จสรรพ
>>ซึ่งจุ๊บหวังว่าจะเป็นเจ้าสาวของพี่โจ้ตลอดเวลา
>> >>รอคอยวันนั้นอย่างตื่นเต้น ซื้อหนังสือแต่งงานทุกฉบับ
>> >>เราสองคนช่วยกันเลือกชุดเจ้าสาวเจ้าบ่าว เลือกแหวน เลือกสถานที่
>> >>เตรียมงานมาเป็นระยะ"
>> >>"จนเมื่อปลายปีที่แล้วเราตั้งใจไว้ว่า
>>ทำงานเหนื่อยมาทั้งปี
>> >>ไปเที่ยวฮ่องกงกันดีกว่า แต่พี่โจ้มีอาการท้องเสียไม่หยุด
>> >>ร่างกายอ่อนเพลียมาก จุ๊บพาพี่โจ้ไปหาหมอ หมอคลำที่ท้อง
>> >>ปรากฏว่าตับโต
>> >>พออัตราซาวนด์
>> >>พบก้อนเนื้อที่ตับประมาณ 10 เซนติเมตร
>> >>ถ้าเทียบกับเนื้อที่ตับที่มีอยู่ 16
>> >>เซนติเมตร ถือว่าค่อนข้างใหญ่
>> >>หมอบอกว่าเป้นมะเร้งอยู่ในระยะที่ไม่มากไปไม่น้อยไป
>> >>สันนิษฐานว่าเป็นมาเกือบปี แต่ไม่ถึงกับต้องให้คีโม
>> >>ซึ่งพี่โจ้ไม่อยากรักษาด้วยคีโมบำบัดอยู่แล้ว
>> >>ความที่เขาเป็นโรคตับอักเสบอยู่ก่อนแล้ว
>> >>หมอจึงไม่กล้าเสี่ยงตัดตับให้ทันที
>> >>กลัวอาการจะทรุดหนักกว่าเดิม
>> >>ต้องสกัดตัวมะเร็งให้ฝ่อลงก่อนจึงค่อยตัดชิ้นเนื้อที่เสียออก"
>> >>"เราทั้งสองคนยืนรับฟังประโยคนั้นด้วยกัน ใจพี่โจ้สุดยอดมาก
>> >>ถามหมอเลยว่าผมจะอยู่ได้อีกกี่เดือน ถ้าอยู่ได้ไม่นาน
>> >>ผมจะใช้ชีวิตอยู่กับแฟนให้เต็มที่
>>หมอบอกว่า "สู้ได้ครับคุณโจ้"
>> >>ขณะที่จุ๊บร้องไห้ รับไม่ได้ พี่โจ้กอดจุ๊บ บอกว่าห่วงหนู
>> >>จุ๊บบอกว่าไม่ต้องห่วง "เราจะอยู่ด้วยกันจนวันตาย ถ้าที่รักตาย
>> >>หนูจะตายตามไปด้วย เราจะจับมือเดินไปด้วยกัน" พี่โจ้ร้องไห้ บอกว่า
>> >>"ชีวิตจริงทำอย่างนั้นไม่ได้ อยู่เพื่อสานฝันให้พี่
>> >>ถ้าหนูบอกว่าพี่ไม่เป็นอะไร พี่ก้อจะไม่เป็นอะไร"
>> >>"พี่โจ้อยู่โรงพยาบาล 3
>> >>วันจากบ้านที่เตรียมไว้เป็นเรือนหอก้อใช้เป็นที่พักฟื้นของพี่โจ้
>> >>ตอนนั้นจุ๊บย้ายมาอยู่ด้วย ไม่แคร์แล้วว่าต้องแต่งก่อนไหม
>> >>คุณพ่อคุณแม่พี่โจ้มาจากเชียงใหม่อยู่ดูแลด้วย
>> >>เอฟเฟ็คท์จากฤทธิ์ยาทำให้พี่โจ้ผอมลง เหนื่อยง่าย ผมร่วงเล็กน้อย
>> >>แม้อากู๋-ไพบูลย์ พี่ฉอด-สายทิพย์ และพี่ไก่-สมพล
>> >>จะให้หยุดรักษาตัวก่อน
>> >>แต่ความที่เขาทำงานมาตลอดก้อแอบไปอัดสปอตสั้นๆบ้าง
>>อัดเกมวัดดวงบ้าง
>> >>ยังขำๆฮาๆได้
>>ทุกคนจึงเชื่อว่าเขาต้องหาย"
>> >>"ระหว่างนั้นพี่โจ้ไปตรวจเช็คอาการและทานยาตามปกติ
>> >>เขาบอกว่าอย่างไรมะเร็งก้อไม่เล็กลงหรอก
>> >>ขณะที่จุ๊บยังหวังว่าพี่โจ้ต้องหายอยู่ทุกเวลา ทุกนาที
>> >>หมอทางเลือกที่ไหนดี
>> >>จุ๊บพาไปรักษาทุกที่
>> >>ขณะเดียวกันเราก้อใช้สิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจ
>> >>พระที่ไหนศักดิ์สิทธิ์ จุ๊บตามไปไหว้อีก ตระเวนทำบุญ 9
>>วัดเกือบทุกวัน
>> >>ปล่อยปลาเยอะมาก แต่ความที่พี่โจ้เป็นมาก พอเข้าเดือนที่สอง
>> >>อาการเริ่มทรุดลง
