หน้าแรก Hot Topic Pic Post หาเพื่อน Chat หาเพื่อน Line หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook เว็บบอร์ด พูดคุย ถาม-ตอบ คลิป Video ตรวจหวย หาเพื่อน Skype หาเพื่อน Facebook ผลบอล เกมส์ Quiz Play ไดอารี่ อัลบั้มโหวต คำคม แต่งรูป กริตเตอร์ (รูปวิบวับ) คำนวณ สเปซ Page
ตรวจหวย ตรวจสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 17 มกราคม 2560 สามตัว 516, 836 สองตัว 25
หน้าแรกเว็บบอร์ด กระทู้ของฉันค้นหากระทู้ ตั้งกระทู้ใหม่
ดูรายการโปรดเพิ่มเป็นรายการโปรด

นักการศึกษาระดับโลก ชี้โอกาสสร้างมันส์สมอง รักษาคุณภาพการศึกษา มุ่งความเสมอภาค สอนให้เด็กรู้โลกรู้ตัวตน


กระดานสนทนา หมวด ข่าวทั่วไปโพสท์โดย girlinbangkok

นักการศึกษาระดับโลก ชี้โอกาสสร้างมันส์สมอง รักษาคุณภาพการศึกษา
มุ่งความเสมอภาค สอนให้เด็กรู้โลกรู้ตัวตน

มีคำกล่าวว่า การลงทุนที่คุ้มค่าที่สุดคือการลงทุนกับการศึกษา เพราะผลตอบแทนที่ได้คือพลังสมองของบุคลากรที่สามารถพัฒนาประเทศให้เติบโตและยั่งยืนได้ไม่รู้จบ แต่อย่างที่รู้กันว่าระบบการศึกษาบ้านเรายังมีความสับสน ไม่เท่าเทียมและยังไร้ทิศทางที่เป็นเอกภาพ ในขณะที่โลกกำลังจะหมุนเข้าสู่ศตรรษที่ 21 แล้วจึงจำเป็นต้องมีความเข้าใจสิ่งที่กำลังจะเปลี่ยนแปลงไปและเร่งรีบเตรียมความพร้อมให้เด็กไทยและทุกคนในสังคม รับรู้ความท้าทาย เสาะหาหนทางรับมือกับด้วยทักษะการเรียนรู้ใหม่ พร้อมตอบทุกคำถามด้านการศึกษาและไขข้อข้องใจทุกปัญหาของสังคมไทยผ่าน ดร.พาซี ซัลเบิร์ก (Dr. Pasi Sahlberg) นักการศึกษาระดับเวิร์ลคลาส ที่ปรึกษาด้านการศึกษาของรัฐบาลฟินแลนด์ และนักวิจัยรับเชิญแห่งมหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ด หนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในงานสัมมนา มหกรรมความรู้ครั้งที่ 5 (OKMD Knowledge Festival)

“มันส์สมอง | พื้นที่แห่งความรู้ในศตวรรษที่ 21” อย่าง “New Learning Skills in the Dynamic World: เปิดสมองไปกับวิธีการเรียนรู้ในโลกใหม่” คือไฮไลท์ที่หลายคนตั้งตารอ เนื่องจากในครั้งนี้ ดร.พาซี จะมาบอกเล่าถึงการเปลี่ยนแปลงของโลกใหม่ ซึ่งในฐานะเป็นนักการศึกษามืออาชีพว่า มนุษยชาติกำลังเผชิญกับความท้าทาย 3 ด้านนั่นคือ คุณภาพของการทำความเข้าใจระบบการศึกษา ความเท่าเทียมกันของระบบการศึกษา และการวางเป้าหมายของสถาบันการศึกษา ซึ่งทุกคนต้องเข้าใจในทิศทางเดียวกันและมองเห็นเป้าหมายร่วมกันเพื่อจะขับเคลื่อนทุกบริบทสังคมให้สอดรับกับแนวทางการเรียนรู้ใหม่ของคนยุคนี้