>> >>แน่นท้องทานข้าวได้น้อยลง เพราะตับทำงานแย่ลง
>> >>มีภาวะน้ำท่วมปอดและหัวใจร่วมด้วย ต้องไปให้หมอเจาะเอาน้ำออก
>> >>เขาเริ่มเดินไม่ถนัด
>> >>จากที่เคยไปทำบุญด้วยกันก้อเริ่มอยู่บ้านดูทีวี
>> >>จุ๊บไม่อยากให้เขาดูทีวีมาก
>> >>เพราะถ้าสมองรับคลื่นกระแสไฟฟ้ามากๆ จะไม่ดีกับคนเป็นมะเร็ง
>> >>เขาก้ออ่านหนังสือ "เสียดายคนตายไม่ได้อ่าน"
>>บอกอ่านแล้วจะได้ปลง"
>> >>"จุ๊บไหว้พระทุกวัน ขอให้สิ่งศักดิ์คุ้มครอง
>> >>ถ้าหากถึงวันที่ที่ต้องแลกชีวิตกันจริงๆ ก้อขอให้เอาจุ๊บไปแทน
>> >>เพราะถ้าพี่โจ้อยู่ยังทำอะไรให้กับคนรอบข้างอีกเยอะ จุ๊บยอมเสียสละ
>> >>แขน ขา
>> >>หัวใจ ตับ หรืออะไรก้อได้ ขออย่างเดียวให้ได้มองหน้าพี่โจ้
>> >>ได้กอดเขาไปนานๆ
>> >>พยายามม่ร้องไห้ให้พี่โจ้เห็น แต่...บางครั้งก้อห้ามใจตัวเองไม่ได้
>> >>เขามักบอกว่า...ร้องไห้อีกแล้ว เดี๋ยวก้อร้องด้วยเลย
>> >>จุ๊บบอกว่าร้องเพราะ...ความปลื้มปิติว่าที่รักจะหายแล้ว
....ดีใจว่าสิ่งมหัศจรรย์จะเกิดขึ้นเร็วๆนี้"
>> >>"ไม่มีปาฏิหาริย์.....ไม่มีความมหัศจรรย์....ล่วงเข้าเดือนที่สาม
>> >>พี่โจ้เริ่มทานข้าวไม่ได้ ตัวซีด เหนื่อยหอบ จุ๊บพาไปหาหมอ
>> >>คิดว่าให้เลือด
>> >>น้ำเกลือแล้วก้อกลับบ้าน แต่....หมอส่งตัวพี่โจ้เข้าห้องไอซียู
>> >>สวนท่อเพื่อฟอกเลือด เอาของเสียออก
>>สามวันแรกพี่โจ้ยังร่าเริง
>> >>พยาบาลบอกว่าพี่โจ้สุภาพมาก ไม่เอะอะ โวยวายหรืออาละวาดดึงสายออก
>> >>จากวันนั้นด้วยฤทธิ์ยา พี่โจ้มีอาการ สะลึมสะลือ พูดได้เป็นคำๆ
>> >>จนกระทั่ง..ไม่รู้สึกตัวเลย
>>จุ๊บขออนุญาตหมอเข้าไปนอนเฝ้าในห้องไอซียู
>> >>จับมือเขาไว้ตลอดเวลา...กอด..หอม....สวดมนต์ให้ฟัง
>> >>เพราะอย่างไรก้อมีความหวังว่าพี่โจ้ต้องหาย...ตกค่ำความดันพี่โจ้ค่อยๆตกจาก
>> >>100 มาอยู่ที่ 68 ขณะที่ระดับของออกซิเจนในเลือดอยู่ที่ 68
>> >>ซึ่งถือว่าโคม่าแล้ว แต่หัวใจเขายังเต้นอยู่"
>> >>"ขณะนั้น พวกญาติๆ เริ่มลูบหัวพี่โจ้สั่งลากัน
>> >>จุ๊บทนเห็นภาพนั้นไม่ได้..
>> >>"อย่าพูดแบบนั้น...อย่าพรากคนรักไปจากจุ๊บ..." จุ๊บกอดพี่โจ้แน่น
>> >>กราฟหัวใจของพี่โจ้กลับเต้นขึ้นมาใหม่ถึง 300
>>แต่หลังจากนั้นแป๊ปเดียว
>> >>กราฟหัวใจก้อตกไปที่ศูนย์....จุ๊บกรี๊ดเหมือนคนบ้า.
..ไม่ยอมกลับบ้าน...ร้องไห้จะตามไปนอนกับพี่โจ้ในห้องเย็น
>> >>พี่สาวบอกว่ากลับบ้านเถอะ เรียกโจ้กลับบ้านด้วย
>> >>แม้ตัวไม่อยู่แต่วิญญาณเขายังอยู่
>> >>ก่อนเข้าบ้านจุดธูปบอกเจ้าที่เจ้าทาง
>> >>ขอให้พี่โจ้เข้าบ้านด้วย"
>> >>"วันรดน้ำศพ จุ๊บร้องไห้จนน้ำตาแทบเป็นสายเลือด
>> >>ผู้ใหญ่เข้าใจถึงความรักเรา
>> >>แนะนำว่าให้เอาขี้เถ้าทำตำหนิไว้ เผื่อเจอหน้ากันจะได้จำหน้าได้
>> >>จุ๊บทำตามแล้วสวมแหวนให้ จับมือพี่โจ้ขึ้นพนมร่วมกัน บอกว่า