โลกเปลี่ยน คนต้องปรับ รับศตวรรษเทคโนโลยี

ดร.พาซี ขยายความต่อว่า ยุคนี้คือยุคของคน Homo Zappiens เป็นยุคสมัยที่มนุษย์เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง เป็นผู้คิดค้นการใช้งานดิจิทัล และสามารถเชื่อมโยงข้อมูลต่างๆให้เกิดประโยชน์กับตัวเขาเองได้ ซึ่งสามารถอ้างอิงได้จากหลายงานวิจัยที่สะท้อนให้เห็นปัจจัยต่างๆที่เทคโนโลยีกำลังเข้ามาเปลี่ยนแปลงการศึกษาของโลก ทั้ง Shallower Information Processing ที่บ่งบอกว่าทุกวันนี้เราสามารถหาข้อมูลได้ง่ายมากขึ้น และทุกครั้งที่เราค้นหาข้อมูลหนึ่งจะนำพาเราไปสู่ข้อมูลอื่นๆที่เกี่ยวข้องได้เรื่อยๆ หรือจะเป็นงานวิจัย Increased Distractibility ที่ชวนให้ทุกคนหันมามองตัวเองว่า ปัจจุบันเราสูญเสียสมาธิจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แต่กลายเป็นพวก Multi-tasking ซึ่งไม่สามารถทำให้คนคนนั้นเป็นคนที่มีประสิทธิภาพได้จริง นอกจากนั้นยังมีงานวิจัย Altered Self-Control Mechanism ที่สื่อให้เห็นชัดเจนว่ามากกว่า 40% ของเด็กยุคนี้ใช้โซเชียลมีเดีย และอธิบายว่าปัจจุบันเครื่องมือรอบตัวสามารถจัดการกับการเรียนรู้ของเด็กได้

“ถึงแม้เทคโนโลยีจะเข้ามาเปลี่ยนแปลงการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 และอาจเป็นปัญหาของระบบการศึกษา แต่ถึงอย่างนั้นเทคโนโลยีก็ไม่สามารถเข้ามาทดแทนการเรียนรู้ได้ทั้งหมด ซึ่งระบบโรงเรียนยังมีความสำคัญอยู่ เพียงแต่เราจะใช้กระบวนการใดมาจัดการและรับมือกับการเปลี่ยนแปลงนี้เท่านั้น ซึ่งหนึ่งในแนวทางแก้ปัญหาคือการสร้างความเสมอภาคให้เกิดขึ้น พร้อมกับพัฒนาทักษะการเรียนรู้ใหม่ โดยผู้เรียนต้องเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง และมีความสามารถวิเคราะห์ระบบข้อมูล แยกแยะได้ว่าเรื่องใดจริงหรือเท็จ ขณะเดียวกันก็ต้องเรียนรู้ที่จะอยู่ร่วมกัน เอาใจเขาใส่ใจเรา เหมือนคำพูดของ เซอร์ เคน โรบินสันที่เคยกล่าวเมื่อปีก่อนว่า โรงเรียนต้องตั้งเป้าหมายให้นักเรียนเข้าใจโลกรอบตัว และรู้จักความสามารถที่ตนเองมีให้ได้”

ระดมสมอง ประลองคำถามกับกูรูจากฟินแลนด์

นอกจากดร. พาซี จะนำเสนอเรื่องราวการศึกษาระดับโลกให้ทุกคนได้ลองสนุกกับการเปิดสมองแล้ว เขายังเชิญชวนให้ทุกคนแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันอีกด้วย หลายๆคำถามทำให้เกิดการฉุกคิดและสามารถนำไปปรับใช้ได้ ยกตัวอย่าง ข้อแนะนำวิธีการใช้เทคโนโลยีกับการเรียนรู้ของเด็กพิเศษว่าควรชักชวนเด็กเข้าสังคม ซึ่งทั้งครูและผู้ปกครองต้องร่วมมือกัน สื่อสารแม้กระทั่งทางสายตา และทุ่มความสนใจในทุกรายละเอียดของเด็ก

หรือแม้กระทั่งวิธีการจัดการกับการศึกษาแบบเดิมว่าควรจัดการการเรียนการสอนให้น่าสนใจด้วยการสร้างบรรยากาศให้เหมือนบ้าน นำเสนอทางเลือกให้เด็กได้เรียนในสิ่งที่เขาสนใจ เปลี่ยนจากวิธีเลคเชอร์เพียงอย่างเดียว ให้เป็นการทำกรุ๊ปเวิร์กหลังการสอน เป็นต้น ซึ่งวิธีนี้อาจช่วยแก้ปัญหาบุคลากรครูที่มีจำนวนจำกัดและไม่เพียงพอต่อปริมาณเด็กที่เพิ่มขึ้นได้ อีกทั้งแนะแนววิธีการจัดการกับข้อมูลมากมายด้วยการแยกแยะให้ได้ว่าข้อมูลใดจริงหรือเท็จ โดยวิเคราะห์ที่มาและความน่าเชื่อถือของแหล่งข้อมูล ตลอดจนฝึกฝนให้เกิดการค้นหาข้อมูลที่เป็นจริงให้ชำนาญ พร้อมฝึกตั้งคำถามและค้นหาคำตอบให้เป็น

ผู้เขียนหนังสือ “Finnish Lesson 2.0: What can the world learn from educational change in Finland” ซึ่งได้รับรางวัล Grawemeyer Award กล่าวเพิ่มเติมถึงแนวทางแก้ปัญหาของระบบการศึกษาไทยว่าควรคำนึงถึงความเท่าเทียมของการศึกษา ทั้งคุณภาพการศึกษา การเข้าถึงแหล่งความรู้ต่างๆ บุคลากรครู รวมทั้งเครื่องมือเพียงพอที่จะทำให้เกิดความเท่าเทียมกันได้

“สำหรับข้อแนะนำภาครัฐ ผมอยากพูดถึงการดูแลการเรียนรู้ของเด็กอย่างใกล้ชิดและทำให้เกิดความเสมอภาคเท่าเทียมกันย่อมทำให้ระบบการศึกษาเข้มแข็งได้ พร้อมกับร่วมค้นหาทักษะเด็กเพื่อให้เขาได้เรียนรู้อย่างที่ต้องการ ส่วนเรื่องงบประมาณนั้น ผมขออ้างอิงจากประเทศฟินแลนด์ ซึ่งรัฐจะให้งบประมาณตามความต้องการของโรงเรียน ซึ่งโรงเรียนเองก็ต้องเข้าใจและวิเคราะห์ความต้องการของเด็กได้จริงๆ เพื่อจะได้นำเสนอนโยบายต่างๆที่เป็นประโยชน์ต่อภาครัฐ นอกจากนั้นยังต้องให้ความสำคัญกับการค้นคว้าความต้องการของเด็กและมีวิธีการบริหารจัดการที่ดีทั้งการเรียนการสอน รวมถึงอาหารและใส่ใจเรื่องการดูแลสุขภาพด้วย” ดร. พาซี กล่าวทิ้งท้ายเพื่อให้ทุกภาคส่วนของสังคมตระหนักถึงความสำคัญของแนวทางสร้างทักษะการเรียนรู้ใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคนอันใกล้นี้

 

Report เนื้อหา


โพสท์โดย: girlinbangkok
6D
เป็นกำลังใจให้เจ้าของกระทู้โดยการ "VOTE" และ "SHARE"
0 VOTES
 

แชร์ใน Facebook Tweet
Comment ด้วย facebook

Comment!  

 
ชื่อ
นักการศึกษาระดับโลก ชี้โอกาสสร้างมันส์สมอง รักษาคุณภาพการศึกษา มุ่งความเสมอภาค สอนให้เด็กรู้โลกรู้ตัวตน

ห้วใจแทบหยุดเต้น! เสือตัวเบ้อเริ่มโผล่กระโดดเกาะรถ

เรนประกาศแต่งงานกัน คิมแตฮี เดือน ก.พ. นี้

เปิดใจ!! "หมู่วินนี่" ตำรวจหนุ่มหัวใจสาว

โลกประณามผู้เฒ่าวัย 80 ปีเข้าพิธีวิวาห์ดญ.วัย 12 ขวบ จูบเจ้าสาวโชว์ด้วย (คลิป)

ดู She เต้น เมื่อเพื่อนบอกมาเต้นแอโรบิค แต่เพลงมันเกินไป

Review: ขนมชินจัง ช็อกโก้บีรสนม กับขนมBaskin Robbins 🍫🍦
แชร์ใน Facebook Tweet
ตั้งกระทู้ใหม่ไปหน้าแรกเว็บบอร์ด เพื่อดูกระทู้อื่นๆไปหน้าแรก Postjung.com

 
 
ข้อตกลงการใช้บริการ ติดต่อเว็บไซต์ แจ้งปัญหาการใช้งาน แจ้ง Report เนื้อหา ติดต่อโฆษณา