>> >>"สัญญาน่ะว่าชาติหน้าเกิดมาจะรักกันอีก และอยู่ด้วยกันจนแก่เฒ่า
>> >>อย่าให้โรคภัยไข้เจ็บมาพรากเราจากกันอีก" วันเผาศพ
>>จุ๊บร้องไห้จนตาช้ำ
>> >>วินาทีที่ไปส่งพี่โจ้ไม่รู้จะมีคำพูดอะไรบรรยายความรู้สึกได้มากกว่าคำว่า
>> >>"สาหัสทรมาน" พี่ฉอดกอดจุ๊บบอก "พี่เขาไปดีแล้ว"
>>
>> >>จุ๊บตะโกนไปอย่าไม่รู้ตัวว่า
>> >>"อย่าให้เขาเอาพี่โจ้ของเราไป" แล้วก้อเป็นลม ถึงเวลาเก็บกระดูก
>> >>สียงพระสวดบังสุกุลตายแล้วต่อด้วยบังสุกุลเป็นดังอยู่ข้างๆ
>> >>จิตใจดีขึ้น
>> >>ไม่ร้องไห้ รู้สึกว่าพี่โจ้ตายไปเดี๋ยวก้อมาเกิดใหม่"
>> >>"ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้
>> >>ความทรงจำทุกอย่างที่มีกับพี่โจ้กำลังฆ่าจุ๊บ....เพราะทุกอย่างที่เคยมีพี่โจ้ทั้งนั้น
>> >>ออกจากบ้านไปได้แค่หน้าปากซอย
>> >>ยิ่งเห็นพี่สาวกับพี่เขยไปเที่ยวกันแล้วยิ่งสะเทือนใจ
>> >>เพราะเมื่อก่อนพี่โจ้พาจุ๊บไปกินข้าว เสาร์อาทิตย์ไปเดินจตุจักร
>> >>ทุกวันจุ๊บทำกับข้าวรอพี่โจ้กลับจากที่ทำงาน ทานข้าวเสร็จไปดูหนัง
>> >>แต่ตอนนี้เหมือนรออะไรอยู่ไม่รู้ ไม่มีจุดหมาย"
>> >>"ทุกคืนจุ๊บต้องกินยานอนหลับอย่างแรง แต่ทุกๆตีสามต้องตื่น
>> >>มีความรู้สึกเหมือนถูกสัมผัสเบาๆที่ปลายเท้า
>>
>> >>เชื่อว่าต้องเป็นพี่โจ้แน่ๆ
>> >>เพราะเขาชอบตื่นมาดูบอลแล้วก้อหอมแก้มบอกรักน่ะ
>> >>ตั้งแต่นั้นความทุกข์จึงกลายเป็นความสุข...กับการตื่นตีสามและรอคอยตอนเช้า
>> >>เพื่อจะได้ใส่บาตรให้พี่โจ้
>> >>สิ่งเหล่านี้ช่วยเยียวยาจิตใจให้รู้ว่าพี่โจ้ยังอยู่ใกล้ๆตลอดเวลา
>> >>ทุกวินาทีที่จุ๊บทำอะไรจะเรียกพพี่โจ้ตลอด
>> >>มีบอลก้อเอาอัฐิมาตั้งดูทีวีด้วยกัน
>>บางทีก้อคิดว่าทำไมต้องทำแบบนี้
>> >>นั่งคุยกับรูป..กับอัฐิ...
>> >>แต่นี้คือความจริงที่ต้องเผชิญ แม้ขณะนี้ญาติๆ จะมาอยู่เป็นเพื่อน
>> >>แต่สักวันทุกคนต้องแยกย้ายกับไปดำเนินชีวิตตามปกติ
>> >>เหลือจุ๊บที่ต้องอยู่บ้านนี้เพียงคนเดียว
>> >>เพราะฉะนั้นต้องพยายามทำตัวให้ชินกับการใช้ชีวิตแบบนี้
>> >>แต่จะไม่พยายามทำใจเด็ดขาดว่าพี่โจ้ไม่อยู่แล้ว"
>> >>"ตลอดเวลาที่ผ่านมาพี่โจ้ไม่คิดว่าตัวเองจะไปเร็วขนาดนี้
>> >>จนไม่ทันได้เตรียมอะไรไว้ให้ มีแต่บ้านหลังนี้กับคอนโด
>>และรถ
>> >>ระหว่างเราจะเป็นความฝันที่ร่วมสร้างด้วยกันเสียส่วนมาก
>> >>ซึ่งจุ๊บต้องสานต่อ
>> >>พี่โจ้รักพ่อแม่มาก ตั้งใจว่าจะรับหน้าที่เลี้ยงดูพ่อแม่พี่โจ้แทน
>> >>โดยเฉพาะอย่างยิ่ง บริษัท มหัศจรรย์งานโชว์
>> >>แม้จุ๊บจะทำได้ไม่ดีเท่าที่ตอนที่พี่โจ้อยู่....แต่ต้องทำต่อไป..."
>> >>
>> >>"ไม่อยากให้พี่โจ้เป็นแค่ความทรงจำแล้วสักวันก้อจางหาย....
อยากให้พี่โจ้เป็นความรู้สึกดีๆที่อยู่ใกล้ๆทุกๆคน...ตลอดไป......"  

 

เครดิตจาก  จับฉ่าย ดอทคอม

 
โหวตให้กระทู้นี้ >>
มีผู้เข้าชมแล้ว 6,241 ครั้ง, โหวตแล้ว 4 ครั้ง / 16 คะแนน
โพสท์โดย: พู่กันสีหมอก ดู Hot Topic อื่นๆของ พู่กันสีหมอก
11:06 - 19 สิงหาคม 2552
Tags ที่เกี่ยวข้อง : dj โจ้ อัครพล, ความรัก
แจ้งลบ
 
 

Comment!  

   
 
 
   
เนื้อหาถูกโพสท์โดยสาธารณชน แสดงบนเว็บไซต์โดยอัตโนมัติ

เที่ยวญี่ปุ่น ไปลานสกี Kagura ช่วงฤดูใบไม้แดงก็ดูหิมะได้

อึ้ง ครูใช้มือเปล่าจับอนาคอนด้าหลังเขมือบสุนัข

5 อันดับนวัตกรรมรักษ์โลกสุดล้ำ น่าทึ่งจนต้องตะลึง!

"อภิสิทธิ์"เผยท้องถิ่นไทย ต้องปฏิรูปตัวเอง ย้ำมีทุจริตไม่โปร่งใส ต้องมีสภาควบคุม
ดู Hot Topic ทั้งหมด
 
QUICK LINK
CONTACT US
ADVERTISE
    2004 2005 2006 2007 2008 2009 2010 2011 2012 2013   2014
Postjung